“เงินแค่ยี่สิบหยวนทำให้คุณดีใจถึงขนาดกับยิ้มไม่หุบอย่างนั้นเลยเหรอ” ซ่งหย่วนถามเมื่อเห็นว่าภรรยาเอาแต่มองเงินในมือแล้วยิ้ม แต่เขาก็แอบยิ้มกับท่าทางเด็กน้อยของเธอ เมื่อก่อนตอนที่เขาเอาลูกอมมาแบ่งให้เธอ เธอก็จะถือมันไว้แล้วยิ้มอย่างนี้
“แค่ยี่สิบหยวนที่ไหนกัน ตั้งยี่สิบหยวนต่างหาก” จูเสี่ยวลี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ “คุณไม่รู้หรือไงว่าเงินจำนวนนี้นอกจากฉันจะแบ่งไปให้พ่อครึ่งหนึ่งแล้ว ฉันยังจะเอามันไปซื้อถุงเท้าให้ครอบครัวเราคนละสองคู่ หน้าหนาวนี้เราก็จะไม่ต้องมาทนเย็นเท้ากันแล้ว”
“ซื้อผ้าถูกๆ มาเย็บเองก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องซื้อถุงเท้าสำเร็จรูปเลย แบบนั้นมันสิ้นเปลืองมาก ถ้าแม่รู้แม่ต้องไม่เห็นด้วยแน่”
“เย็บถุงเท้าเองก็ประหยัดดีอยู่หรอก แต่มันจะไม่กระชับกับเท้าน่ะสิ ฉันเคยเห็นถุงเท้าสำเร็จรูปของเสิ่นต้าไห่นะ ถุงเท้าสำเร็จรูปทั้งยืดหยุ่นทั้งนิ่ม เวลาสวมไปกับรองเท้าก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด”
“ดูคุณจะสนใจข้าวของของเสิ่นต้าไห่ไปทุกอย่างเลยนะ” ซ่งหย่วนพูดอย่างไม่พอใจ
จูเสี่ยวลี่รู้ว่าตัวเองพลั้งปาก เธอรีบอธิบาย “ฉันไปทำงานให้เขาก็เลยเคยเห็นถุงเท้าสำเร็จรูปที่เขาใช้ ฉันก็เลยอยากให้ครอบครัวเราได้ใช้ของดีๆ แบบนั้นบ้าง แล้วฉันยังคิดว่าถ้าคุณได้ใส่ถุงเท้าแบบนั้นบ้างคงดีไม่น้อย คุณจะได้ไม่ต้องคอยดึงถุงเท้าอยู่ตลอดเวลาไง”
ซ่งหย่วนอมยิ้มแต่ก็ยังแสร้งทำหน้าบึ้ง “ยังดีที่ยังรู้จักคิดถึงสามีคนนี้อยู่”
จูเสี่ยวลี่มองหน้าสามีอย่างลังเลก่อนพูดเสียงเศร้า “คุณยังไม่เชื่อใจฉันอีกเหรอ ถ้าต่อไปฉันเผลอพูดถึงข้าวของในบ้านของเสิ่นต้าไห่ขึ้นมาอีก คุณก็จะไม่พอใจฉันอย่างนี้อีกใช่ไหม”
ซ่งหย่วนก้มมองภรรยา “คุณก็อย่าเอาแต่พูดถึงเขาสิ”
“แล้วจะใช้ฉันทำยังไงล่ะ ฉันไม่เคยออกไปเจอโลกกว้างที่ไหนนี่นา ปีหนึ่งฉันมีโอกาสเข้าเมืองไปซื้อของที่ร้านสหกรณ์แค่ไม่กี่ครั้ง เพราะฉะนั้นข้าวของแปลกใหม่ฉันก็เห็นมาจากของใช้ส่วนตัวของเสิ่นต้าไห่ทั้งนั้น” แม้ในความฝันจูเสี่ยวลี่จะเห็นว่าโลกในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปมากมาย แต่ในปัจจุบันเธอจะพูดถึงความฝันนั้นได้อย่างไร ถ้าหากว่าเธออยากซื้อของดีและทันสมัยให้สามีกับคนในครอบครัวใช้ เธอก็มีแต่ต้องยกเอาข้าวของของเสิ่นต้าไห่ขึ้นมาเป็ข้ออ้างเท่านั้น
