บีบๆ
“กัปตันคะ สัญญาณจากรุ่นใหม่ของศัตรูค่ะ” ...จ.ท.เอมี่รายงาน
“ขึ้นจอเลย”
“ค่ะ”
วิ้งงง
ภาพไพลอตของหุ่นรุ่นใหม่ขึ้นจอในหอบังคับการยานซิกนัส
“ไง..จูลลี่ ...ชอบดัสเทลมาร์คทูว์ของผมมั้ย? ออ ไม่สิ จริงๆเ้านี่เป็ของเ้าเด็กใหม่ที่เคยมาระรานคุณวันก่อน” ... พ.ท.โลแกนขับดัสเทลมาร์คทูว์มา
“มาร์คทูว์? … นั่นสินะ สอยกองยานกับหุ่นของเราไปขาดนั้น ก็ต้องเป็คุณอยู่แล้ว โลแกน” ... พ.ต.จูลลี่ทำสีหน้าเคร่งขรึมใส่
“ดูคุณเปลี่ยนไปนะ มุ่งมั่นขึ้น”
“ฉันรู้ว่าคุณจะทำอะไร แต่มันจะไม่เป็อย่างที่คุณหวังหรอก ส่วนที่ช่วยเชลย ฉันเห็นแล้ว อยากช่วยก็เชิญตามสบาย แต่ฉันจะไม่อยู่เป็เป้าให้คุณมาถล่มอีกหรอกนะ”
“ฮ่ะๆ โดนทิ้งซะแล้วสินะ”
“นี่ๆ เ้าเด็กใหม่ที่ว่านี่ คือ...ไอ้คนที่ขับไอ้ตัวสีขาวน้ำเงินมือขวาใหญ่ๆเมื่อวันก่อนใช้มั้ย?” ... อิงฟ้าถามแทรกมาในระบบสื่อสาร
“ตัวขาวน้ำเงิน?... อ้อ ร.อ.โรดี้ ที่ขับ เอาโรส ออกมาน่ะเหรอ การโจมตีครั้งนั้นเป็การขัดคำสั่งโดยพละการการน่ะ ...เพราะเื่นั้นตอนนี้หมอนั่นเลยโดนขังอยู่” ... พ.ท.โลแกนตอบ
“เดี๋ยว....เสียงเด็กผู้หญิง? ... เธอ... ....” ... พ.ท.โลแกน สงสัย
“อิงฟ้า นากาอิ เธออายุ 15 ....” ...เคทตอบแทรกขึ้นมา
“15..? ....นี่เอาเด็กผู้หญิงมารบเหรอเนี่ย?! นี่มันานะ สหพันธมิตรถึงกับใช้เด็กเลยเรอะ?” ... พ.ท.โลแกน ถามกึ่งเสียดสี
“ไอ้ทีมที่จะมายึดหุ่นที่รถบรรทุกนี่คนของคุณใช่มั้ย? ถ้าใช่..เธอเข้ามาเก็บลูกน้องของคุณเพื่อช่วยฉัน และเธอขับหุ่นรบได้ฉันจึงยกสิทธิ์ในการเป็ไพลอตถาวรของเจมินีให้กับเธอ” ... เคทยิ้มตอบ
“จะบอกว่าที่ผ่านมาคนของเราโดนเด็กนี่ฆ่าทั้งนอกหุ่นและบนหุ่นงั้นเหรอ? ...นี่มันเื่บ้าที่สุดั้แ่ฉันเข้าโรงเรียนนายร้อยมาจนถึงยศพันโทเลยล่ะ” ... พ.ท.โลแกนเหงื่อตกและยิ้มมุมปาก
“ยังมีอีกนะ วาสเชอร์อีก 3ตัวที่จัดการลูกน้องพวกคุณครั้งแล้วครั้งเล่า พวกนั้นเป็นิสิตมหา’ลัย ที่อาสาช่วยฉันจากเหตุการณ์นั้นและขึ้นยานมาช่วยสู้ ...” ... เคท ยิ้มบอก
