ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 38 แผนชั่ว

    ตอนที่ 38 แผนชั่ว

     

    ประโยคก่อนหน้านี้ของหลิวเฟยเป็นเหมือนสายฟ้าฟาดและประโยคหลังนั้นก็เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดที่รุนแรงยิ่งกว่าชาวบ้านที่ออกันอยู่ในลานบ้านต่างก็ระเบิดหัวเราะออกมา

     

    ไอ้พ่อหนุ่มคนนี้มันชอบพูดจาเหลวไหลมาตั้งแต่เด็กและทุกวันนี้ก็ยังใช้นิสัยเดิม ทำให้พวกเขารู้สึกว่าสรรพสิ่งในโลกนั้นเปลี่ยนได้แต่เปลี่ยนสันดานคนนั้นเปลี่ยนยาก

     

    ที่หนึ่งหมู่สามารถทำเงินได้7,000 หยวน ?

     

    เขาคิดว่าตัวเองกำลังปลูกทองอยู่หรือไง ?

     

    ชาวบ้านในลานบ้านทั้งหมดเป็นเกษตรกรที่มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ไม่ว่าใครต่างก็ดูออกว่านี่เป็นนิทานหลอกเด็ก !

     

    เมื่อเห็นชาวบ้านต่างหัวเราะเย้ยหยันเขาหลิวเฟยก็ทำได้แค่หัวเราะ “เฮอะ ๆ ”

     

    เขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะอธิบายความให้ยืดยาวหากว่าเป็นแต่ก่อน เขาคงรับมือกับสภาพแบบนี้ได้ยากเรื่องนี้จำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไป

     

    และอีกอย่างเขาก็ไม่อยากให้ชาวบ้านมาห้อมล้อมเขาแล้วบอกว่าราคาเช่าที่บนภูเขานี้ให้ต่ำเกินไป......

     

    “นี่คืออะไร ?”

      

    ขณะที่หลิวเฟยกำลังคิดว่าจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ตรงหน้านั้นอย่างไรนั่นเองใครจะรู้ว่าหลิวอวี้เหลียนมองไปที่กระเป๋านูน ๆ ของเขาจากนั้นก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ยื่นออกมา แล้วเอาออกมามองชัด ๆ

     

    ฉับพลันนั้นเองดวงตาของเธอก็เบิกโพลงราวกับว่าเห็นสัตว์ประหลาดอยู่ตรงหน้า

     

    หลี่อวิ๋นโหรวเห็นดังนั้นจึงโน้มหัวไปดูเช่นกันปรากฏว่าเธอก็ดวงโตเบิกโพลงด้วยความตะลึง เธอตกใจจนแทบพูดอะไรไม่ออก

     

    หลิวเทียนป้าและผู้ใหญ่บ้านคนก่อนก็อยากรู้ว่ามันคืออะไรปรากฏว่าเมื่อรู้แล้วทั้งสองก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน

     

    ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งก็ไปห้อมล้อมกระดาษแผ่นนั้นด้วยความใคร่รู้คนที่อ่านหนังสือออกก็ตกตะลึงไปหลายวิ ส่วนชาวบ้านที่อ่านหนังสือไม่ออกก็เอาแต่ร้อนรนกระโดเต้นโหยงๆ ด้วยความอยากรู้

     

    “บนกระดาษเขียนว่าอะไร? ทำไมทุกคนทำหน้าแบบนี้กันหมด ?”

     

    เมื่อเห็นชาวบ้านโหวกเหวกโวยวายหลิวเทียนป้ายิ้มแห้งๆ จากนั้นก็พูดออกมา“แม้เจ้าโว้ย....ไอ้ที่มันพูดเป็นเรื่องจริงหรือนี่ นี่เป็นใบเสร็จรับเงินมีลายเซ็นของทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขายอีกทั้งยังมีตราประทับของร้านขายยาอีกด้วย.....”

     

    “อันนี้มันปลอมแปลงกันได้นี่นามีเรื่องชั่ว ๆ ไหนบ้างที่หลิวเฟยมันทำไม่ได้ ?”