ซ่งหย่วนมองภรรยาอย่างรู้สึกผิด “เอาไว้ผมเก็บฟืนไปขายแล้วเดี๋ยวผมจะพาคุณไปเดินเล่นในเมืองบ้างดีไหม”
“จริงเหรอ! คุณจะพาฉันเข้าไปเดินเล่นในเมืองจริงเหรอคะ”
“ผมไม่โกหกคุณหรอกน่า แค่คุณรอให้ผมเก็บเงินอีกสักพักเท่านั้น”
“รอได้ค่ะ ฉันรอได้” จูเสี่ยวลี่ยิ้มให้สามี
ซ่งหย่วนเห็นภรรยากลับมายิ้มได้ก็โล่งใจ “ไปเถอะ เราไปหาคุณอาจูกับคุณอาหญิงจูกัน เหตุการณ์เมื่อเช้าคงทำให้พวกเขาทุกข์ใจไม่น้อย เราต้องไปอธิบายความจริงให้พวกเขาฟัง”
“คุณว่าพ่อกับแม่จะเชื่อฉันไหม” จูเสี่ยวลี่กับมาเศร้าอีกครั้ง “ชาวบ้านต่างก็ลือกันว่าฉันกับเสิ่นต้าไห่แอบสวมเขาให้คุณ พ่อกับแม่เคยยื่นคำขาดกับฉันตั้งหลายครั้งว่าไม่ให้ฉันติดต่อกับเสิ่นต้าไห่อีก แต่ฉันอยากหาเงินให้ได้เยอะๆ นี่นา ถ้าฉันไม่ไปรับจ้างเสิ่นต้าไห่แล้วฉันจะหาเงินมาให้พ่อไปหาหมอได้ยังไง”
จูเสี่ยวลี่พูดถึงเหตุผลดั้งเดิมที่ทำให้เธอได้รู้จักกับเสิ่นต้าไห่ ตอนนั้นเธอเพิ่งแต่งงานกับซ่งหย่วนและเธอก็ทำหน้าที่ภรรยาและสะใภ้ได้ดีมาก แต่อาการป่วยของซ่งหย่วนกลับทรุดหนัก พ่อของเธอก็ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ แม่ต้องดูแลพ่อจนล้มป่วย จูจื่อหลินก็ถูกโรงเรียนทวงค่าลงทะเบียนที่ค้างชำระ หากไม่หาเงินไปจ่ายให้ทันตามกำหนด จูจื่อหลินก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบเพื่อจบชั้นประถม
จูเสี่ยวลี่เกรงใจแม่สามีที่แม่สามีเพิ่งจ่ายค่าสินสอดให้พ่อกับแม่ของเธอไป เธอจึงไม่กล้ารบกวนแม่สามีเพื่อขอยืมเงินกลับไปให้ที่บ้าน จังหวะนั้นเสิ่นต้าไห่ก็เข้ามาตีสนิทกับเธอ เขาหยิบยื่นเงินเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอและให้กำลังใจเธออย่างห่วงใย
จูเสี่ยวลี่ที่แบกรับภาระของครอบครัวมานาน เมื่อได้ยินคำพูดหวานหูของเสิ่นต้าไห่จึงทำเธอรู้สึกสบายใจ หัวใจของเธอก็เลยเอนเอียงไปทางเสิ่นต้าไห่อย่างช่วยไม่ได้ หลังจากนั้นพฤติกรรมของจูเสี่ยวลี่ที่มีต่อบ้านสามีก็เปลี่ยนไป แม้แต่คำพูดของพ่อกับแม่ เธอก็ไม่ยอมรับฟัง จนสุดท้ายพ่อกับแม่พูดถึงขั้นว่าจะตัดขาดกับเธอ
