Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 4 นายเห็น !!

    ตอนที่ 4

    “นะ นะ นี่นายเห็นฉันด้วยงั้นเหรอ !!” เธอถามดนัยพลางเข้ามาใกล้

    “มะ มะ มะ มะ ไม่เห็น ยะ ยะ อย่ามาหลอกผมเลยผมจะแผ่ส่วนกุศลไปให้” ดนัยพูดพลางยกมือขึ้นพนมมือและเริ่มแผ่เมตตา

    “สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น อะเวรา โหนตุ.........................” ดนัยท่อนบทสวดแผ่เมตตาไปจนจบก่อนเขาจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาก่อนจะร้องออกมาเสียงหลง

    “จ๊าก !!!!!!!!!!!!” ดนัยร้องลั่นเพราะแทนที่ผีคนไข้คนนี้จะหายไปกลับยื่นหน้ามาซะจนเสียแทบจูบกับเขา

    “ร้องอะไรของนายแล้วเมื่อครู่พูดอะไรล่ะนั่นฟังไม่ออกเลย” ผีคนไข้สาวถาม

    ยะ ยะ อย่าบอกนะว่าฟังไม่ออกเลยไม่ไปผุดไปเกิดน่ะเอาไงดีบทสวดญี่ปุ่นเราก็ท่องไม่เป็นด้วยสิ ดนัยคิดในใจตอนนั้นเองผีคนไข้สาวก็ตะคอกใส่เขาเสียงดัง

    “นี่ฟังนะฉันจะถามอีกครั้งถ้าไม่ตอบมาดีๆล่ะก็ฉันจะหักคอนายซะ” ผีคนไข้สาวตะคอกใส่ดนัย

    “มะ มะ ไม่เอาอย่าหักคอผมเลย” ดนัยพูดพลางยกมือไหว้จะว่าไปผีคนไข้สาวคนนี้ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่จะดูๆไปเธอก็สวยมากๆเลยด้วย

    “อืม...ก็ดีฉันจะถามนายอีกครั้งนายเห็นฉันจริงๆงั้นเหรอ” เธอถามดนัย

    “คะ ครับผมเห็น” ดนัยพยักหน้าเบาๆ

    “จริงเหรอนายเห็นฉันจริงๆเหรอ !!!” น้ำเสียงของเธอดูตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเมื่อดนัยตอบเธอ

    “ใช่เห็น” ดนัยพยักหน้าเขาเริ่มไม่ค่อยจะกลัวผีคนไข้คนนี้แล้ว

    “ดะ ดะ ดีจังเลย” เธอยิ้มออกมาทำให้ดนัยถึงกับผงะไปเพราะว่ารอยยิ้มของเธอนั้นทำให้เธอสวยกว่าเดิมมากจนดนัยเผลอใจเต้นแรงไปหลายจังหวะ

    “ไม่เป็นอะไรนะ” ดนัยถาม

    “ไม่เป็นไรฉันแค่ดีใจไปหน่อย” เธอพูด

    “เหรอถ้าอย่างนั้นเธอตายมานานหรือยังแล้วชื่ออะไร” ดนัยถาม

    “น่าจะหกเดือนแล้วมั้ง ส่วนฉันชื่อฮิคาริ” เธอตอบดนัย

    “ฮิคาริงั้นเหรอ ไม่มีนามสกุล ??? ว่าแต่หกเดือนนี่มันตั้งแต่โรงพยาบาลเปิดเลยนะนั่น” ดนัยพูด

    “ฉันอาจจะมีนามสกุลล่ะมั้งแต่ฉันจำไม่ได้” ฮิคาริตอบ

    อ้าวเป็นผีความจำเสื่อมซะงั้น ดนัยคิดในใจตอนนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออก

    แกร๊ก !! ประตูถูกเปิดออกก่อนหมอมิโฮะเดินเข้ามาพลางมองดนัยที่นั่งอยู่ที่พื้น

    “ไปนั่งทำอะไรที่พื้นล่ะดนัย” หมอมิโฮะถาม

    “เอ่อคือ....” ดนัยอ้ำๆอึ้งๆพลางมองสลับระหว่าผีสาวฮิคาริและหมอมิโฮะ

    หมอมิโฮะมองไม่เห็นเธองั้นเหรอเนี่ย ดนัยคิดพลางเลือกที่จะเก็บเรื่องผีสาวฮิคาริเอาไวเพราะพูดไปใครจะเชื่อล่ะว่าเขาเห็นผีน่ะ