“นักศึกษาปริญญาตรี? ... นี่ยานนี้มีทหารจริงๆ กี่คนเนี่ย?” ... .พ.ท.โลแกนถาม
“นอกจากพวกเขา ที่เหลือก็ทหารจริงๆหมด ... พวกเราดิ้นรนกันมาได้ขนาดนี้... ก็เพราะพวกคุณเองนั่นแหล่ะที่บีบคั้นพวกเรา”... พ.ต.จูลลี่ทำหน้าจริงจัง
“อ่า....ลืมไป ยานซิกนัสนี้ แม้แต่กัปตันก็มาแบบไม่ได้ตั้งใจ พวกเราเองสินะที่สร้างพวกคุณขึ้นมา...” ...พ.ท.โลแกนรู้ตัวแล้วว่า แผนการนี้ของกองทัพตน ได้บ่มเพาะศัตรูที่ร้ายกาจขึ้นมา
โบราณถึงว่า ควรเหลือทางรอดให้ผู้อื่นบ้าง ... .. ดูท่าจะจริงอยู่บ้าง
“แต่ก็มาได้แค่นี้แหล่ะ บีมกันกระบอกนี้ผมยิงจากระยะนี้เข้าหอบังคับการยานพวกคุณได้” ...พ.ท.โลแกนขู่ด้วยบีมกัน และเอายานคลาส กีซ(Geeze) เป็ที่กำบัง
ยานกีซแม้จะโดนยิงจนป้อมปืนพังหมดและหอบังคับการโดนทำลาย กัปตันยานและเ้าหน้าที่บนหอตายแล้ว แต่ลูกเรือในยานยังคงมีชีวิต
“กรุณาหันปืนออกไปจากเราค่ะ พ.ท.โลแกนแพทริค .... อิงฟ้า...” ... พ.ต.จูลลี่สั่ง
“ค่ะ” ... อิงฟ้ารับคำ
[เฮ้ย!!รึว่า?! ... มิน่ายัยตัวแดงมันไม่อยู่ใกล้ยาน มันหายไปไหนไม่รู้มาได้พักหนึ่งแล้ว เราจะสื่อสารถ่วงเวลา กลับกลายเป็โดนถ่วงเวลาซะเอง] … พ.ท.โลแกนคิดได้ก็ช้าไปแล้ว
ฟริ้ววว!!!......ซ์.....!!
ลำแสงบีมขนาดใหญ่สว่างวาบขึ้นจากที่ไกลออกไปปลายทางลำแสงยิงไปยังกลุ่มกองยานที่มาเสริมกำลังให้โลแกน
ตูมๆๆๆ
ยานชั้น Seonmin (ซองมิน) และ ยานชั้น Ramal (รามาล)ที่เรียงแนวในระนาบใกล้เคียงกันโดนโจมตีะเิเสียหายหนักไป อย่างละ 2 ลำรวมเป็สี่ กัปตันยานแต่ละลำรีบสั่งอพยพคน
“ถ้ายิงมาที่เราอิงฟ้าจะยิงอีกนัดไปที่ยานของคุณ คงไม่ต้องบอกนะ กว่าคุณจะไปเธอจะแก้แค้นแทนพวกเราที่ตาย ซ้ำยานที่กำลังจะพังของพวกคุณที่เหลือ!!” ... พ.ต.จูลลี่รีบะโบอกโลแกนทันทีไม่รอให้โลแกนชิงลั่นไก
“ฮึ่ม!! ...จูลลี่...คุณ....” ... พ.ท.โลแกน ทำหน้าเจ็บใจ
“คุณเป็คนดีนะโลแกน ถ้าไม่มีาล่ะก็ แต่เพื่อหน้าที่คุณฆ่าคนรอบตัวฉันไปแล้วกี่คน ฉันเองที่ไม่ชอบทำร้ายใครถ้าจวนตัวก็ฆ่าเป็เหมือนกัน!!” ... พ.ต.จูลลี่กร้าวใส่
ลูกเรือพากันทึ่งในมาดใหม่ของกัปตัน
