ตอนที่ 14 งานวิจัยกับผลได้เสีย
...
...
...”พลังสายเนตร!!...ชัดเลย..”
ฉันก็คิดอยู่แล้วเชียวว่าไอ้สายตาเ็าไม่สนโลกแบบนี้มันดูคุ้นๆเหมือนว่าฉันเคยเห็นอยู่บ่อย ๆ ความจริงก็คือสายตาแบบนั้นมันเป็สายตาแบบเดียวกับฉันนั่นเอง
ถ้าฉันเดาไม่ผิดพี่แกคงไม่ต่างจากฉันเท่าใดนักในอดีต..อย่างที่ฉันบอกไปไอ้ลักษณะท่าทางที่ดูราวกับดูถูกคนอื่นอยู่ตลอดเวลาแบบนี้มันจะหาเพื่อนได้ยังไงสรุปคือ..ฉันคิดว่าพี่แกหาเพื่อนไม่ได้ และก็เป็เช่นเดียวกับฉัน..เป็พวก loser(ในอดีต)
แต่ถ้าหากดูจากตอนนี้พี่แกอาจจะไม่สามารถถูกเรียกว่า loser ได้อีกต่อไป ผู้คนมากมายที่ยอมรับมีสาวสวยปานนางฟ้า หน้าที่การงานดี มีฐานะคอยตามจีบ นั่นห่างจากคำนิยามของ loser อยู่มากโข
เมื่อคิดถึงความสามารถที่พี่แกแสดงให้เห็น..ฉันเองก็เริ่มเข้าใจนิดๆถึงที่มาของมัน ก็ถ้าเทียบกับฉันที่ถูกดูถูกจนสามารถเรียกได้ว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการโดนดูถูกและสามารถแยกแยะได้อย่างง่ายดายว่าพี่แก..แม้จะมีลักษณะท่าทางดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้ดูถูกฉัน..หรือถ้าจะให้ชัดเจนกว่านั้น ความสามารถของฉันที่บอกได้ว่าใครจริงใจ ใครเสแสร้ง..นั่นก็มาจากผู้คนที่มักจะเสแสร้งต่อหน้าคนอื่นและแสดงสันดานแท้จริงของตนเองต่อหน้าฉัน..มันเป็ความสามารถที่แลกมาพร้อมกับความขมขื่น...เป็ความสามารถที่ได้มาเพราะประสบการณ์..
ฉัน.....คิดไม่ออกจริงๆว่าพี่แกเจอเื่แบบไหนมาจนทำให้พี่แกแทบจะสามารถรู้ความคิดของผู้คน….
“เราคิดว่าถ้ามีคนที่อ่านใจคนออกจริงๆเขาจะเป็คนแบบไหน??” พี่ลายเมฆหันมาพูดกับฉันด้วยรอยยิ้มลักษณะเดิมและสายตาจิ้งจอก
“เป็คนแบบไหน...งั้นเหรอคะ??”