    “ว่าไงไปนั่งทำอะไรที่พื้นแล้วนี่ซ้อมผูกปมอยู่เหรอ” หมอมิโฮะถามพลางมองบนโต๊ะของดนัย

    “อ๊ะใช่ครับพอดีของตกนิดหน่อยผมเลยลงมาเก็บ” ดนัยค่อยๆลุกขึ้นพลางมองผีสาวฮิคาริที่ยืนมองเขายิ้มๆไม่พูดอะไร

    “อืม...ขยันดีแต่ดูเหมือนความเร็วในการผูกปมจะแย่ไปหน่อยนะไม่ถึงมาตราฐานเลย แถมปมแรกยังหย่อนด้วยดูสิ ถ้าปมหย่อนล่ะก็ไม่ว่าเธอจะผูกเร็วแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์” หมอมิโฮะพูด

    “ผมจะพยายามแก้ไขและฝึกซ้อมให้มากขึ้นครับ” ดนัยพูดพลางมองไปที่ฮิคารา

    หมอมิโฮะพูดเหมือนยัยผีนี่เลยแฮะ ดนัยคิด

    “เอาล่ะฉันไปเขียนรายงานก่อนแล้วกัน ใกล้จะเลิกงานแล้วด้วยรีบกลับไปพักผ่อนเสียล่ะพรุ่งนี้จะพาไปออกตรวจตอนเช้า พอดีหมออิจิโนเสะวานมา” หมอมิโฮะพูดพลางเดินไปที่โต๊ะของเธอ

    “ครับ” ดนัยตอบพลางดูนาฬิกา

    จะสองทุ่มแล้วเหรอเนี่ยตารางเข้าเวรเรายังไม่ออกแสดงว่าตอนนี้เราเลิกงานสามทุ่มสินะ ดนัยคิดในใจตอนนี้ตารางเข้าเวรของเขานั้นยังไม่ถูกกำหนดดังนั้นเขาจึงต้องเข้างานเหมือนหมอปกติไปก่อน

    ดนัยค่อยๆนั่งลงก่อนจะแก้ปมออกและเริ่มซ้อมอีกครั้ง

    “นี่ๆนายจับคีมแน่นเกินไปนะคลายมือออกหน่อยจะทำความเร็วได้มากขึ้นแล้วก็แขนน่ะเอาติดไว้ข้างลำตัวสิ แนบเอาไว้” ฮิคาริพูดอยู่ข้างๆหูดนัย

    “เธอรู้เรื่องพวกนี้ด้วย !!” ดนัยอุทาน

    “หือหมอดนัยมีอะไรเหรอ” หมอมิโฮะที่นั่งอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงดนัยจึงถาม

    “ปะ เปล่าครับไม่มีอะไร” ดนัยรีบตอบหมอมิโฮะพลางกระซิบพูดกับฮิคาริ

    “เธอเป็นผีคนไข้ไม่ใช่หรือไงจะมารู้เรื่องพวกนี้ได้ไง” ดนัยกระซิบถามเบาๆ

    “เอาเป็นว่าฉันรู้ก็แล้วกันไม่เชื่อก็ลองดูสิ” ฮิคาริพูดเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้เรื่องพวกนี้เหมือนกัน

    เชื่อถือยัยผีฮิคารินี่ได้มั้ยเนี่ยความจำเสื่อมไม่ใช่เหรอแถมเธอยังเป็นคนไข้ ดูจากหน้าตาอายุก็น่าจะไม่ต่างจากเราเผลอๆจะอายุน้อยกว่าเราด้วยจะมารู้เรื่องการแพทย์ได้ยังไง ดนัยคิดในใจเขายังไม่ทำตามที่ฮิคาริแนะนำ

    “นี่เชื่อฉันสิ เชื่อฉันคลายมือออกจับไม่ต้องแน่นแขนชิดลำตัว” ฮิคาริพูดกรอกใส่หูดนัยรัวๆจนเขาเริ่มรำคานจึงลองทำตามที่เธอว่า

