ตอนที่ 18
อองทีรีบดึงแขนเกาลัดเข้ามาใกล้ พลางพร่ำบ่นให้นางไม่หยุดปาก เขากวาดสายตาสำรวจไปทั่วร่างของนางก็ไม่พบร่องรอยการาเ็แต่อย่างใด
ส่วนเพลิงดำกลับมีท่าทีหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะเป็อะไรไป ถึงต่อให้นางไม่มาขวางไว้ เพียงแค่เวทย์อาคมชั้นปลายแถวก็ไม่อาจทำอะไรมันได้
เกาลัดเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ห่วง นางจึงโผเข้าไปโอบคอหมาป่าดำพลางร้องเสียงเหมียวเหมียว.. เหมือนกับที่เคยเรียกมันตอนที่เป็แมวดำขนฟูตัวนั้น
“ข้าสบายดีแน่นอน แถมมีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นมาเยอะเลย” เกาลัดทั้งกอดทั้งหอมเพลิงดำอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่รู้ว่าอองทีกำลังตีสีหน้าแข็งทื่ออย่างประหลาดอยู่ข้างๆ
เพลิงดำรู้สึกสบายตัวและเพลิดเพลินกับสิ่งที่เกาลัดทำแบบนี้ หากมันสามารถกลายร่างเป็มนุษย์ได้ อย่างแรกที่มันจะทำคือต้องกอดและหอมหญิงสาว ให้เหมือนกับที่นางทำกับมันตอนนี้แหละ..
อองทีคล้ายรู้ว่าเพลิงดำกำลังคิดอะไร ชายหนุ่มจึงใช้เท้าอีกข้างเหยียบเท้าหน้าของมันเต็มแรงจนอีกฝ่ายสะดุ้งใ
หมาป่าดำย่อมไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ มันส่งกระแสจิตกลับไปบอกอองทีว่า “ถ้าเ้าทำแบบนี้กับข้าบ้างมันคงจะดีไม่น้อย”
อองที “...”
ทางด้านสถานการณ์บนลานประลอง เมื่อไอพลังปริศนาถูกะเิเสียงดังจากการพุ่งโจมตีของกาอูนผู้นำเผ่า ฝูงชนที่มาร่วมชมการประลองต่างพากันวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหล
ผู้ใช้ไสยเวทย์ฝีมือดีรีบเข้ามายืนเป็เกราะกันภัยกาอูนกับภีคามเอาไว้ พวกเขาจับจ้องความเคลื่อนไหวของฝั่งอองทีอย่างใกล้ชิด เบื้องหน้าพวกเขานั้นเห็นแต่เพียงสองหนุ่มสาว และหมาป่าดำตัวใหญ่ กำลังพูดคุยหยอกล้อกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สักพักกลุ่มคนคุ้มกันของเผ่าจันทราหลายสิบคน รีบวิ่งเข้ามาตีวงล้อมพวกเขาไว้ทันที เพลิงดำเมื่อเห็นอันตรายก็แยกเขี้ยวข่มขู่ มันกันร่างเกาลัดให้หลบหลังไป
อองทีไม่อยากให้เกิดการเข่นฆ่าถ้าไม่จำเป็ ส่วนกาอูนกับภีคามน่าจะยังาเ็ ถึงอย่างไรเผ่าจันทราก็ต้องมีผู้นำ การสงบศึกไว้ั้แ่ตอนนี้ย่อมเป็ผลดีต่อผู้คนในเผ่าของพวกเขาเอง
“การประลองยังไม่จบสิ้นมิใช่หรือ เ้าอองที..” ภีคามเดินแทรกผ่านคนคุ้มกันเข้ามา เสียงของเขาหนักแน่นไม่เหมือนกับคนที่กำลังาเ็
หากนางเป็ผู้มีไอพลังจันทราสีเืในกายจริง เช่นนั้นวันนี้เขาจะต้องเป็ผู้ชนะเท่านั้น!!
อองทีลอบประเมินอีกฝ่ายอย่างครุ่นคิด การที่ภีคามยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้นั้น อาจเพราะพลังเวทย์ลึกลับในร่างของเขา ส่วนขุมพลังในร่างของเกาลัดย่อมไม่อาจคำนวณความรุนแรงในแต่ละครั้งได้
แต่ถ้าหากนางถูกดาบเพชฌฆาตหมื่นิญญาครอบงำ เขาก็ไม่อาจรับรองได้ว่าคนที่อยู่ในบริเวณนี้ทั้งหมด จะกลายเป็ซากศพให้นางได้ปลุกเล่นหรือไม่
อองทีเก็บงำสีหน้าเล็กน้อย พลางใช้มือขยับหน้ากากหนังที่ปิดดวงตาไว้อีกข้างให้เข้าที่ “พ่อของเ้าเป็ผู้เริ่มก่อน ส่วนนาง...”
