บรรยากาศบ่ายคล้อยของวันใหม่เหนือท้องฟ้าโรงเรียนบ้านหนองดินสอแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมฆฝนสีเทาอึมครึมก้อนมหึมาเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงอาทิตย์จนทัศนียภาพรอบด้านสลัวลงคล้ายเวลาโพล้เพล้ ลมกระโชกแรงหอบเอาความเย็นชื้นของหยาดฝนปะทะเข้ากับไอร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่บนผืนดินแดง ส่งผลให้กลิ่นไอดินชื้นแฉะอบอวลลอยฟุ้งขึ้นมาแตะจมูก ละอองฝนบางเบาเริ่มทิ้งตัวลงมาพรำ ๆ คล้ายสัญญาณเตือนว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เสียงใบตองกล้วยจากป่าด้านหลังอาคารเรียนเก่าเสียดสีกันสลับกับเสียงหลังคาสังกะสีเก่าคร่ำลั่นเป็ระยะ ช่วยสร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวและตัดขาดจากโลกภายนอกให้กับผู้ที่ยังติดค้างอยู่บริเวณนี้
ข้างอาคารเรียนไม้เก่าครึ่งปูนที่ตั้งแยกตัวออกไปทางด้านหลัง “แป้ง” หญิงสาวร่างเล็กบอบบางเ้าของดวงหน้าหวานเรียบร้อย กำลังก้มหน้าก้มตาใช้จอบเล็กสำหรับเพาะปลูกขุดดินเหนียวผสมหินเพื่อเปิดทางน้ำไหลระบายลอกร่องระบายน้ำเก่าข้างตึก งานซ่อมบำรุงในจุดนี้มีความสำคัญมากเพราะหากฝนเทกระหน่ำลงมาห่าใหญ่ น้ำฝนที่ไม่สามารถระบายได้ทันจะไหลย้อนเข้าไปท่วมห้องเรียนไม้ชั้นล่างซึ่งเพิ่งจะได้รับการขัดเคลือบพื้นใหม่ แป้งในชุดเสื้อยืดสีขาวเปื้อนฝุ่นดินและนุ่งผ้าถุงลายไทยสีครามมัดแ่าที่สะโพกคอดกิ่ว ขยับกายขุดดินอย่างขะมักเขม้นจนเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผมและนวลแก้มใส ลมหายใจอุ่นโชยบางเบาผสมผสานกลิ่นแป้งเด็กอ่อนโยนจากตัวเธอที่ตัดกับกลิ่นอายฝนรอบกายอย่างสิ้นเชิง
ทว่าพื้นดินเหนียวปนหินตรงขอบฐานรากของอาคารไม้เรียนเก่านี้แห้งกรังแข็งกระด้าง แป้งออกแรงสับจอบลงไปหลายครั้ง ด้ามไม้สากคายอดกระทบกระเทือนสั่นสะท้านกลับมายังอุ้งมือบางจนทำให้หนังกำพร้าตรงซอกนิ้วชี้และนิ้วโป้งถลอกแดงระเรื่อเบา ๆ หญิงสาวสะดุ้งเฮือกพลางหยุดมือแล้วดึงมือขวาขึ้นมาเป่าลมเบา ๆ ด้วยความเจ็บแสบ ปากอิ่มขมวดมุ่นบ่นพึมพำกับความอ่อนแอของตัวเอง
“เจ็บเหรอแป้ง? พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำตรงนี้ ดินมันแข็งเกินไปสำหรับเรา”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังทว่าแฝงความห่วงใยอบอุ่นดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างหนาั์กำยำของ “เป้” รุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์โยธาผู้มีส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ ชายหนุ่มยืนปักหลักอยู่ข้างกายเธอในสภาพเนื้อตัวเปียกชื้นละอองฝนบางเบา สวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำรัดรูปเผยให้เห็นแผงอกกว้างหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและท่อนแขนล่ำบึ้กมีเส้นเืปูดโปนพาดผ่านตามกลไกพละกำลังของหนุ่มกรรมาชีพ ผ้าขาวม้าผืนเก่งมัดคาดไว้ที่เอวหนาสอบอย่างทะมัดทะแมง
เป้ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มก้าวเข้าประชิดร่างเล็กจนแป้งรู้สึกถึงรังสีความร้อนที่แผ่ออกมาจากกายหนา เป้ก้มลงกุมมือบางของแป้งขึ้นมาพลิกดู ฝ่ามือหนาสากคายใหญ่โตของเขารองรับมือเล็กนุ่มนิ่มของเธอเอาไว้ทั้งหมด นิ้วโป้งของเขาไล้เบา ๆ บนรอยถลอกสีแดงระเรื่ออย่างทะนุถนอม ััอุ่นจากมือหนาและสายตาคมดุดันที่บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนสบประสานสายตากับเธอ ทำเอาหัวใจดวงน้อยของแป้งกระตุกเต้นระรัว แดงซ่านไปทั่วแก้มนวล ภาพความทรงจำวาบหวามกึ่งหวาดเสียวในห้องเก็บของเก่าท่ามกลางสายฝนกระหน่ำครั้งก่อนแวบเข้ามาในสมองจนแป้งต้องรีบหลบสายตาด้วยความเขินอาย
“ขะ... ขอบคุณค่ะพี่เป้ แป้งแค่อยากช่วยงานให้เสร็จเร็ว ๆ ... เดี๋ยวฝนตกหนักแล้วดินจะยิ่งเละขุดยาก” แป้งเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม พยายามดึงมือออกแ่เบาตามจริต แต่เป้กลับกุมกระชับไว้แน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยออกอย่างแสนเสียดาย
“ตรงที่แข็ง ๆ นี่พี่จัดการเอง แป้งไปนั่งพักรอข้าง ๆ เถอะ” เป้เอ่ยพลางคว้าด้ามจอบเหล็กขนาดใหญ่มาจากข้างตัว ชายหนุ่มก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างก้มตัวลงมือสับจอบลงบนพื้นดินเหนียวแข็งเขรอะอย่างทรงพลัง ทุกจังหวะที่เป้ก้มเงยและสับจอบลงดิน กล้ามเนื้อแผ่นหลังกว้างและหัวไหล่หนาแกร่งขยับเคลื่อนไหวเป็ลูกคลื่นดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างเพศผู้ เม็ดเหงื่อผสมหยาดละอองฝนเกาะพราวบนผิวสีเข้มลื่นไหลยามเขกลั้นลมหายใจออกแรงขุดถากดินแข็งกระจุยกระจายได้อย่างง่ายดายราวกับเศษดินเ่าั้อ่อนนุ่มลงทันตาเห็น
แป้งนั่งยอบตัวพับเพียบบนแผ่นกระดานไม้เก่าที่ปูเรียงไว้ไม่ไกล สายตาเรียวสวยจับจ้องร่างหนาแกร่งบึกบึนของรุ่นพี่โยธาด้วยประกายชื่นชมแกมเสน่หา ความแกร่งกล้าที่คอยปกป้องตัวเล็ก ๆ อย่างเธอเสมอมาทำให้แป้งรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจอย่างที่สุด เมื่อเป้ขุดเคลียร์ร่องน้ำจนลึกกว้างพอและหยุดยืนพัก หอบหายใจเบา ๆ จนแผงอกกว้างสะท้อนขึ้นลง แป้งก็รีบลุกขึ้นขยับเข้าไปใกล้ หญิงสาวคลี่ผ้าขนหนูผืนเล็กสีหวานที่เตรียมไว้ในมือ ค่อย ๆ เอื้อมมือขึ้นสูงซับหยาดเหงื่อและละอองน้ำฝนบนหน้าผาก ลาดแก้มคมสัน และซอกคอหนาอุ่นร้อนของรุ่นพี่อย่างอ่อนโยน
