ศาสตราที่กำลังต่อแถวร่วมกับหมู่คนจำนวนมากซึ่งผู้คนรอบตัวเขานั้นรูปลักษ์ต่างกันไปและต่างเผ่าพันธ์ ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสารบางอย่างเอาไว้ศาสตรามองสำรวจรอบๆตัวอย่างสนใจ มีอยู่หลายเผ่าพันธ์ที่เขารู้จักเป็อย่างดีอน่างเช่นคนจากดาวนูเด็นมีมีลักษณะตัวเล็กหูยาว คนจากดาวเยกก้าที่มีิัเป็น้ำแข็งใบหน้าเ็า แล้วก็พวกพ่อค้าหัวใสอย่างพวกแร๊พเป้ แถวของศาสตราสั้นลงเรื่อยๆต่างจากแถวอื่นๆเพราะแถวของเขาคือแถวของผู้ที่ได้รับยีนต์มาแล้ว แต่อีกหลายแถวคือผู้ที่ขอเข้ารับการทดสอบเพื่อที่จะได้รับยีนต์เข้าสู่วิหารปีกแห่งแสง
"แสดงหลักฐานและลักษณะยันต์"
ผู้ตรวจสอบที่นั่งอยู่ในห้องตรวจสอบที่พร้อมเครื่องมือมากมายกล่าวและมองไปยังศาสตรา ศาสตรายื่นแฟ้มที่เขาถืออยู่ให้ผู้ตรวจสอบ
"อืมยีนต์ระดับจุติระดับสองลักษณะยีนต์เพิ่มพลังตนเอง ผ่าน"
ผู้ตรวจสอบกล่าวออกมาพร้อมกับยื่นบัตรใบหนึ่งให้แก่ศาสตราและให้เขาผ่านเข้าประตูที่อยู่ข้างๆไป เมื่อศาสตราเข้าก็มีคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่ทั่วห้อง ศาสตราเลือกไปยังมุมหนึ่งเขายืนมองสำรวจผู้คนและสภาพแวดล้อมภายในห้องนั้นอย่างสนใจไม่นานนักกลุ่มคนในชุดโค๊ทสีขาวมีตราปีกที่มีดาบไขว้เดินเรียงรายออกมาและขึ้นไปยืนบนเวที มีคนหนึ่งเดินออกมาเหมือนกำลังจะออกมาป่าวประกาศซึ่งคนๆนี้ศาสตราเคยเห็นเขามาก่อนที่ดาวแฝด
แวนที่เดินออกมาเริ่มป่าวประกาศ
"พวกเ้าที่ได้รับยีนต์กันมาแล้วทุกคนจะถูกทดสอบเพื่อคัดเลือกเข้าไปยังคลาสเรียนแต่ละทีที่เหมาะสมกับตนเอง"
แวนกล่าวก่อนจะหันไปยังคนที่อยู่ข้างหลังให้ไปประจำจุด ทันทีที่เขาสะบัดมือออกมาคนนับสิบก็หายวับและปรากฏตัวไปยังจุดต่างๆภายในห้องนั้น
"เข้าแถวรับการคัดเลือกตามแต่เ้า้าเลยอยากไปหาคนไหนก็ได้"
แวนดันแว่นตนเองขึ้นในขณะกล่าวออกมา
ศาสตราเดินตรงเข้าไปหาผู้ทดสอบที่อยู่ใกล้เขาสุด เมื่อเดินมาถึงก็รู้สึกคุ้นหน้าคนผู้นี้อย่างมากแต่เมื่อนึกๆดูก็คือคนที่เขาเคยช่วยเอาไว้นั้นเอง แอนนามองสำรวจศาสตราั้แ่หัวจรดเท้าเหมือนเคยพบเขาที่ไหนมาก่อนแต่ก็ไม่อาจจำได้ แต่เมื่อมองใบหน้าของเขาอยู่ๆใบหน้าเธอก็แดงออกมาเพราะว่าใบหน้าที่เธอเห็นอยู่นี้แทบไม่อาจละสายตาไปได้เลยแม้แต่น้อยต้องทำให้ศาสตรากระแอ่มออกมาเบาๆ
"อ..เออเอานี้ไปถือไว้แล้วเดี๋ยวมันจะบอกเองว่าเ้าจะอยู่สายไหนเอง"
แอนนายัดเครื่องบางอย่างใส่มือเขาพร้อมกับหันหน้าหนีไปมองทางอื่น เมื่อศาสตราเห็นเช่นนั้นเขาก็ยิ้มออกมาพร้อมนำแหวนที่เขาสวมที่ได้มาจากบามุสแตะไปยังเครื่องที่แอนนายัดใส่มือของเขา
"พลังสายต่อสู้"
เมื่อแอนนาได้ยินคำที่เครื่องในมือของศาสตราประกาศออกมา เธอก็นำเครื่องมือจากศาสตราคืนมาพร้อมกล่าวบอกเขา
"นู้นเ้าไปรวมกลุ่มคนที่ริมหน้าต่างนู้น"
แอนนารีบสะบัดมือไล่เขาและพยายามจะไม่มองหน้าของเขา ศาสตราเดินจากไปแอนนาก็พึมพำออกมา
"แปลกคนๆนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนา??"
ศาสตราที่เดินเข้ามารวมกลุ่มก็สำรวจคนในกลุ่มตน เขามองไปยังหลายคนที่พอจะบอกได้ว่าพลังของพวกเขานั้นมีพอๆเ้าออก้าสลัดอวกาศที่บุกโลกเลยทีเดียว อย่างเช่นชายผู้มีสี่แขนยืนกอดอกเหม่อมองไปนอกหน้าต่างเหมือนจะเหนือกว่าเ้าออก้าอยู่นิดนึง หญิงสาวที่ท่าทางขี้อายยืนบิดไปมาแต่พลังในตัวกับผิดกับตัวตนอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวที่ท่าทางแข็งกร้าวมองมาทางเขาอย่างไม่วางตา เมื่อศาสตราเห็นเช่นนั้นจึงรีบเบนสายตาไปทางอื่นทันที ไม่นานคนของปีกแห่งแสงก็เดินมาทางกลุ่มของพวกเขา
"พวกสายต่อสู้จะได้อยู่คลาสเรียนที่หนึ่งห้องเอ กรุณาเดินตามมา"
เขากล่าวทันทีที่มาถึงพร้อมรีบเดินออกไปทั้งสิบคนเดินตามเขาไปยังอีกตึกหนึ่งที่มีป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนเอาไว้ว่า แผนกต่อสู้ เขาเดินพาทั้งสิบเข้าไปยังห้องที่มีที่ต่างระดับจากต่ำขึ้นไปสูง หน้าชั้นมีจอขนาดใหญ่และโต๊ะผู้สอน
"เอาละพวกเ้าเลือกที่นั่งกันเองละกันอีกเดี๋ยวจะมีอาจารย์เข้ามาอธิบายเื่ที่พวกเ้าควรรู้"
เขากล่าวเสร็จก็ออกจากห้องไปทิ้งให้ทั้งสิบคนที่ตามเขามาอยู่กันเองภายในห้อง พวกเขารออยู่ไม่นานก็มีชายวัยฉกรรจ์ร่างกายท้วมเดินอุ๋ยอ้ายเข้ามา
"ยินดีต้อนรับสู่วิหารปีกแห่งแสง เอาละมาเข้าเื่กันเลยก่อนที่พวกเ้าจะได้กลายเป็ผู้พิทักษ์เต็มตัวพวกเ้าจะต้องผ่านการศึกษาจากคลาสเรียนนี้ในหนึ่งปีจากนั้นพวกเ้าแต่ละคนจะถูกคัดเข้าประจำหน่วยของผู้พิทักษ์ในแต่ละหน่วยตามแต่ความสามารถของพวกเ้าเอง"
"ส่วนกฏของที่อีกเดี๋ยวจะมีการแจกเอกสาร เอาไปอ่านเองละกันข้าี้เีจะอธิบาย หลังจากนี้ก็ตามมาจะไปไปยังที่พักของพวกเ้าแต่ละคน"
เขากล่าวออกมาไม่มากนักพร้อมขานเรียกชื่อไล่เป็คนๆออกไปรับเอกสารหน้าห้องพร้อมนำกลุ่มคนทั้งสิบไปยังห้องพักของแต่ละคน ที่อยู่อีกตึกหนึ่งไม่ไกลจากตึกเรียนมากนัก ศาสตราที่ได้ห้องพักยังชั้นสองของตึกเมื่อได้เข้าห้องของตนก็โดดขึ้นเตียงไปนอนทันทีพร้อมกับคิดไปถึงคำพูดของบามุส
"นี้ไอ้หนูอยู่ที่นั้นอย่าทำตัวเด่นละแล้วอีกสามปีข้าจะติดต่อไปอีกที"
เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมวิหารเทพแห่งัถึงใช้วิธีการแปลกๆแบบนี้ด้วยต่างจากวิหารทั่วไป เขาคิดจนผล็อยหลับไปจนมารู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงผู้คนด้านนอกพูดคุยกันเดินผ่านห้องของตนไป เขาจึงรีบลุกขึ้นแต่งตัวเป็เครื่องแบบนักเรียนของปีกแห่งแสงที่ได้รับมาซึ่งเป็ชุดสีขาวทั้งเสื้อและกางเกงมีตราสัญลักษณ์ของวิหารปีกแห่งแสงติดตรงหน้าอก เมื่อแต่งตัวเสร็จเขาก็รีบออกจากห้องมุ่งไปยังห้องเรียนที่ไม่ห่างจากตึกหอพักเท่าไหร่นัก ตามทางที่เข้าเดินมานั้นก็พบกับบรรดากลุ่มนักเรียนเช่นเขารีบเดินอย่างเร่งร้อนเช่นตัวเขาอยู่หลายคน
"หลีกทางหลีกทางเร็ว!!!"
เสียงดังเอะอะโวยวายดังมาจากทางด้านหลังเมื่อศาสตราหันกลับไปดูก็พบว่ามีชายผู้มีเรือนสีแดง ที่อยู่บนบอร์ดบินได้แต่ดูเหมือนว่ากำลังเสียการควบคุมพุ่งแหวกผู้คนตรงมาทางเขาอย่างเร็ว ศาสตราเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้หลบพ้นก่อนยื่นมือไปกระชากคอเสื้อของชายผู้มีเรือนผมสีแดงเพื่อลากเจาลงจากบอร์ดบินที่เสียการควบคุม พร้อมกับแอบดีดนิ้วด้วยมืออีกข้างไปยังบอร์ดจนมันล่วงลงพื้น
"ไม่เป็ไรใช่ใหม่"
ศาสตราถามชายผมแดงที่เขาลากลงจากบอร์ดมายืนข้างกายของเขา ชายผมแดงพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนหะนไปมองศาสตรา
"ขอบใจนะพี่ชายบอร์ดนั้นข้าเพิ่งจะชื้อมาแท้ๆดันเจ๊งกะบ๊งไปชะได้"
เขากล่าวออกมาก่อนเดินเข้าไปเก็บบอร์ดของตนมาสำรวจก่อนหันมาทางศาสตราอีกครั้ง
"ขอบใจอีกครั้งนะพี่ชายข้ามาวิสมาจากดาวดัสของห้วงแกแลคชี่ที่ห้าของสมาพันธ์พี่ชายละชื่ออะไร?"
ใบหน้าที่ราวกับเด็กน้อยของเขายิ้มและกล่าวไปยังศาสตรา
"ข้าเหรอชื่อศาสตรามาจากดาวโลกจากห้วงแกแลคชี่ทางช้างเผือกสมาชิกล่าสุดของสมาพันธ์"
มาวิสเมื่อได้ยินการแนะนำตัวของศาสตรา สีหน้าของเขาก็แสดงออกเหมือนว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนจะโพงออกมา
"อ๊ะ!!ดาวโลกที่เพิ่งถูกค้นพบนั้นนะรึ พี่ชายเป็คนมาจากดาวนั้นเองรึ ทางสมาพันธ์แห่งดวงดาวเพิ่งประกาศออกมาไม่นานแต่กลับมีคนจากดาวนั้นมาเป็ผู้พิทักษ์แล้วรึเนี้ย!?!?"
