ธิดารัตน์ปาดน้ำตา ยกรีโมทกดปุ่มปิดทีวี ชีวิตนักศึกษาปีสามจบลงเมื่อผู้ชายคนนั้นผ่านเข้ามาในชีวิตแต่แล้วสิ่งที่เขาเป็นก็พรากลมหายใจของเขาไป เขาเป็นคนมากรักหลายใจ มันจึงย้อนกลับมาทำร้ายเขาในเวลาต่อมา
หยดน้ำตาที่หลั่งไหล หล่อนไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เสียใจเหรอ... ใช่....เสียใจที่ความใจง่ายไม่เชื่อฟังคำเตือนของใครทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเจ็บปวดทั้งกายทั้งใจแบบนี้
สาวน้อยแสนสวยนัยน์ตาเศร้าอยู่ในชุดเดินทางรัดกุมเอื้อมมือไปจับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หันหน้ามาขานรับเสียงเรียกของพี่ชายโต
“น้องดา รอนานมั๊ย ไปกันเถอะ พี่พร้อมแล้ว เดี่ยวตกเครื่อง”
“ค่ะ”
คนเป็นน้องรับคำเสียงเบา
ชลทิศเดินลงบันไดมาทันเห็นน้องสาวดูข่าวทีวีเรื่องของรชานนท์ตกตึกตายเพราะแอบเป็นชู้กับเมียชาวบ้านแล้วสะท้อนใจ
คนแบบนั้นได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ก็สมควร แต่ว่า...น้องสาวผู้อ่อนต่อโลกของเขา เมื่อไหร่น้องจะพ้นจากความทุกข์ระทมที่มันกัดกินใจจนความสดใสของวัยสาวเหือดหายไปหมดเช่นนี้
น้องขอไปอยู่ที่อื่น น้องอายเพื่อนอายสังคมเพราะเรื่องของน้องมีหลายคนรู้ซึ่งบางคนก็เข้าใจบางคนก็นินทาและเราไม่สามารถห้ามหรือบังคับใครได้
จะหนึ่งปี สองปี สามปีหรือตลอดไปถ้าน้องอยู่แล้วมีความสุขอยู่แล้วดีขึ้นเขายอม แม้ว่ามันจะไกลกันครึ่งโลกแต่ถ้าใจเราสื่อถึงกัน ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคในการติดต่อเลยแม้แต่นิดเดียว เขาจึงยอมให้น้องไปเรียนต่ออีกสองปีที่เหลือให้จบ
ธิดารัตน์ดึงก้านจับทำด้วยพลาสติกคุณภาพดีแท่งกลมหนาใหญ่ตรงปากกระเป๋าเดินทางที่มีล้อตรงก้นขึ้น ลากเดินตามพี่ชายคนโตไปที่หน้าบ้านซึ่งมีรถยนต์จอดรออยู่ พี่เก่งเดินมาเอากระเป๋าเดินทางของหล่อนไปใส่ไว้ท้ายรถ
ทุกคนในบ้านยืนรอส่งหล่อนที่ตรงทางลงบันไดหน้าบ้าน
พี่สาวอีกคนของหล่อนกอดหล่อนแน่นด้วยความรักธิดารัตน์มองพี่ปิ่นที่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าคุณหนูสูงศักดิ์ลูกผู้ดีมีเชื้อมีสายเลย พี่ปิ่นแต่งตัวชุดธรรมดาสำหรับทำงานบ้าน และที่ผ่านมาพี่ปิ่นก็ทำตัวไม่ต่างจากคนรับใช้ หล่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพี่ชายหล่อนและพี่ปิ่น หล่อนไม่อยากก้าวก่าย รู้แต่ว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้วย้ายมาอยู่บ้านนี้เพราะพี่ทิศกับพี่ปิ่นแต่งงานกัน พี่ปิ่นดีกับหล่อนมาตลอด
“ดูแลตัวเองให้ดีนะน้องดา ไปถึงแล้วก็ติดต่อกลับมานะ”
“พี่ปิ่นก็ดูแลตัวเองนะคะ ดารักพี่ปิ่นนะ ดาไม่รู้ว่าพี่ปิ่นกับพี่ทิศมีเรื่องอะไรกันแต่ดาอยากให้พี่สองคนปรับความเข้าใจกัน”
“ฮื่อ พี่จะพยายาม”
ปิ่นพูดขอไปทีเพื่อให้คนห่วงสบายใจแค่นั้น หากแต่จิกสายตามองไปยังผู้ชายใจร้ายที่ยืนรออยู่ข้างรถอย่างหมั่นไส้
ธิดารัตน์เดินลงมายืนเคียงข้างชลทิศ มองทุกคนที่มาส่งอยู่กับเกือบครบ พี่ทิศ พี่ปิ่น ป้าแวว หนิง พี่เก่ง น้าก้าน
แต่ว่า พี่ชายอีกคนของหล่อนไม่อยู่ ธิดารัตน์มองหาอยากเจอหน้าพี่พงศ์ก่อนจากไปเหลือเกิน
ชลทิศสะกิดแขนน้องสาวเตือน ก่อนจะเดินอ้อมไปประจำตรงที่นั่งคนขับ ธิดารัตน์น้ำตาคลอโบกมือลาทุกคน เปิดประตูเข้าไปนั่งเคียงข้างพี่ชายจนรถเคลื่อนออกพ้นประตูบ้าน
โดยที่หล่อนไม่ทันเห็นว่า มอเตอร์ไซด์คันโตของชายใส่หมวกกันน็อกเต็มใบแอบมองหล่อนอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว มอเตอร์ไซด์คันที่ปิ่นซ้อนท้ายหนีงานแต่งงาน
มอเตอรไซด์ของพงศกร ซึ่งออกตัววกรถหันหน้ามุ่งไปบนถนนทิศทางตรงข้ามกับรถยนต์ห่างกันออกไป
รถทัวร์คันใหญ่วิ่งฉิวไปข้างหน้าด้วยความเร็วสม่ำเสมอ
กิ๊กนั่งมองวิวข้างทางที่เลื่อนไหลต่อเนื่องลอดหน้าต่างกระจกรถตามองวิวแต่ใจไปไกลเป็นใบหน้าคมเข้มของผู้ชายที่หล่อนไม่อาจร่วมชีวิตกับเขาได้
หล่อนยอมโดนแม่ด่า ยอมโดนประณามว่าท้องไม่มีพ่อ ดีกว่าบอกเขาไปแล้วกลัวคำตอบที่ได้รับจะทำให้หล่อนชอกช้ำมากกว่าเดิม
ว่าเขาไม่ได้รักหล่อน เขาไม่ต้องการหล่อนหล่อนไม่อยากได้ชื่อว่าเอาลูกมาอ้างเพื่อจับเขา
ลูกคนเดียวหล่อนเลี้ยงได้ ลูกไม่จำเป็นต้องมีพ่อก็ได้มีแม่ที่รักสุดหัวใจก็เพียงพอแล้ว และแม่สัญญา แม่จะรักลูกให้มากที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้
กิ๊กใช้มือลูบท้องน้อยตนเองส่งพลังรักไปให้ตัวแทนความรักที่หล่อนมีให้พงศกร สาวที่ยอมตัดใจนั่งใจลอยอยู่ในรถบัสซึ่งมุ่งหน้าไปต่างจังหวัดที่อยู่ห่างไกลความเจริญออกไปทุกขณะ
พงศกรจอดมอเตอร์ไซด์หน้าบ้านพักครูที่เขาคุ้นเคย บ้านปิดเงียบชายหนุ่มยืนชะเง้อคอยาวส่ายหัวมองไปรอบรอบกระทั่งเสียงใครคนหนึ่งตะโกนถาม
“มาหาใครหรือคะ”
“เอ่อ...มาหาครูกิ๊กนะครับ ไม่ทราบว่า เธอไปไหนหรือครับ”
“อ๋อ...ครูกิ๊กเธอลาออกแล้วค่ะ”
“ลาออก”
พงศกรทวนคำตอบอย่างตกใจ
“แล้ว..ธะ..เธอไปอยู่ไหน ทราบมั๊ยครับ”
“เอ... เห็นว่ากลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด แต่ไม่แน่ใจนะว่าจังหวัดอะไร”
“แล้วพอจะมีใครทราบบ้างมั๊ยครับว่า จังหวัดอะไร”
“อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ ปกติเธอเป็นคนเงียบ ๆ ต้องลองถามครูใหญ่ดูนะคะแต่ไม่รู้ว่าครูใหญ่จะทราบหรือเปล่า อีกอย่าง ช่วงนี้ปิดเทอม ไม่มีใครอยู่หรอกค่ะ ไว้รอเดือนหน้า เปิดเทอมแล้วคุณค่อยมาถามกับครูใหญ่ใหม่นะคะ”
“ครับ ครับ ขอบคุณมากครับ”
พงศกรหน้าเครียด เขานอนคิดมาหลายคืน สงสัยตัวเองว่าทำไมใบหน้าสาวน้อยขี้อายอย่างกิ๊กถึงได้โผล่มาคอยรบกวนจิตใจเขาเรื่อย โผล่มาทับซ้อนใบหน้าปิ่นที่เขากำลังคิดถึงแทบจะทุกครั้ง จนเหมือนกับว่า คนที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดเวลากลับไม่ใช่ปิ่น แต่เป็นกิ๊ก
กระทั่งแน่ใจว่าตัวเองรู้สึกกับกิ๊กเกินกว่าคำว่าเพื่อนนึกถึงวันที่เห็นสาวเจ้าสะบัดตัวหนีตอนที่เขาเผลอใจจนเกือบจะจูบหล่อน
หล่อนอาจเข้าใจผิดว่าเขาไม่เคยรักหล่อน ต้องใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ
โธ่เว้ย ไอ้พงศ์นะไอ้พงศ์ ไอ้โง่เอ้ย....
พงศ์กรหน้างอง้ำ ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจก่อนจะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจขับพุ่งทะยานออกตัวเร็วพร้อมจิตใจฟุ้งซ่านหวาดวิตก ว่ากิ๊กจงใจจะหายตัวไปจากชีวิตเขา
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