“ไร้ประโยชน์! นี่ก็ล่วงเลยผ่านมาตั้งสามวันแล้ว ทำไมบุตรสาวข้ายังไม่ฟื้นขึ้นมาอีก!” เสียงตะโกนตวาดของหยางฮูหยินดังลั่น สายตาไม่พอใจมองตรงไปยังท่านหมอ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของบุตรสาว ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
“ฮูหยินโปรดไว้ชีวิตด้วย! ข้าเองก็พยายามรักษาบุตรสาวฮูหยินอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่บุตรสาวอูหยินกลับไม่ตอบสนองต่อยาที่ข้าจ่ายให้เลย” ท่านหมอกล่าวขึ้นพร้อมกับร่างที่ก้มขออภัย ประโยคพูดของท่านหมอ เมื่อหยางฮูหยินได้ฟังก็ทำให้ความโมโหปะทุขึ้นเพิ่มทวีคูณ
“นี่เจ้าจะกล่าวโทษบุตรสาวข้าหรือ! ลากตัวมันออกไปโบยให้หนัก โทษฐานที่มันรักษาบุตรสาวของข้าไม่ได้!” หยางฮูหยินตะโกนสั่งขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันแผดกร้าว สายตาโมโหมองไปยังท่านหมอราวกับจะเอาชีวิต ตัวท่านหมอเมื่อได้ยินดังนั้นก็ร้อนตัวกลัวตายเอาเฮือกใหญ่ สองมือวางลงแนบกับพื้น ร่างกายก้มโค้ง ปากร้องตะโกนขอให้หยางฮูหยินไว้ชีวิตซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด
ซูหนิงที่ได้ยินเสียงทะเลาะโหวกเหวกโวยวายจนดังลั่น เปลือกตาหนักจึงได้ลืมตาตื่นขึ้นอย่างสะลึมสะลือ สายตากวาดมองไปรอบๆเห็นสถานที่และคนแปลกหน้าเต็มไปหมด ในหัวของซูหนิงเต็มไปด้วยเหตุการณ์ความทรงจำของใครคนอื่น
ซูหนิงที่เห็นถึงภาพความทรงจำของหยางซูหนิงผู้เป็นเจ้าของร่าง ด้วยสติปัญญาของนางก็ทำให้ซูหนิงเข้าใจได้ในทันทีว่าตนกลับชาติมาเกิดใหม่อาศัยอยู่ในร่างของผู้อื่น ซูหนิงพลางกระตุกมุมปากยิ้มขึ้นอย่างดีใจ ในหัวฉุกคิดขึ้น
ซูหนิง?
‘ชื่อเหมือนกันกับข้าเสียด้วย สวรรค์ช่างเมตตาต่อข้าจริงๆ’ ซูหนิงคิดขึ้นอย่างพอใจ
ท่านหมอที่กำลังอ้อนวอนขอร้องให้หยางฮูหยินไว้ชีวิตอยู่นั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็ถึงกับต้องตกตะลึง สายตาของท่านหมอเบิกกว้างจนตาโต มือข้างหนึ่งพลันยกชี้ไปยังเบื้องหน้าราวกับเห็นผี หยางฮูหยินที่เห็นท่าทีที่แปลกไปของท่านหมอมีหรือจะรอช้า หยางฮูหยินรีบเลี้ยวตัวหันหลังกลับไปทันที
“หนิงเอ๋อร์!” หยางฮูหยินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ นางรีบพุ่งตรงโผเข้ากอดบุตรสาวแน่น อ้อมกอดที่อบอุ่นของแม่ที่มีต่อลูกทำให้ซูหนิงชวนหวนคิดถึงครอบครัวของตน น้ำตาของนางพลันไหลออกมาอย่างไม่ห้ามไม่อยู่
ป่านนี้พวกเขาจะเป็นเช่นไรบ้างนะ?
ทันทีที่ท่านหมอเห็นว่าหยางฮูหยินกำลังดีใจที่บุตรสาวฟื้นจึงรีบลุกขึ้นอย่างรีบร้อนก่อนจะย่องออกไปโดยเร็ว
หยางฮูหยินพลันคลายอ้อมกอดนั้นลง ก่อนจะจับตัวของบุตรสาวพลิกดูซ้ายขวา พร้อมกับเอ่ยปากถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“หนิงเอ๋อร์เจ้าเจ็บตรงไหนหรือ ใยจึงร้องไห้เล่า?” หยางฮูหยินถามขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เป็นห่วง
มือสองข้างที่อบอุ่นพลางจับลงบนใบหน้าที่ขวาผ่องของซูหนิงก่อนจะเช็ดน้ำตาออกให้อย่างทะนุถนอม ฝ่ามือที่อบอุ่นของมารดาทำให้ซูหนิงรู้สึกรักนางเหมือนแม่แท้ๆไปโดยปริยาย หรืออาจเป็นเพราะมีความทรงจำก่อนตายของคุณหนูหยางจึงทำให้ปฏิเสธไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนว่านางเป็นแม่ของตนจริงๆ
ซูหนิงเริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อหยุดอารมณ์ไม่ให้เศร้าหมอง มือยกขึ้นเช็ดน้ำตาซ้ำอีกครั้งก่อนจะตอบกลับมารดาด้วยรอยยิ้ม
“ข้าแค่คิดถึงท่าน”
หยางฮูหยินเมื่อได้ยินว่าบุตรสาวคิดถึงตนก็ขยับปากยิ้มกว้างด้วยความดีใจ สายตาเอ็นดูมองมาที่ซูหนิงอย่างเปล่งประกาย
โครก~ คราก~
เสียงท้องร้องของซูหนิงทำเอามารดาหลุดหัวเราะออกมา ซูหนิงที่ถูกมารดาหัวเราะเอาเช่นนั้นก็ทำเอาแก้มสองข้างแดงระเรื่อ พร้อมกับยิ้มอ่อนด้วยความเขินอาย
จู่ๆหยางฮูหยินก็ลุกขึ้นพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดู
“แม่จะไปทำอะไรให้เจ้าทานเสียหน่อย หลับมาตั้งสามวันสามคืนคงหิวแย่แล้ว...” สิ้นประโยคหยางฮูหยินนางก็เดินจากไป
ซูหนิงที่ตอนนี้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ในหัวจึงก็เริ่มครุ่นคิดเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้แน่ใจอีกครั้งอย่างเงียบๆ ดวงตาเริ่มปิดลง ในหัวเห็นถึงสาเหตุที่คุณหนูหยางต้องตกอยู่ในสภาพนิทรา
“หยางเล่อ...”
ซูหนิงพูดชื่อของคนผู้เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณหนูหยางเจ้าของร่างต้องเป็นเช่นนี้ ซูหนิงที่คิดว่าชีวิตนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างของคุณหนูหยางก็ควรจะทำสิ่งใดตอบแทนนางเสียบาง