     

    หลิวเทียนป้าไม่ได้ตอบโต้อะไรหลิวอวี้เหลียนจึงรีบนั่งยองลง จากนั้นก็เอามือออกไปพลิกกระเป๋าแล้วก็พลิกเจอหนังสือสัญญาซื้อขายฉบับหนึ่งเธอพูดออกมาด้วยความกระอักกระอ่วน “พี่เฟย ทำแบบนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา ? พี่ปิดมิดดีนี่! ”

     

    เมื่อหลิวเฟยถูกเปิดเผยเรื่องที่เขาซุ่มทำมาโดยตลอดเขาก็พูดออกมาด้วยความเรียบเฉย “ฉันปิดบังอะไรกัน ? ที่ผ่านมาจะทำอะไรฉันก็บอกทุกอย่างแล้วนี่เพียงแต่พวกเธอไม่ยอมเชื่อกันเอง”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวเอาสัญญาซื้อขายมาอ่านพิจารณาอย่างละเอียดเธอแทบจะพูดไม่ออก “ให้ตายเถอะ กิโลละ 70 หยวนจริงๆ ด้วย สมุนไพรแต่ละหมู่ที่ตากแห้งแล้วมีน้ำหนักมากถึง 100 กิโล หากลองคำนวณดู ในแต่ละหมู่ก็จะตีมูลค่าเป็นเงินได้มากถึง 7,000 หยวน ไม่จริงมั้งหญ้าเก้าชีวิตที่นายปลูกจะมีราคาขนาดนั้นได้ยังไงกัน ?”

     

    “ก็ขนาดสมส่วนส่วนประกอบสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ราคานี้มาหรอก” หลิวเฟยยิ้มตอบ

     

    “แต่ตอนที่นายปลูก  นอกจากจะรดน้ำแล้วก็ไม่เห็นว่านายจะทำอะไรกับมันอีกนี่”

     

    “อันนี้มันก็ต้องมีการตัดแต่งทางเทคนิคกันหน่อยบวกกับสภาพแวดล้อมที่ภูเขาไห่หมิงของเราก็เหมาะสำหรับการทำการเพาะปลูกมาก ”

     

    “เทคนิคอะไรของนาย? ”

     

    “นี่อยากจะแต่งหนังสือเรื่องเจ้าหนูจำไมหรือไง? ” 

     

    “.......”

     

    หลังจากที่หลี่อวิ๋นโหรวร้อนรนจนทนไม่ไหวเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเขาจะปลูกโรงเรือนเพิ่มย้อนนึกขึ้นได้ว่าเขายอมออกเงินส่วนตัวเพื่อเช่าที่เพิ่มไหนจะคำมั่นสัญญาที่มีต่อนายกตำบลถังว่าหมู่บ้านหลิวจะเปลี่ยนไปภายในเวลาหนึ่งเดือนเมื่อคิดได้อย่างนั้นเธอก็ชี้หน้าหลิวเฟยแล้วพูดออกมา “ไม่เลวนี่น่านายเดินหมากเกมใหญ่แล้วจะให้เราเดินตามเกมนายหรือ ! ”

     

    หลิวเฟยกระแอมแห้งแล้วพูดออกมา“อย่าผลักเอาฉันมาประจันหน้ากับชาวบ้านแบบนี้จะได้ไหม ? คุณผู้หญิงหลีเธอเป็นแค่เลขาผู้ใหญ่บ้าน ต้องรู้แจ้งในเกมการเดินหมากของฉันของด้วยถ้าหากเธอไม่ได้มีตำแหน่งเหนือกว่าฉัน แล้วเธอถือสิทธิ์อะไรมาควบคุมการทำงานของฉัน”

     

    “นาย ! ”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวแทบจะหมดคำพูดจะว่าไปแล้วเลขาผู้ใหญ่บ้านอย่างเธอนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะคอยดูแลความรับผิดชอบของผู้ใหญ่บ้านทว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ เธอกลับถูกไอ้บ้าคนนี้จูงจมูกอยู่ฝ่ายเดียวมาโดยตลอดและยังเดาไม่ออกอีกด้วยว่าจริง ๆ แล้วเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ขอถามกลับหน่อยสิว่าเธอจะควบคุมการเคลื่อนไหวของเขาได้ยังไง ?

