- 7 -
ชีวิตที่ต้องหลบซ่อน
หนทางไปป่ามรณะยังอีกยาวไกล ในเวลานี้ทั้งสองต้องซ่อนตัวไม่ให้ผู้ใดจับได้ แรกเริ่มเพ่ยอิงวางแผนให้ป๋อเหวินไปเอาดาบอัคนีปีศาจ แต่ตอนนี้แผนของพวกเขาต้องเปลี่ยนแล้ว
เพ่ยอิงััได้ถึงพลังของทหาร์ เง็กเซียนฮ่องเต้คงส่งคนมาหาตัวเขา
เทพหนุ่มเลยต้องพาป๋อเหวินซ่อนตัวที่ป่าซีลู่เสียน แดนของภูติที่เคยโดนรุกรานจนกลายเป็ป่าร้าง สองสายตามองไปโดยรอบอย่างระวัง
“อะไรทำให้เ้ามาที่นี่! นี่มันเขตของเทพ”
“ซีลู่เสียนเป็เพียงป่าร้าง มันโดนรุกรานเมื่อหลายปีก่อน”
ฟิ้วววว!
มีบางสิ่งบางอย่างผ่านหัวของทั้งคู่ไป เห็นทหารของ์กำลังออกค้นหา เพ่ยอิงกับป๋อเหวินเลยต้องก้มตัวติดพื้นตลอดเวลา
อีกไม่นาน เผ่ามารคงแห่กันมาแน่!
ป๋อเหวินหันมาส่งสายตาแกมดุให้เพ่ยอิง เทพกนุ่มเลือกที่จะเมินเฉยไม่ใส่ใจ อย่างไรเขาก็เป็คนเลือกที่จะเดินบนเส้นทางนี้เอง หนทางข้างหน้าจะเป็เช่นไรเขาก็จะยอมรับ
อย่างที่เพ่ยอิงพูด ป่าแห่งนี้อ้างว้างและเงียบเหงา ไม่รู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำ จุดมุ่งหมายคือถ้ำร้างหลังม่านน้ำตกของซีลู่เสียน
ตัวถ้ำไม่ใหญ่มากนัก สามารถใช้หลบซ่อนไปได้สักพัก เพ่ยอิงพบเจอที่แห่งนี้เมื่อคราวตามรับใช้องค์ยูไล ภาพในอดีตย้อนกลับมา ตอนนั้นเขายังเป็เด็กที่เล่นสนุกไปวันๆ
“เป็อะไรไป?”
“เราเปล่า...”
จอมมารหนุ่มมองเห็นความผิดปกติของเพ่ยอิง เ้าเทพตัวขาวที่เคยปากมากเศร้าหมองลง เพราะแบบนั้นเขาถึงบอกให้เด็กนั่นกลับ์ ไม่เข้าใจเลยว่าจะเอาตัวเองมาลำบากเสี่ยงตายทำไม
ป๋อเหวินออกสำรวจโดยรอบ น่าแปลกเกินไปที่ซีลู่เสียนจะสงบได้ถึงเพียงนี้ ในอดีตมันคือที่อยู่ของพวกภูติ เป็หนึ่งในปีศาจฤทธิ์น้อยและรักความสงบ พวกมันชอบบำเพ็ญเพียรสู่หนทางเป็เซียน
เพ่ยอิงออกมานั่งสูดอากาศรับพลัง อี้เฉิงร่ำร้องอยากออกมาวิ่งเล่น ในเวลานี้เขาเองก็ต้องซ่อนทุกสิ่งอย่างให้มิดชิด ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้หาเขาไม่เจอ แต่อีกสองท่านบน์อย่างองค์ยูไล และมหาเทพจวิ้นหยางนั้นหาเขาเจอแน่นอน
วังเหลียนฮวากำลังวุ่นวาย หลังการหายตัวไปของเพ่ยอิงและป๋อเหวิน เง็กเซียนฮ่องเต้้าให้มหาเทพจวิ้นหยางช่วยหาตัวของทั้งคู่
“ราชเลขาของท่านหายไป ยังนั่งจิบชาได้สบายใจอยู่อีกหรือ?”
