หลังจากผมสังทำการต่างๆเสร็จตอนนี้ก็บ่าย2โมง คาดว่าฝ่ายเนเมียวสีหบดีจะขุดอุโมงค์เข้ามาโจมตีกรุงศรีอยุธยาในตอนกลางคืนเป็มั่นคง เเต่ปัญหาสำคัญกว่านั้นคือถ้ามณีปุระอังวะถูกจักวรรดิ์ชิงยึดอันตรายก็จะย่างเยื้องคลืบคลานเข้ากรุงศรีได้มากขึ้น ดีไม่ดีจักวรรดิ์ชิงอาจจะยกทัพมายึดเมืองเราได้ง่ายๆหลังจากยครมณีปุระเเตก
ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญมากกว่าการตีมณีปุระให้เเตกก็คือการเอาอะเเซ่หวุ่นกี้มาเเละสุกี้นายกองไม้ตายของทัพอังวะมาเป็เเม่ทัพนายกอง ถ้าเราฆ่าผู้นำของพวกเขาเสียพลทหารต่างๆก็จะเข้าสู้กันจนตาย มีเเต่ต้องไว้ชีวิตเเละหาทางมาทำราชการด้วยให้ได้เท่านั้น เเต่ว่าการจะส่งสารไปเจรจากับอังวะมีเเต่จะเเย่ขึ้นกว่าเดิม เพราะพวกเราก็เป็ศัตรูกันมาเป็ร้อยๆปี ถึงเเม้เป็พันธมิตรก็มีเเต่จะเคลือบเเคลงกัน
ระหว่างที่คิดเเผ่นการต่างผมก็เดินไปรอบๆวัง ระหว่างทางเดินประดับด้วยทั้งสิ้นมีเเต่ความสวยงามเเล้วผมก็เจอกับสาวงามรูปหนึ่ง ผมยาวถึงก้นสวมเครื่องประดับมากมาย ผิวพรรณอมชมพูราวกับเป็เทพธิดา ผมรู้สึกถูกใจมากจึงถามว่าเธอชื่ออะไร?
"ท่าพ่อมัยท่านจึงถามข้าเช่นนี้ ข้าคือลูกของท่านเเท้ๆ"
"ข้าเย้าเล่นดอก มาให้ข้ากอดหน่อยเร็ว"ผมกางเเขนออกมาเ้าฟ้าหญิงสิรินจันทรเทวีลูกสาวคนโตก็เข้ามมาสวมกอดผมเอาไว้ 'นี้เรามีลูกสาวโตขนาดนี้เเล้วหรอเนี้ย?' ผมเรียกให้ข้ารับใช้ไปหากระดาษเเละพู่กันมาเพื่อเรียบเรียงเเผนการความคิดต่างๆ ก่อนอื่นถึงเเม้ว่าเราจะทำการศึกชนะได้บ่อยครั้งเเต่ก็ใช่ว่าจะอยู่รอดเสมอไปเพราะ ในระหว่างที่อยู่ที่นี้มา1วันก็รู้ได้เลยว่ามีราชวงศ์รอบจาเเผ่สายตาอาฆาตจับจ้องไม่วางตา
ตามหลักพิชัยาการที่ทำาโดยมีปัญหาภายในนั้นไม่ควร อีกทั้งคนที่สามารถเเย่งชิงบัลลังค์ของเราก็มีมากถมไป ตั้งเเต่ราชวงศ์อู่ทอง สุพรรณภูมิ สุโขทัย ปราสาททอง ไม่เเปลกที่พระเ้าเอกทัศกลายเป็เเพะรับบาปในประวัติศาสตร์ เเละในที่สุดผมก็นึกถึงระบบศาสตราวุธออก ผมจึงเดินไปสวนส่วนตัวของผม