     

    เมื่อชาวบ้านที่ยืนออกันอยู่ตรงลานบ้านของหลิวเฟยรับรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงทันใดนั้นเขาก็ส่งเสียงโหวกเหวกกันเสียงดัง

     

    “เสี่ยวเฟยนายนี่ไม่เอื้อเฟื้อกันเลย ! เมื่อมีช่องทางแล้วก็ให้ทุกคนได้ทำมาหากินร่วมกันสินายไม่ควรปิดซ่อนไว้อย่างนี้เลยนี่ ! ”

     

    “ใช่นายนี่ร้ายกาจใช่ได้ ก่อนเอาไปขายก็เช่าที่บนภูเขาราคาถูกมากนายต้องมีแผนชั่วอะไรอยู่แน่ ๆ ”

     

    “แม่งเอ้ยไอ้ผู้ใหญ่บ้านหลิว ผู้ใหญ่บ้านที่อื่นเขามีแต่จะพาลูกบ้านลืมตาอ้าปากไปด้วยกันมีแต่นายนี่แหละ ที่บินเชิดหนีไปก่อน นายมันไม่เหลือความดีงามไม่มีความซื่อสัตย์เอื้อเฟื้อต่อลูกบ้านเลย ! ”

     

    ……

     

    หลิวเฟยฟังคำต่อว่านานาของชาวบ้านที่ยังคงดังเซ็งแซ่ไม่ยอมหยุดปากสักทีเขารู้สึกว่าชื่อของตนนั้นถูกเรียกจนตอนนี้รู้สึกปวดหัวไปหมดแล้วเมื่อกี้ที่เขาไม่ได้รีบอธิบายก็กลัวจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา แต่ว่าไหน ๆก็ไหน ๆ แล้ว หลบยังไงก็หลบไม่พ้น สู้เผชิญปัญหาไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดยังจะดีกว่า

     

    หลิวเฟยพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์จากนั้นก็กระแอมขัดจังหวะเสียงที่กำลังดังอยู่เซ็งแซ่“ทุกคนได้โปรดเงียบแล้วฟังสิ่งที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไปนี้คิดว่าทุกคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “ตัวเองรวยก่อน จากนั้นค่อยพาคนอื่นรวยตาม”ใช่หรือไม่ ? ตอนนี้พวกเราทุกคนยากจนข้นแค้น ใครล่ะจะนำพวกเราไปสู่ความร่ำรวย ? ผมเองก็ใช้เอาเทคนิคที่ตัวเองพอมีบวกกับสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์ของภูเขาไห่หมิงให้ตัวเองได้พอมีตังค์พอตั้งตัวได้จากนั้นก็อยากจะสร้างบริษัทขึ้นมาให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้เมื่อเรามาร่วมพัฒนาให้บริษัทของเราเข้มแข็งแล้วต่อไปทุกคนก็จะมีเงินร่ำรวยกันถ้วนหน้าใช่หรือไม่ ? ฉะนั้นตอนนี้ทุกคนจะมาโหวกเหวกโวยให้ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาสู้เอาเวลานี้ไปเก็บตัง แล้วเมื่อถึงเวลาจะได้มีเงินมาลงทุนเยอะ ๆ ไม่ดีกว่าหรือ ”

     

    ผู้ใหญ่บ้านคนเก่าถามด้วยความตะลึง“นายคิดจะก่อตั้งบริษัทหรือ ? ”

     

    หลิวเฟยพยักหญ้าเอื่อย ๆ แล้วตอบ “ได้ยินไม่ผิดหรอกแต่ก่อตั้งบริษัทใหญ่คงจะไม่ไหว ส่วนบริษัทเล็ก ๆ นั้นทำได้แน่นอนผมคนนี้สามารถยืดอกรับประกันได้เลยและถ้าหากทุกคนไม่เชื่อพวกเรามาเซ็นสัญญาไว้เป็นหลักฐานก็ยังได้ ! ส่วนเรื่องที่เช่าที่นั้นขอร้องอย่าได้มองว่ามีแผนการอะไรซ่อนอยู่ในนั้น นี่ต่างเป็นเรื่องที่ผมและทุกคนเห็นพ้องต้องกันทุกคนต่างรู้อยู่ในอกว่าที่ดินบนภูเขาไห่หมิงมีมากมายขนาดไหนและอีกอย่างที่ส่วนมากก็เป็นที่ดินทุรกันดาร ถ้าหากคนนอกมาเช่า มากสุดก็จะได้แค่ 300-400 หยวนต่อที่ดิน1 หมู่ แต่ผมกลับให้เต็ม ๆ เลยที่ 1,000 หยวนนี่มันไม่ใช่หาเรื่องเข้าเนื้อตัวเองหรอกหรือ ”

     

    เขาหยุดไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดต่อ“อีกอย่างผมก็ไม่ได้หวังที่จะเอาต้นไม้ที่อยู่บนภูเขาไปขายแล้วเอากำไรเข้ากระเป๋าตนทำอย่างนี้มันขัดกับศีลธรรมอันดีงาม....จบไหมทุกคน ? ความอิจฉาริษยานั้นเป็นโรคชนิดหนึ่งสมควรจะได้รับการรักษา ! ”

     

    เมื่อเขาพูดอย่างนั้นชาวบ้านต่างก็พูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป

     

    “เสี่ยวเฟยพูดถูกต้องนี่เป็นเทคนิคและทักษะส่วนตัวที่เขามี ซึ่งมันได้ทำให้เขาสามารถหาเงินได้และยังยินยอมจะแบ่งปันให้พวกเราได้ใช้ด้วย นี่ก็นับว่าไม่เลวแล้วไหนจะเรื่องขายอาหารทะเลอีก เสี่ยวเฟยเขาต้องยุ่งไม่เว้นวันมานะอุตสาหะให้ทุกคนได้ทำงานมีเงินใช้ ลองคิดดูให้ดี ๆ สิเขาทำหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านได้ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วจริง ๆ ”

     

    “เสี่ยวเฟยในตอนนี้แตกต่างจากเสี่ยวเฟยคนนั้นเมื่อ7 ปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เขาดูมีอนาคตมากขึ้น ฉันว่านะ พวกเราควรจะเดินตามเขาทำตามแนวทางที่เขาได้วางไว้ สักวันพวกเราก็จะได้มีกินมีใช้กัน”

     

    “เฮ้อน่าขายขี้หน้าจริง ๆ คนล้างผลาญตระกูล บ้านเขาผลาญไปผลาญมาก็รวยจนมีเงินเป็นกอบเป็นกำพวกเราจะผลาญทรัพย์สมบัติบ้างแต่ก็ไม่มีให้ผลาญ ฮ่า ๆ ! ”

     

    .......

     

    เมื่อกี้ชาวบ้านเกือบจะเดือดพล่านด้วยความโกรธอยู่แล้วเชียวแต่ตอนนี้กลับสรรเสริญเยินยอเขาเสียงั้นเมื่อหลิวเฟยเห็นภาพนี้ก็อดชื่นใจขึ้นมาไม่ได้

     

    ที่จริงชาวบ้านหมู่บ้านหลิวนั้นยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายและมีมิตรไมตรีต่อกันแต่ทว่า 10 ปีให้หลังมานี้ ทั้งสองหมู่บ้านมีเรื่องให้ทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นช่วงไม่ใช่เพราะพวกเขาจะมีจิตใจโหดร้ายขึ้นแต่อย่างใด หากลองย้อนกลับไปนึกดูทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นเพราะความยากจนทั้งนั้น !

     

    ถ้าอยากให้ทั้งสองหมู่อยู่ร่วมกันอย่างรักใคร่ปรองดองปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือจะต้องทำให้พวกเขาเหล่านี้หลุดพ้นจากความจนไม่เช่นนั้นทุกอย่างก็จะเป็นเพียงคำพูดลม ๆ แล้ง ๆ

     

    เมื่อคิดดีแล้วหลิวเฟยเลยป่าวประกาศเสียงดัง “วันนี้ขอบคุณคำชมและการยอมเปลี่ยนทัศนคติของทุกคนผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ส่วนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมก็ขอไม่พูดถึงอีกต่อไปแต่ผมจะขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่าหากทุกคนยอมไว้ใจผู้ใหญ่บ้านที่ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องคนนี้ผมก็จะขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำทุกคนมาทำงานร่วมกันแล้วก้าวเดินพร้อมกันไปยังคืนวันที่สดใสกว่าเก่า ! ”

     

    “ได้ ! ”

     

    เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นต่างตบมือโดยพร้อมเพรียงกันด้วยความยินดีหลี่อวิ๋นโหรวเองก็อดที่จะกระซิบกระซาบกับหลิวอวี้เหลียนไม่ได้“หลังจากที่รู้จักเขามาสักพัก ฉันก็เพิ่งเห็นเขามีมาดผู้ใหญ่บ้านครั้งแรกวันนี้แหละ! ”

     

    หลิวอวี้เหลียนยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน“อย่ามองแต่มองว่าเขาเป็นคนเรื่อยเปื่อย ไม่เอาอ่าวอะไรสักอย่างเชียวแหละ จริง ๆ แล้วตัวเขามีข้อดีมากมายแล้วเธอจะค่อย ๆ รู้เอง ! แต่ว่าเรามาตกลงกันให้ชัดเจนตรงนี้เธอไม่มิสิทธิ์จะมาแย่งพี่เฟยของฉันเด็ดขาด เธอเป็นสาวที่มีคู่หมั้นแล้ว......”