“ฮ่าฮ่า! ฝ่าาอย่าทรงร้อนพระทัยไปเลย”
“เพียงแค่ท่านมองหาองค์มหาเทพ เราจะต้องได้ตัวของทั้งคู่ก่อนเผ่ามาร” เง็กเซียนฮ่องเต้ตรัสเสียงเข้ม แต่มหาเทพจวิ้นหยางกลับส่ายพระพักตร์ของตน
“ทั้งสองจะไปที่ป่ามรณะอย่างแน่นอน ป๋อเหวินไม่มีทางโดดเดี่ยวโดยไร้ดาบอัคนีปีศาจหรอก”
“ถ้าป๋อเหวินได้ดาบ เื่จะยากกว่าเก่า เขาอาจทำร้ายเพ่ยอิงก็ได้”
มหาเทพจวิ้นหยางปรายตามองเง็กเซียนฮ่องเต้ ท่าทางกังวลร้อนพระทัยจนนั่งไม่นิ่ง ฮ่องเต้แดน์ห่วงใยเพ่ยอิง เสียยิ่งกว่าองค์ยูไลที่เลี้ยงดูมา
“อย่างไรองค์ยูไลก็ไม่ปล่อยให้เพ่ยอิงลำบาก พุทธองค์ของ์เลี้ยงเด็กคนนี้มาั้แ่แบเบาะ”
“แต่ตอนนี้เขาเป็คนของท่าน!”
“คนของข้ากำลังเลือกทางเดินชีวิตใหม่ ผิดถูกหรือไม่พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำ” เง็กเซียนฮ่องเต้ไม่เข้าใจในสิ่งที่มหาเทพจวิ้นหยางกล่าว พระองค์กำลังคิดว่าเื่ที่เพ่ยอิงทำ ตัดสินไม่ได้ว่ามันถูกต้องหรือเป็ความผิดอย่างนั้นหรือ
“อี้เฉิง อย่าเล่นน้ำนานมากล่ะ เ้าต้องซ่อนตัวไว้ให้ดี”
“เข้าใจแล้วน่า”
“ป๋อเหวินไปไหนน่ะ? เราไม่เห็นเขามาพักใหญ่แล้วนะ”
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน”
เพ่ยอิงขมวดคิ้วสงสัย คงไม่ใช่ว่าบ้าระห่ำลุยเดี่ยวไปป่ามรณะ พลันดวงตาก็ลุกวาวเมื่อด้านล่างนอกม่านน้ำตก มีคนของเผ่ามารหลายสิบคน
“อี้เฉิง...มานี่เร็ว เราต้องไปจากตรงนี้”
เ้าตัวเล็กผมขาวรีบวิ่งมาหาเพ่ยอิง ดวงตาฟ้าครามจดจ้องไปที่พวกมารด้านนอก
“อย่าใช้พลัง! ห้ามทำอะไรโดยที่เราไม่สั่ง”
“พวกมัน้าตัวเ้า เป้าหมายหลักไม่ใช่จอมมาร แต่เป็เพ่ยอิง!” อี้เฉิงกระซิบเสียงเบา
“ตอนนี้เราต้องไปตามหาป๋อเหวินก่อน”
เพ่ยอิงอุ้มอี้เฉิงออกไปจากบริเวณนั้น จอมมารป๋อเหวินไม่ได้อยู่ในถ้ำอย่างที่คิด บริเวณโดยรอบไร้เงาของเขา เทพหนุ่มเริ่มร้อนรนใจจนอยู่ไม่สุข
“เขาไปไหนกันแน่! ร่างกายของเขาอ่อนแออยู่ด้วย”
ฟุดฟิด! ฟุดฟิด!
“ข้าได้กลิ่นของเขาเพ่ยอิง ไปทางด้านหลังนี้” อี้เฉิงชี้ไปทางหลังถ้ำ เพ่ยอิงไม่รอช้าสับขาเดินไวไปตามทางที่อี้เฉิงบอก ก่อนจะพบว่าป๋อเหวินนอนหมดสติอยู่
“ป๋อเหวิน! ท่านเป็อะไร? ป๋อเหวินท่านฟื้นขึ้นมาสิ”
ร่างของมารหนุ่มมีเส้นสีดำขึ้นมากกว่าเก่า เดาว่าคงต่อต้านกับจิตมารของตัวเองจนหมดสติ ััดูก็พบว่าจิตมารแข็งแกร่งขึ้นเป็ลำดับ พลังของป๋อเหวินที่ใช้สะกดไว้แทบไม่มีผล
เพ่ยอิงพยุงป๋อเหวินให้นอนพิงผนังถ้ำ จอมมารไม่มีท่าทีว่าจะลืมตาขึ้นมาพูดคุยได้ สองมือของป๋อเหวินเต็มไปด้วยรอยช้ำ เขาคงต่อต้านฝืนตัวเองอย่างหนัก
“เดี๋ยวไปหาน้ำมาให้ เ้าเฝ้าเขาอยู่ที่นี่แหละ”
“อี้เฉิง...ด..เดี๋ยว!”
เ้าตัวเล็กผมขาววิ่งร่าออกไปด้านนอกไม่ฟังคำทัดทาน เพ่ยอิงอยากตามออกไปแต่ก็ห่วงป๋อเหวิน
ฝ่ามือของเพ่ยอิงปัดเศษดินที่เปื้อนบนใบหน้าของป๋อเหวินออก ตอนที่เขาหลับใหลไม่ได้สติ ไม่ต่างจากการเป็ชายหนุ่มทั่วไปที่เขาพบเจอ เพ่ยอิงอยากรู้เหตุผลที่แท้จริงของเื่นี้
“นั่นเลยท่านเซียน เพื่อนของข้ากำลังาเ็หนัก”
“อี้เฉิง!”
เทพหนุ่มรีบไปคว้าเ้าตัวเล็กมากอดไว้ สายตามองตาแก่หนวดขาวอย่างไม่ไว้ใจ
“เ้าไปพาใครมา?”
“นี่ท่านเซียนสมุนไพรเชียวนะ ข้าไปเจอท่านตอนตักน้ำที่ลำธารพอดี”
“คนไหนที่ป่วย นี่น่ะหรือ?”
“ไม่เอาน่าเพ่ยอิง ท่านเซียนจะช่วยรักษาจอมมาร” เพ่ยอิงถึงได้ถอยหลบไปอีกด้าน เพื่อให้เซียนสมุนไพรที่อี้เฉิงบอก ตรวจดูอาการของป๋อเหวิน
“หนักเอาเื่ หัวใจเต้นแ่บาง เส้นพลังเสียหายไม่น้อย ร่างนี้กำลังมีบางอย่างแทรกแซง”
“จิตมาร”
“หืม?”
“เขาโดนจิตมารเข้าแทรก” เพ่ยอิงตอบข้อสงสัยกับท่านเซียนสมุนไพร
“อย่างนั้นก็เื่ใหญ่แล้ว ต้องพาเขาไปที่พักของข้า”
“เขาจะหายไหม”
“อยู่ที่ตัวของเขา ข้าสามารถกำจัดจิตมารของเขาได้ แต่พ่อหนุ่มผู้นี้จะอดทนไหวหรือเปล่า” เพ่ยอิงมองใบหน้าของคนที่หลับตาอยู่ อย่างไรป๋อเหวินก็เป็จอมมารทรงพลัง เขามั่นใจว่าเื่แค่นี้จอมมารหนุ่มไม่ยอมแพ้แน่นอน
“เรากำลังซ่อนตัว ท่านมีทางออกอื่นอีกหรือไม่”
“ข้ารู้ นานมากแล้วที่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตในซีลู่เสียนมากมายขนาดนี้ ทั้ง์ ทั้งเผ่ามาร”
ท่านเซียนสมุนไพร หรือ ‘เป๋ยซานหลิง’ เคยเป็เทพแห่งการรักษา ก่อนจะบำเพ็ญตนเข้าหนทางเซียน เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรเป็พิเศษ เขายังมีพลังในการขจัดพลังชั่วร้ายในร่างกาย ร่างของป๋อเหวินนอนสงบอยู่ในอ่างสมุนไพร หลังจากนี้ไปอีกสามราตรี
เพ่ยอิงลูบไปบนใบหน้าของจอมมาร “ป๋อเหวิน ท่านทำได้อยู่แล้วเรารู้” ก่อนที่เทพเซียนจะปิดประตูไม่ยอมให้ผู้ใดเฉียดใกล้ แสงไฟด้านในสว่างวาบ อี้เฉิงกระตุกมือของเพ่ยอิงให้ออกไปจากบริเวณนั้น
“อ้ากกกกก! ข...ข้าเจ็บ อึก! ช...ช่วยด้วย ข้าเ็ปเหลือเกิน.....” เสียงของป๋อเหวินโหยหวนไปตามสายลม เพ่ยอิงที่นอนหลับตาอยู่ก็สะดุ้งตื่นทันที
“เฮือก! ป๋อเหวิน !!!”
“อ๊ากกกกก.....ท..ทรมาน เอื้อกกกก”
เพ่ยอิงวิ่งมาที่หน้าห้องรักษาของป๋อเหวิน เขามองไม่เห็นด้านในห้อง แต่เสียงของร้องของป๋อเหวินเสียดแทงไปทั้งใจ
ท่านเซียนมองไปที่ดวงตาของป๋อเหวิน มารหนุ่มผู้นี้ใจสู้ไม่ยอมถอย การขจัดจิตมารไม่ต่างอะไรกับการโดดลงเปลวเพลิงของปรภพ มันเ็ป ทรมาน ยิ่งกว่าตายทั้งเป็
“ป๋อเหวิน...กลับมาหาเรา”
เพ่ยอิงทำได้เพียงแค่ยืนัับานประตูอยู่ด้านนอก ป๋อเหวินยังคงส่งเสียงร้องเ็ปทรมานอยู่เช่นนั้นทั้งคืน
ท่านเซียนออกมาจากห้อง ก็พบเพ่ยอิงนอนอยู่หน้าประตู โดยมีเ้าเด็กตัวเล็กผมขาวอยู่บนตัก
“เป็อย่างไรบ้าง?”
“ใจสู้ดีนัก หากยังทรงตัวดีเช่นนี้ก็สบายใจได้” อี้เฉิงพยักหน้าตอบรับ แหงนมองคนที่กำลังหลับอยู่ก็รู้สึกเห็นใจไม่น้อย
“พวกนั้นจะรู้หรือไม่ ว่าเพ่ยอิงกับจอมมารอยู่ที่นี่”
“ข้าน่ะท่องโลกมาหลายหมื่นปี รอวันที่ทุกอย่างจะจบสิ้นเสียที ด้านนอกไม่มีทางได้รู้ แต่มหาเทพกับองค์ยูไลข้าไม่แน่ใจ”
เทพหนุ่มที่นอนหลับอยู่ก็ลืมตาตื่น เห็นท่านเซียนออกมาแล้วก็รีบถามอาการของป๋อเหวินทันที
“สบายใจได้ มารหนุ่มนี่อดทนเก่งนัก”
“ขอบคุณท่านมาก เราจะตอบแทนบุญคุณท่านอย่างแน่นอน”
เพ่ยอิงเผยรอยยิ้มเหนื่อยหล้า หลายวันมานี้เขาแทบไม่ได้พัก ยังต้องเจอเื่ที่ป๋อเหวินล้มป่วย ไหนจะเื่โดนตามล่า ใบหน้าท่านเซียนเลือนรางลง ก่อนที่เพ่ยอิงจะไม่รับรู้สิ่งใดอีก
“เ้า! มานอนสบายใจอะไรตรงนี้” เทพหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง หลังได้ยินเสียงที่คุ้นหูกำลังเอ่ยถาม แววตาลุกวาวเมื่อได้เห็นใบหน้านี้
“มหาเทพ!!!”
เพ่ยอิงมองซ้ายขวา พบว่าตัวเองอยู่บนทุ่งหญ้า์ สถานที่โปรดของเขาที่ชอบมาประจำ
“เด็กโง่...เ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่ กลับวังเหลียนฮวากับข้าเถอะ”
“อย่าไปกับเขา!!!”
“ป๋อเหวิน...ท่านมาได้อย่างไร?”
“เพ่ยอิง อย่ากลับไปกับเขา เ้าต้องอยู่กับข้า” ป๋อเหวินทรุดลงกับพื้นทันที เพ่ยอิงใรีบวิ่งเข้าไปดู และพบว่าเส้นสีดำของป๋อเหวินขึ้นเกือบเต็มตัวแล้ว
“ท่านเป็หนักขนาดนี้แล้ว มหาเทพท่านช่วยเขาด้วย”
“ย..อย่า!”
ป๋อเหวินส่ายหน้าไปมา เมื่อเพ่ยอิงขอให้มหาเทพจวิ้นหยางช่วย จอมมารพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ร่างกายเ็ปเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทง
“เ้าว่าอย่างไรเพ่ยอิง หืม?” มหาเทพจวิ้นหยางยังคงยิ้มอ่อนโยนเช่นเดิม
“ป๋อเหวิน ค..คือว่า”
“อย่าไปเพ่ยอิง! อย่าไปจากข้าเลยนะ เ้าอย่าไปกับเขา” มือของป๋อเหวินคว้าต้นแขนของเพ่ยอิงไว้แน่น เทพหนุ่มเริ่มไม่เข้าใจว่ากำลังฝัน หรือทุกอย่างมันเป็เื่จริง
“ทหาร จับตัวของป๋อเหวินเอาไว้ แล้วก็พาเพ่ยอิงกลับวังเหลียนฮวา”
“ไม่นะ! เราไม่กลับ ห้ามแตะต้องป๋อเหวิน ห้ามพวกท่านยุ่งกับเขา!!!” เพ่ยอิงประสานมือกับป๋อเหวินไว้แน่น ร่างกายของป๋อเหวินย่ำแย่อ่อนแออย่างเห็นได้ชัด
“พ...เพ่ยอิง! เพ่ยอิงข้าหนาว อึก..ข้า..”
“เราอยู่นี่แล้ว เราอยู่กับท่านป๋อเหวิน” เทพหนุ่มกอดจอมมารไว้แนบกาย เวลานี้เขาไม่อยากให้มันเป็ความจริง เขาไม่อยากสูญเสียป๋อเหวินไปเลย
“แบบนั้นเพ่ยอิง พาข้าไปดูหน่อยว่าเ้าอยู่ที่ใด” น้ำเสียงของมหาเทพจวิ้นหยางแทรกเข้ามา เขากำลังถูกแทรกจิต องค์มหาเทพกำลังตามตัวของเขาอยู่
“เปิดตา!”
เพ่ยอิงที่นอนอยู่บนแคร่ไม้ผุดลุกขึ้นมา หลังได้ยินเสียงของอี้เฉิง “เกือบไปแล้ว เห้อ!”
“มีอะไร? เกิดอะไรกับเรา”
“บางอย่างเข้าครอบจิตของเ้า เพ่ยอิง...เวลานี้เ้ากำลังมีภัย”