เป้ยืนนิ่งยอมให้คนตัวเล็กปรนนิบัติพัดวี ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาหาเพื่อให้แป้งเช็ดซับเหงื่อได้สะดวก สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตสั่นระริกของแป้ง ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มเป่ารดหน้าผากและจมูกรั้นของหญิงสาวจนแป้งรู้สึกมือไม้สั่นเทา กลิ่นเนื้อหนุ่มอายตัวตนชายชาตรีที่แผ่ออกมาสะกดจนหัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะ เป้เอื้อมมือหนาขึ้นมาทาบทับมือเล็กของแป้งที่ถือผ้าขนหนูคาไว้ตรงซอกคอของเขา บีบกระชับเบา ๆ ก่อนจะเบนสายตาไปมองเมฆดำเบื้องบนที่เริ่มสั่นะเืด้วยเสียงฟ้าร้องครืนแ่ต่ำ
“ฝนเริ่มเม็ดหนาขึ้นแล้ว... รีบหลบเข้าข้างในก่อนดีกว่าแป้ง”
คำเตือนของเป้ดังขึ้นพร้อมกับหยาดฝนระลอกใหม่ที่กระหน่ำเทลงมาอย่างรวดเร็ว เสียงฝนซัดสาดดังเปาะแปะลงบนใบไม้ก่อนจะเปลี่ยนเป็เสียงซู่ซ่าหนาเม็ดห่าใหญ่ที่บดบังทัศนียภาพรอบข้างจนขาวโพลน เป้คว้าข้อมือของแป้งแล้วดึงรั้งร่างเล็กให้วิ่งตามเขาไปทันที
ทว่าจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ ห่างไกลจากอาคารอำนวยการและห้องพักใหญ่ค่อนข้างมาก หากวิ่งฝ่าไปเนื้อตัวจะต้องเปียกปอนหนาวสั่นจนจับไข้เป็แน่ เป้จึงตัดสินใจหักเลี้ยวพาแป้งเบี่ยงเข้ามายังซอกแคบอันเป็พื้นที่สลัวด้านหลังอาคารเรียนไม้เก่าที่ปิดตาย ซอกนี้มีกอไผ่ป่าและต้นกล้วยน้ำว้าขนาดั์ขึ้นบังลมหนาแน่น ้ามีชายคาหลังคาสังกะสีเก่ายื่นล้ำออกมาพอที่จะกันพายุฝนไม่ให้สาดกระทบร่างได้โดยตรง บรรยากาศรอบด้านเปียกชื้นเฉอะแฉะ มีเพียงแสงสลัวของฟ้าฝนสาดส่องเข้ามาได้รำไร ความเงียบงันปนความลับในซอกตึกแคบ ๆ นี้ช่างเงียบสงัดไร้เงาผู้คน สมาชิกค่ายคนอื่น ๆ คงจะหลบฝนอยู่บนตึกอื่นเรียบร้อยแล้ว
แป้งยืนกอดอกแน่น ร่างเล็กสั่นสะท้านระริกด้วยความเย็นะเืของละอองฝนชื้นแฉะที่ปลิวสาดมาโดนไหล่บาง เสื้อยืดสีขาวเนื้อบางเปียกซึมน้ำเป็หย่อม ๆ จนเนื้อผ้าเปียกแนบกับเนื้อนวลผุดผ่อง เผยให้เห็นขอบบราเซียลูกไม้สีชมพูอ่อนหวานและเนินอกกลมกลึงตั้งตึงโผล่พ้นมาท้าทายสายตา ผิวเนื้อขาวนวลละมุนชื้นละอองฝนสั่นเทาจนน่าเวทนา
เป้เห็นร่างเล็กยืนสั่นกอดตัวเอง ชายหนุ่มไม่รอช้า ขยับกายหนาสูงใหญ่ั์ของเขาเข้าไปซ้อนกอดแผ่นหลังบางของแป้งจากทางด้านหลังทันที!