ชายหนุ่มลากเสียง สายตาก็พลันหันกลับมามองเกาลัด หญิงสาวขบริมฝีปากพลางก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
“..นางแค่อยากจะปกป้องสัตว์เลี้ยงของตัวเองเท่านั้น”
ครั้นกล่าวจบ สายตาอองทีก็มองลอดผ่านไปด้านหลัง เขาเห็นกาอูนเืนองท่วมตัว เสื้อผ้าฉีกขาด บริเวณใบหน้าคล้ายมีตุ่มเืสีแดงขึ้นเต็ม หากเปรียบเทียบกับบุตรบุญธรรมอย่างภีคาม เขาแทบจะไม่มีแม้รอยขีดข่วนใด
ภีคามยังไม่คลายหัวคิ้วของตนลง เขากล่าวเป็เชิงท้าทายอีกฝ่ายไปว่า “เ้ากับข้าตัวต่อตัว อย่าได้เอาสัตว์หน้าขนตัวนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย” แววตาภีคามสาดประกายอำมหิตมายังหมาป่าดำตัวใหญ่
เพลิงดำเมื่อได้ฟังกลับพลันรู้สึกห่อเหี่ยวลงทันใด มันคิดว่าจะได้แสดงความเก่งกาจของตนให้กับคนของเผ่าจันทราได้ชื่นชมบ้าง ศึกยังไม่ทันได้เริ่มแต่มันกลับถูกชิงตัดออกจากสนามประลองเสียได้
เกาลัดยื่นมือมาตบลำตัวมันเบาๆพลางปลอบใจ “เหอะน่า วันนี้เราเป็แค่แขกรับเชิญก็พอแล้ว ต่อให้หมอนั่นเป็ฝ่ายชนะ ข้าก็ไม่ยอมอยู่ที่นี่กับเขาด้วยหรอก” นางแ่เสียงลงคล้ายไม่อยากให้อองทีได้ยิน
หากเ้าเมืองโกนิลเป็ผู้ชนะเล่า นางกับเขาจะสามารถเดินจากไปอย่างง่ายดายเช่นนั้นหรือ ผู้นำเผ่ากาอูนได้รับาเ็สาหัสก็เพราะเกาลัด หญิงสาวกลัวเหลือเกินว่า หากเผ่าจันทราไม่ยอมจบ อาจจะเกิดศึกนองเืเหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมาก็เป็ได้
ทางด้านอองทีคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดว่าอีกฝ่ายจะกล่าวเช่นนี้ ในความเป็จริง ถ้าหากเขายังให้เพลิงดำคอยช่วยก็ย่อมเป็การเอาเปรียบเขามากเกินไป
อองทีจึงได้ตอบตกลงภีคามอย่างไม่รีรอ จากนั้นชายหนุ่มทั้งสองคนก็เดินขึ้นหน้าเพื่อเข้าสู่การประลองอีกครั้ง คนคุ้มกันที่เคยล้อมรอบพวกเขาก็รีบถอยห่างออกมาจากลานประลองทันใด
ภีคามพยายามควบคุมนิ้วมือที่กำลังสั่นระริกของตน พลังเวทย์ในร่างเขาพลันหมุนวนไม่เป็จังหวะ ภายนอกเขาอาจจะไม่ได้แสดงอาการอะไร แต่แก่นิญญาภายในเกิดความเสียหายไปบางส่วนแล้ว โอสถชั้นดีของเผ่าจันทราช่วยพยุงอาการของเขาไว้ชั่วคราว แต่หากมันหมดฤทธิ์ลงเมื่อไหร่ แม้แต่เข็มเล่มเดียวก็สามารถสังหารเขาได้
อองทีััได้ว่าแก่นิญญาของภีคามเริ่มผิดปกติ อีกฝ่ายน่าจะปกปิดอาการาเ็เอาไว้อย่างดี อองทีพอรับรู้สถานการณ์จึงไม่ได้รีบชักดาบที่อยู่ในมือออกมา ดาบครุฑฑาวิหกย่อมไม่ควรที่จะถูกใครพบเห็นในยามนี้เช่นกัน
ระหว่างนั้นภีคามใช้พลังเวทย์ในร่างตนปล่อยฝูงแมลงสีดำออกมา พวกมันมีเขี้ยวอันแหลมคม ปีกคล้ายใบมีด สักพักมันก็หลอมรวมกันเป็นกอินทรีใหญ่ั์ตัวหนึ่งอย่างรวดเร็ว
อินทรีตัวนั้นดวงตาขาวขุ่นคล้ายมืดบอด เห็นได้ชัดว่าพลังเวทย์ของภีคามถูกลดระดับลงพอสมควร เขาถึงไม่สามารถควบคุมการใช้เวทย์ของตนได้อย่างสมบูรณ์
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น อินทรีั์ก็ถูกเวทย์อาคมควบคุมให้มันมองเห็นได้ มันสยายปีกบินวนเหนืออากาศอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ใช้กรงเล็บพุ่งเข้าจู่โจมอองทีที่ยืนอยู่เบื้องล่างทันที
ทางด้านอองทีเมื่อเห็นว่าอินทรีั์ใกล้จะถึงตัว เขาจึงขยับถอยหลังออกไปเล็กน้อยเพื่อให้เกิดระยะห่าง จากนั้นในมือเขาก็กระชับดาบไว้แน่น ครั้นพอถึงจังหวะที่อินทรีั์ประชิดเข้ามา ชายหนุ่มจึงตวัดดาบทั้งปลอกฟาดไปยังกลางลำตัวของอินทรีั์ทันที
ดาบครุฑฑาวิหกแม้จะไม่ได้ถูกชักออกจากปลอกดาบ แต่ด้วยขุมพลังมหาศาลที่อยู่ในตัวดาบข้างใน เมื่อมันถูกปล่อยออกมา เวทย์อาคมใดก็ไม่อาจจะยับยั้งพลังของมันได้
อั๊กกก!!!
อินทรีั์เมื่อถูกพลังที่อยู่เหนือมันฟาดเข้ามา เสียงร้องของมันพลันขาดห้วงจนผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นแทบจะหยุดหายใจ ไม่นานนักเงาร่างอันใหญ่ั์ของมันก็สลายเป็ฝุ่นผงในชั่วพริบตา
ในขณะที่อองทีกำลังเผลอไผลอยู่นั้น ลำแสงสีน้ำเงินดำกลุ่มหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินอย่างรวดเร็ว อองทีตื่นตระหนกพลันม้วนตัวหลบอย่างว่องไว ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบคว้าเส้นแสงประหลาดนั้นเอาไว้ในกำมือ
แสงสีน้ำเงินดำกลุ่มนั้นเมื่ออยู่ในมือของอองที ก็คล้ายกับว่าจะแปรสภาพเป็สีน้ำเงินอ่อนจางลงทันใด
ผู้ที่ส่งมันออกมานั้นกำลังยืนหน้าซีดอยู่อีกฝั่ง ภีคามแขนขาอ่อนแรง พลังเวทย์ในร่างเริ่มแห้งเหือดลงราวกับหยดน้ำกลางทะเลทราย ภายหลังจากอินทรีั์ถูกทำลาย แก่นิญญาของเขาก็ยิ่งเกิดความเสียหายอย่างหนัก
ภีคามโน้มตัวกุมหน้าอกตัวเองด้วยความเ็ป ฟันบนล่างกระทบกันไม่หยุด “ดาบเล่มนั้นคืออะไรกันแน่!”
ระหว่างนั้นอองทีที่กำลังกำเส้นแสงสีน้ำเงินนั้นไว้ ขุมพลังปริศนาที่อยู่ในร่างของเขาก็พลันอยากกลืนกินสิ่งนี้ขึ้นมา มันเริ่มบุกทะลวงไปทั่วร่างเขา ไม่นานนักมันก็มาหยุดตรงตำแหน่งฝ่ามือบริเวณนั้น
ขุมพลังในร่างเขาค่อยๆดูดกลืนแสงสีน้ำเงินอย่างเชื่องช้า ดวงตาอองทีปรากฏเงาแสงวูบไหวไปมา ราวกับสิ่งนั้นกำลังเติมพลังเวทย์เข้าไปในร่างกายเขา
เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานมันก็เริ่มเร่งจังหวะความเร็วในการดูดกลืน อองทีมารู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าเงาร่างของภีคามมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว อีกฝ่ายใบหน้าซูบตอบ ผิวกายซีดขาวไร้สีเื แววตาของภีคามกำลังจะมืดดับลง
อองทีเหลือบมองลงเบื้องล่างก็พบว่า มีแสงทรงกลมสีหม่นปรากฏอยู่ในมือของตนมาสักพักแล้ว
แก่นิญญาของภีคาม!