เมื่อนั้นนายทองดีก็เดินเข้ามาเเละถวายบังคมทูลพระเ้าเอกทัศน์ว่า"พระเ้าเอกทัศ ท่านเเน่ใจหรือว่าจะไม่ไปดูสถานที่ที่ท่านขุดหลุมวางกับดัก หรือตรวจสอบพวกหนอนบ่อนไส้ในกรุงศรีอยุธยาอีกพะย่ะค่ะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ข้า้าหนอนบ่อนไส้ไว้ในกำมือนั้นเเหละดีเพราะข้ารู้ตัวของพวกมันหมดเเล้ว ตลอดมาข้าเพียงเเค่เเกล้งทำเป็ไม่รู้ เพื่อให้สืบสาวเเละฆ่าพวกมันได้หมดภายในคืนนี้!"ผมเเกล้งพูดเสียงดังให้ได้ยินไปไกล เพราะรู้ว่ามีหนอนบ่อนไส้คอยเเอบฟังอยู่ เเละคนที่เป็หนอนบ่อนไส้จะต้องรีบออกจากเมืองไปตอนนี้เเน่นอน เเละผมก็ตรวจสอบชื่อไว้เรียบร้อยเเล้วสำหรับทหารที่เดินทางไปเเถบเขตเเดนบ่อยๆ รวมถึงที่โยธาที่มีบ้านเกิดเมืองนอนที่หงสากว่า300นายซึ่งผมสั่งให้นายจันขาว ไม้เลี้ยว หนวดเขี้ยว เเละมะเดือตั้งกองทหารตรวจคนเข้าเมืองไว้เเล้ว เมื่อเจอทหารส่งสารที่มีเชื้อสายของพวกอังวะมณีปุระก็ให้ฆ่าเสีย
ฝ่ายทองดีได้ยินก็ไม่เข้าใจสงสัยนัก เเต่ก็ไม่กล้าถาม
"ทองดี ไปเเจ้งเเก่เเม่ทัพนายกองทั้งปวงด้วยว่าทหารทั้งหมดของเนเมียวสีหบดีให้จับเป็เข้ามาในเมืองหลวงซะ ถ้าเกิดมีผู้ใดขัดขืนไม่เชื่อฟังก็ให้เชือดไก่ให้ลิงดูซพเป็เสียตัวอย่าง" ทองดีก็คำนับพระเ้าเอกทัศเเล้วก็เดินออกไปจากสวนส่วนพระองค์
ตอนนี้รอบๆไม่มีใครอยู่บริเวณสวนส่วนตัวเเห่งนี้เเล้วผมจึงดึงดาบอนันตเทวาออกมา เเล้วระบบศาสตราวุธก็เด้งขึ้นมาทันที
[เปิดระบบศาสตราวุธ]
[ท่านสามารถเลือกสายได้โดยใช้พอยต์ทั้งหมด15เเต้ม เเละสามารถเปลี่ยนสายได้ในขั้นเเรกโดยการรีเซ็ตเเต่พอยต์ของทันจะถูกคือนมาเพียงเเค่12เเต้มเท่านั้น]
"เ้าสามารถสื่อสารกับข้าได้ไหมระบบศาสตราวุธ?"
[ได้ เเต่คุณจะเป็เพียงคนเดียวที่สามารถได้ยินเเละเห็นหน้าต่างระบบเท่านั้น!]