     

    หลี่อวิ๋นโรวแทบจะพูดไม่ออก“เธอนี่อยากแต่งงานกับเขาจนประสาทไปแล้วรึเปล่า ? ฉันไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน! ต่อให้ผู้ชายตายหมดทั้งโลกแล้วเหลือแต่เขา ฉันก็จะไม่มีทางชอบเขาแน่”

     

    หลิวอวี้เหลียนหัวเราะร่า“เธอพูดเองนะ เธอจำคำพูดของตัวเองไว้ด้วย ! แล้วอีกอย่างเธอก็แพ้พนันฉันเดือนหน้าเสื้อผ้าของเขาจะมอบหมายให้เธอเป็นคนซักละกัน รบกวนด้วยนะ ! ”

     

    เมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าเธอแพ้พนันแล้วอีกอย่างการพนันครั้งนี้ก็มีไอ้สารเลวนี้เป็นเดิมพันเขาอาจจะเอากางเกงในมาให้เธอซักก็เป็นได้ เมื่อคิดอย่างนี้เธอก็ทั้งโกรธทั้งอาย

     

    หลิวเฟยและชาวบ้านคุยเรื่องสัพเพเหระกันอยู่สักพักจากนั้นก็ทยอยส่งพวกเขากลับบ้าน แล้วเดินยิ้มเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรว

     

    หลี่อวิ๋นโรวกระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยออกมา “เอ่อ....หลิวเฟย ตอนนี้นายก็มีตังค์แล้วนี่นายไปซื้อเครื่องซักผ้าในเมืองมาใช้ที่บ้านหน่อยเถอะ”

     

    เมื่อหลิวเฟยเห็นเธอหน้าแดงเรื่อเลยยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเธอไม่พูด ฉันเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย !เรื่องที่เราพนันไว้ครั้งก่อนเธอแพ้แล้วเสื้อผ้าของเดือนหน้าก็รบกวนเธอด้วยละกันนะ ไอ้หยา ให้เลขาซักผ้าให้สวัสดิการนี้สุดยอดไปเลย ! ”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวกัดฟันตอบ“นาย.....นายซื้อกลับมาสักเครื่องเถอะ มันไม่กี่หยวนหรอก ! ”

     

    หลิวเฟยแยกเคี้ยวใส่เธอจากนั้นจึงตอบ“ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าตอนนี้ภาระการใช้เงินของฉันมีเยอะ ? อีกอย่างทางโรงแรมก็ให้ฉันออกเงินไปก่อนแล้วจ่ายทีหลังถ้าเกิดมีปัญญาอะไรติดขัดขึ้นมา ฉันก็คงจะต้องขายไตแลกเงินละมั้ง !ตอนนี้เธอก็ซักมือไปก่อนนะ เสื้อผ้ามันไม่ได้เยอะเท่าไรหรอก ใส่ตัวละครึ่งวันเองเธอก็ลำบากเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยเอง”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวอยากจะร้องไห้ออกมาให้เขาได้เห็นจริงๆ เธอยอมตกลงด้วยความไม่เต็มใจจากนั้นก็กลับเข้าห้องของตัวเองไป

     

    ส่วนหลิวอวี้เหลียนกลับยื่นมือออกไปคว้าคอเขา“พี่เฟย พี่นี่เลวสุดกระดิ่งจริง ๆ พี่ไม่ควรรังแกคนอื่นแบบนี้.....”