คนที่เฝ้ามองการประลองอยู่โดยรอบนั้น พบเห็นเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวั้แ่ต้น เ้าเมืองโกนิลสามารถดึงแก่นิญญาออกมาจากร่างของผู้ใช้ไสยเวทย์ได้อย่างไร และเหมือนกับว่าเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างกับแก่นิญญานั้นด้วย
แววตาอองทีเ็าเมื่อมองแสงทรงกลมที่อยู่ตรงหน้าตน มันมีร่องรอยความเสียหายอย่างหนัก เขาคาดหวังไว้สูงเกินไปว่าจะได้กลืนกินแก่นิญญาที่มีความสมบูรณ์มากกว่านี้
พลันนั้นเสียงแหบทุ้มของใครคนหนึ่งก็ดังมาจากอีกฝั่ง เสียงนั้นเหมือนจะหยุดความคิดของอองทีเอาไว้ชั่วคราว
ชายหนุ่มหันหน้ามาทางต้นเสียง ก็พบร่างโชกเืของกาอูนโผล่ออกมา เขาลากเท้าเดินโซเซเข้ามาแล้วนั่งคุกเข่าทั้งสองข้างลง อีกฝ่ายแววตาขุ่นมัว สีหน้าคล้ายสิ้นหวัง
“ได้โปรดไว้ชีวิตเขาด้วยเถิด หรือเ้าเอาชีวิตข้าไปแทนเขาได้หรือไม่” กาอูนร้องขอ
อองทีเพียงเหลือบมองเขาผาดหนึ่ง จากนั้นก็หันมาสำรวจแก่นิญญาของภีคามที่อยู่ตรงหน้าตนอย่างละเอียดอีกครั้ง
อีกฝ่ายเริ่มรำคาญใจเล็กน้อย เขาแค่นเสียงในลำคอพลางกล่าวตอบไปว่า “บิดากล้าตายแทนบุตร ช่างซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
อองทีเอียงหน้ามาทางเพลิงดำ มันเหมือนรู้บริบทของตนทันใด หมาป่าดำตัวใหญ่กระโจนร่างออกมายืนตรงหน้ากาอูน จนทำให้ผู้ใช้ไสยเวทย์คนอื่นพลันตื่นใ พวกเขาตั้งแถวยืนประจันหน้าอย่างระมัดระวังด้านหลังผู้นำเผ่าของตน
ม่านตาเพลิงดำพลันหดเล็กลง เพียงชั่วอึดใจหนึ่งหมาป่าดำตัวใหญ่ ก็สลายร่างกลายเป็ไอควันสีดำประหลาด
ผู้คนเมื่อได้เห็นก็เริ่มหวาดกลัว คนคุ้มกันที่ล้อมรอบอยู่นั้นก็พลันถอยห่างกันอย่างพร้อมเพรียง ไอควันสีดำเคลื่อนไหวไปมาตรงหน้ากาอูนที่นั่งคุกเข่าอยู่ เขาจ้องมองมัน มันก็เหมือนกำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน กาอูนไม่รู้ว่าตัวประหลาดนี้กำลังจะทำอะไร
หรือว่ามันกำลังจะฆ่าเขา!!
อองทีที่ยืนอยู่อีกด้าน เมื่อสังเกตเห็นกาอูนหวาดกลัว จึงเอ่ยขึ้นว่า “หากเผ่าจันทราขาดผู้นำเช่นท่านก็น่าเสียดายนัก โจรแห่งช่องเขาโดรกูรคงจะขาดเสาหลักไป..”
พลันเสียงของอองทีหยุดชะงักลง ขณะที่เพลิงดำทะลวงเข้าไปในร่างของกาอูน เสียงแตกตื่นระคนหวาดกลัวของคนที่อยู่รอบข้างดังมาเป็ระยะ กาอูนที่ยังได้สติเริ่มร้องครางอย่างเ็ป ไอควันสีดำนั้นราวกับหนอนกำลังชอนไชร่างกายของเขา
“นับแต่นี้เป็ต้นไป หากข้าได้ยินว่ามีโจรที่ช่องเขาโดรกูรอีก คงจะรู้ว่าข้าจะทำเช่นไรกับท่าน”
อองทีถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ร่างของภีคามก็โงนเงนล้มลงทันใด แก่นิญญาสีหม่นก็พลันเริ่มโปร่งใส เขาปล่อยมือจากแสงทรงกลมนั้นแล้วให้มันลอยเข้าไปในร่างของภีคาม อีกฝ่ายตัวสั่นกระตุก ผิวกายที่เคยซูบซีดก็เริ่มกลับมาเป็ปกติ
เมื่อเพลิงดำจัดการกระทำบางอย่างกับร่างกาอูนแล้ว ไอควันสีดำก็แทรกออกมาจากตัวเขาอย่างฉับไว มันไม่รอช้า จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ร่างภีคามที่นอนอยู่ต่อทันที
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเข้าไปขัดขวาง เ้าเมืองโกนิลประกาศกร้าวเื่โจรแห่งช่องเขาโดรกูร จนผู้ที่ไม่เคยรับรู้เื่นี้ก็พลันสงสัยและแตกตื่นขึ้นมา
ผู้ที่อยู่เื้ักลุ่มโจรพวกนี้กลับเป็ผู้นำเผ่าของพวกเขาเองหรือ?
เมื่อเพลิงดำเหมือนเล่นสนุกจนเพียงพอแล้ว มันจึงลอยออกมาจากร่างภีคามอย่างรวดเร็ว ครั้นภีคามเริ่มรู้สึกตัวก็คล้ายกับว่ามีบางอย่างหนักอึ้งมาหล่นทับ ซึ่งไม่ต่างจากกาอูนที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างไม่มั่นคง
แก่นิญญาและพลังเวทย์ในกายของพวกเขาค่อยๆฟื้นฟูอย่างน่าประหลาด แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือ.. แก่นิญญาภายในของพวกเขานั้นเหมือนมีริ้วพลังสีดำหมุนวนอยู่
อองทีอธิบายให้พวกเขาเข้าใจไปว่า เพลิงดำนอกจากจะซ่อมแซมและฟื้นพลังเวทย์ให้แก่พวกเขาแล้ว แก่นิญญาที่เสียหายก็ถูกรักษาไปพร้อมกัน เพลิงดำปล่อยไอพิษชนิดหนึ่งเข้าไปในแก่นิญญาของพวกเขาด้วย
ไอพิษนี้จะควบคุมทั้งพลังเวทย์และแก่นิญญาของผู้ใช้ไสยเวทย์ หากกล่าวโดยง่าย กาอูนและภีคามจะถูกควบคุมโดยเพลิงดำ หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่อองที้า ไอพิษของเพลิงดำก็จะเล่นงานพวกเขาทันที
กาอูนและภีคามเมื่อได้ฟังก็รู้สึกคับแค้นใจ เกียรติและศักดิ์ศรีแทบจะไม่มีเหลือแล้ว พวกเขาเป็ถึงระดับผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงระดับสูงสุดทั้งคู่ แต่กลับมาพ่ายให้กับตัวประหลาดพวกนี้เชียวหรือ
เกาลัดถูกเพลิงดำสร้างกรงไร้สภาพขังเอาไว้ เมื่อมันแสดงฝีมือร้ายกาจให้คนของเผ่าจันทราได้เห็นอย่างพอใจแล้ว ไอควันสีดำนั้นก็กลายร่างกลับมาเป็หมาป่าดำอีกครั้ง มันปลดม่านกรงขังที่กักตัวเกาลัดเอาไว้ออก
หญิงสาวยืนกอดอก พร้อมทำสีหน้าฉุนเฉียวอย่างไม่พอใจยกใหญ่ เพลิงดำทำคอตก พวงหางชี้ลง มันเดินมาถูหน้าเข้าหาเกาลัดไปมาราวกับจะขอโทษนาง
เกาลัดคิดว่าอองทีกับเพลิงดำจะฆ่าสองพ่อลูกนั่นแล้ว แต่กลับไม่คิดว่าอองทีจะให้เพลิงดำสยบพวกเขาโดยการควบคุมแก่นิญญาแทน เกาลัดพอจะรู้เื่แก่นิญญาจากเชาวามาบ้าง โดยมันเป็เปรียบเสมือนพลังงานชีวิตของผู้ใช้ไสยเวทย์ หากแก่นิญญาถูกทำลาย คนผู้นั้นก็ต้องตายด้วย
อองทีพาเกาลัดออกมาจากเผ่าจันทรา โดยมีลอซูและเบียงตอรออยู่แล้ว เส้นทางที่จะสามารถเข้ามายังเผ่าจันทราได้ต้องผ่านหุบเขาค้าทาส จึงเป็เหตุผลที่ว่า เผ่าจันทราทำไมถึงเป็เผ่าลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งในดินแดนทางใต้ แม้แต่หุบเขาค้าทาสที่อยู่ด่านหน้าชั้นนอกก็ตั้งอยู่ในม่านอำพรางขั้นสูงแล้ว
กลุ่มของอองทีได้รับข่าวลับว่า เกาลัดถูกลักพาตัวมาโดยกลุ่มโจรจากช่องเขาโดรกูร จึงเป็เหตุให้อองทีต้องรีบเข้าไปในเผ่าจันทราโดยเร็ว
เขากับเพลิงดำแอบลักลอบเข้ามาทางโพรงใต้ดิน และเป็จังหวะที่เผ่าจันทรากำลังจัดงานมงคลพอดี อองทีจึงรู้ว่าเ้าสาวผู้ที่อยู่ในลานแต่ง้านั้นคือเกาลัด
ชายหนุ่มจึงปรากฏตัวออกมาและกล่าวอ้างว่าเกาลัดเป็คู่หมั้นของเขา อองทีไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับงานแต่งที่อยู่ตรงหน้ามากนัก
เขาวางแผนว่าหลังจากงานแต่งผ่านพ้นไปถึงจะบุกชิงตัวเกาลัดก็ยังไม่สาย เพียงแต่อองทีก็อดทนไม่ได้เช่นกัน ที่จะเห็นเกาลัดเข้าพิธีแต่งงานกับผู้อื่น โดยที่เ้าบ่าวนั้นกลับไม่ใช่เขา..
ภาพความทรงจำอันคลุมเครือระหว่างเขากับเกาลัดนั้น ยังคงซ้อนทับอยู่ในสมองของเขาอยู่ตลอดเวลา อองทีไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดกว่าสิ่งนี้จะคลายความจริงออกมาเสียที
หญิงชราที่อยู่ในเมืองไพรนารัม ก็น่าจะรู้ว่าเขากับนางเคยเกี่ยวข้องกันอย่างไร ส่วนเทธานนั้นก็กลับเป็หนึ่งในความทรงจำอันไม่ชัดเจนของเขาเช่นเดียวกัน
ระหว่างที่ทั้งหมดพักอยู่ในหุบเขาค้าทาส กองกำลังจากเผ่าจันทราเริ่มเข้ามาจัดระเบียบ กลุ่มชายฉกรรจ์หลายกลุ่มถูกจับตัวออกไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็พวกโจรจากช่องเขาโดรกูร บางคนเริ่มต่อต้านขัดขืน แต่ก็ถูกผู้ใช้ไสยเวทย์ของเผ่าจันทราสังหารตายไปหลายคน
อองทีและคนอื่นๆเฝ้าสังเกตอยู่เงียบๆ กาอูนนอกจากจะทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้แล้ว ยังอำนวยความสะดวก หาที่พักให้พวกเขาอยู่เที่ยวชมบรรยากาศในหุบเขาค้าทาสอีกด้วย
เกาลัดดูเหมือนจะชอบที่นี่ นางคิดว่าหุบเขาค้าทาสเป็เพียงแหล่งมั่วสุมอบายมุข และการค้ามนุษย์ แต่กลับพบว่ามีสถานที่แปลกตาให้ไปเยี่ยมชมมากมาย ทั้งร้านขายของเก่า สถานบันเทิงที่เรียกว่าโรงละครสด หรือแม้กระทั่งโรงต้มเหล้าที่มีอยู่มากมายเกือบทุกตรอกซอกซอย
ครั้นเวลาผ่านไปอีกวัน ภายหลังจากอองทีพาเกาลัดไปรับประทานอาหารในร้านแห่งหนึ่งเสร็จ หญิงสาวจึงชวนเพลิงดำออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก เพลิงดำที่อยู่ในร่างหมาป่ารู้สึกไม่คุ้นชินที่จะเปิดเผยตัว มันจึงเปลี่ยนร่างเป็หมาบ้านสีดำตัวเล็กแทน
อองทีอนุญาตให้นางออกมา โดยมีเบียงตอคอยติดตามเป็คนคุ้มกัน ก่อนหน้านี้เบียงตอไม่ค่อยชอบนางเท่าใดนัก เพราะหญิงสาวมีกลิ่นอายของผู้ใช้ไสยเวทย์ปีศาจอยู่กับตัว แต่ตอนนี้เกาลัดสวมเหรียญคุมิญญาเอาไว้ พลังทั้งหมดย่อมถูกสะกดลง
เบียงตอพาเกาลัดมายังร้านขายเครื่องประดับสตรีแห่งหนึ่ง เกาลัดไม่ชอบใจที่เขาพูดจาแข็งกระด้างและคอยจับตามองนางทุกฝีก้าว
เกาลัดจึงออกอุบายหลอกเบียงตอให้ไปค้นหาสินค้าอย่างอื่นในร้านให้ ครั้นเมื่อเขาตกหลุมพรางหญิงสาวจึงรีบพาเพลิงดำวิ่งออกมาจากบริเวณร้านนั้นทันที
หมาดำตัวเล็กวิ่งหาชี้ไปพร้อมกับนางอย่างสนุกสนาน...
เมื่อเห็นว่าตนนั้นวิ่งออกมาไกลแล้ว เกาลัดจึงได้ผ่อนฝีเท้าลงแล้วกลับมาเดินตามปกติ “นี่ลูกหมี เ้าทำงานให้กับเ้าเมืองโกนิลมานานเท่าไหร่แล้ว”
เกาลัดเอียงหน้าต่ำไปถามเพลิงดำที่เดินอยู่ข้างๆ ในมือของหญิงสาวยังถือห่อขนมคล้ายลูกอมไว้อยู่
เพลิงดำร้องอือในลำคอเล็กน้อยพลางกล่าวตอบ “ก็ไม่ถือว่านาน แต่เขากลับไม่เคยกอดข้าเหมือนเ้าเลยสักครั้ง” มันกล่าวเหมือนน้อยใจ
“ได้ยังไงกัน เ้าออกจะเก่งขนาดนี้ เป็แมวก็น่ารัก เป็หมาก็ดูดี ถ้าเ้าอยากจะเปลี่ยนเ้านาย ข้าก็ขอสมัครเป็คนต่อไปละกันนะ”เกาลัดยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย
หมาดำตัวเล็กทำเสียงฮึดฮัดแล้วเอ่ย “ถ้าเปลี่ยนได้ก็ดี แต่ข้าคงต้องอยู่กับเขาไปอีกนาน เขาตายข้าก็ตายด้วย”
เกาลัดเมื่อได้ยินคำว่าตายก็พลันยิ้มค้าง หญิงสาวนั่งลงตรงหน้าแล้วลูบหัวมันไปมา “นี่หมายถึงว่าชีวิตเ้าผูกติดกับเขาหรอกหรอ” เกาลัดทำหน้าเศร้าเล็กน้อย แววตาของนางปรากฏร่องรอยความคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ได้
ขณะนั้นเงาคนผู้หนึ่งก็ตรงเข้ามาหาพวกเขา ผู้มาใหม่คว้าแขนเกาลัดลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หมาดำตัวเล็กกำลังจะะโตาม แต่มือข้างหนึ่งของเกาลัดกลับคว้ามันมาอุ้มแนบข้างลำตัวอย่างว่องไว
ผู้มาใหม่นั้นเหมือนเกาลัดจะรู้จักคุ้นเคย นางจึงเดินตามอีกฝ่ายมาหลบมุมอย่างไม่ขัดขืน
“พี่เชาวา ท่านมาได้ยังไง..”เกาลัดยิ้มอย่างดีใจ แต่เชาวากลับไม่ได้สนใจคำพูดนั้น นางมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง
เชาวาเมื่อเห็นเกาลัดปลอดภัยก็พลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมา นางจึงรีบแ่เสียงลงแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้คนของเผ่าพยัคฆ์ดำอยู่ที่นี่ พวกมันกำลังตามหาเ้า หุบเขาค้าทาสมีทางเข้าออกเดียว ถ้าเราออกไปตอนนี้พวกมันต้องรู้แน่”
เกาลัดระบายลมหายใจทีหนึ่งอย่างกังวล นางวางเพลิงดำลงใกล้ๆแล้วเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย “เอ่อ..พี่เชาวาคงไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าอยู่กับเ้าอองที”
เชาวาเมื่อได้ฟังก็แทบร้องลั่น ไฉนเ้าอองทีถึงเข้าถึงตัวเกาลัดได้รวดเร็วเพียงนี้ เชาวาทำสีหน้าแปลกประหลาดครู่หนึ่ง ก่อนจะให้เกาลัดหมุนไปรอบๆเพื่อสำรวจร่างกายภายนอก
เกาลัดเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในเผ่าจันทราคร่าวๆให้เชาวาฟังอยู่พักหนึ่ง อีกฝ่ายตั้งใจฟังอย่างจริงจัง ก่อนจะไล่สอบถามรายละเอียดกับนางให้ชัดเจน
เชาวารู้ว่าอองทีบุกไปช่วยเกาลัดก็เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เช่นเดียวกับเผ่าพยัคฆ์ดำที่้าไอพลังจันทราสีเืในตัวนางเช่นกัน เชาวาไม่รู้ว่าฝ่ายไหนกำลังจะวางแผนทำอะไรบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือต้องพาเกาลัดหลบหนีออกจากหุบเขาค้าทาสแห่งนี้ให้เร็วที่สุด
เชาวายังไม่อาจคิดแผนหนีตอนนี้ได้ นางจึงจะพาเกาลัดไปสถานที่หลบซ่อนเสียก่อน เกาลัดยังไม่ทันที่จะแนะนำเพลิงดำให้นางรู้จัก แต่ก็ถูกเชาวาดึงแขนออกไปจากบริเวณนั้นทันที
หมาดำตัวเล็กวิ่งตามพวกเขามาติดๆ แววตาของมันเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ภายในห้องพักรับรองแห่งหนึ่ง อองทีกำลังนั่งพูดคุยปรึกษาบางอย่างกับลอซูอยู่ด้านใน พวกเขานิ่งฟังเบียงตอสาธยายเื่เกาลัดมาพักหนึ่งแล้ว เบียงตอแต่งเติมเื่ราวเล็กน้อย ไปจนถึงที่เขาคลาดสายตาจากเกาลัดกับเพลิงดำ
แต่ดูเหมือนว่าอองทีจะไม่ได้กล่าวโทษเขา เพราะอย่างไรอองทีก็รู้อยู่แล้วว่าเกาลัดน่าจะทิ้งเบียงตอไว้กลางทางเช่นนี้
ลอซูพลันออกความเห็นขึ้นว่า “ท่านเ้าออง เผ่าพยัคฆ์ดำเคลื่อนไหวแล้ว เราจะติดต่อคนของเผ่าจันทราช่วยจัดการเื่นี้ดีหรือไม่”
อองทีดวงตาดำดิ่งคล้ายขบคิดเื่บางอย่าง ั้แ่เพลิงดำส่งกระแสจิตมาบอกว่าเผ่าพยัคฆ์ดำกำลังตามหาเกาลัดถึงหุบเขาค้าทาส เขาเองก็เคยคิดว่าจะให้เผ่าจันทราจัดการ แต่เมื่อรู้ว่าเผ่าพยัคฆ์ดำมีผู้ใช้ไสยเวทย์ที่เหนือกว่ามาก เขาจึงต้องคิดให้รอบคอบ