    ติ๊ด !! ดนัยกดจับเวลาก่อนจะเริ่มผูกปม

    หือรู้สึกว่ามันเร็วขึ้นหรือเปล่า ดนัยคิดในใจแต่ก็ยังไม่เสียสมาธิเขายังผูกปมต่อไปจนครบหนึ่งนาที

    ติ๊ด !! เสียงเครื่องจับเวลาดังอีกครั้งดนัยจึงหยุดมือทันที

    “กะ กะ เก้าสิบสี่ !!” ดนัยอุทานออกมา

    “เห็นมั้ยล่ะบอกแล้ว” ฮิคาริพูดออกมาพลางเชิดหน้าขึ้น

    “ไม่เลวนี่ใกล้ถึงมาตราฐานของเด็กจบใหม่แล้ว อืม...ปมแรกก็ไม่หย่อนทำต่อไปนะ” หมอมิโฮะมาอยู่ข้างหลังดนัยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้พูดชื่นชมดนัย

    “ขอบคุณครับ” ดนัยพูดขอบคุณเบาๆ

    “อืม...อย่าซ้อมแต่ผูกปมล่ะซ้อมเจาะเลือดและซ้อมใช้หูฟังเสียบ้างพรุ่งนี้เช้าจะพาไปออกตรวจตอนเช้าเดี๋ยวจะลองให้หมอดนัยลองทำดูนะ” หมอมิโฮะเตือน

    “ครับ” ดนัยตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะวางเรื่องการผูกปมไว้ก่อนเขาเดินออกไปจากห้องเพื่อไปยืมอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อมเจาะเลือดมาโดยมีฮิคาริตามไปติดๆ

    “ทะ ทะ เธอจะตามผมมาทำไมเนี่ย” ดนัยถามเพราะกลัวว่าฮิคาริจะตามเขากลับห้องไปด้วยถ้าเป็นแบบนั้นมีหวังนอนไม่หลับกันพอดี

    “ก็อยากตามนี่นาทำไมตามไม่ได้รึไงเดี๋ยวก็แอบไปหลอกตอนกลางดึกเสียเลย” ฮิคาริพูดเธอนั้นอยู่ที่นี่มาตั้งครึ่งปีแล้วพึ่งจะมีดนัยเนี่ยแหละที่สามารถมองเห็นและคุยกับเธอได้ เธอน่ะเหงาจะแย่อยู่แล้ว

    “ขะ ขะ ขอโทษอย่าตามผมกลับไปที่ห้องเลยนะผมยังอยากพักผ่อน” ดนัยพูด

    “ก็ได้ๆไม่ตามไปถึงขนาดนั้นหรอกน่า” ฮิคาริพูด

    ฉันออกจากโรงพยาบาลได้ที่ไหนกันเล่าไปไหนมาไหนก็ได้แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้นเนี่ยแหละ ฮิคาริคิดในใจ

    ระหว่างเดินดนัยก็แอบมองดูขาของฮิคาริ

    จะว่าไปเท้าเธอก็ลอยอยู่นี่นะทำไมถึงไม่ลอยตัวไปเฉยๆล่ะจะเดินทำไม แล้วนี่เธอเดินทะลุกำแพงได้หรือเปล่าหว่า คงได้มั้งเพราะตอนที่จะจับแขนเธอมือเรายังทะลุไปอยู่เลยจะว่าไปผีอย่างเธอปรากฎตัวได้ยังไงนะมันมีสสารอะไรเป็นตัวประกอบเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ได้มั้ยเนี่ย ดนัยเริ่มคิดถึงเรื่องฮิคาริพลางคิดไปถึงอยากลองวิเคราะห์เรื่องเธอเลย

    หลังจากดนัยไปขออุปกรณ์สำหรับซ้อมเจาะเลือดมาเขาก็กลับมานั่งฝึกเจาะเลือดต่อยันถึงเวลาเลิกงานโดยมีฮิคาริคอยแนะนำเรื่องการเจาะเลือดอยู่ข้างหู