ฉันทวนคำถามที่พี่แกถามฉันอีกครั้งในระหว่างนั้นเองพี่แกหยิบสมุดและดินสอออกมาจากกระเป๋าเป้ที่วางอยู่ด้านข้างและเริ่มขีดเขียนบางอย่าง
ระบบการคิดที่ทรงพลังของloser เริ่มทำงานทันที หากฉันจะตอบคำถามแบบนี้ก็ควรจะเริ่มจากที่ว่าฉันเป็คนที่สามารถอ่านใจคนออก ฉันคิดไปถึงการเข้าหาคนอื่นมันคงไม่ยากเกินไปเพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่าผู้คน้าอะไรเมื่อเราให้สิ่งที่เขา้ามันคงจะทำให้พวกเขายอมรับเราได้ง่ายขึ้น
และเมื่อเราจีบใครหรือเมื่อมีแฟนมันคงจะดีกว่าที่เรารู้ความในใจของอีกฝ่ายเราจะได้ทราบว่าเราควรทุ่มเทให้กับคนคนนี้หรือไม่ หรือเขาแค่มาหลอกเราและในกรณีที่เรามีแฟนเมื่อแฟนเรางอนเราก็สามารถรู้ได้อย่างง่ายดายว่าเขาหรือเธองอนเื่ใดกันแน่เมื่อทราบที่มาเราก็จะสามารถแก้ไขมันได้ง่ายขึ้น
สรุปในความคิดของฉันหากมีความสามารถแบบนี้มันก็คงจะดีไม่น้อยไม่แน่...ที่พี่แกก้าวออกจากขุมนรกของ loser ได้ ก็อาจจะเป็เพราะว่าพี่แกมีความสามารถใกล้เคียงกับการอ่านใจคนนั่นเอง
‘ถ้าฉันทนมันอีกสักสองสามปีฉันจะได้ความสามารถที่ทรงพลังแบบนี้รึเปล่า?’ฉันคิดทบทวนอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะถ้าฉันเกิดได้ทักษะระดับสูงนี่มา บางทีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอะไรนั่นของเติมก็แทบจะไม่จำเป็เลย
“ฉันคิดว่ามันคงจะดีมากแน่ๆเลยค่ะมันทำให้หลายเื่ที่เคยมีปัญหาง่ายขึ้นเยอะ และคนที่สามารถอ่านใจคนได้ก็ควรจะประสบความสำเร็จมากมายในทุกๆด้าน”
ฉันตอบแนวความคิดของฉันกลับไปและพี่ลายเมฆก็ยังคงขีดๆเขียนๆ ที่กระดาษอยู่ จากลักษณะเหมือนพี่แกกำลัง..วาดรูป?รูปผู้หญิง?
“นั่นเราคิดถึงเฉพาะด้านดีของมันไม่ว่าอะไรมันก็มีสองด้าน...ลองคิดถึงด้านแย่ๆบ้างสิ..” พี่ลายเมฆบอกฉันในขณะที่แกก็ยังคงจดจ่ออยู่กับหน้ากระดาษที่พี่แกวาดภาพอยู่
ฉันกลับมาคิดอีกครั้ง คราวนี้ฉันคิดเฉพาะข้อเสียของมันเมื่อฉันเริ่มต้นคิดถึงข้อเสีย สถานการณ์เมื่อฉันเจอกับพี่ลายเมฆครั้งแรกก็ลอยเข้ามาในหัวนายแว่นพูดกับพี่แกแบบตรงๆจนฉันแทบสะดุ้ง.. มันเป็การดีที่จะไม่ปิดบังคนที่รู้ถึงความคิดจริงๆของเราอยู่แล้ว...และกรณีนี้นายแว่นทราบอยู่แล้วว่าพี่ลายเมฆจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่แต่ถ้าอยู่ในกรณีปกติล่ะ..แบบฉันที่ไม่รู้เลยว่าพี่แกรู้เื่ที่เราคิด...หากฉันเป็คงพูดก่อนฉันคงไม่บอกเื่ที่เรานินทาพี่เขาไปตรงๆและฉันจะดูเป็คนแบบไหนกัน
เอาล่ะ..หากคิดในมุมมองของบุคลที่สามยังไงเราก็คงจะไม่ได้ข้อสรุปที่ดีพอ...บางทีฉันอาจจะได้บทสรุปที่ผิดๆอีกครั้งฉันต้องเริ่มคิดว่าฉันเป็คนที่สามารถอ่านใจคนได้ (ทุกท่านจะลองคิดตามก็ได้นะ) เมื่อฉันเจอกับคนบางคนที่ไม่ชอบฉันเขาอาจะคอยด่าเราอยู่ในใจตลอดเวลาและหากในสถานการณ์เดียวกัน มีคนคนหนึ่งที่เพิ่งจะเจอฉันครั้งแรกและคนคนนั้นรู้สึกว่าฉันเป็คนที่นิสัยไม่ดีจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่เขาก็ยังทำหน้าตายิ้มแย้มราวกับว่าเขา้าเป็เพื่อนที่ดีกับเรา...ในใจของฉันฉันคงรู้สึกไม่ชอบคนๆ นั้น อยู่นิดๆ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจมุมมองของเขา แต่จากเงื่อนไขของคนดีที่คนปกติพูดถึงคือไม่ตัดสินผู้คนจากรูปลักษณ์ภายนอก และไม่ตัดสินหนังสือจากปกการที่เขาตัดสินใจที่จะมีอคติต่อฉันทั้งๆที่ไม่รู้จักฉันจริงๆ นั่นคงทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก
และหากคิดในกรณีว่าเราจะหาแฟนหรือจริงจังกว่านั้น..หาคู่ชีวิตสักคน..ในกรณีที่ฉัน(ซึ่งสมมติว่าเป็พี่ลายเมฆ)ตามจีบสาวสักคนด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ผู้หญิงพวกนั้นจะเริ่มรังเกียจและมีอคติั้แ่ที่เจอสิ่งสำคัญของอคติคือ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรให้ดูดีเพียงใด ความอคติจะทำให้เขามองเห็นมันเป็สิ่งที่ตรงกันข้ามเช่นคุณอาจจะหวังดีช่วยเขาจากการถูกรถชนและพุ่งเข้าไปโอบเธอจนในที่สุดเธอและฉันก็ปลอดภัยทั้งคู่(ซีนพระเอกเลยนะ..อิอิ)แต่เขากลับมองว่าคุณ้าที่จะหาโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเขาแทนความอคติแบบบัดซบนี่จะทำให้ฉันท้อใจ
เมื่อเริ่มคิดย้อนกลับไปถึงคำถามอีกครั้งว่าถ้าหากมีคนที่สามารถอ่านใจคนได้จริงๆเขาหรือเธอจะเป็คนแบบไหน ฉันคงจะใช้มุมมองของพี่ลายเมฆหรือฉันหรือพวกหน้าเหียกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ถ้ากรณีที่คนอย่างเติมหรือพี่หมอกานเป็คนที่สามารถอ่านใจคนได้ล่ะ
คิดในมุมมองของเติมฉันเป็หนุ่มหล่อหน้าตาดี มีฐานะ หากพูดถึงข้อดีของการอ่านใจคนได้มันก็ชัดเจนอยู่แล้วแต่ถ้าหากพูดถึงข้อเสียล่ะ...
ฉันเป็หนุ่มหล่อและถูกเหล่าสาวๆตอมชนิดที่ว่าจ้องจะจับกิน ไม่ว่าสาวเล็กสาวใหญ่ก็จ้องฉันตาเป็มันหากสาวใหญ่บางคนที่มีฐานะดีและ้าฉันพวกเขาจะทำยังไง ในมุมมองของฉัน? ทำไมเป็คนแก่ถึงไม่เจียมตัวซะบ้างทำตัวให้น่าเคารพหน่อยได้ไหม..
ในมุมมองของเพื่อนเมื่อฉันโดดเด่นกว่าพวกเขาจะอิจฉาและมีน้อยคนนักที่จะจริงใจก็คงต้องเป็พวกซื่อๆแบบนายแว่นนี่แหละที่พอจะคบกับฉันได้...และในกรณีที่เพื่อนเราหรือคนที่เรารู้จักมีแฟน มันรู้สึกแย่จริงๆที่แฟนเพื่อนมองเราด้วยสายตาแบบนั้น
ในกรณีที่เพื่อนเราเป็ผู้ชาย (แฟนเพื่อนเป็ผู้หญิง)เธอจะมองเราด้วยสายตาหยดย้อยแม้เธอจะไม่ได้หวังหรือคิดว่าจะเลิกกับแฟนและมาคบกับฉันจริงๆ แต่เพียงคิดเล่นๆนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่พอและเหตุผลที่ทำให้พวกเขาแค่คิดเล่นๆ ก็เพราะพวกเขารู้ว่ามันไม่สามารถเป็จริงได้และถ้าพวกเขามองว่ามันสามารถเป็จริงได้ล่ะ?
ในกรณีที่เพื่อนเราเป็ผู้หญิง แฟนหนุ่มของเธอจะจ้องฉันอย่างไม่วางตาราวกับว่าทุกกิริยาท่าทางที่แฟนสาวของเขา(เพื่อนของฉัน)ทำดูมีเลศนัยที่ลึกซึ้งเกินไป เกินกว่าคำว่าเพื่อนและอยู่ดีๆ ฉันก็มีศัตรูเพิ่มอีกหนึ่งคนนี่เป็เพียงข้อเสียส่วนหนึ่งเท่านั้น
มาคิดดูว่าหากฉันเป็สาวสวยเพอร์เฟคเช่นหมอกานเมื่อฉันสามารถอ่านใจคนได้ สิ่งที่แย่ที่สุดคือฉันรู้ความคิดโสโครกของผู้ชายทุกคนบางทีมันจะทำให้ฉันเกลียดผู้ชายไปเลยก็ได้บวกกับการอิจฉาของคนอื่นที่เสแสร้งเข้าหาเรา มันอาจจะทำให้ฉันเกลียดผู้คนทุกคนไปเลย
ในกรณีที่เป็คนทั่วไปไม่สวยหล่อ เราต้องยอมรับว่าผู้คนทุกคนนั้นซ่อนสิ่งที่ดำมืดไว้และเปิดเผยเพียงบางส่วนที่ดีของตนออกมาหากมีคนที่อ่านใจคนได้อยู่จริง....คนคนนั้น คงจะเป็คนที่รังเกียจโลกนี้สุดๆเลยล่ะมั้ง..นะ
“เขาควรจะเป็คนที่อยู่บนโลกนี้ได้ลำบาก..ฉันหมายถึง..เขาจะเข้ากับสังคมไม่ได้..”และฉันก็ตอบของฉันไปพร้อมกับยืนยันว่าเป็คำตอบสุดท้าย(เก่าไปมั้ยมีใครทันมุขนี้ป่ะ)และรอลุ้นผลเฉลย
“และคนแบบนั้นส่วนใหญ่ก็เป็พวกฆาตกร หรืออาชญากรตัวเบิ้ม...ไม่ว่าจะอะไรอย่ามองมุมเดียวเมื่อมีคนสองคนทะเลาะกัน หากอยากเข้าใจพวกเขาให้มองในมุมของแต่ละฝ่ายหากอยากแก้ปัญหาให้เอาตัวเองออกมาเป็บุคลที่สามแล้วจะเห็นปัญหาได้ชัดเจนที่สุด..”พี่ลายเมฆเสริมพร้อมกับยื่นกระดาษที่เป็รูปวาดเหมือนจริงของผู้หญิงคนหนึ่งมาให้ฉัน
ฉันจ้องมองรูปนั้นอยู่สักพักแล้วก็ยังสงสัยว่ารูปนี้มันมีความหมายอะไรและฉันอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาตี่ๆ เพื่ออ้อนวอนขอคำตอบ
“นั่นคือรูปของเธอถ้าเกิดว่าเธอสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงๆมันค่อนข้างดูดีใช่มั้ย... จริงๆมันต้องถมดำอีกนิดแต่ฉันี้เี.. นี่คือสิ่งที่เธอจะได้เมื่อเธอสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองสำเร็จคราวนี้ก็ลองกลับไปคิดดูว่าเธอจะเสียอะไร..บางที..”พี่ลายเมฆเหมือนจะพูดบางอย่างแต่ก็หยุดไป
ฉันหันหน้ากับมามองรูปหญิงสาวที่พี่ลายเมฆวาดอีกครั้งแน่นอนว่าเค้าโครงลักษณะมีบางส่วนที่คล้ายกับฉัน ตาโตขึ้นอาจจะเนื่องมาจากแก้มที่ตอบลงบวกกับแว่นสายตาที่หนาซึ่งทำหน้าที่เหมือนแว่นขยายทำให้มองดูเหมือนว่าฉันตาโตสีผิวโทนเข้มๆ นิดหน่อยแบบคนอีสาน ริมฝีปากอวบอิ่ม รวมๆแล้วก็ต้องบอกว่าค่อนข้าง..ดูดีมากๆเลยทีเดียว
ฉันกลับมาคิดอีกครั้งเกี่ยวกับสิ่งที่พี่แกพูดฉันเสียอะไรเมื่อฉันได้สิ่งนี้มา...ที่แน่ๆฉันจะสูญเสียท่าไม้ตายของฉัน..ฉันควรศึกษาพลังสายเนตรจากพี่แกแทนดีมั้ยนะ??