“ท่านหมอเพิ่งกำชับว่าไม่ควรเดินไปไหนมาไหนนะ” เผยรุ่นจือเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
เย่ชิงชิงชะงักงันนางเอามือลูบขาซ้ายของตนเอง พลางกล่าวว่า “แผลเพียงเล็กน้อยเดินช้าหน่อยก็...”
“แล้วหากมีคนบนถนนชนเจ้าเล่า?” เขาถาม
เย่ชิงชิงเงยหน้ามองเขานางถึงกับพูดไม่ออก ความจริงแล้วนางซูและเย่จื้อเฟิงต่างก็อยากมาด้วยตัวเองแต่ที่บ้านมีเนื้อตุ๋นหม้อดินและปลาหมักหม้อดินจำนวนมากที่ต้องผลิตและควบคุมการผลิตทั้งยังทำสัญญากับห้างร้านไท่หรานไว้ หากส่งมอบสินค้าไม่ได้ก็เท่ากับผิดสัญญามิใช่หรือ?
แม้ว่าที่บ้านจะมีเรื่องยามที่ยังไม่ถึงที่สุด เย่ชิงชิงก็ไม่ยอมผิดสัญญาอันที่จริงแล้วพ่อค้าเน้นความซื่อสัตย์เป็นสำคัญ สกุลเย่เล็กๆนี้จะมาก่อความวุ่นวายจนทำให้พวกเขาต้องหยุดการผลิตหรือแม้กระทั่งปิดร้านได้อย่างไร?
“การฝืนทำตัวแข็งแกร่งไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดเลย” เผยรุ่นจือเอื้อมมือมาลูบผมบนศีรษะของนางเบาๆ
“แค่กแค่ก!” เผยฉางสี่ไอหลายครั้งดวงตากลมโตดำขลับเหลือบมองเขาพลางกอดกล่องเครื่องประดับที่ฮูหยินใหญ่เพิ่งมอบให้แน่นและกล่าวว่า “ข้าจะกลับเรือนน้อยแล้วนะ พี่รองดูแลชิงชิงให้ดี อย่าได้เสียมารยาทเชียว!”
เผยรุ่นจือได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกนี่กำลังเตือนให้เขารู้จักวางตัวกระมัง? “เอาล่ะรีบไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะออกเดินทางแล้ว”
เผยฉางสี่ย่นจมูกมองมาทางเขา ก่อนจะร่ำลาเย่ชิงชิงแล้วกระโดดโลดเต้นจากไป
“คุณชายรองประพฤติไม่เหมาะสม” เย่ชิงชิงที่เกลียดที่สุดกับการกระทำที่มาลูบหัวจึงเอามือกุมศีรษะตนเองพลางกล่าวว่า“ข้าโตแล้วนะ ชายหญิงไม่ควรแตะเนื้อต้องตัวกัน”
“ไอ๊หยา?” เผยรุ่นจือเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจเขาประสานมือและกล่าวว่า “ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวชิงชิงจะโตเป็นสาวแล้วข้าผิดไปแล้ว”
เย่ชิงชิงไม่พูดอะไรนางมองเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจด้วยความละเอียดรอบคอบของเขาจะไม่คิดถึงปัญหานี้เชียวหรือ?นางไม่เชื่ออีกทั้งยังมีการกระทำที่สนิทสนมกับนางเป็นบางครั้งอีกด้วย...
“สกุลเคอกับเราผูกสัมพันธ์กันมานานหลายชั่วอายุคนย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไปร่วมงานวันเกิดของย่าเฒ่าข้าเป็นผู้น้อยจะกล้าไม่ให้เกียรติถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เผยรุ่นจือค่อยๆอธิบาย พลางกวาดสายตามองไปที่นาง
เย่ชิงชิงคิดแล้วก็เห็นด้วยนางจึงถามว่า “ไม่ทราบว่าท่านจะกลับมาเมื่อใดเจ้าคะ?”
“เรื่องนี้...” เผยรุ่นจือเม้มริมฝีปากบางๆ ของเขาดูเหมือนลำบากใจ กล่าวว่า “เรื่องนี้บอกยากจริงๆ นะ~”
เพราะที่นั่นมีเคออิ๋งอิ๋งอยู่ใช่หรือไม่?เย่ชิงชิงไม่ได้เอ่ยปากถามเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น
ไม่รู้ว่าทางหยางหลิ่วจะหาชายผู้นั้นพบหรือไม่นางไม่สามารถตัดสินใจได้ทันทีว่าจะขอให้เขาอยู่ช่วยได้หรือไม่นางกังวลว่าหากนางและพี่ชายไม่อยู่ คนสกุลเย่จะไปก่อเรื่องที่บ้านหลังน้อยอีกครั้งหวังว่าคนงานเหล่านั้นจะมีเหตุผลรอบคอบ และยับยั้งพวกเขาได้
เผยรุ่นจือพลันเข้ามาใกล้นางเขายิ้มมุมปากและกล่าวว่า “เสี่ยวชิงชิงคิดออกแล้วหรือว่าจะตอบแทนข้าด้วยอะไร?หากค่าตอบแทนนั้นน่าพึงพอใจ ข้าจะรีบควบม้ากลับมาให้เร็วที่สุดไม่แน่ว่า...ข้าอาจจะอยู่ต่อแล้วไม่ไปเลยก็ได้นะ~”
“...”เวรเอ๊ย! เย่ชิงชิงพูดไม่ออกนางเพิ่งจะเข้าใจว่าเจ้าหมอนี่กำลังหยอกล้อนางอยู่
ดังนั้นนางจึงยกแขนขึ้นกอดอกพลางกล่าวอย่างใจเย็น“คุณชายรองต้องการค่าตอบแทนเป็นสิ่งใดหรือ?”
“ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา”
ทั้งสองสบตากันอย่างเงียบงันบรรยากาศเริ่มแปลกประหลาดขึ้นทุกทีๆ
พอดีกับที่เว่ยชิ่งรีบเดินเข้ามาเขากล่าวเสียงเบาว่า “คุณชายรองรถและม้าพร้อมแล้ว นายท่านสั่งให้รีบออกเดินทางขอรับ”
เผยรุ่นจือตัดสินใจเด็ดขาดเขาหันไปพลางกล่าวว่า “ช่วยไปบอกบิดาข้าด้วยว่าข้าไม่สบายจึงไปไม่ได้แล้ว”
“หา?” เว่ยชิ่งชะงักไปการเดินทางครั้งนี้มีการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า แถมยังเตรียมเสื้อผ้าไว้ไม่น้อยเผื่อย่าเฒ่าเคอจะชวนพักค้างคืน
เย่ชิงชิงมองเขาด้วยความประหลาดใจรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย นางเม้มปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
เว่ยชิ่งเหลือบมองเย่ชิงชิงขณะไม่มีใครสังเกตเห็นพลางถามว่า “คุณชายรองไม่สบายตรงไหนหรือขอรับ?ต้องการให้เชิญท่านหมอมาดูอาการหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น” เผยรุ่นจือยกมือขึ้น “ให้บิดาออกเดินทางแต่เนิ่นๆ เถิด อย่าให้เสียฤกษ์ยามเลย”
เว่ยชิ่งรับใช้เขามาหลายปีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้ว่าอาการไม่สบายเป็นเพียงข้ออ้างเขาย่อมรู้ว่าจะต้องพูดอย่างไร เขาพยักหน้าแล้วเดินออกไป
“ท่านไม่จำเป็นต้องไปอธิบายด้วยตัวเองหรือ?” เย่ชิงชิงถาม
เผยรุ่นจือยิ้มกล่าวว่า“บิดาทราบว่าข้ามีเรื่อง จึงไม่บังคับให้ข้าไปอวยพรวันเกิดจะพูดหรือไม่พูดก็ไม่แตกต่างกัน”
คำพูดนี้หมายความว่าบิดาของเขาปล่อยให้เขาทำตามแต่ใจต้องการหรือ?ถามไถ่แต่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ช่างเป็นความเคารพที่หายากยิ่งนัก
เย่ชิงชิงประคองเก้าอี้พลางลุกขึ้นยืนนางประสานมือคารวะและกล่าวว่า “คุณชายรองช่างเป็นผู้มีคุณธรรมยิ่งนักวันหน้าข้าจะตอบแทนพระคุณของท่านเจ้าค่ะ”
“อย่าผิดคำพูดไปเสียล่ะ~” เผยรุ่นจือเคาะมือที่นางประสานคารวะก่อนจะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “บางครั้งข้าก็สงสัยว่าความรู้แปลกๆที่เสี่ยวชิงชิงมีนั้นมาจากไหนกัน”
เย่ชิงชิงได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ“ความรู้แปลกๆ อะไรกันหรือ?”
“เอ๊ะ?” เผยรุ่นจือมองท่าทีตอบสนองของนางด้วยรอยยิ้ม“แค่พูดเล่นๆ ไม่ใช่ว่ามีความลับอะไรหรอกนะ?”
“ข้านึกว่าท่านจะชมว่าข้าฉลาดเสียอีก!” เย่ชิงชิงกลอกตาพลางแสร้งทำเป็นใจเย็นนอกจากนางจะเคยมีชีวิตอยู่มาก่อนครั้งหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีความลับอะไรอีกไม่ใช่หรือ?
“ฉลาดหรือไม่ฉลาดก็ต้องรอดูกันต่อไป”
เผยรุ่นจือสั่งให้เตรียมรถม้าแล้วเรียกสาวใช้ร่างใหญ่คนหนึ่งมา บังคับให้เย่ชิงชิงกลับไปพักรักษาตัวให้ดีอย่าได้วิ่งซนไปทั่ว โดยให้สาวใช้คนนั้นแบกนางไปส่งแขกโดยตรง
นางลากขาที่บาดเจ็บขึ้นรถม้ากลับถึงหมู่บ้านเถียนซินก็ได้รับข่าวว่าคนสกุลเย่กลับมาก่อเรื่องที่บ้านอีกครั้ง