“เลือกเอา จะกลับไปช่วยคนของคุณ หรือยิงฉัน อย่างมากก็ตายกันไม่กี่คน แต่คนของคุณทั้งกองยานจะโดนสังหารโหดจากเกิร์ลไทป์เจมินีและกองยานที่ยังพอสู้ได้ของฐานทัพเจเรเน่” ... พ.ต.จูลลี่ยื่นข้อเสนอแกมบังคับ
“.....” ... พ.ท.โลแกนไม่ตอบคำปิดสัญญาณสื่อสารหน้าจอแล้วลดปืนลงเก็บเข้าที่หลังและบินพุ่งไปยังกองยานของตน พร้อมยิงพลุสัญญาณยอมแพ้จากตัวหุ่นและจากกองยานของตน
เพื่อพลุสัญญาณแตกตัว อิงฟ้าขับเจมินี่ บินกลับยานซิกนัสระหว่างกลับก็สวนกับ ดัสเทลMKII ของโลแกน
“โลกแกน แพทริค” ... อิงฟ้ากล่าวออกมา
“อิงฟ้า นากาอิ” ... พ.ท.โลแกนก็กล่าวออกมา
เฟี้ยวววว
ทั้งสองต่างมาถึงกองยานของฝั่งตน
ยานซิกนัสเสียดสีชั้นบรรยากาศแล้ว แม้จะไล่ศัตรูได้ จน พล.ต.แมตอยากจะสั่งให้เปลี่ยนแผนกลับเข้าฐานเจเรเน่ตามเดิม แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะซิกนัสเข้าสู้วิธีแรงดึงดูดของดาวแล้ว
ยานสั่นะเืจากการเข้าชั้นบรรยากาศ
“อิงฟ้าล่ะ?” ... แมกซ์ถามมาจากโรงเก็บหุ่น
“เธอกำลังมา!!” ... เคทตอบ
อิงฟ้าขับเจมินี่บินลงชั้นบรรยากาศมา เอาแขนของเจมินี่ยกมากันหน้า หลับตาหุ่นไว้ อิงฟ้าเพิ่งนึกได้ และดีที่นึกทัน เธอกดปลดด้ามดาบบีมซอร์ดทั้ง 2 เล่มบนไหล่ออก
ดาบ 2 เล่มร้อนจนะเิตูม ดีที่ปลดได้ทัน ความร้อนขึ้นสูง แรงสั่นทำเอาคอกพิทสั่น เก้าอี้คอลโซนถึงกับสั่นและโยกตัว แต่ไม่มีผลต่อความเสียหายใด ในคอกพิท
ภาพบนจอ 360 องศา ตอนนี้มีแต่ความร้อนสีแดงๆ เต็มไปหมด
“มองแทบไม่เห็นอะไรเลยตั้งค่าเซ็นเซอร์จำลองภาพห่างออกไปซิ” ... อิงฟ้าเซทค่า
เธอที่ขับหุ่นก้มหน้าลง เห็น้าของยานซิกนัส ที่เอาท้องยานลงฝ่าชั้นบรรยากาศดาว
กึกๆๆๆๆๆๆๆ
ครืน.น.น.น..น.นน.
ทุกอย่างสั่นะเืไปหมด
....
ฟู่.......
ระบบระบายความร้อนเปิดทำงาน
พ้นเขตชั้นบรรยากาศแล้ว
ยานเปิดตัวกั้นต่างๆออก กระจกบนหอบังคับการยานไม่มีส่วนกำบังกั้นแล้ว
“นั่น...เจมินี่ปลอดภัยครับอิงฟ้าตามมาแล้ว” ... จ.ท.เดฟรายงาน
“เจมินี่ตอบด้วย ปลอดภัยมั้ย?” ... จ.ท.เอมี่ถาม
“.......”