“การจะให้อินทรีไร้กรงเล็บไล่ล่าเสือดำนั้น ย่อมเป็เื่ที่น่าขบขัน แต่ถ้าไม่ใช้งานเลยก็เหมือนจะดูถูกกันเกินไป เื่นี้ก็ให้ท่านจัดการแล้วกัน” อองทีกล่าวตอบ
เชาวาพาเกาลัดเดินหลบมายังตรอกแห่งหนึ่ง นางไม่รู้ว่าหมาดำที่วิ่งตามมาตัวนี้เกาลัดไปเก็บมันมาจากที่ไหน มันวิ่งเร็วและว่องไวเกินกว่าจะเป็หมาบ้านธรรมดา
อีกทั้งมันยังวิ่งนำหน้าพวกนางไปยังสถานที่หลบซ่อนนั้นได้อย่างแม่นยำ เกาลัดไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอธิบายอย่างไร นางจึงบอกเพียงว่ามันเป็หมาที่นางช่วยชีวิตเอาไว้เท่านั้น
เชาวามาถึงก็ร่ายเวทย์อาคมเปิดทางออก เบื้องหน้าจึงเห็นเป็เพียงห้องพักเก่าๆแห่งหนึ่งในตรอกนั้น เมื่อเปิดเข้าไปในห้องด้านใน กลับมีของกินของใช้มากมายราวกับตุนเสบียงไว้ใช้ตอนฤดูหนาว ไกลออกไปอีกฝั่งของมุมห้องก็ปรากฏบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสอง
เชาวาเล่าว่าหลังจากใช้ป้ายผ่านทางเข้ามายังหุบเขาค้าทาสแล้ว พวกเขาก็สืบเื่โจรจากช่องเขาโดรกูรอยู่ครึ่งค่อนวัน กว่าจะรู้ว่าเผ่าลึกลับที่ว่านั้นก็คือเผ่าจันทรา เผ่านี้ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนคล้ายกันกับเผ่าพยัคฆ์ดำ
การที่เผ่าจันทราอยู่เื้ักลุ่มโจรพวกนี้มานานหลายปีได้นั้น คงอาจเพราะพื้นที่แถบนี้มิใช่เขตปกครองของอาณาจักรโกนิล แต่อย่างไรเื่นี้ย่อมหนีไม่พ้นสายตาของเ้าเมืองโกนิล การที่อองทีตัดสินใจจัดการเื่นี้ด้วยตัวเองนั้น ก็คงเพราะ้ากำราบเ้ากาอูนสักครั้ง
สักพักใหญ่เชาวีก็กลับมาถึงห้องพัก ชายหนุ่มเล่าสถานการณ์ด้านนอกด้วยสีหน้ากังวล ผู้ใช้ไสยเวทย์ของเผ่าจันทรากลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาตรวจตราไปทั่วหุบเขาค้าทาส พวกเผ่าพยัคฆ์ดำก็น่าจะหยุดความเคลื่อนไหวไปบ้างแล้ว
เกาลัดบอกว่าอองทีสามารถควบคุมผู้นำเผ่ากาอูนคนนั้นได้ นางคิดว่าอองทีก็คงจะรู้เื่ของเผ่าพยัคฆ์ดำที่เข้ามายังหุบเขาค้าทาสแล้ว จึงให้ผู้ใช้ไสยเวทย์ของเผ่าจันทราออกหน้าไปก่อกวนพวกนั้นไว้ก่อน
“ขะ..ข้าคิดว่าเราควรร่วมมือกับเ้าอองทีเพื่อหนีออกไปจากที่นี่นะเ้าคะ” เกาลัดกล่าวด้วยความอึดอัด หญิงสาวปรายตามองหมาดำตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย
‘นี่เราพูดอะไรออกไปเนี่ย..’ เกาลัดพร่ำเพ้อในใจขึ้นมา
“เ้าว่าอะไรนะ!!”
สองพี่น้องฝาแฝดะโลั่นขึ้นพร้อมกัน
เพลิงดำทำทีนอนหมอบลง ปลายคางเกยขาหน้ารอฟังต่อ..
เชาวาคิดว่าเกาลัดพูดเล่น แต่เมื่ออองทีเป็คนช่วยนางออกมาจากเผ่าจันทราได้ หญิงสาวก็ย่อมประทับใจในตัวคนผู้นี้ เชาวาได้ยินชื่อเสียงเหี้ยมโหดของเ้าเมืองโกนิลมานาน ลือกระฉ่อนว่าเขามีปีศาจลึกลับคอยคุ้มครอง
ถ้าหากเขาสามารถเอาชนะผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นสูงระดับสูงสุดได้ถึงสองคน แค่คนของเผ่าพยัคฆ์ดำชั้นปลายแถวที่เ้าจักษาส่งมา ย่อมไม่คณามืออีกฝ่ายเป็แน่
เชาวีทำสีหน้าเป็ห่วงแล้วเอ่ยขึ้น “เกาลัด คนอย่างเ้าอองทียากที่จะรู้ว่าเขามีแผนการอะไร ถ้าเกิดว่าเขาเป็เหมือนเผ่าพยัคฆ์ดำเล่า”
เชาวามองหน้าเขาแล้วพยักหน้าคล้ายเห็นด้วย ขณะที่เกาลัดกำลังจะเอ่ยตอบพลันก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมา หญิงสาวลืมไปว่าหมาดำที่นอนข้างๆตัวนี้เป็ปีศาจข้างกายเ้าเมืองโกนิล การที่นางจะกล่าวความลับอะไรออกมานั้น เื่ทุกอย่างย่อมไปถึงหูอองทีแน่นอน
ในระหว่างที่ทั้งสามคนพูดคุยกันอยู่นั้น เชาวากับเชาวีพลันรู้สึกถึงแรงกดประหลาดแผ่ลามมาจากด้านนอก เชาวีลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ไม้ที่ตนนั่งอยู่ พร้อมๆกับเชาวาที่ทำท่าทางตื่นกระหนกไม่ต่างกัน
เชาวาใช้เวทย์กระจกมองดูจากทางด้านในห้องก็พบว่า ด้านหน้าประตูทางเข้านั้นปรากฏชายปิดตาข้างเดียวและคนคุ้มกันอีกหนึ่งคน นางคงไม่ต้องคาดเดาอะไรมากนัก เพราะผู้ที่มาก็คือเ้าอองที..