เมื่อคิดถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตนเอง จูเสี่ยวลี่ทั้งเศร้าและกลัว ถ้าวันนี้เธอไม่มีฝันบอกเหตุแล้วเธอยังยืนกรานว่าจะหย่ากับซ่งหย่วนให้ได้ วันหน้าเธอคงต้องถูกเสิ่นต้าไห่พาไปเป็หญิงขายบริการ จูเสี่ยวลี่เผลอร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ซ่งหย่วนเห็นว่าอยู่ดีๆ ภรรยาก็ร้องไห้ เขาลังเลอยู่สักพักก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือของเธอไว้อย่างให้กำลังใจ “ลี่ลี่ คุณอย่าคิดมากสิ คุณอาจูกับคุณอาหญิงจูรักคุณมาก ดังนั้นพวกเขาต้องเชื่อคุณแน่นอน แต่ถ้าพวกเขาไม่เชื่อ ผมจะพูดให้พวกเขายอมเชื่อเอง”
“คุณจะพูดยังไงให้พวกเขาเชื่อล่ะ” จูเสี่ยวลี่ยังไม่มั่นใจ
“ผมเป็ลูกเขยที่พวกเขาหามาเองเชียวนะ ถ้าพวกเขาไม่เชื่อผมแล้วพวกเขาจะเชื่อใคร”
จูเสี่ยวลี่ย่นจมูก “พวกเขาหาลูกเขยมาเองที่ไหน เป็แม่คุณต่างหากที่อยากได้ฉันไปเป็สะใภ้ พวกเขาแค่อยากได้เงินก็เลยยอมให้ฉันแต่งงานกับคุณ”
“แต่ถ้าผู้ชายที่ป่วยไม่ใช่ผมและคนที่ไปสู่ขอไม่ใช่แม่ของผม คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคุณอาจูกับคุณอาหญิงจูจะยอมรับสินสอดก้อนนั้นไปง่ายๆ” ซ่งหย่วนใช้นิ้วเกี่ยวผมขึ้นทัดหูให้ภรรยา “เพราะเป็ผมหรอกพวกเขาถึงยอม”
“เหตุผลของคุณจะเข้าข้างตัวเองเกินไปแล้ว” จูเสี่ยวลี่พูดทั้งน้ำตาคลอ เมื่อก่อนเธอคงตาบอดไปจริงๆ ที่คิดจะทิ้งสามีที่ห่วงใยแล้วหนีไปอยู่กับผู้ชายสารเลวอย่างเสิ่นต้าไห่ ‘อาหย่วน ฉันจะไม่เดินทางผิดเหมือนในความฝัน ฉันสัญญาว่าตลอดชีวิตนี้ฉันจะดีกับคุณและจะไม่ทรยศคุณ’
“ไปเถอะ ไปหาพ่อตากับแม่ยายกัน” ซ่งหย่วนยังไม่ปล่อยมือจากภรรยา
จูเสี่ยวลี่ก็ปล่อยให้เขาจับมือเธออยู่อย่างนั้น “เรียกพ่อตาแม่ยายได้คล่องปากเชียว ไม่ใช่คุณอาจูกับคุณอาหญิงจูแล้วเหรอ”
“อยู่ต่อหน้าพวกเขาผมก็ไม่กล้าเรียกแล้ว” ซ่งหย่วนหัวเราะ
“แกแน่ใจเหรอว่าพี่สาวของแกกับเสิ่นต้าไห่ไม่เป็เหมือนที่ชาวบ้านเขาลือกัน” พ่อจูถามลูกสาวคนเล็กเสียงเครียด
“จริงสิพ่อ หนูได้ยินเสิ่นต้าไห่พูดออกมาเองเลยนะ ถ้าพ่อไม่เชื่อพ่อไปถามพี่เจ๋อได้ เขาก็ได้ยินเหมือนกัน” จูจื่อหลินยกมือขึ้นทำท่าสาบาน “หรือพ่อจะให้หนูสาบานต่อหน้าฟ้าดินเลยก็ได้”
“แล้วแกได้ยินเสิ่นต้าไห่พูดว่าอะไรอีก” แม่จูถามลูกสาวคนเล็กอย่างร้อนใจ “ฉันอยากรู้ว่าอยู่ดีๆ ทำไมพี่สาวแกถึงไปรับจ้างคนอื่นเขาทำงานแทนที่จะเอาเวลาไปแบ่งเบาภาระแม่สามี”