“เจมินี่ตอบด้วย ปลอดภัยมั้ย?” ... จ.ท.เอมี่ถามย้ำ
“อ๊า.....สบายดีค่ะ แต่เหงื่อท่วมเลย กลับเข้ายานนี่ขออาบน้ำก่อนเลย” ...อิงฟ้าที่ยังไม่ตอบเมื่อสักครู่เพราะถอดหมวกอยู่
ทุกคนยิ้มหันมามองหน้ากัน พวกไพลอตกับทีมช่างโห่ร้องดีใจกันถ้วยหน้า
“ฮ๊า.....สวยจัง!” ... จ.ท.เอมี่ ร้องดีใจออกมา
ทุกคนยิ้มออกมาได้ ลูกเรือพากันมาที่ริมทางเดินเพื่อหาช่องดูสภาพจากนอกยาน
ท้องฟ้า ป่าไม่ ูเาที่สวยงามกว่าโลกมากมายนัก
“หูยยยดูนั่นสิ มีับินด้วย!?” ... จ.อ.โลคัสชี้ให้ดู
“เหมือนนกั์มากกว่าอย่างกับสัตว์โลกแฟนตาซีเลย” ... จ.ท.โซอี้บอก
“เหมือนสัตว์ดึกดำบรรพ์ของโลกเรามากกว่า บ่งบอกว่านอกเมืองอันตรายจากสัตว์พวกนี้มีมาก”... จ.ท.เดฟทำเสียบรรยากาศ
“จริงๆจะเรียกอะไรก็เรียก คนที่นี่เองก็..ในแต่ละถิ่นก็ยังเรียกไม่เหมือนกันเลย ก็เหมือนที่บนโลกเองก็มีภาษาหลายภาษาล่ะนะ” ... เคทอธิบาย
“เอ๋...คุณเคทเป็คนดาวไพรส์เหรอคะ?” ... พ.จ.ต.โซอี้ถาม
“ก็...เกิดที่นี่ค่ะ พอเข้ามัธยมก็ย้ายไปเรียนที่โลก จากนั้นพอจบมหา’ลัย ก็ทำงานโดนย้ายไปทำสูญนั่น โรงงานนี่ จนได้มาคุมโปรเจค G•I•R•LType เนี่ยล่ะค่ะ” ... เคทตอบ
“ฐานทัพฮูซเซล... เราต้องไปที่นั่นสินะคะ .... ตั้งพิกัดที่ฐานทัพอากาศฮูซเซล” ...พ.ต.จูลลี่สั่ง
“ค่ะ” ... พ.จ.ต.โซอี้รับคำสั่ง
“กัปตันฟิตจริงๆ แฮะเพิ่งได้หายใจหายคอจากชั้นบรรยากาศมาแท้ๆ ลุยงานต่อเลยแฮะ” ... จ.อ.เดลยิ้มแซว
“นิดนึงจ้ะจ่าเดลถึงพวกโคราเชียยังบุกไม่ถึงโลก แต่ที่นี่พวกนั้นบุกถึงแล้ว ... เรายังไม่รู้เลยว่าฐานศัตรูบนดาวดวงนี้มีอยู่ที่ไหนบ้าง ...ขอให้แน่ใจก่อนว่าเราปลอดภัยกันจริง” ... พ.ต.จูลลี่ยิ้มตอบ
“อ้อใช่ ... สั่งเจมินี่เข้ายานก่อนสินะ” ... พ.ต.จูลลี่ เอามือป้องปากเพราะเพิ่งนึกได้
เจมินี่ยืนบนตัวยานแล้ว
แม้พลังของเวอเนียร์จะมีมาก แต่ไม่เสถียรนักในการบินในท้องฟ้าของดวงดาวที่มีแรมโน้มถ่วงใกล้เคียงกับโลก
ผมของหุ่นไหม้ไฟจริงๆแต่หน้ามีแค่รอยดำ และแดงบางส่วนเท่านั้น .... ..
