เซดริกพาสาวๆมาเปลี่ยนบรรยากาศที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากที่เดิมนักปล่อยให้พวกเธอสั่งอาหารตามใจ เขาไม่ซีเรียสเื่เลี้ยงข้าวเพื่อนของเธอหรอกต่อให้ตระเวนอีกสิบร้านเขาก็ยินดี
“คุณอยากทานอะไรก็สั่งได้เต็มที่เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”
“ได้ยังไงคะฉันเกรงใจคุณนะ เราไม่ได้สนิทกันซะหน่อย”
“ก็ถือโอกาสนี้สร้างความสนิทสนมกันสิครับ”
ปากเ้ากรรมพาไปอีกแล้วปกติเซดริกไม่ค่อยใช้คำหวานละมุนกับสาวๆ เท่าไรหรอก เขาออกจะใช้คำห้วนๆเสียด้วยซ้ำ แปลกเหมือนกันที่หญิงสาวพวกนั้นกลับชอบอกชอบใจคอยตามตื๊อเขาแทบทุกราย
เซดริกก็อยากใช้วาจาแบบเมื่อก่อนกับพัตราเหมือนกันซึ่งเป็นิสัยปกติของเขาอยู่แล้ว แต่ปากมันต่อต้าน ไม่ยอมเชื่อฟังเขา
ใครๆก็บอกว่าเขามีนิสัยสวนทางกับหน้าตา อันนี้เขาไม่เถียงมันเป็ธรรมชาติมาั้แ่เด็กอยู่แล้ว
“แล้วเราจะสนิทกันด้วยฐานะอะไรคะ”
“หุ้นส่วนดีไหมครับผมจะให้คุณหุ้นด้วยในแบรนด์ โอ มิเนราล ออฟ เลิฟ คุณว่าไง”
เซดริกเกิดอยากให้พัตราเข้ามาบริหารแบรนด์โอ มิเนราล ออฟ เลิฟ ขึ้นมาเสียดื้อๆ ความคิดเขาเวลาอยู่ต่อหน้าเธอแปรเปลี่ยนไวเหมือนพายุทอร์นาโดจนแทบตามไม่ทัน
เซดริกแค่ทำแบรนด์โอมิเนราล ออฟ เลิฟ เล่นๆ แต่ไม่คิดว่าจะปังขนาดนี้ ขายดิบขายดีอย่างกับเทน้ำเทท่า
ปกติเขามีอาชีพเทรดหุ้นเป็หลักไม่มีเวลามาสนใจการทำแบรนด์สินค้าอะไร ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ พอได้เห็นรูปร่างหน้าตาเซอร์ๆของพัตราแล้วเขาทนดูไม่ได้ จึงเกิดปิ๊งไอเดียทำแบรนด์ตัวนี้ขึ้นมา
“แต่ฉันไม่มีทุนค่ะ”
เห็นสองสาวเพื่อนของพัตราแอบกระดี๊กระด๊ากันสองคนคล้ายว่ากำลังร่วมยินดีกับเธอ
“คุณไม่ต้องลงทุนอะไรแค่เข้ามาบริหารงานให้ผมก็พอ”
“แล้วคุณจะแบ่งหุ้นให้ฉันเท่าไรคะ”
“หกสิบต่อสี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็ยังไง”
“คุณหกสิบฉันสี่สิบเหรอคะ” พัตราทวนขึ้น
“เปล่าคุณหกสิบ ผมสี่สิบ”
อะไรวะ! มึงกำลังเสียเปรียบอยู่นะเฟ้ย
เซดริกสบถในใจไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอ่ยแบบนั้นออกมาก็ไม่รู้ อยากทวงคำพูดคืนแต่กลับพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น
“คุณแน่ใจเหรอคะ”
“ครับ”
อาหารค่อยๆมาเสิร์ฟทีละอย่างสองอย่าง เซดริกจึงหยุดการเจรจาเอาไว้เท่านี้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“เดี๋ยวผมร่างสัญญาให้คุณภายหลังนะครับ”
“ฉันขอคิดดูก่อนค่ะ”
ผู้หญิงอะไรไม่ฉลาดสักนิดเขาอุตส่าห์แบ่งหุ้นให้ แค่รับไปก็จบแล้ว ทำไมเล่นตัวจังวะ
เซดริกก่นด่าอยู่ในใจพลางนึกถึงตอนที่เสนองานให้เธอครั้งแรกกว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เธอรับค่าจ้างตามที่เขาจ่ายให้ ต้องใช้เวลาอยู่นานหลายเดือนอย่าบอกนะว่าคราวนี้เธอจะทำเหมือนเดิมอีก
เซดริกี้เีตามง้อพัตราจะแย่อะไรที่เขาบอกว่ายกให้เธอ ถ้าเธอไม่รับ มันทำให้เขากระวนกระวายใจจนนอนไม่หลับอยู่หลายเดือนมันทรมานไม่น้อย เขาไม่อยากรู้สึกอย่างนั้นอีก
ทางที่ดีพัตราควรยอมรับข้อเสนอของเซดริกอย่างว่าง่ายเสียดีกว่าเขาจะได้นอนหลับเต็มอิ่มเสียที
หลังทานอาหารเสร็จระหว่างรอของหวาน เซดริกเห็นว่าพัตราติดรถเพื่อนออกมาข้างนอก เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า
“เดี๋ยวผมไปส่งคุณนะครับคราวนี้ห้ามปฏิเสธอีกล่ะ”
“เอ่อฉันไม่สะดวก…”
“สะดวกค่ะพอดีพวกฉันจะแวะไปทำธุระอีกทาง คุณเซดริกไปส่งเธอเลยค่ะรบกวนคุณดูแลเพื่อนของเราด้วยนะคะ”
“ครับ”
สองสาวคล้ายว่ากำลังเชียร์เซดริกอยู่กลายๆคอยสร้างบรรยากาศให้เขาได้ใกล้ชิดพัตรามากขึ้น
หลังทานอาหารมื้อค่ำเสร็จพัตราก็จำใจนั่งรถมากับเซดริก เธอยังคงมีสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยให้เห็น ไม่รู้ทำไมเขากลับอารมณ์ดีเป็พิเศษเมื่อได้อยู่สองต่อสองกับเธอแบบนี้
“คุณเงียบมาตลอดทางเลยนะครับผมทำอะไรให้ไม่สบายใจรึเปล่า”
“เปล่านี่คะ”
“จริงเหรอครับ”
“ค่ะ”
เซดริกชำเลืองมองใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันหลากหลายราวกับนางเอกคณะลิเกเห็นเธอยังคงมีสีหน้าบูดบึ้งไม่เปลี่ยนเขาไม่เข้าใจว่าทำไมสาวไทยส่วนใหญ่ชอบแต่งหน้าจัดเป็พิเศษทั้งที่ผัดแป้งบางเบาก็สวยดีออก
“ผมเห็นเพื่อนเรียกคุณว่ามิลค์”
“ชื่อเล่นฉันค่ะ”
“งั้นผมขออนุญาตเรียกคุณว่ามิลค์ด้วยนะครับน่ารักดี”
“คุณคะชื่อเล่นเอาไว้สำหรับให้คนสนิทเรียกเท่านั้นค่ะ”
“เดี๋ยวเราก็จะสนิทกันแล้วเรียกตอนนี้ไม่เห็นเป็ไรนี่ครับ”
พัตราค้อนขวับใส่เซดริกยิ้มน้อยๆ เธอระวังตัวมากเกินไปแล้ว เขาไม่ใช่โจรผู้ร้ายเสียหน่อยไม่ทำอะไรเธอหรอก กลัวไปได้
อีกอย่างชื่อเล่นของพัตราก็น่ารักเหมาะกับเธอดีเขาแค่อยากเรียกชื่อง่ายๆ เท่านั้น แต่ดูเธอสิ แยกเขี้ยวใส่เขาราวกับแม่เสือน้อยก็ไม่ปาน
รถคันหรูเลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้านที่พัตราอาศัยอยู่เซดริกขับมาส่งเธอถึงหน้าบ้าน เห็นไฟชั้นสองยังเปิดอยู่
“คุณทำไมฉันปลดเข็มขัดไม่ได้”
“ไหนมาดูซิ”
เซดริกเอี้ยวตัวข้ามไปเบาะฝั่งที่พัตรานั่งรถคันนี้เขานั่งคนเดียวประจำ จึงไม่ได้เช็กเข็มขัดนิรภัยฝั่งนั้น มือใหญ่กดแรงๆจึงสามารถปลดออกในที่สุด
แอบได้กลิ่นกายผสมน้ำหอมบนตัวพัตราฟุ้งเข้าจมูกชวนให้เคลิบเคลิ้มอย่างแปลกประหลาดเป็ครั้งแรกกระมังที่เขาได้อยู่ใกล้ชิดเธอแบบนี้
“ถอยออกไปซิคุณ”
“อ่า…โทษที”