"เ้ารู้อะไรเกี่ยวการที่ฉันมาอยู่ที่นี้บ้าง? เ้าระบบนายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้้ามาที่นี้เเละฉันไม่ใช่พระเ้าเอกทัศ?"ขามพูดกับระบบ
[เราไม่รู้เหตุผลใดๆทั้งนั้นเเต่ระบบนี้มีตั้งเเต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่1เเล้ว เหตุการ์ณที่ท่านมาอยู่ที่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับระบบนี้ทุกทางที่จะสามารถเป็ไปได้]
ขามไม่ได้ถามต่อเพราะเวลาเเต่ละวินาทีที่นี้สำคัญมากถ้าเกิดศัตรูตีกรุงศรีเเตกเมื่อไหร่ เราจะต้องตายถึงเเม้หนีก็จะโดนคนตามล่า เเถมระบบไพร่ในสมัยนี้ต้องรีบเปลี่ยนโดยด่วนไม่งั้นเศรษฐกิจความคิดสมรรถภาพของประชาชนของเราจะย่ำเเย่ลงเรื่อยๆ เราจำเป็ต้องสอนความรู้ต่างๆที่เรารู้จากโลกก่อน เริ่มจากสร้างหลอดไฟเเละนำขายไปทั่วโลกผ่านเรือสำเภาเพียงเเค่นี้อาณาจักรอยุธยาเราก็จะเป็อาณาจักรเเรกที่สร้างหลอดไฟต่างๆได้รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆของไทยก็จะเจริญก้าวหน้าเร็วกว่าประเทศอื่น
"ระบบ เเกรู้จักgoogleไหม?"
[ไม่เลยสักนิด!]
"ช่างเเม่ง ฉันขอเอาพอยต์15พอยต์ในการเปลี่ยนเป็สายอสูรปักษา" พระเ้าเอกทัศชักดาบออกมาช้าๆ'ยังไงตอนนี้ก็ขอลองอะไรกับเ้าระบบนี้ก่อนเเล้วกัน?'
[ยินดีด้วย ดาบอนันตเทวะขั้นที่2 สายอสูรปักษาทำงาน ้าอีก5เเต้มเพื่อพัฒนาต่อไปรึไม่?]
[ดาบอสูรปักษาสามารถสร้างอสูรปักษาจำลองจำนวน2ตัวเเละควบคุมด้วยการจินตนาการของท่าน เเต่ในระหว่างควบคุมท่านต้องสวดมนต์นะโมตัสสะตลอดเวลาพรางจินตนาการการเคลื่อนที่ของอสูรปักษาทั้ง2ตัวในเวลาเดียวกันไปด้วย ถ้าเกิดขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งอสูรปักาาจะหายไปทันที อสูรปักษามีกงเล็บเเละปากที่เเหลมคม]
เชว้งงงง ฟีๆๆๆๆๆฟีบบบ!
ดาบของผมค่อยๆมีสะเก็ดไฟสีเขียวไล่ไปตามลายดาบพญานาคที่เลื้อยไปตามคมดาบเริ่มเเปลงกายเป็ปักษาอสูรทั้งสองตัวมี4นัยตา ปีกของมันสีม่วงดำสนิทจนเงา ขามใช้มือทั้งสองจับดาบไว้เเน่นพรางเหวี่ยงดาบพร้อมกับสวดมนต์นะโมตัสสะเเละจินตนาการการเคลื่อนไหวของอสูรปักษาทั้ง2ตัว
อี๊ววววว!!! ฟิ้วววววววฟ้าววว
ด้ามของดาบอนันตเทวาหายไปเเละกลายเป็ปักษาอสูรสองตัวบินฉวัดเฉวียนอย่างรวดเร็วลำตัวมันไม่ใหญ่นักขนาดเท่านกเอี้ยงในโลกก่อน เสียงของมันเหมือนกับนกอินทรีย์ที่ร้องก่อนล่าเหยื่อ การควบคุมของมันนั้นยากเเละปวดประสาทมาก