“หนูเห็นทะเลด้วย ทะเลของจริง ... เราจะได้แวะทะเลกันมั้ยคะ?” ... อิงฟ้าพูดมาจากคอกพิทเจมินี
“ปลอดภัยนะอิงฟ้า”... พ.ต.จูลลี่ตอบกลับด้วยความดีใจ
“เข้ายานระวังด้วยล่ะ แลนดิ้งบนรันเวย์ยานบนท้องฟ้ากับในอวกาศนี่ต่างกันนะ” ... เอคิจิเตือนมา
“หนูรู้น่า...” ... อิงฟ้าทำเสียงบ่นเชิงล้อเล่น
“แหม่ฮ่ะๆ.. ก็แค่เตือน กลัวจะลืมตัว” ...เอคิจิย้ำเชิงหยอก
“คุณเคทครับ เวอเนียร์ของเจมินี่พอที่จะบนได้บ้างบนท้องฟ้ามั้ยครับ?” ... แมกซ์อดที่จะถามไม่ได้
“บินได้ในระดับหนึ่งเอ่อ ... ก็ไม่ไกลมากนักนะ .... เอาเป็ว่าระวังๆ หน้อยก็แล้วกัน ...อิงฟ้าใช้ทรัสต์ที่กระโปรงข้างกับกระโปรงหลังช่วยนะ” ... เคทตอบและแนะนำ
“เอ๋... แค่เลื่อนคันเร่งทรัสเตอร์กับเวอเนียร์พร้อทมคอลโทรลทิศทางสักเล็กน้อยก็น่าจะไปได้แล้ว ทำไมต้องเน้นที่ท่อ่กระโปรงด้วยครับ? ว่าแต่มันเร่งแบบเฉพาะจุดได้ด้วยเหรอ?” ... เอคิจิถาม
“พวกเธอเล่นซิมูเลเตอร์ในห้างกันมาตลอดก็ไม่แปลกไม่สิ ขนาดทหารยังใช้ระบบ OS (operatingsystems) เป็ออโต้เลย แต่อิงฟ้าปลดระบบออโต้กึ่งสำเร็จของระบบการเครื่องไหว ให้ใช้แมนวลมาตลอดเลยนะ” ... เคทอธิบาย
“เอ๋~~~~~~~~~!!!!” ... แมกซ์ เอคิจิและจิมมี่ร้องอุทานมาพร้อมกัน
“แล้ว.. มันต่างกันยังไง?” ... จ.อ.เดลทำท่างงๆ หันมาถาม จ.อ.โลคัส
“OS แบบกึ่งสำเร็จ ก็คือการใช้ฟังชั้นของหุ่นและอาวุธต่างๆ โดยเซทค่ามาแล้ว เช่น..เราเลื่อนสไลด์ฟังชั้นทัชสกรีนมากดเลือกใช้ดาบ ตัวหุ่นจะหยิบดาบจากที่เก็บ ที่ช่างหรือวิศวกรทำการเซทค่าให้ไว้ก่อนจะออกรบ อย่างพวกวาสเชอร์ เดิมทีไม่มีดาบบีมซอร์ดใช้ แต่เราเอามาติดให้ในโล่และเซทค่าให้หุ่นมันจำอาวุธตัวนี้ลงในระบบของมัน เมื่อกดใช้เมนูฟังชั่นนี้ วาสเชอร์ของทั้ง 3 คนก็จะเอามือข้างที่ไม่ได้จับโล่ล้วงหยิบด้ามดาบบีมซอร์ด และพอจะใช้พลังบีมของดาบ ก็กดปุ่มเร่งพลังดาบอีกที โดยจะเซทเซนเซอร์ไว้ไม่ให้ลำแสงบีมของดาบััต้องตัวหุ่นตนเอง” ...เคทอธิบาย
“หากเผลอทำคมดาบพลังบีมเข้าหัวตัวหุ่นหรือโดนส่วนต่างๆของหุ่นตัวเอง หุ่นจะล็อคการเคลื่อนไหวไม่ให้ขยับลึกกว่านั้น และดูเหมือนทีมช่างจะตั้งค่าให้พลังบีมดาบหดสั้นกรณีดาบบีมเฉียดต้องตัวหุ่น” ... แมกซ์เสริมให้พวกในห้องหอบังคับการฟัง