มาวิสรีบวิ่งเข้าไปสำรวจเดินวนรอบตัวศาสตราอย่างสนใจ ศาสตรายิ้มแหยๆเมื่อเห็นอาการของมาวิส
"อ๊ะโทษทีพี่ชายที่เสียมารยาทข้าอยากรู้มานานแล้วละว่าผู้คนบนโลกจะมีหน้าตาเป็ยังไงั้แ่สมาพันธ์ประกาศออกมานะแถมดาวของท่านก็อยู่ชะไกล ข้าเลยไม่มีโอกาศไปเยี่ยมชมสักครั้ง"
มาวิสเมื่อเห็นสีหน้าของศาสตราก็รู้ว่าตัวเขาคงกำลังเสียมารยาทพอดีจึงรีบกล่าวออกมา ศาสตราเมื่อได้ยินคำของมาวิสเขาก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะรีบบอกให้มาวิสเข้าห้องเรียนก่อนจะสายไปกว่านี้ ทั้งสองพูดคุยกันในขณะที่เดินไปด้วยกันตรงไปยังห้องเรียน มาวิสรู้สึกถูกชะตากับศาสตราอย่างมากจึงตามเขาไปนั่งด้วยกันยังชั้นบนเขายังซักถามถึงดาวโลกอย่างสนอกสนใจจึงไม่รู้ตัวว่าอาจารย์ได้เข้ามายืนหน้าห้องเรียบร้อยแล้วจนศาสตราต้องเตือนเขา มาวิสรีบหันไปมองหน้าห้องซึ่งมีอาจารย์ผู้มีดวงตาราวกับปลาตายท่าทางอมโรคจ้องมองเจาเขม็งทำให้มาวิสรู้สึกเสียวสันหลังยังไงพิกลกับสายตาของอาจารย์ขี้โรคผู้นี้
"เอาละในเมื่อพร้อมกันแล้วก็ได้เวลาแนะนำตัวละเรียกข้าว่าเอลละกันทีนี้พวกเ้าก็ตามข้าออกไปลานฝึกได้แล้ว"
คำกล่าวของเขาสร้างความมึนงงให้คนภายในห้องทั้งสิบคน นอกจากแนะนำชื่อตนเองแล้วเขาไม่ได้ถามหรือว่าแนะนำสิ่งใดเพิ่มเลยแต่กลับจะให้พวกเขาทั้งสิบเข้าลานฝึกในทันทีผิดกับที่พวกเขาคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิงที่จะน่ามีการแนะนำถึงการเรียนการสอนก่อนในวันแรก แต่ทั้งหมดได้เพียงแต่ทำตามเขาจึงเดินร่วมกลุ่มเดินตามเขาไปจนถึงลานฝึกที่อยู่ไม่ไกลจากตึกเรียน
"ข้าว่าคนนี้ต้องเป็เอลเืสาดคนนั้นแน่ๆไม่คิดเลยว่าคนแบบนั้นจะมาเป็อาจารย์ประจำคลาสของเราแบบนี้ บรึ๋ย"
มาวิสมองไปยังแผ่นหลังของเอลพร้อมกับแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาในขณะที่ร่างกายสั่นสะท้าน
"เอลเืสาด!?!?"
ศาสตรากล่าวอย่างสงสัยมองไปยังมาวิส
"จริงสิพี่ชายคงยังไม่รู้เื่เกี่ยวกับบรรดาผู้พิทักษ์ เอลเืสาดเป็ฉายาที่ผู้คนใช้เรียกขานเขานะ เขาได้ฉายานี้มาก็เพราะภารกิจที่ศัตรูของเขาล้วนถูกเขาทรมานจนเืท่วมตัวก่อนที่จะถูกฆ่าแถมยังบ้าบิ่นถึงขนาดแหกวงล้อมพวกาาสัตว์อสูรนับร้อยที่ดาวเอสเอสจนช่วยพวกลูกหน่วยตนรอดออกมาได้โดยไม่รอกำลังเสริมจากพวกระดับปกป้องอีก ว่ากันว่าฝีมือของเขามีพอๆผู้พิทักษ์ระดับปกป้องเลยละ"
มาวิสเล่าออหมาอย่างไม่ยอมหยุดหายใจ เมื่อฟังจบศาสตราก็พยักหน้าเข้าใจพร้อมกับมองสำรวจอาจารย์ประจำคลาสคนนั้นอย่างสนใจ เอลนำกลุ่มคนทั้งสิบเข้ามายังลานฝึกและหันกลับมากล่าวกับกลุ่มคน
"เอาละจากนี้ไปพวกเ้าทุกคนจะได้รับการทดสอบระดับความสามารถใครความสามารถไม่ถึงต้องออกไปจากที่นี้ทันที"
คำกล่าวของเขาสร้างความตื่นตระหนกให้แก่คนทั้งสิบอย่างมากเมื่อได้ยิน
"เดี๋ยวนะอาจารย์แบบนี้เกิดคนไม่ผ่านก็ต้องออกจากวิหารยังงั้นใช่ใหม"
ชายในกลุ่มคนหนึ่งเอ่ยออกมา
"เออ!!คนไม่ผ่านจะหมดสิทธิ์เป็ผู้พิทักษ์ก็ตามที่ข้าบอกพวกเ้านั้นแหละ"
กลุ่มคนทั้งสิบเคร่งเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"นี้มันบ้าไปแล้ว"
มาวิสกระซิบกระซาบออกมา
"พวกเ้าเห็นหุ่นเหล็กตรงสุดลานนั้นใหมทำยังไงก็ได้ทำลายมันให้ได้จากจุดยืนของด้านนี้แต่จะบอกไว้ก่อนนะห้ามให้รอบข้างเกิดความเสียหายใดๆมีเพียงแต่หุ่นนั้นเท่านั้นที่ต้องถูกทำลายทำได้พวกเ้าก็ผ่านไม่ได้ก็เตรียมตัวบอกลาการเป็ผู้พิทักษ์ไปซะทุกคนมีโอกาศสามครั้ง"
เมื่อทุกคนได้ยินบางคนก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดีบางคนก็แสดงถึงความเครียดมากกว่าเดิมหลายเท่า
"ฟู่.."
มาวิสพ่นลมออกมาอย่างโล่งอกเขาค่อนข้างมั่นใจในการทดสอบในครั้งนี้พอดู
"เ้านะมาเริ่มก่อนเลย"
เอลชี้นิ้วมาทางมาวิสและเรียกเขาเป็คนแรกทำให้เขาสะดุ้งโหยงออกมา
"ท..ทำไมข้าถึงเป็คนแรกเลยละอาจารย์!?!?"
มาวิสสบถออกมาถึงเขาจะค่อนข้างมั่นใจแต่ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเ้าหุ่นที่อยู่สุดลานนั้นมันจะมีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่รึไม่ เขาหวังว่าจะได้รอดูสถาณการณ์ไปก่อนหลังจากผ่านไปสักคนสองคนเขาค่อยออกไปแต่เขากลับเป็หนูลองยาคนแรกแทน ทำให้หลายคนเผยความยินดีออกมาให้เขาเห็นชัดกันหลายคน
"ก็เห็นว่าเ้ามั่นใจในตัวเองพอดูนี่นาเอาน่ามาลองก่อนเลย"
เอลกล่าวออกมาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเดิมในขณะกวักมือเรียกมาวิส เขาเดินคอตกออกไปด้วยความจำยอมเข้าไปยืนในวงที่เอลเป็คนกำหนด ด้วยระยะทางเกือบครึ่งกิโลเมตรระหว่างเขากับเป้าหมายทำให้เขากลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก
"ระยะแค่นี้มันก็ถึงอยู่หรอกแต่ต้องกะพลังทำลายด้วยนี้สิทำยังไงดีหว้า"
มาวิสพึมพำออกมาในขณะจ้องมองเป้าหมายของเขา ด้วยกฏที่ว่าห้ามให้รอบข้างได้รับความเสียหายแม้แต่น้อยนั้นทำให้เขาต้องคิดหนัก
"เอาวะลองดู!!"
มาวิสสบถออกมาก่อนจะชูมือขึ้นเหนือศีษระของเขา ทันใดนั้นวงแสงที่มีอักขระท่อแสงส่องประกายแผ่กว้างเหนือฝ่ามือหมุนวนปากของเขาเองก็พึมพำบางอย่างไม่หยุด
"หึผู้ใช้เวทย์งั้นเหรอคงได้รับยีนต์ปัญญามาละสิ"
เอลกล่าวออกมาเบาๆเมื่อเห็นสิ่งที่มาวิสกำลังทำอยู่ มาวิสสบัดมือไปทางหุ่นเหล็กสายลำแสงขนาดเท่าเส้นสายไฟสีขาวจำนวนสิบกว่าสายที่พุ่งออกจากวงแสงตรงไปทางหุ่นเหล็กแต่ก่อนที่เส้นลำแสงเ่าั้จะเข้าใกล้ตัวของมัน ม่านบาเรียก็ถูกกางออกมารอบตัวของมันเส้นลำแสงของมาวิสถูกบาเรียป้องกันพร้อมกับดีดสายลำแสงออกไปจนหมด ทำให้เขาต้องอุทานออกมา
"แบบนี้ขี้โกงชัดๆมีบาเรียแบบนั้นในสภาวะที่ต้องคุมพลังแบบนี้จะไปทำลายมันได้ยังไงกัน!!"
"บ่นอยู่ได้งั้นก็ดูนี้!"
เอลสบัดมือออกไปขณะที่เขากล่าว หุ่นที่อยู่สุดลานอยู่ๆก็แตกกระจายพร้อมกับบาเรียจนไม่เหลือชิ้นดี
"เ้ามันโจมตีมั่วซั่วเล็งมันไปยังจุดๆเดียวที่บอบบางที่สุดสิ ไปออกไปฝึกชะเ้ายังเหลือโอกาศอีกสองครั้ง"
เอลกล่าวออกมาพร้อมไล่เขาไปฝึกก่อนมารับการทดสอบใหม่และเรียกคนอื่นมาทำการทดสอบต่อไป ซึ่งทุกคนก็เป็เหมือนกับมาวิสที่ถูกไล่ตะเพิดให้ไปฝึกก่อนมารับการทดสอบอีกครั้ง จนมาถึงตาศาสตราที่ต้องเข้ารับการทดสอบ
"หือเ้าหนุ่มคนนี้แปลกๆแฮะ!?"
เอลที่จับััพลังจากตัวศาสตราไม่ได้เลยพึมพำออกมาพร้อมกับหลี่ตามองเขาอย่างพินิจ ศาสตราเมื่อเข้ามายืนในวงก็ยื่นมือเล็งไปยังเผ้าหมายในท่าที่เหมือนกำลังจะดีดนิ้วเขาหลับตาข้างหนึ่งก่อนพึมพำซ้ำไปซ้ำมาในใจ
"กดพลัง กดพลังเอาไว้ อย่าทำตัวเด่น"
เขาพึมพำอยู่พักหนึ่งก่อนดีดนิ้วออกไปอย่างแรง ทันใดนั้นเอลที่อยู่ไม่ห่างจากตัวเขาก็เบิกตากว้างออกมา ลูกพลังทรงกลมเล็กพุ่งเข้ามำลายบาเรียลงทันทีตาตามด้วยหุ่นเหล็กที่แตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่มันยังไม่จบแค่นั้นกำแพงด้านหลังหุ่นเหล็กที่เป็กำแพงของลานฝึกที่สามารถทนรับพลังทำลายได้เป็อย่างดีก็ถูกทำลายลงจนเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ ทันใดนั้นเสียงเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วลานฝึกเหล่าคนที่กำลังฝึกกันอยู่ได้รับแรงลมที่พัดถาโถมเข้าใส่อย่างแรงพากันหันไปมองก็พบเข้ากับเหตุการณ์ที่ต้องทำให้พวกเขาอ้าปากค้าง ตัวของศาสตราเองก็แสดงสีหน้าออกมาไม่สู้ดีเป็อย่างมากตามมาด้วยเสียงะโลั่นของเอลเข้าเต็มสองหูของศาสตรา
"ม..ไม่ผ่านไปฝึกมาใหม่!?!?"