เกาลัดเมื่อรู้ว่าอองทีโผล่มา หญิงสาวก็รู้แล้วว่าเพลิงดำจะต้องเป็สายบอกเส้นทางลับให้กับเขาเป็แน่ หากนางรู้ว่าเชาวากับเชาวีจะมายังหุบเขาค้าทาส นางก็จะได้รีบหลบหนีออกมาั้แ่เนิ่นๆ
อองทีกับเบียงตอถูกเชิญเข้ามานั่งด้านในห้อง โต๊ะกลมใหญ่และเก้าอี้ไม้เก่าสำหรับรับแขก เชาวีก็แบกหามออกมาจากห้องเก็บของด้านหลัง
เกาลัดขบริมฝีปากหลายครั้งจนแทบจะเป็แผล นางรู้สึกว่าเ้าอองทีผู้นี้.. เริ่มจะน่ารำคาญมากขึ้นทุกทีแล้ว
ครั้นทุกคนมานั่งพร้อมกันที่โต๊ะกลม สองพี่น้องฝาแฝดจึงแค่แนะนำตัวเองคร่าวๆ ทางด้านเชาวีเป็ผู้จัดเตรียมไหสุราและกับแกล้ม ส่วนเชาวาได้แต่นั่งเผชิญหน้ากับอองทีอย่างเงียบๆ
นางเห็นเขายกจอกสุราขึ้นดื่มหลายครั้ง พลางออกความเห็นเื่รสชาติอย่างสนุกปาก ซึ่งไม่ต่างจากเบียงตอผู้เป็ลูกน้อง เขาผู้นี้เป็คนพูดตรง คิดอย่างไรก็พูดเช่นนั้น
เชาวาส่ายหน้าไปมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย...
ทางด้านเกาลัด หญิงสาวไม่ได้มาร่วมโต๊ะด้วย แต่นางกลับหาที่เหมาะเพื่อนั่งหลบมุมห้องอยู่ใกล้ๆ ส่วนเพลิงดำก็นอนหมอบอยู่ข้างกายนางอย่างสงบเสงี่ยม
“พวกข้าเคยยั่วโทสะพวกเผ่าพยัคฆ์ดำที่ท่าเรือลำเพามาแล้ว พวกเขาคงไม่ยอมรามือแน่ถ้าไม่ได้ตัวเกาลัดไป ท่านคิดจะให้เผ่าจันทราเป็เกราะกำบังไปตลอดคงไม่ใช่กระมัง”เชาวานั่งกอดอกมองบุรุษตาเดียวที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางเคร่งขรึม
อีกฝ่ายเลิกคิ้วพลางตอบกลับ “หึๆ ข้าก็คิดไว้เช่นนั้น”
เชาวากระดิกเท้าไปมา ในใจคิดว่าเขาต้องมีแผนรับมือมากกว่านี้แน่
เชาวีที่นั่งอยู่ด้านข้างก็พลันขยับหัวไหล่เล็กน้อย ั้แ่เขานั่งอยู่ตรงนี้พลังเวทย์ในร่างเขาก็เหมือนจะผิดปกติไป
เมื่อเห็นว่าการสนทนาเริ่มเงียบ ชายหนุ่มกระแอมไอเบาๆคราหนึ่งก่อนออกความเห็นไปว่า “ท่านอองทีขอรับ ถึงต่อให้เราออกจากที่นี่ไปได้ เผ่าพยัคฆ์ดำคงต้องหาวิธีอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมาย มิสู้เราลองใช้เล่ห์เหลี่ยมตอบกลับไปบ้าง น่าจะดีนะขอรับ”
เบียงตอเมื่อได้ฟังแผนการของอีกฝ่าย เขาก็ยกจอกสุราชูขึ้นเพื่อแสดงความชื่นชมเชาวี เ้าหนุ่มเสียงเพราะผู้นี้กล่าวอย่างมีหลักการ และมีความเป็ไปได้สูงที่จะสำเร็จ บุคลิกท่าทางก็ช่างแตกต่างจากผู้เป็พี่สาวยิ่งนัก
อองทีมีสีหน้าคาดไม่ถึงเล็กน้อย ต่อให้แผนการนี้ไม่สำเร็จ แต่การทำให้เผ่าพยัคฆ์ดำหัวหมุนได้นั้น เขาย่อมเห็นดีเห็นงามไปด้วย
เื่ที่ทั้งสองคนยังไม่ได้เปิดเผยว่าเป็คนของใครนั้น อองทีน่าจะเดาออกว่า พวกเขาคงได้รับคำสั่งมาจากยายเฒ่าที่อยู่ในเมืองไพรนารัม
ยายเฒ่าผู้นั้นไม่อยากให้เกาลัดอยู่ใกล้เขา จึงยินยอมให้นางไปกับคนของเผ่าพยัคฆ์ดำเสียก่อน จากนั้นก็ส่งฝาแฝดสองคนนี้มาชิงตัวเกาลัดไป พวกเขาพาเกาลัดมุ่งลงดินแดนทางใต้เพื่อจุดประสงค์ใดนั้น อองทีอาจจะต้องใช้เวลาใกล้ชิดพวกเขาให้มากกว่านี้
เชาวากับเชาวีก็ตกลงร่วมมือกับอองที ในการหลอกล่อเผ่าพยัคฆ์ดำที่เข้ามายังหุบเขาค้าทาส โดยมีเผ่าจันทราเป็ทัพหน้าก่อกวนพวกนั้นไปก่อน
เมื่อกลุ่มอองทีออกมาจากห้องพักนั้นแล้ว ลอซูก็เข้ามาสมทบพอดี แล้วทั้งหมดจึงแยกตัวออกไปเพื่อตรงไปยังที่พักของตน
ส่วนเชาวากับเชาวี พวกเขาพาเกาลัดแอบหลบออกไปจากห้องพักในเส้นทางลับด้านหลัง จากนั้นทั้งสามคนกับหมาดำอีกหนึ่งตัว ก็ไปโผล่ยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็โรงชำแหละเนื้อสัตว์ที่อยู่ท้ายเมือง
เชาวีเคยสำรวจเส้นทางมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงคิดว่าทางออกก็ไม่น่าจะถูกพบเห็นได้ง่ายนัก ครั้นเมื่อพวกเขาพบเจออุโมงค์ลับอีกฝั่งหนึ่งของโรงชำแหละเนื้อสัตว์แล้ว ทั้งหมดเดินลอดผ่านเข้าไปในอุโมงค์จนไปปรากฏตัวยังป่าแห่งหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้ยังอยู่ในอาณาเขตของหุบเขาค้าทาส แต่เผ่าจันทรากลับบอกว่ามีต้นไม้ปริศนาต้นหนึ่งเป็ทางออกลับของที่นี่
เชาวาไม่ได้เชื่อใจพวกเขาเท่าใดนัก แต่ก็พยายามเดินหาต้นไม้ที่มีสัญลักษณ์อย่างที่พวกเขาบอก จนเวลาผ่านไปพักใหญ่ ปรากฏลมเย็นหอบหนึ่งเริ่มพัดโชยเข้ามา กลิ่นอายแปลกประหลาดหมุนวน เงาร่างหลายสายค่อยๆโผล่มาเบื้องหน้า
เผ่าพยัคฆ์ดำ.. อังเต!!