จูจื่อหลินมองพ่อกับแม่อย่างลำบากใจ เธอรู้นิสัยพ่อกับแม่ดีว่าพ่อกับแม่รู้สึกผิดกับพี่สาวมาตลอดที่พวกเขายกพี่สาวให้แต่งงานกับพี่เขย ทั้งที่ตอนนั้นพี่เขยป่วยหนักจนแม้แต่หมอคนไหนก็บอกว่าให้ญาติทำใจ เธอกลัวว่าถ้าเธอบอกความจริงออกไปแล้วพ่อกับแม่จะยิ่งรู้สึกผิดกับพี่สาวมากกว่าเดิม
“ทำไม! มัวยืนเงียบอยู่ทำไม หรือว่าก่อนหน้านั้นแกแค่แต่งเื่เพราะไม่อยากให้ฉันตามไปจัดการกับพี่สาวของแก” แม่จูถามเสียงเข้ม “แกไม่ต้องมาปิดบังความผิดให้หล่อน ถ้าหล่อนทำผิด ฉันจะตามไปสั่งสอนหล่อนที่บ้านซ่งตอนนี้เลย”
“พ่อกับแม่ฟังแล้วก็อย่ารู้สึกผิดล่ะ” จูจื่อหลินกลัวว่าแม่ของเธอจะตามไปทำร้ายพี่สาวที่บ้านจริงๆ เธอถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “เสิ่นต้าไห่บอกว่าพี่เสี่ยวลี่ไปรับจ้างทำงานก็เพราะพี่อยากหาเงินให้พ่อเอาไปหาหมอ”
พ่อจูกับแม่จูได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปเพราะไม่คิดว่าลูกสาวคนโตจะทำเพื่อตัวเองขนาดนี้ ทั้งสองถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ
“ฉันรู้สึกผิดกับพี่สาวของแกมาตลอดที่ตอนนั้นตัดสินใจให้เธอแต่งงานกับเสี่ยวหย่วนเพื่อแลกกับเงินไม่กี่ร้อยหยวน แต่ไม่คิดว่านอกจากเธอจะไม่โกรธ เธอยังไปรับจ้างทำงานเพื่อหาเงินมาให้ฉันเอาไปหาหมออีก” พ่อจูพูดถึงตรงนี้ก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม
แม่จูก็มีสีหน้าทุกข์ใจไม่แพ้กัน “เสี่ยวหย่วนรู้เื่นี้หรือยัง เขาเข้าใจเหตุผลที่พี่สาวแกไปที่บ้านเสิ่นต้าไห่ทุกวันหรือยัง”
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะหนูกับพี่เจ๋อไม่ได้ยืนอยู่ที่นั่นนาน พอเราได้ยินประโยคนั้นเราก็รีบไปทำงานในนาเลย” จูจื่อหลินบอก
“คุณคะ หรือว่าที่ผ่านมาเราเข้าใจลูกผิดไปจริงๆ” แม่จูถามสามีอย่างกังวล “เราเอาแต่ดุด่าเธอหาว่าเธอไม่รู้จักรักษาหน้าตา พอมารู้ความจริงอย่างนี้แล้วฉันรู้สึกผิดกับลูกจริงๆ”
“ถ้าไม่เป็เพราะพ่อไร้ประโยชน์อย่างผม ลี่ลี่ก็คงไม่ต้องไปทำงานรับจ้างยุวชนเสิ่นคนนั้นจนทำให้เกิดข่าวลือเสียหายแบบนี้หรอก” พ่อจูไอออกมาอย่างหนัก “ต่อไปผมคงต้องเลิกสูบบุหรี่แล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นอาการไอของผมก็คงจะไม่หาย ลูกๆ รวมถึงคุณก็ต้องลำบากคอยหาเงินมารักษาผมอยู่อย่างนี้”
“พ่อจะเลิกสูบบุหรี่จริงเหรอ” จูจื่อหลินถามอย่างดีใจ “หนูบอกพ่อตั้งนานแล้วว่าสูบบุหรี่มากๆ มันไม่ดี แถมยังเปลืองเงินด้วย”