“พี่เป้... อ๊ะ!” แป้งอุทานเสียงเบาหวิวขยับตัวจะประท้วง ทว่าท่อนแขนแกร่งกำยำราวกับท่อนซุงของเป้กลับตวัดโอบรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้แ่า ดึงรั้งร่างเล็กบอบบางให้จมหายเข้าไปในอ้อมกอดอุ่น ร่างกายของทั้งสองเบียดเสียดแนบชิดกันอย่างไม่มีช่องว่าง แผ่นหลังนวลละเอียดของแป้งบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างหนั่นแน่นอุ่นร้อนรุ่มของเป้ผ่านเนื้อผ้าบางเบา ผิวเนื้อนุ่มนิ่มของน้องน้อยปะทะความร้อนผ่าวจากผิวกายดิบของพี่ใหญ่จนแป้งรู้สึกราวกับความเย็นเฉียบของเม็ดฝนมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“ชู่ว... ยืนนิ่ง ๆ เถอะแป้ง ลมฝนมันแรง พี่ช่วยบังลมให้” เป้กระซิบน้ำเสียงพร่าต่ำข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอระหง ระบายไอร้อนออกมาจนแป้งขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แขนแกร่งขวาของเป้โอบรัดสะโพกผายและเอวคอดบางไว้มั่น ขณะที่ฝ่ามือหนาสากคายที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปััลูบไล้บีบเน้นสะโพกกลมกลึงนุ่มหยุ่นของแป้งผ่านเนื้อผ้าถุงสีครามผืนเปียกชื้น เนื้อผ้าถุงที่ชุ่มละอองฝนเปียกแนบชิดติดกลีบเนื้อเนียนและบั้นท้ายงามงอน ทำให้ฝ่ามือของเป้ััได้ถึงสัดส่วนของสะโพกผายและหน้าท้องแบนราบเรียบเนียนได้อย่างเด่นชัด ชายหนุ่มขยับปลายนิ้วสากไล้ไปตามแนวส่วนโค้งเว้า บีบกระชับเน้นน้ำหนักมือลงบนแก้มก้นนุ่มเด้งแรง ๆ จนแป้งสะดุ้งสุดตัว แอ่นสะโพกเบียดส่วนสัดเข้าหาหน้าขาและเป้ากางเกงของเขาโดยไม่รู้ตัว
“อื้อ... พี่เป้... อย่าค่ะ... ปล่อยแป้งก่อนเถอะ... เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า...” แป้งร้องครางประท้วงเสียงกระเส่า แ่เบาจนแทบปลิวหายไปกับสายฝน ดวงหน้าหวานขึ้นสีแดงซ่านร้อนผ่าว หน้าขาเรียวเล็กเกร็งสั่นสะท้าน บิดส่ายสะโพกหนีััปัดป่ายของชายหนุ่ม แต่ยิ่งเธอขยับหนี สะโพกกลมกลึงงามงอนกลับยิ่งบดเบียดเสียดสีเข้าหาแก่นกายั์ใหญ่ร้อนผ่าวของเป้ที่เริ่มแข็งขืนดุนดันอยู่ใต้กางเกงและผ้าขาวม้าผืนชื้น ััถึงความคับแน่นยาวใหญ่ที่ดุนหนุนอยู่ร่องก้นงามจนแป้งหายใจขัดใจสั่นสยิวระทึก
“ไม่มีใครเห็นหรอกแป้ง ฝนตกหนักขนาดนี้ ทุกคนคงอยู่แต่ในห้องพัก... ยิ่งขยับตัวสู้ ััมันยิ่งชัดนะรู้ไหม” เป้กระซิบหยอกเย้าเสียงเครือขุ่น แววตาคู่คมทอดมองยอดอกสลัวที่กระเพื่อมไหวขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ของหญิงสาวใต้ผ้าเปียกน้ำ ชายหนุ่มโน้มหน้าไซ้จมูกคมไปตามแก้มใสและกกหูนิ่มของแป้ง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของหญิงสาวคละเคล้ากลิ่นน้ำฝนชวนรัญจวนใจ ฝ่ามือหนายังคงลูบไล้ตลบขยำสะโพกผายและลากผ่านขอบผ้าถุงลงมาแถวหน้าขาอ่อนเนียนละเอียดที่ชื้นหยดน้ำ ััแ่เบากลับสร้างกระแสไฟเสียวแปลบปลาบแล่นเข้าสู่จุดกึ่งกลางกายสาวจนแป้งรู้สึกเปียกแฉะหลั่งน้ำหวานออกมาหล่อลื่นร่องรักบางเบา
ความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งทะยานสูงลิ่วท่ามกลางซอกตึกแคบสลัวใต้สายฝนที่เทกระหน่ำอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด อารมณ์ดิบในกายเป้เริ่มครอบงำ ชายหนุ่มอยากจะดึงรั้งผ้าถุงผืนบางและแพนตี้ตัวน้อยของแป้งออก เพื่อสอดใส่ความแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักอุ่นร้อนรัดตึงในทันที ทว่าด้วยสถานที่และเวลาที่ไม่เหมาะสม ชายหนุ่มจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนระงับความอยาก บดเบียดตัวตนผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้นไปก่อน
เป้กอดกุมร่างแป้งไว้แน่น ขยำสะโพกผายเต็มเหนี่ยวรั้งให้ส่วนสัดบดเบียดเสียดสีกับความแข็งขึงขึงตึงเปรี๊ยะของเขาเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะโน้มใบหน้าต่ำลงมาข้างหูนิ่มที่แดงระเรื่อ กระซิบสั่งการนัดแนะด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำเต็มไปด้วยเลศนัยและความปรารถนาลึกซึ้ง
“คืนนี้... ่ดึก ๆ ยามที่คนอื่นหลับกันหมดแล้ว... แอบขึ้นไปเจอกับพี่ที่ห้องเรียนไม้เก่าชั้นสองนะแป้ง ห้องริมสุดที่ปิดตาย... พี่จะขึ้นไปตรวจตรางาน ซ่อมหน้าต่างที่ชำรุด... แล้วเราไปช่วยพี่เช็กงานกัน... เข้าใจไหมครับ?”
คำว่า “เช็กงาน” ที่เป้นำมาอ้างถูกเน้นเสียงพร่าต่ำข้างหูนิ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนผ่าวเป่ารดผิวจนแป้งขนลุกเกรียวไปทั้งตัว รู้ดีว่าการนัดแนะกลางดึกในห้องปิดตายสลัวนั้นหมายถึงอะไร ดวงหน้าหวานสุกปลั่ง แดงซ่านร้อนผ่าวเหมือนคนไข้ขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วสั่นระริกสะท้านไปถึงทรวงในด้วยความเอียงอายปนเสียวสะท้านหวาดเสียว คิดภาพตามถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในห้องมืดมิดนั้นแล้วร่างกายสาวพลันร้อนรุ่มทรมาน
“พี่เป้... แป้ง... แป้งไม่...” หญิงสาวพยายามพึมพำปฏิเสธไม่เต็มเสียง แต่สายตาร้อนแรงกึ่งบังคับและััสากร้อนที่ลูบเน้นหน้าท้องบางเบาบดสะโพกเบียดกาย ยิ่งสะกดให้เธอหมดหนทางขัดขืน
“ตอบพี่สิแป้ง... จะไปหาพี่ไหม?” เป้กระซิบกดดันพลางขยำบั้นท้ายงามงอนกระตุกเน้นย้ำเบา ๆ
“คะ... ค่ะ... แป้งจะไป...” ในที่สุด แป้งก็พึมพำรับคำตกลงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานก้มงุดด้วยความเอียงอายและสยิวสุดหัวใจ ยอมตกลงรับนัดหมายสัญญาลับในคืนฝนตก
เป้ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ กดจูบหนัก ๆ ลงบนขมับชื้นละอองฝนของแป้งเป็การสัญญามั่น ก่อนจะยอมคลายอ้อมกอดปล่อยให้ร่างเล็กเป็อิสระ ทิ้งความตึงเครียดค้างคาของร่างกายและความปรารถนาวาบหวามที่ปะทุพลุ่งพล่าน รอคอยเวลาดึกสงัดบนชั้นสองอาคารเรียนไม้เก่าที่รอคอยพวกเขาสองคนขึ้นไปร่วมรักเสร็จสมในบทเรียนถัดไป...