“ใช่ ... ดังนั้นเวลาบีนในอวกาศ แค่ดันคันเร่ง และเหยีบคันเร่งเสริม มันมันก็จะบีนไปให้ในทิศทางที่ไพลอตเลือกเลี้ยว” ... เคทเสริม
“เอ่อ...ถ้างั้น....แล้วของอิงฟ้า.....” ... จ.อ.โลคัสถาม
“เด็กคนนี้เลื่อนฟังชั่นแล้วกดโหมดเวอร์เนียร์ท่อไอพ่นต่างๆเองตามตัวหุ่นแล้วใช้คันเร่งสั่งการ การชักดาบที่ไหล่ของเจมินี่ไม่ได้ใช่โหมดกึ่งออโต้สำเร็จ แต่เธอบังคับแขนยกมือไปกุมดาบโดยมีเว็นเซอร์ช่วยให้ไม่คว้าผิดพลาด แต่ต้องบังคับหุ่นให้กำมือ ถอนดาบ แล้วเร่งพลังบีมจากตัวดาบ แน่นอนว่า อิงฟ้าเธอต้องระวังไม่ให้คนพลังงานความร้อนของบีมโดนต้องตัวหุ่นตัวเอง การขับแบบนี้ไพลอตจะเหนื่อยและรับภาระสูงมาก แต่จะทำให้ขุ่นขยับได้อิสระมากขึ้น ใช้ท่าพลิกแพลงได้มากขึ้นนอกเหนือจากที่เซทไว้”... เคทอธิบายให้ฟัง
ทุกคนอึ้งกันหมด
แต่ทีมช่างทุกคนรู้เื่นี้
“นอกจากหนูอิงฟ้า ก็ผู้กองคิดแมนที่ขับแบบแมนวล” ... พ.จ.อ.นิยมเสริมมาจากโรงเก็บหุ่น
“ผู้กองน่ะไม่แปลกใจ แต่อิงฟ้ายังเด็กอยู่เลยนะครับช่างใหญ่” ... จิมมี่บ่นกับช่างใหญ่
“ก็... น่าจะอัจฉริยะ ... ล่ะมั้ง” ... พ.จ.อ.นิยมเอานิ้วชี้เกาหัวแล้วตอบ
ทุกคนหันมาดูการแลนดิ้งเข้ายานของอิงฟ้ากันทันที
“ไหวมั้ย? .... ไม่เคยทำในชั้นบรรยากาศท้องฟ้าของดาวสินะ” ...เคทถาม
“ได้อยู่ค่ะ ซิมูเลเตอร์มันก็มีบางฉากในเกมให้เราแลนดิ้งแบบนี้” ... อิงฟ้าตอบ
ดังนั้นนี่คือการทำครั้งแรก และเป็การแลนดิ้งจริงๆ ไม่ใช่การฝึก
เจมินี่หันหลังกลับตัวหันหน้าเข้าหาหอบังคับการ โดดออกข้างยาน จากนั้นใช้เวอร์เนียร์ที่หลังร่อนตัวไปข้างหน้าของหุ่น และใช้เวอเนียร์ที่กระโปรงหน้ากับหลัง และที่ขาส่วนน่องเพื่อดันตัวพยุงไว้
ทุกคนรอลุ้น
อิงฟ้าร่อนบินมาที่รันเวย์ของเกตด้านข้างของยาน
เกตเปิดรอไว้แล้ว อิงฟ้าบินร่อนเลียดพื้รันเวย์โดนไม่ยอมไถลากกับพื้น แต่พยามไม่บินจนลอยจากระดับนี้ เมื่อร่อนเข้าเกตมาได้ก็แอ่นเอวหุ่น หงายกระโปรงแอ่นตามาจากนั้นใช้ทรัสต์ส่วนกระโปรง ตรงหัวเข็มขัด และหน้าอกส่วนนมของหุ่นเปิดมาเป็ทรัสต์เสริม พวกมันทำงานร่วมกันแทนเบรกให้หุ่นไม่เข้าชนกำแพงห้องโรงเก็บ
ตาข่ายรองรับหุ่น รั้งพยุงหุ่นไว้ไม่ให้ชน
“โอเค เรียบร้อย งานดีมากนังหนู” ... พ.จ.อ.นิยมะโโบกมือ
“ดูเหมือนจะเรียบร้อยนะ”... พ.ต.จูลลี่มองภาพในห้องโรงเก็บ
“ค่ะ เด็กมหัศจรรย์จริงๆ” ... เคทยิ้มตอบ
......