“ดีใจอะไรกันเหรอ เสียงจื่อหลินดังออกไปถึงข้างนอกเลย” จูเสี่ยวลี่เดินยิ้มเข้ามา เมื่อได้กำลังใจจากสามีเธอก็พร้อมที่จะสู้หน้าพ่อกับแม่แล้ว
“พี่เสี่ยวลี่ พี่มาพอดีเลย” จูจื่อหลินวิ่งไปหาพี่สาว “เมื่อกี้พ่อบอกว่าพ่อจะเลิกสูบบุหรี่ คราวนี้พ่อก็จะไม่ไอแล้ว”
“พ่อพูดจริงเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่หันไปมองบิดา
พ่อจูเห็นลูกสาวคนโตก็น้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าฉันไม่เลิกสูบบุหรี่แล้วปล่อยให้ตัวเองไออยู่อย่างนี้ก็ไม่พ้นแกต้องออกไปรับจ้างจนถูกชาวบ้านเอาเื่ของแกไปนินทาเสียๆ หายๆ น่ะสิ”
“ลี่ลี่ แม่รู้ความจริงทุกอย่างแล้ว แม่ขอโทษแกด้วยนะที่ทำให้แกต้องลำบากอย่างนี้” แม่จูเดินเข้าไปจับมือลูกสาว “ต่อไปแกไม่ต้องไปทำงานกับเสิ่นต้าไห่แล้วนะ หน้าที่หาเงินมารักษาพ่อของแก เดี๋ยวแม่จัดการเอง แกกับเสี่ยวหย่วนใช้ชีวิตด้วยกันให้ดีก็พอ”
“พ่อ แม่...” จูเสี่ยวลี่ไม่ได้ฟังคำพูดของคุณแม่มากนัก เธอนึกไปถึงความฝันที่เธอทำให้พ่อกับแม่ต้องอับอายที่เธอหอบเสื้อผ้าไปอยู่กินกับเสิ่นต้าไห่จนทำให้พวกเขาเลือกที่จะตัดขาดกับเธอ จูเสี่ยวลี่ร้องไห้อย่างหนัก “พ่อคะ แม่คะ ต่อไปหนูจะไม่ทำอะไรตามใจตัวเองอีกแล้ว หนูจะเป็ลูกที่ดีและจะไม่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังนะคะ”
“แม่เข้าใจแกแล้ว” แม่จูหันไปยิ้มให้ลูกเขย “เสี่ยวหย่วน ขอบใจที่เธอไม่เชื่อข่าวลือจนหย่ากับลี่ลี่ อาขอบใจเธอมากจริงๆ”
“อาหญิงพูดอะไรอย่างนั้นครับ ผมจะหย่ากับลี่ลี่ได้ยังไง ในเมื่อที่ผ่านมาลี่ลี่ดูแลผมอย่างดี” ซ่งหย่วนมองแม่ยายอย่างรู้สึกผิด “ถ้าผมเอาใจใส่และถามไถ่เธอให้มากกว่านี้ ลี่ลี่คงไม่ต้องลำบากหาเงินอยู่คนเดียวแบบนี้หรอกครับ ผมขอโทษนะครับอาหญิง”
“ลี่ลี่ มาหาพ่อที” พ่อจูเรียกลูกสาว
จูเสี่ยวลี่เดินไปแล้วนั่งลงต่อหน้าบิดา “พ่อคะ”
พ่อจูลูบผมลูกสาวอย่างเอ็นดู “ลำบากลูกแล้วนะเด็กดี”
“ไม่ลำบากเลยค่ะพ่อ อีกอย่างหนูเป็ลูกหนูก็ต้องดูแลพ่อกับแม่ให้ดีสิคะ แต่พ่อต้องสัญญากับหนูนะว่าพ่อจะทำตามคำแนะนำของหมอให้ดี อย่าแอบสูบบุหรี่แล้วก็อย่าดื่มเหล้าอีกได้ไหมคะ”
“ได้ พ่อสัญญา” พ่อจูรีบพยักหน้ารับ “ไม่ว่าจะเหล้าหรือบุหรี่พ่อจะเลิกมันให้หมด”
ครอบครัวจูปรับความเข้าใจกันได้ แต่ที่ครอบครัวไฉกับเกิดเื่วุ่นวายจนชาวบ้านไปมุงดูเื่สนุกกันเต็มหน้าบ้าน