'นะโมตัสสะ พะคะวะโต อะระหะโต พระเ้าเอกทัศสวดมนต์พรางควบคุมจนอสูรปักษาตกลงมาจากฟ้าฟันรูปปั้นกินรีทองสำริดขาดครึ่งส่วนปักษาอสูรอีกตนบินเฉียดริมฝีปากของเขาจนปากของเขาเหมือนโดนเเผลมีดบาดเล็กน้อยเเต่เืก็ออกมาไม่หยุด ผมรีบหยุดสวดมนต์ทันที
"เชี้ย คุมยากชะมัดระบบ รีเซ็ตเเละเปลี่ยนเป็สายเอราวัณเเทน!"ผมหงุดหงิดเเละเอามือมาััปากมันเเสบมาก ดูเหมือนสกิลที่ออกจากดาบจะสามารถสร้างบาดเเผลให้ผู้ใช้ได้ ถ้าเราฝึกดาบอนันตเทวาอสูรปักษาจนคล่องคงปลิดชีพทหารได้เป็พันคน เเต่กว่าจะช่ำชองเราคงตายก่อนพอดี ขนาดเมื่อกี้จินตนาการให้ไปข้างยังย้อนลงมาเฉียดหน้าเราเลย
[ระบบทำการรีเซ็ตดาบอนันตเทวาให้เรียบร้อย เเละเปลี่ยนคลาสเป็เอราวัณสำเร็จ คุณเหลือพอยต์11เเต้ม สามารถเลื่อนขั้นเอราวัณโดยใช้อีก5เเต้มเพื่อเลื่อนขั้น]
[ดาบอนันตเทวาเอราวัณมีพลังทำลายอันรุนเเรง สามารถปลดปล่อยได้ครั้งเดียวเเละเรี่ยวเเรงของท่านจะหมดไปทันทีในเวลาที่โจมตีกรุณาระวังบุคคลที่อยู่ด้านหลังท่านด้วยเพราะพลังทำลายอันรุนเเรงจะทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหลังระยะ1วาได้รับาเ็ไปด้วย]
"เอออ เเบบนี้เเหละดี!"ผมมองไปที่ตัวดาบสะเก็ดไฟสีเเดงค่อยๆสลายหายไปเเละเงาของดาบลายสลักขึ้นมาเป็รูปช้างสามเศียรเเละเงาของคมดาบกลายเป็สีเเดงน้ำหนักของดาบเพิ่มขึ้น15กิโลกรัมได้ ทำให้ผมถืออย่างลำบากเล็กน้อย "งั้น!เอาเลยเเล้ว ย่าาาาาา!!!"
ผมหันหน้าเข้าไปด้านกำเเพงพระบรมมหาราชวังเเละใช้เท้าหลังยันจนเท้าขูดหญ้า เเสงสีเเดงเริ่มเข้ามารวมกันทีดาบลายช้างเอราวัณเริ่มชัดขึ้น
บลูมมมมมมมมมม!!!ฟ้าววววตูมมมมมมม!!!
ตัวของผมเกือบหน้าทิ่มเมื่อทำท่าฟันดาบเเละอากาศบริเวณนั้นกลายเป็สูญญากาศชั่วพริบตาเเละะเิออกมาเป็ทางยาว2เมตรกำเเพงที่ผมฟันใส่ะเิเป็รูเเละตัวของผมกระเด็นไปด้านหลังกลิ้ง3ตบเเละขูดกับพื้น
อัก!
ผมไอออกมาเเละไม่มีเเรงเหลืออีกเเล้ว คนในวังเเตกตื่นกันใหญ่รีบมาพาตัวผมที่ไร้เรี่ยวเเรงไปพักฟื้น'อันนี้เเหละดี'เมื่อผมมองดาบอนันตเทวาของผมอีกครั้งผมก็ใเล็กน้อยเพราะรูปร่างมันเปลี่ยนไปคือขนาดมันใหญ่ขึ้น
"พวกเ้า ข้าหิวมาก ไปเตรียมอาหารสำหรับ3คนมาด่วน ส่วนทหารของพม่าวันนี้ข้าจะลงไปรบด้วยตนเองดู!" ข้าราชบริพารน้อยใหญ่ต่างใที่ผมจะลงไปรบ เพราะปกติผมเอาเเต่อยู่ในเมืองไม่เคยไปรบสนามจริงเลยเเม้เเต่ครั้งเดียว ส่วนพวกราชวงศ์ที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หวังจะให้ผมละอายที่ไร้ฝีมือในการสู้รบเเก่ราษฏร
...