ผู้ที่ยืนเด่นอยู่นั้นสีหน้ามืดครึ้ม แววตาคล้ายมีความอ่อนล้าอยู่จางๆ รอยสักสีเข้มบนใบหน้าของเขาทำให้เชาวาเริ่มหวาดหวั่นอยู่ในใจ เกาลัดเมื่อรู้ว่าเป็พวกเขาก็รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของเชาวีอย่างตื่นใเช่นกัน
คนของเผ่าพยัคฆ์ดำที่ติดตามอังเตมา เป็ระดับผู้ใช้ไสยเวทย์ขั้นกลางจนถึงขั้นสูงหลายคน กลิ่นอายพวกเขาลึกล้ำแปลกประหลาด ไม่เหมือนกับผู้ใช้ไสยเวทย์ทั่วไป
อังเตเมื่อเห็นพวกเขาก็พลันฉีกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “ต่อให้ผู้ใดคิดจะยื่นมือมาตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว”
เชาวาคิดจะเอ่ยตอบโต้ทันทีแต่กลับใช้มือปิดปากกระแอมไอเล็กน้อย สายตาของนางเริ่มดุดันขึ้นมา “นี่พวกเ้ายังไม่เข็ดอีกหรือ เหอะ เผ่าพยัคฆ์ดำนี่ก็แปลกนัก ไร้ฝีมือแล้วยังมาทำอวดเก่งอีก” นางเอ่ยท้าทาย
“ข้าไม่มีวันไปกับท่านหรอกนะอังเต!” เกาลัดะโแทรกออกมาจากด้านหลังเชาวี อังเตดวงตาขึงขังขึ้นมาพลางกำหมัดแน่นอย่างไม่พอใจ
ระหว่างนั้นกลับมีเงาสูงของชายคนหนึ่งโผล่ออกมา เขาคล้ายเดินทะลุผ่านร่างกลุ่มผู้ใช้ไสยเวทย์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง จนเชาวากับเชาวีได้แต่มองหน้ากันอย่างสงสัย
ชายผู้นี้สวมชุดคลุมสีเทา บุคลิกไม่หนุ่มไม่แก่ ใบหน้าเรียวยาว ั์ตานิ่งสงบ กลิ่นอายไม่อาจบ่งบอกระดับไสยเวทย์ แต่อังเตกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างกริ่งเกรง แล้วโน้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพอีกฝ่าย โดยอังเตเรียกเขาว่าผู้พ้นแดน
ผู้มาใหม่กวาดสายตาไปข้างหน้าแล้วมาหยุดที่ร่างเกาลัด ไอพลังของอาวุธเวทย์อย่างเหรียญคุมิญญา สะท้อนออกมาจากร่างของหญิงสาวเป็ระยะ
อีกฝ่ายโค้งยิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนกล่าวขึ้นว่า “เด็กน้อย เ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่อยู่ในร่างเ้า ต่อไปมันก็จะค่อยๆกัดกินร่างกายและจิติญญาอย่างทรมาน เผ่าพยัคฆ์ดำย่อมช่วยเ้าได้แน่นอน ถ้าเ้าไม่วางใจ.. สหายกลุ่มนี้ของเ้าข้าก็จะอนุญาตให้พาไปด้วยได้”
ผู้พ้นแดนเหลือบมองหมาดำตัวเล็กที่ยืนกระดิกหางอยู่ใกล้ๆเกาลัด สายตาของเขาบ่งบอกว่า สามารถนำหมาน้อยตัวนี้ติดตามไปได้เช่นกัน
เกาลัดเริ่มสับสนขึ้นมา ต่อให้ตอนนี้นางมีเป้าหมายแล้วแต่ก็ไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่ แต่ถ้านางลองเสี่ยงไปเผ่าพยัคฆ์ดำก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกับนางบ้าง
เกาลัดมองมายังอังเต ชายหนุ่มพยักหน้าตอบเหมือนให้ความเชื่อมั่นกับหญิงสาว เขาเคยสัญญาว่าจะไม่ยอมให้นางเป็อะไรไป เกาลัดเองยังอยากรู้จากปากของเขาอีกครั้ง
อังเตราวกับรู้ว่านางยังกังวลใจ จึงกล่าวขึ้นว่า “ขอให้เชื่อใจข้าสักครั้ง ต่อให้พวกเรามีเป้าหมายในการสิ่งนั้น แต่ชีวิตเ้าก็สำคัญมากเช่นกัน”
“อย่าได้คิดเพ้อฝัน! ข้าจะไม่มีวันพาเกาลัดเข้าถ้ำเสือเหม็นเน่าของพวกเ้าแน่นอน” เชาวาพลันสวนกลับขึ้นทันใด ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดอยู่นั้น เสียงฝีเท้าคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาจากอีกฝั่งของป่า เงาบุรุษร่างสูงที่เผ่าพยัคฆ์ดำไม่คุ้นเคยก็ปรากฏ
ชายตาเดียวที่เดินนำหน้าออกมาผู้นั้น พลันเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดีขึ้นว่า “หึๆ ถ้ำเสือเหม็นเน่างั้นหรือ ช่างเหมาะกับพวกเขาอย่างยิ่ง..”
>โปรดติดตามตอนที่19<