     

    หลิวเฟยกวาดสายตาไปมองรอบสารทิศจากนั้นก็รีบพูดออกมา “สาวน้อย กลางวันแสก ๆ แบบนี้เธอคิดจะทำอะไร ? ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”

     

    หลิวอวี้เหลียนจึงหอมเข้าไปที่แก้มของเขาสองครั้งจากนั้นก็เอ่ยออกมา “เฮอะ ๆ ๆ ....คนอย่างพี่รู้จักมียางอายกับเขาด้วยหรือมหัศจรรย์จริง ๆ ”

     

    หลิวเฟยหยิกแก้มของเธออย่างเบามือแล้วจึงพูด“นี่เป็นเพราะเธอไม่มีคู่ปรับแล้วสินะ ? ฉันกับเธอก็เหมือนพ่อมดต็อกต๋อยเจอกับพ่อมดที่เก่งกาจ! ”

     

    “พี่เฟย ! ”

     

    “พอละฉันไม่มีเวลามาต่อกรกับเธอแล้ว ตอนนี้ฉันยังมีธุระล้นมือต้องทำ”

     

    ……

     

    ณห้องลับประจำคฤหาสน์แถบชานเมืองเฟิ่งหวง

     

    หลู่อิงปินกระดกแก้วเหล้าซดจนดวงตาเป็นจ้ำเลือดด้วยความโกรธจากนั้นเขาก็ตะโกนออกมาด้วยความโมโห “ไอ้พวกไม่ได้เรื่องวางแผนจะไปสร้างความรำคาญใจให้คนอื่นแต่กลับโดนเขาเล่นงานจนเละเทะ ฉันละนับถือจริงๆ ! ”

     

    หลิวเป้าที่ตอนมีนี้มีหนวดเครายาวเฟื้อยก็ร่วมวงโมโหอีกแรง“ผมหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะคนอย่างผมไม่เคยต้องทนกล้ำกลืนอะไรแบบนี้มาก่อน ! คุณชายหลู่ ผมต้องการเรือ 1 ลำและปืน6 กระบอก ! ”

     

    หลู่อิงปินผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยืนขึ้นด้วยความร้อนรน “แกวางแผนจะลงมือจัดการมันเองหรือ ?”

     

    หลิวเป้าหันไปพูดด้วนสีหน้าเลือดเย็น“มันถูกผมเหยียบทับดวงชะตามาตั้งแต่ไหนแต่ไรทว่าตอนนี้มันกับย้อนกลับมาเหยียบย่ำเอาคืนมันไม่ตายแล้วจะมีหน้าไหนอีกที่สมควรตาย ? คุณชายหลู่มีพระคุณกับพวกเราและไอ้บ้านั้นมันบังอาจมาเหิมเกริมใส่คุณชาย ทำไมพวกเราถึงไม่ร่วมมือกัน ? ขอแค่คุณชายยอมตกลงผมและพี่น้องที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาก็จะช่วยจัดการไอ้ตัวปัญหานี้เอง ! ”

     

    หลู่อิงปินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงพูด “เรื่องนี่มันมีคนมาเกี่ยวโยงกันเยอะมาก ไหนแกลองพูดมาสิว่าแกมีแผนอะไร”

     

    หลิวเป้าเดินไปข้างกายเขาจากนั้นก็บอกแผนการทั้งหมดที่ตนได้วางแผนไว้ หลู่อิงปินได้ยินแล้วก็เงียบไปเขาแล้วกำหมัดแน่นแล้วตอบรับ “แผนการใช้ได้นี่ เอาตามนี้เลยก็แล้วกัน !พวกแกวางใจได้ หากว่าแผนสำเร็จ ฉันก็จะส่งพวกแกทุกคนไปกบดานต่างประเทศ รับรองว่าจะไร้ความกังวลตลอดชีวิต”

     

    หลิวเป้าแยกเขี้ยวพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยม“วางใจได้ครับคุณชาย ผมจะจัดการไอ้สวะนั่นไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก ! ”

     

    หลู่อิงปินตบบ่าเขาพร้อมกับเอ่ยชม“บอกตามตรงนะ ตอนที่แกโหดขึ้นมาแบบนี้ฉันก็รู้สึกกลัวจับใจ ฉันเชื่อใจพวกแก !แต่ด้วยความจริงที่ว่าไอ้หลิวเฟยมันเก่งเอาเรื่องเดี๋ยวฉันจะจ้างมือสังหารฝีมือดีมาคอยช่วยเหลือพวกแก งานนี้ไม่พลาดแน่นอน”

     

    หลิวเป้ายิ้มตอบ“อย่างนี้ก็ยิ่งดีเลยครับ เดี๋ยวผมจะเรียกให้ลูกน้องของผมให้เตรียมตัวไว้ผมจะทำให้มันหายไปจากโลกนี้ให้ได้ภายในสามวัน ! ”

     

    .......

     

     

    คล้ายกับเรื่องผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน