5
เสียงชัตเตอร์ยังคงดังต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงคลื่นทะเลและสายลม ทีมงานต่างพากันทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็ช่างแต่งหน้า คอสตูม ฉาก หรือแม้กระทั่งช่างภาพ
ภาพภ่ายงานพรีเวดดิ้งที่จัดฉากที่ทะเลท่ามกลางธรรมชาติ ท้องฟ้าวันนี้ช่างสดใสเป็ใจกับการทำงานเสียเหลือเกิน
หมอกจริงจังและเต็มที่กับการทำงานอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งหมิวซึ่งอยู่ในชุดว่าที่เ้าสาวสีขาวสวยสะดุดตา เธองดงามราวกับเ้าหญิงก็ไม่ปาน
แน่นอนว่าสาวๆ หลายๆ คนคงมีความสุขเมื่อตัวเองกำลังจะได้เป็เ้าสาว เรียกได้ว่าเป็ความฝันสูงสุดของผู้หญิงเลยทีเดียว
ต่างกับวินด์ในชุดว่าที่เ้าบ่าวสีขาว มันควรจะเป็่เวลาที่ควรจะมีความสุข ทว่า เขากลับรู้สึกแตกต่างออกไป วินด์พยายามฝืนยิ้มและทำสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด แต่เขาทำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกสับสนในหัวไปหมด
หลายๆ ครั้งที่วินด์พยายามแอบลอบมองมาทางหมอก แต่เขากลับนิ่งเฉยใส่ หมอกคนเดิมกลับมาอีกครั้งสินะ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทุ่มเททำงานกันมาทั้งวัน วินด์และหมิวได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดลำลองสบาย ส่วนทีมงานคนอื่นๆ ต่างพากันช่วยเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับหลังจากปิดจ็อบงานในวันนี้สำเร็จ
หมอกจุดบุหรี่ขึ้นสูบพร้อมกับพ่นควันออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับปลดเปลื้องพันธนาการแสนหนักของวันให้หมดสิ้นไป เขายืนเหม่อมองไปที่ทะเลกว้างอย่างไร้จุดหมาย ดำดิ่งความคิดกับภาพเบื้องหน้าที่อยู่ไกลสุดลูกหูลูกตาอยู่เพียงลำพัง
ภาพบรรยากาศและผู้คนรอบข้างหายไป ราวกับบนโลกใบนี้มีเพียงแค่เขาที่อยู่คนเดียว มันจะดีแค่ไหนนะ ถ้าหากเขาเป็เช่นนั้นจริงๆ หมอกคิดในใจ
" วันนี้ขอบคุณมากเลยนะคะพี่หมอก เหนื่อยแต่ก็สนุกมากๆ เลย แถมวิวที่นี่ก็สวยด้วย สุดยอดเลยค่ะ "
หมิวส่งเสียงใส แต่หมอกกลับไม่ได้พูดอะไร มีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
" พอดีว่าเราจะแวะทานข้าวกัน นายไปด้วยกันมั้ย? " วินด์เอ่ยชวน สายตาเว้าวอนขอเป็คำตอบที่้า
" ฉันคงขอตัว รู้สึกเพลียๆ อยากรีบกลับไปพักผ่อน ขอโทษทีนะ "
หมอกพูดจบพลันเดินจากไปโดยไม่รีรอคำตอบ เขาตรงไปหาเหล่าทีมงานที่อยู่ไม่ไกลนัก
" เดี๋ยวพี่กลับก่อนนะ ยังไงพวกเราเดินทางกันดีๆ ล่ะ "
" โอเคครับพี่ เจอกันที่กรุงเทพนะครับ "
หมอกกำลังหลบหน้าเขาสินะ วินด์คิดในใจ สายตาที่แสนเ็านั่นมันทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบในอกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ทำได้เพียงแค่เก็บซ่อนมันเอาไว้ภายในใจเท่านั้น
หลังจากที่หมอกกลับมาจากทะเลในวันนั้น หมอกก็ไม่ได้ติดต่อไปหาวินด์อีกเลย แม้ว่าวินด์จะพยายามโทรหาหรือส่งข้อความ แต่หมอกยังคงนิ่งเฉยต่อสิ่งเ่าั้มาตลอด ราวกับเขาได้ลบทุกสิ่งไปจนหมดสิ้น
" หมอก ถ้าได้รับข้อความฉันแล้ว รีบโทรกลับหาฉันด้วยนะ ฉันขอร้องโทรหาฉัน ได้โปรด "
วินด์ทำได้เพียงแค่ฝากข้อความไว้เท่านั้น ด้วยใจหวังว่าคนปลายสายจะติดต่อมาบ้าง
" ทะเลาะกับพี่หมอกหรอคะ? "
เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นทันที เมื่อสังเกตุเห็นสีหน้ากลุ้มใจของวินด์ที่ฉายออกมาอย่างชัดเจน
" ประมาณนั้น "
" ทะเลาะกันเื่อะไรหรอคะ? "
" ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เื่เล็กน้อยน่ะ "
" แปลกจังเลย หมิวไม่เคยเห็นพี่วินด์เป็แบบนี้มาก่อนเลยนะคะ ดูท่าทางพี่หมอกคงสำคัญกับพี่มากๆ เลย เพราะไม่งั้นพี่วินด์คงไม่มานั่งกลุ้มใจแบบนี้หรอก "
" เอ๊ะ " คำพูดไร้เดียงสาของหมิวสะกิดความรู้สึกของวินด์ขึ้นมาในใจอีกครั้ง
" ถ้าเป็แบบนั้น ทำไมไม่ไปพบหน้าเขาล่ะคะ "
รอยยิ้มที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของหมิวทำให้วินด์รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา เขามีความสับสนที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ ความรัก มันช่างเป็เื่แสนละเอียดอ่อน และคำว่า ' รัก ' มันช่างราวกับลูกอมเคลือบยาพิษ ที่แฝงความสุขและเศร้าได้ในเวลาเดียวกัน
หมอกโฟกัสที่งานหนักมากขึ้นจนแทบไม่ได้พักผ่อน ราวกับว่าเขายัดเื่งานลงในหัวสมองจนแทบไม่ว่างที่จะคิดเื่ใดๆ ทั้งสิ้น เขาหักโหมจนร่างกายผ่ายผอมอย่างสังเกตได้ชัด
" พี่หมอก พวกผมจะออกไปทานข้าวกัน พี่เอาอะไรมั้ยครับ? " รุ่นน้องคนนึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เมื่อเห็นเ้าตัวยังคงง่วนอยู่กับงานจนไม่มีเวลาแม้จะทานข้าว
" ไม่เป็ไร ตามสบาย พี่อยากเคลียร์ตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อนน่ะ "
" พักผ่อนบ้างนะครับพี่ เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี ปล่อยให้พวกผมได้ทำงานกันบ้าง " รุ่นน้องแอบแซว
" ขอบใจนะ "
หลังจากเสียงเซ่งแซ่ของบรรดาลูกน้องที่ค่อยๆ เดินหายไปจนลับตา สตูดิโอพลันกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หมอกกลับเข้ามาอยู่ในโลกของตัวเอง โลกเทาๆ สีจางของเขาอีกครั้ง
" ขอโทษนะคะ "
หญิงสาวส่งเสียงทักทายอย่างมีมรรยาท พลางชะเง้อคอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ตอนนี้ว่างเปล่าร้างผู้คน เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยก่อนถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องสีแดง ที่ซึ่งสำหรับล้างรูปภาพและเป็ห้องทำงานของหมอกด้วย
" ขอโทษนะคะ "
เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่ยังคงไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมา นี่อาจจะเป็่พักงานละมั้งเธอคิดในใจ พลางเดินเข้าไปสำรวจภายในห้องที่ดูแปลกตา
ภาพที่ประดับอยู่ภายในห้องนั้นคือรูปพรีเวดดิ้งในงานแต่งงานระหว่างวินด์และหมิวนั่นเอง หมิวรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากที่ได้เห็นรูปเหล่านี้ก่อนใคร แม้ว่าอาจจะเสียมรรยาทไปบ้าง แต่ยังไงเธอก็จะได้เห็นอยู่แล้ว ขอดูก่อนก็ไม่เห็นจะเป็อะไรนี่นา เผลอๆ บางทีเธอจะได้มีเวลาเลือกรูปสวยๆ ไว้ล่วงหน้าจะได้ไม่เสียเวลา
เธอพลางคิดในใจ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตาไปตามรูปภาพเ่าั้อย่างพินิจพิจารณาช้าๆ
" สมกับเป็มืออาชีพจริงๆ สวยทุกรูปเลยนะเนี่ย เอ .. เลือกไม่ถูกเลย เอาไงดีน้า " เธอพูดกับตัวเองเบาๆ
ไม่ทันทีที่หมิวจะทันได้ระวัง ด้วยความซุ่มซ่ามของเธอ ขาของเธอดันไปเตะโดนเข้ากับอุปกรณ์ถ่ายรูปที่วางตั้งอยู่จนเธอเสียอาการ ด้วยความใหมิวเอื้อมมือรีบไขว่ขว้าทุกสิ่งที่อยู่ใกล้มือที่สุด หวังเพื่อจะพยุงไม่ให้ตัวเองล้มหงายหลัง จนเผลอทำแฟ้มรูปเล่มนึงตกลงมาจากโต๊ะ รูปภาพมากมายหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด
ด้วยความใเธอจึงรีบก้มเก็บภาพเ่าั้แบบลวกๆ และสายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับรูปใบนึงที่หงายขึ้น เผยให้เห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน
ทันใดนั้น หมิวก็ต้องยืนตัวแข็งตกตะลึง ราวกับมีไฟช็อตไปทั่วร่างกายของเธอ เธอยืนตัวชา มือของเธอสั่นเทาจนไม่อาจควบคุมได้ ร่างทั้งร่างถูกตรึงไว้จนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่จะหายใจ
" เอ้า เมื่อกี้จำได้ว่าปิดประตูไว้นี่นา "
หมอกบ่นกับตัวเองพลางเดินเข้ามาในห้อง พร้อมมือที่ถือแก้วกาแฟหลังจากที่ออกไปเติมพลังงานให้กลับมาพร้อมอีกครั้ง
" หมอก " เสียงเรียกใครบางคนเอ่ยทักเขาจากด้านหลัง
วินด์นั่นเอง วินด์ที่ไม่อาจทนความนิ่งเฉยและเ็าได้อีกต่อไป วันนี้เขาบุกมาหาหมอกถึงที่สตูดิโอ หวังเพื่อเคลียร์ความอึดอัดในใจให้หมดสิ้น เพราะเขารู้สึกว่าทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันทรมานและรบกวนหัวใจเขาเหลือเกิน
" นายเลิกหลบหน้าฉันซะทีได้มั้ย? อย่าทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้มั้ย? เื่ของเราน่ะ..นายจะทำเป็เมินเฉยแบบนี้ไม่ได้นะ "
" ฉันไม่ได้หลบหน้า "
" แล้วสิ่งที่นายทำอยู่นี่มันเรียกว่าอะไรล่ะ อย่าแกล้งทำเป็ไม่มีอะไรได้มั้ย เื่ที่ทะเลนั่นน่ะ มันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่มั้ย สำหรับนาย? "
" หมายความว่ายังไงหรอคะ? "
น้ำเสียงของหญิงสาวโพล่งขึ้นจนทำให้ทั้งสองคนรีบหันไปทางต้นเสียงด้วยความใ
" ที่พูดมาเมื่อกี้ .. มัน .. หมายความว่ายังไงคะ .. พวกพี่น่ะ … มีอะไรกัน..หรอคะ? "
ร่างกายที่แสนหนักอึ้งค่อยๆ หอบพาร่างของเธอออกมายังคนทั้งสอง น้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นอาบทั้งสองแก้มของเธอ
" หมิว .. คือว่า "
ยังไม่ทันที่หมอกจะพูดจบประโยค เขาสังเกตุเห็นที่พื้นมีแฟ้มรูปที่เขาเก็บไว้ รวมทั้งรูปที่อยู่ในมือของเธอนั่นด้วย
รูปของวินด์ที่หมอกได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่อยู่ที่ทะเลในวันนั้น
รูปที่ วินด์นอนหลับอยู่บนที่นอน
" นี่มันอะไรกันคะ? น้ำเสียงของหมิวเริ่มสั่นเครือ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเธอกำลังร้องไห้ หรือกำลังโมโหอยู่กันแน่
" นี่มันอะไรกัน พวกพี่สองคน..ทำอะไรกันยังงั้นหรอ!? " เธอเริ่มแผดเสียงดังอย่างสุดทน
" หมิว ฟังพี่ก่อน " วินด์พยายามอธิบาย
ในขณะที่สถานการณ์เริ่มกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็จังหวะเดียวกับที่เหล่ารุ่นน้องกลับมาจากการออกไปทานข้าวข้างนอกพอดี พวกเขาต่างพากันใเป็อย่างมากกับสิ่งที่กำลังพบเจอ
" ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ " หมอกเสริม
" หรอคะ งั้นก็อธิบายมาสิคะ ไอ้รูปพวกนี้คืออะไร รูปพี่วินด์ที่อยู่บนเตียงเนี่ยคืออะไรหรอ!!? "
หมิวะเิอารมณ์ด้วยการขยำรูปภาพเ่าั้ก่อนจะเขวี้ยงใส่หน้าหมอกอย่างสุดกลั้น พร้อมพุ่งตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของหมอกในทันที
" อธิบายมาสิคะ พูดมาสิ พูดมา!!! "
ตอนนี้หมิวไม่รู้สึกอะไรแล้วนอกจากคำว่า ' สุดทน ' ความเจ็บช้ำที่เริ่มกัดกินอยู่ในใจ ความรู้สึกที่เหมือนโดนหักหลัง มันช่างน่าเกลียดชังและสมเพซเป็ที่สุด
หมิวตบเข้าไปที่ใบหน้าของหมอกฉาดเบ่อเริ่ม จนทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์พากันใส่งเสียงร้อง วินด์รีบคว้าตัวเธอเอาไว้แน่นเพื่อห้ามปราม
" ทำบ้าอะไรน่ะหมิว!? " วินด์เริ่มแผดเสียงดังขึ้นอย่างฉุนเฉียว
" งั้นพี่ก็บอกหมิวมาสิคะ บอกมาตรงนี้เลย ว่าพี่กับพี่วินด์เป็อะไรกัน พูดออกมาสิคะ พูดมาสิ!! "
หมิวจับจ้องไปยังคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา สายตาของเธอบ่งบอกให้รู้ถึงอารมณ์ที่พร้อมะเิได้ทุกเวลา หญิงสาวที่แสนร่าเริงตอนนี้แปลเปลี่ยนไปไม่ต่างกับปีศาจร้ายที่พร้อมทำลายทุกสิ่ง
ความคิดมากมายสับสนตีกันในหัวยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งหมิวที่กำลังจะแต่งงาน หมอกที่รู้สึกแแ่ในความรู้สึก รวมทั้งสายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาทางเขา ราวกับทุกคนคาดคั้นหวังคำตอบ ยิ่งทำให้วินด์รู้สึกกดดันไปหมด
วินด์ครุ่นคิดหาคำตอบอย่างวุ่นวายใจ พลางเสสายตามองไปทางหมอก ที่ ณ ตอนนี้เขาเองกำลังมองที่เขาเช่นกัน ความรู้สึกที่อัดแน่นในใจที่อยากจะพูดออกไป กับความเป็จริงที่ต้องรับผิดชอบ
แล้วภาพในวันวานย้อนกลับมาอีกครั้ง ภาพที่เขาถูกขโมยจูบแรกในวันนั้น ภาพที่เขาพยายามเลี่ยงสายตาและเสแสร้งแกล้งไม่รับรู้ มันย้อนกลับทำลายความรู้สึกเขาอีกครั้ง
" พี่กับหมอก .. แค่เพื่อนกัน .. เรา .. เป็แค่เพื่อนกัน แค่นั้น .. "
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของวินด์ มันดังก้องอยู่ในหัวของหมอก หัวใจของเขาเจ็บแปลบและปวดร้าวไปทั่วร่าง หัวใจที่แสนด้านชา หรือจริงๆ แล้วมันแค่เหมือนด้านชาไปเท่านั้น ความทรมานที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในใจ สุดท้าย เขากลับต้องมาเ็ปครั้ง
" พอใจรึยัง "
เสียงเนือยๆ ถามย้ำ ก่อนจะเดินกลับออกไปโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น ตอนนี้วินด์รู้สึกแย่จนแทบทนไม่ไหว เพราะถ้าขืนยังอยู่ตรงนั้นต่อไป เขาอาจจะเผลอทำอะไรบ้าๆ ลงไปก็ได้
" พี่วินด์ รอหมิวก่อน! "
หมิวเดินตามวินด์ออกมาพร้อมกับะโเรียกชื่อเขาไว้ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย หมิวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นแล้วพุ่งเข้ามากระชากที่แขนของเขาเพื่อเหนี่ยวรั้ง
" พี่วินด์!! "
" ้าอะไรจากพี่อีก ยังไม่พอใจใช่มั้ย อยากได้ยินอะไรอีกยังงั้นหรอ!!? "
" พี่วินด์ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับหมิวนะ คนที่ควรจะพูดคำนั้นคือหมิวไม่ใช่รึไง พี่ก็แค่ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและทรยศเท่านั้นเอง คนอย่างพี่น่ะ เลวที่สุด!! " เธอเกรี้ยวกราดและแสดงความรุนแรงอย่างสุดทน
" ถ้างั้นจะเลิกกับพี่มั้ยละ? "
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากวินด์ทำให้เธออึ้งเล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมสติและจับจ้องไปทางชายหนุ่มอย่างไม่วางตา
" หึ เลิกหรอ? " เธอทวนคำ " หมิวไม่มีวันเลิกกับพี่หรอก แล้วหมิวก็จะบอกให้รู้ไว้ด้วย หมิวไม่มีวันยกพี่ให้ใคร ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น "
เธอส่งสายตาบ่งบอกว่าไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่น้อย พลันเดินจากไปโดยทิ้งให้วินด์อยู่เพียงลำพัง
ความรู้สึกมากมายท่วมท้นแน่นอยู่ในอกที่ยากจะอธิบาย มือของเขาสั่นเทา ลมหายใจที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก วินด์บันดาลโทสะด้วยการทุบกำแพงไปหนึ่งครั้งจนเสียงดังโครมใหญ่ อารมณ์ปะทุอยู่ภายในอกจนแทบะเิ
ให้ตายสิ เขาไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะ
น้ำข้นสีแดงไหลซึมออกมาจากมือของเขา มือของวินด์ที่ชกกำแพงเมื่อครู่มันาเ็จนเืไหล แต่เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บที่มือ เขารู้สึกเจ็บที่ ' หัวใจ ' มากกว่า
บ้าชะมัด
วินด์สบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย
" เอ่อ พี่หมอก ไม่เป็อะไรใช่มั้ย? "
หลังจากสถานการณ์เริ่มกลับมาเป็ปกติ รุ่นน้องพอที่จะเริ่มตั้งสติได้แล้ว ต่างพากันค่อยๆ เข้ามาสอบถามอาการด้วยความห่วงใย แม้จะรู้ดีว่าไม่ควรพูดหรือถามอะไร แต่บรรยากาศมาคุแบบนี้ ช่างน่าอึดอัดเสียจนทนแทบไม่ไหว
หมอกไม่ได้ตอบอะไร มีเพียงแค่ความเงียบที่ดังแทนคำตอบ เขาก้มลงเก็บรูปที่ถูกขยำนั้นขึ้นมา และเดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รุ่นน้องต่างพากันยืนอึ้งเล็กน้อย ก่อนตั้งสติได้และแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
แสงไฟในยามราตรีส่องสะท้อนผ่านกระจกใส ท้องฟ้ามืดสนิทขับแสงให้ภายในห้องมีแสงสลัวจางๆ ควันบุหรี่ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่้าและค่อยๆ เลือนรางจางหายไปช้าๆ
นาฬิกาทรายถูกวางตั้งไว้อยู่บนโต๊ะ ตอนนี้เวลาทรายในขวดหมดลงไปเสียแล้ว ถึงเวลาที่ต้องผลัดเปลี่ยนเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง