บทที่ 32 การอยู่ร่วมกัน
เมื่อผู้การโม่ที่อยู่ในบ้านได้ยินว่าซูจงจวินมา ก็รีบวางผ้าเช็ดตัวลงและบอกลูกชายคนเล็กว่าอย่าพึ่งขยับตัว เพราะพื้นเปียกน้ำ อาจจะทำให้ลื่นได้
"หรันหรั่น เข้ามาช่วยใส่เสื้อผ้าให้ลูกเร็ว ๆ ! " เขาะโออกไปนอกห้อง
ผู้หญิงคนนี้เรียนจนโง่ไปแล้วหรือไง เห็นคนแปลกหน้ามาถึงแล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักเชิญเข้าบ้าน ปล่อยให้แขกยืนรอตั้งนานได้อย่างไรกัน
ตอนที่หาแม่เลี้ยงให้ลูกทั้งสามคน เขาไม่เคยคิดถึงเซี่ยหรันหรั่นเลย เขารู้ว่าภรรยาของจางต้าจวินพาผู้หญิงที่ดูมีการศึกษากลับมา บางครั้งก็เจอกันตามถนน ร่างกายผอมบาง ยกของหนักไม่ไหว แถมยังอายุน้อยเกินไป ทั้งสองคนไม่เหมาะสมกันเลย
แต่หญิงสาวคนนี้กลับเข้าหาเขาเอง บอกว่าชื่นชมเขา อดใจไม่ไหวอยากคุยกับเขา คุยกันไม่กี่ครั้งก็พบว่าเป็หญิงสาวมีการศึกษา ชั่วขณะนั้น เขานึกถึงว่าตัวเองเป็คนหยาบ ๆ จะสอนการบ้านลูกก็ลำบาก ถ้ามีผู้หญิงที่มีการศึกษามาเป็แม่ให้เด็ก ๆ ช่วยสอนการบ้านก็คงดี
เมื่อเป็เื่ที่ทั้งสองฝ่ายเต็มใจ ตอนที่เขายื่นรายงานขอแต่งงาน ผู้บัญชาการหลิวก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่เตือนว่าต่อไปให้เก็บเนื้อเก็บตัว การได้ภรรยาสาวสวยน่ะ เขาเข้าใจความหมายดี
พอผู้การโม่ะโออกมาจากห้องน้ำ เซี่ยหรันหรั่นก็ได้สติรีบขานรับแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำเพื่อดูแลลูกชายคนเล็ก
ซ่งเฉียวและซูจงจวินเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น มองตากันอย่างเข้าใจ ดูเหมือนไม่เป็อย่างที่คนภายนอกลือกันว่าผู้การโม่ไล่ตามจีบสาวน้อย แต่นี่กลับเหมือนแต่งคนรับใช้อายุน้อยเข้าบ้านมากกว่า
ในตอนนี้ผู้การโม่ก็จัดการเก็บกวาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินออกมาเชิญทั้งสองคนเข้าบ้าน
ซูจงจวินยิ้มกริ่มพลางชำเลืองมองไปทางห้องน้ำ ด้วยความสนิทสนมกัน ผู้การโม่รู้ว่าคนคนนี้กำลังแซวเขาอยู่ จึงต่อยเข้าที่อกเขาเบา ๆ เชิงหยอกล้อ แล้วทำหน้าจริงจังถามว่า "พาภรรยามาดึกดื่นแบบนี้มีธุระอะไรหรือ?"
"ก็จัดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว เลยมาเชิญคุณไปตรวจดูครับ!" ซูจงจวินยืนตรงหุบขา ทำความเคารพแบบทหารให้ผู้การโม่
"ไอ้หนู อย่ามาประจบฉันนักเลย" ผู้การโม่พูดกับซูจงจวิน แต่สายตากลับมองไปที่ซ่งเฉียว นี่คือผู้หญิงที่เสนอเื่ต่อท่อน้ำประปาเข้าหมู่บ้านในเขตที่พักอาศัยสินะ? ดูแล้วเป็คนมีหัวด้านการเรียนจริง ๆ และก็ดูเหมาะสมกับซูจงจวินดี
เขาละสายตากลับมา ยิ้มพลางพูดกับซูจงจวินว่า "ภรรยานายเป็คนมีความสามารถนะ เื่ที่ผู้เชี่ยวชาญยังแก้ไม่ได้ ภรรยานายกลับแก้ได้"
"แค่แมวตาบอดจับหนูตายน่ะครับ!*[1] " ซูจงจวินพูดแบบนั้น แต่ในใจไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ตอนนี้เขาต้องมองซ่งเฉียวด้วยสายตาที่ต่างออกไป เพราะเื่น้ำประปานี่เอง ทางโรงเรียนถึงยอมรับเธอเข้าทำงาน
โรงเรียนบนเกาะได้รับเงินอุดหนุนครึ่งหนึ่งจากกองทัพ ในไม่ช้าเธอจะมีเงินเดือนสามสิบหยวน คูปองข้าวสามใบและคูปองผ้าสองใบ ในเมืองปินไห่เงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูครอบครัวห้าคนได้เลย
"แล้วพี่สะใภ้ล่ะ ตอนนี้คิดจะทำอะไร?" ซูจงจวินถามถึงเซี่ยหรันหรั่น
เซี่ยหรันหรั่นที่อยู่ในห้องน้ำแง้มประตูไว้นิดหน่อย เงี่ยหูฟังทั้งสามคนคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น เมื่อได้ยินซูจงจวินพูดถึงเธอ มือที่กำลังแต่งตัวก็ชะงัก ลมเย็นจากด้านนอกพัดเข้ามาทำให้ลูกชายคนเล็กสั่นสะท้าน
เด็กน้อยบ่นงอแงด้วยเสียงอู้อี้ "แม่เลี้ยงครับ ผมหนาว!" สองวันมานี้พวกพี่ชายก็เรียกเธอแบบนี้
เสียงของลูกชายดึงดูดความสนใจของผู้การโม่ เมื่อได้ยินลูกบอกว่าหนาว เขาก็หันไปทางห้องน้ำแล้วะโเรียกเซี่ยหรันหรั่นด้วยความไม่พอใจให้รีบ ๆ หน่อย
จากนั้นจึงหันกลับมาพูดอย่างไม่ใส่ใจ "เธอแค่อยู่บ้านเลี้ยงลูก ต่อไปถ้าพวกคุณมีลูก น้องสะใภ้ก็ต้องอยู่บ้าน จงจวินจะได้ทำงานนอกบ้านอย่างสบายใจ"
นี่มันความคิดแบบผู้ชายเป็ใหญ่ที่แก้ไม่หาย!
ซ่งเฉียวแค่นเสียงในใจ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่เมื่อเห็นท่าทีของผู้การโม่ที่มีต่อเซี่ยหรันหรั่นวันนี้ เธอก็รู้ว่าเขาคงมองอีกฝ่ายเป็แค่พี่เลี้ยงราคาถูก ชีวิตต่อจากนี้คงไม่ได้สวยงามอย่างที่เซี่ยหรันหรั่นคิดไว้
ซูจงจวินรู้สึกได้ถึงความดูแคลนของซ่งเฉียว แต่เขาคิดว่าการที่ผู้ชายทำงานนอกบ้าน ผู้หญิงดูแลบ้าน มันก็ไม่มีอะไรผิด
หลังจากทักทายและเชื้อเชิญกันแล้ว ทั้งสองคนก็บอกลากลับบ้าน
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ซ่งเจี้ยนกั๋วก็ถามอย่างตื่นเต้นว่าภรรยาใหม่คนนั้นใช่เซี่ยหรันหรั่นหรือไม่
ซ่งเฉียวจึงพยักหน้า "ตอนนี้เธอเป็แค่แม่บ้านราคาถูกของบ้านตระกูลโม่"
คำพูดนี้ทำให้ซูจงจวินรู้สึกไม่สบายใจในฐานะผู้ชาย การแต่งงานกับทหารและดูแลทั้งครอบครัวจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็แม่บ้านราคาถูกด้วยหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็อยู่ในหมู่บ้าน มีคนอยู่มากมาย ถ้าใครได้ยินแล้วนำไปเล่าต่อคงมีเื่ราวที่แตกต่างกันถึงร้อยแปดเื่
"อย่าพูดแบบนี้ออกมาซิ" ซูจงจวินเตือนเสียงเรียบ "อย่างไรเสียตอนนี้คุณก็เป็ภรรยาทหารเหมือนกัน"
การที่เขาสั่งสอนเธอต่อหน้าพี่ชายและพี่สะใภ้ ทำให้ซ่งเฉียวรู้สึกอึดอัดมาก ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงสายตาอ่อนโยนของเซี่ยหรันหรั่นที่มองมาที่เขา ทำให้ในใจพลันเดือดพล่าน
ซ่งเฉียว "คุณสงสารเซี่ยหรันหรั่นงั้นสิ?"
ซ่งเจี้ยนกั๋ว "น้องสาว เธอพูดอะไรเหลวไหลแบบนั้น!" พูดจบก็ดึงแขนซ่งเฉียว แต่ใครจะรู้ว่าหญิงสาวโกรธจัดจนดื้อรั้น ทำหน้าบึ้งตึงหลบไปอีกด้านหนึ่ง
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงทันที สองสามีภรรยาซ่งเจี้ยนกั๋วรู้สึกอึดอัดมาก ไม่รู้จะปรองดองคู่สามีภรรยานี้อย่างไรดี
ซูจงจวินรู้ว่าสามีภรรยาคู่นั้นรอพวกเขามานานจนเหนื่อยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าทั้งสองเพิ่งมาถึงเกาะตงซานกันวันนี้อีกด้วย
"พี่ชาย พี่สะใภ้ ไปพักผ่อนกันก่อนเถอะครับ" เขาเอามือลูบหน้าอย่างจนปัญญา
เห็นได้ชัดว่าซูจงจวินมักจะเอาใจซ่งเฉียว ตอนนี้ทั้งสองคนก็เพิ่งแต่งงานกัน สามีภรรยาทะเลาะกันที่ปลายเตียงแต่คืนดีกันที่หัวเตียงเื่ก็จบแล้วเป็เื่ปกติ
ซ่งเจี้ยนกั๋วยิ้มปลอบน้องสาว "จะโกรธกันเพราะคนนอกไปทำไม ไม่คุ้มค่าหรอก พวกเธอสองคนก็ไปพักผ่อนเถอะ"
พูดจบก็รีบจูงภรรยาขึ้นชั้นบนไป
เมื่อไม่มีเสียงฝีเท้าแล้ว ในห้องก็เงียบจนน่ากลัว ซ่งเฉียวหันหลังให้ซูจงจวิน ตอนนี้เธอไม่โกรธแล้ว แต่ยังคงหวังว่าอีกฝ่ายจะมาง้อก่อน แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับเดินขึ้นชั้นบนไปเลย
ซ่งเฉียวหันไปมองบันไดอย่างตกตะลึง
ดี! นับว่าเขากล้าดีนัก!
ความแค้นอันรุนแรงทำให้ซ่งเฉียวเดินตามหลังซูจงจวินมาติด ๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าคืนนี้พวกเธอต้องนอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกัน
หลังจากเข้าห้องมา ซูจงจวินกำลังถอดเสื้อเชิ้ตเพื่อเปลี่ยนเป็ชุดนอน ซ่งเฉียวก็ยืนพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าเ็า จ้องมองเขาไม่วางตา
ตอนแรกซูจงจวินยังพอทำเป็ไม่สนใจสายตาของเธอได้ แต่พอถอดเหลือแค่เสื้อกล้าม เขาก็รู้สึกเขิน ๆ ไม่กล้าหันไป จึงถามทั้งที่ยังหันหลังอยู่ว่า "คุณมองผมทำไม"
"มองสามีตัวเองถอดเสื้อผ้าผิดกฎหมายด้วยหรือไง" ซ่งเฉียวรู้สึกสนุกที่ได้หยอกเขา
"เสียดายที่เซี่ยหรันหรั่นไม่ได้เห็นนะ"
อีกแล้ว น้ำเสียงประชดประชันมาอีกแล้ว ซูจงจวินถอนหายใจอย่างจนปัญญา ผู้หญิงคนนี้โกรธเื่อะไรกันแน่
"ถอดต่อสิ" ซ่งเฉียวชี้ไปที่เข็มขัดของเขา บอกให้รีบเปลี่ยนกางเกงนอน
ซูจงจวินหัวเราะอย่างขัดใจ หลังจากสงบสติอารมณ์แล้วก็หันไปเผชิญหน้ากับซ่งเฉียว ถามด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "หรือว่าคุณจะเปลี่ยนก่อน"
คิดว่าเขายั่วโมโหไม่เป็หรือไง?
การกระทำต่อมาของซ่งเฉียวทำให้เขาใจริง ๆ เธอส่งเสียงฮึมฮัมเบา ๆ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนที่ใส่เป็ประจำออกมา แล้วเริ่มถอดเสื้อเชิ้ตต่อหน้าซูจงจวิน
ตอนแรกซูจงจวินคิดว่าผู้หญิงคนนี้คงแค่ปลดกระดุมสองเม็ดแล้วก็จะงอแงหรือโวยวายให้เขาออกไป แต่ไม่คิดว่าเธอจะกล้าขนาดนี้ ปลดกระดุมทั้งแถวเสร็จในทีเดียว ซูจงจวินบังเอิญเห็นชุดชั้นในสีขาวของเธอระหว่างที่เธอขยับตัว เขาใรีบเอามือปิด แต่บังเอิญไปััโดนความนุ่มนิ่มเข้า
ซูจงจวินรู้สึกว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวอย่างรวดเร็ว ตรงกันข้ามกับซ่งเฉียว เธอยิ้มเยาะมองตาซูจงจวิน ในดวงตาของเขาสะท้อนใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ ซ่งเฉียวที่ถูกความรู้สึกอยากแก้แค้นเข้าครอบงำ ไม่มีท่าทีเขินอายเลยแม้แต่น้อย
เธอดึงแขนเสื้อ ตั้งใจถอดเสื้อลงครึ่งท่อน เผยให้เห็นไหล่นวลและอกขาวครึ่งหนึ่ง ซูจงจวินรีบปล่อยมือมาปิดตา ตอนนี้แม้กระทั่งส่วนล่างก็ทรยศเขา เขารีบหันหลังให้ หอบหายใจพลางพูดว่า "ผมยอมแพ้แล้ว คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ"
ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป เขากลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ยังไงเขาก็ยังเป็ชายหนุ่มเืร้อนนี่นา!
[1] แมวตาบอดจับหนูตาย เปรียบเทียบตัวเองไม่มั่นใจ แต่โชคดีหรือบังเอิญจึงประสบความสำเร็จ