ตัวแท่นล็อคหลังและเท้าของหุ่น ล็อคเจมินี่เสร็จ เลื่อนเข้าเทียบระเบียงสะพานของเ้าหน้าที่ บรรดาช่างรีบเข้ามาที่หุ่น พ่นสารทำความเย็น คลายความร้อนให้เกราะของเจมินีและตัวเครื่อง
ฟู่ว์ ~~~~~~~~~
“เรียบร้อย”... ช่างให้สัญญาณ
“โอเคค่ะ หนูจะเปิดคอกพิทแล้วนะ” ... อิงฟ้าเปิดประตูห้องคอกพิทบนหัว กดปุ่ม เบาะที่นั่งคอลโซลเลื่อนขึ้นโผล่พ้นประตูมาครึ่งเบาะ
อิงฟ้าปลดเข็มขัดเบลท์นิรภัยออก แล้วเดินเกาะสลิงแบกดปุ่ม...กดเลื่อนตัวตัวลงมา
เธอไม่ลืมว่าตอนนี้อยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วง ขืนถีบตัวออกมาแบบในตอนอยุ่บยอวกาศ มีหวังตกลงมาไม่ขาก็คอที่หัก
“คอกพิทใหม่แบบนี้เดิมไม่ใช้สายเบลท์แล้ว แต่จะมีแอร์แบคทำงานแทนทุกครั้งที่กระแทก ทำไมไม่ใช้ล่ะ?” ... เคทถามพร้อมเดินออกมาหา
“หนูว่าแอร์แบคมันทำให้เราเสียจังหวะในการขับค่ะมันอัดเราจนหน้าหงาย หนุเคยทดสอบดูแล้ว่ที่เซทกับช่าง ขอเป็สายเบลท์ดีกว่า” ... ฟ้ายิ้มตอบ
“โอ๊ยยยย เหนื่อยๆ อยากได้อากาศแบบจริงๆ จังจะสูดให้ท่วมปอดเลย” .... อิงฟ่บ่นเสียงดัง แต่ไม่ได้โอดครวญในทางลบ
ทุกคนพากันยิ้มหัวเราะเบาๆ
“ดีมากสุดยอดมาก... ยัยหนู” ... ร.อ.บนชูเดนโซซัดโซเซออกมา ในมือถือซองเกลือแร่มีหลอดดูด
“ดีขึ้นแล้วเหรอคะ? คุณบนชู” ...อิงฟ้าวิ่งมาดู
“เอ้อ...ดีขึ้นแล้ว.....”... ร.อ.บนชูพยักหน้า
จากนั้นมองทุกคน
“ทุกคนทำได้ดีมาก”... ร.อ.บนชูยิ้ม
ทุกคนหันมามองแล้วหันไปมองหน้ากันเองแล้วยิ้ม
“พวกนาย3 คนก็ทำได้ดีมาก” ... ร.อ.บนชูชูนิ้วโป้งให้ไพลอตทั้ง 3
“ขอบใจมากนะ”... ร.อ.บนชูยิ้มมาทางเอคิจิ
“ค...ค..ครับ...”... เอคิจิยิ้มเขิน
“และทำได้ยอดเยี่ยมสุดๆก็....” ... ร.อ.บนชูชี้นิ้วหันไปทางกล้อง
“คุณนั่นเองกัปตัน เจ๋งกว่าพวกกัปตันยานอีกหลายๆคนที่ฉันเคยเจอมาอีก เป็กัปตันเ้าเป็ฟ้านี่จริงๆ แล้วนะ” ... ร.อ.บนชูชูนิ้วให้กล้อง
พ.ต.จูลลี่ดูจากหอบังคับการ ก็ยิ้มออกมา
“ขอบคุณนะคะ... ผู้กอง..ขอบคุณทุกคน ที่เชื่อใจฉัน”... พ.ต.จูลลี่ยิ้ม
“ในขณะที่ทุกคนเจอวิกฤติ ฉันกลับไม่ได้ออกมาช่วย ขอโทษนะ” ... ร.อ.บนชูขอโทษทุกคน
“พูดอะไรอย่างนั้นครับ คุณบนชู ... ไม่ได้คุณวางแผนพวกเราตายหมดยานไปแล้ว” ... เอคิจิรีบพูดให้กำลังใจ
“ฮ่ะๆขอบใจ ตาแว่น” ... ร.อ.บนชูยิ้มแบบเหนื่อยๆ
“พูดอะไรแบบนั้นครับ... ก็คุณผู้กองเองก็เผชิญวิกฤตอยู่เหมือนกันนี่ครับ ไม่สิ เผลอๆ จะวิกฤตกว่าอีก”... จิมมี่แทรกขึ้นมา
ทุกคนพากันหัวเราะ
“เดี๋ยวเถอะไอ้อ้วน!!” ... ร.อ.บนชูไม่มีแรงไล่อัดใครทั้งนั้น