    “เจอกันพรุ่งนี้นะ !!!!!!!!!” เสียงฮิคาริตะโกนส่งดนัยอยู่หน้าโรงพยาบาล

    “ใครจะไปอยากเจอผีกันเล่า !!” ดนัยพูดกับตัวเองเบาๆพลางรีบเดินกลับไปที่หอพัก

    วันต่อมา

    “ฮ้าว....ง่วงชะมัด” ดนัยหาวออกมาเมื่อคืนนี้เขานอนแทบไม่หลับเพราะดันคิดมากเรื่องยัยผีคนไข้ฮิคาริเมื่อคืน

    “พักผ่อนไม่พอเหรอหมอดนัย” หมออิจิโนเสะถาม

    “นิดหน่อยครับ” ดนัยตอบ

    “คงเจ็ทแลคล่ะทั้ง เอานะเดี๋ยวก็หาย” หมออิจิโนเสะพูด

    “ครับ” ดนัยพยักหน้า

    “เอาล่ะหมอดนัยได้เวลาออกตรวจรอบเช้าแล้ว หยิบเสื้อกราวด์ขึ้นมาแล้วไปกัน” หมอมิโฮะที่นั่งเตรียมตัวอยู่พูดพลางลุกขึ้นมาและเดินไปทันที

    “ระ ระ รอด้วยครับ” ดนัยรีบหยิบเสื้อกราวด์ที่วางพาดอยู่ที่พนักเก้าอี้ขึ้นมาก่อนจะรีบเดินตามหมอมิโฮะไปทันที

    ที่ห้องผู้ป่วย

    “สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณวาตานาเบะ เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างคะปวดแผลหรือเปล่า” หมอมิโฮะถามคนไข้ของเธอ

    “ก็นิดหน่อยครับคุณหมอ” คนไข้ของเธอตอบ

    “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะเพิ่มยาแก้ปวดให้นะคะแล้วก็ขออนุญาติตรวจอาการหน่อยนะคะ” หมอมิโฮะพูดพลางหันมามองดนัย

    ควับ !! ดนัยหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ก่อนจะเริ่มตรวจคนไข้ทันที

    “สูดหายใจเข้าครับ...ดี....หายใจออกครับ”

    “การหายใจปกติครับหมอมิโฮะ” ดนัยรายงานหลังจากได้ตรวจอาการจากการฟังดูแล้ว

    “อืม...” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะขอคนไข้เพื่อตรวจซ้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ

    หลังจากตรวจคนไข้คนแรกเสร็จหมอมิโฮะก็พาไปตรวจคนต่อๆไปจนกระทั่งมาถึงการเจาะเลือด

    “โอ๊ย !!!” เสียงคนไข้ร้องออกมา

    “ขอโทษครับ” ดนัยรีบขอโทษทันทีเขาเจาะหาเส้นเลือดคนไข้คนนี้เป็นรอบที่สามแล้วก็ยังหาเส้นเลือดไม่เจอเพราะคนไข้คนนี้หาเส้นเลือดยากมากหมอมิโฮะเองก็เริ่มทำสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่ก็ยังปล่อยให้ดนัยเป็นคนเจาะเลือดต่อไปตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงบางอย่างดังที่ข้างหูเขาทำให้เขาสะดุ้งโหยง

    “กดไปที่ข้อพับก่อนสิสักห้าวินาทีเส้นเลือดจะโผล่ขึ้นมาเอง !!” เป็นเสียงของฮิคารินั่นเองที่พูดอยู่ข้างหูดนัย

    “เป็นอะไรไปหมอดนัยจู่ๆก็สะดุ้ง” หมอมิโฮะถามหลังจากเห็นดนัยสะดุ้ง

    “ปะ ปะ เปล่าครับแค่รู้สึกหนาวขึ้นมา” ดนัยรีบแก้ตัวพลางคิด

    มะ มะ มาหลอกกลางวันแสกๆเลยเรอะผีไม่ใช่ปรากฎตัวได้หลังพระอาทิตย์ตกดินหรือไง !! ดนัยคิดในใจพลางเหลือบมองฮิคาริที่ลอยตัวอยู่ข้างๆเขาและกำลังยิ้มให้เขาอยู่

    จบ...
    ชอบหรือไม่ชอบเรื่องนี้อย่างไรฝากคอมเม้นและติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบคุณมากครับ " สองดาวจุด "