ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 11 ลอบโจมตี
ในโถงขนาดเล็กแห่งหนึ่ง คล้ายเรือนรับรองแขกที่ตระกูลใหญ่ในเมืองขนาดเล็กล้วนมีเอาไว้รับรองแขกคนสนิท
กลางห้องมีโต๊ะไม้แกะสลักสวยงามตั้งอยู่ มีชายสองคนนั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะ
“ท่านสายลมหมื่นพิษ จิบชาคลายความร้อนใจก่อนเถิด”
ชายท่าทางภูมิฐานในชุดสีเขียว บริเวณใบหน้าทั้งหมดเกลี้ยงเกลาเว้นไว้ก็แต่หนวดและเคราแพะรอบริมฝีปาก กำลังเลื่อนถ้วยชาไปตรงหน้าของชายชราผมเผ้ารุงรังซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตนเอง
“ข้าไม่เข้าใจ ข้าคิดว่าการทดลองครั้งนี้จะต้องสำเร็จ แต่มันไม่ได้เป็ไปตามความคาดหมายของข้าแม้เพียงนิด” ชายชราไม่สนใจถ้วยชาตรงหน้าแม้แต่น้อย คร่ำครวญแต่กับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ร่างของมันควรจะะเิออกจนสร้างความเสียหายในวงกว้าง แต่นี่อะไร แทบไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีเสียงะเิ ไม่มีอะไรถูกทำลาย ไม่มีแม้แต่ความวุ่นวาย”
ชายชราผมเผ้ารุงรังขมวดคิ้วมุ่น คร่ำครวญกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ผิดพลาดที่การทดลองของข้า หรือเป็เพราะพวกมันมีวิธีรับมือ? พิษมีนับหมื่นนับแสนชนิด การแก้ไขแต่ละอย่างก็ต้องมีวิธีรับมือที่เฉพาะเจาะจง ยังไม่นับว่าพิษชนิดนี้เป็พิษที่ข้าทดลองปรุงขึ้นใหม่ ไม่มีใครรู้วิธีแก้อย่างแน่นอน แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”
ชายชราทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง น้ำชาในถ้วยแทบจะกระฉอกออกมาจนหมด
“ใจเย็นๆ ก่อนเถิดท่านสายลมหมื่นพิษ ข้าจะต้องหาคำตอบมาให้ได้ว่าทำไม” ชายที่ไว้เคราแพะทำสีหน้าลำบากใจ แต่ปากก็ต้องพูดเพื่อข่มอารมณ์ของชายชราตรงหน้า
ตัวมันก็ไม่ได้สบอารมณ์ชายตรงหน้านักหรอก แต่หากใช้ผลประโยชน์จากอีกฝ่ายเพื่อทำลายล้างตระกูลคู่อริได้ล่ะก็ ย่อมเป็เื่ดีไม่น้อย
และที่มันต้องพินอบพิเทาขนาดนี้ก็เพราะตัวตนของอีกฝ่ายเป็ถึงอเวกระดับที่ห้า พ่วงด้วยฉายาสายลมหมื่นพิษ เชี่ยวชาญในการใช้พิษเป็อย่างมาก ต่อให้เจอเข้ากับอเวกระดับที่หกก็ยังยากต่อกรกับพิษอันหลากหลายและร้ายกาจของมันผู้นี้
นี่เป็เหตุผลที่ตระกูลบัตส์ดึงชายผู้นี้ให้เข้าร่วมกับตระกูลของมันเป็การชั่วคราว นั่นเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน ฝั่งมันได้กำจัดคู่แข่ง อีกฝ่ายก็ได้ทดลองพิษชนิดใหม่โดยที่มีตระกูลของมันช่วยปกปิดเื่ราวให้
ในขณะที่ชายเคราแพะกำลังกล่อมให้ชายชราใจเย็นลงนั้น คนรับใช้ในชุดผ้าป่านสีเทาก็ค้อมหลังเดินเข้ามาด้วยความเคารพปนหวาดกลัว
“ขออนุญาตท่านหัวหน้าตระกูล สายข่าวของตระกูลเราแจ้งมาว่า รถประจำตระกูลของตระกูลพีไรซ์เพิ่งจะเดินทางออกนอกเมืองไปเมื่อสักครู่นี้เอง และเห็นว่าครั้งนี้หัวหน้าตระกูลพีไรซ์ได้ออกเดินทางไปด้วยตัวเอง”
“อะไรนะ?” ชายเคราแพะหันขวับไปทางข้ารับใช้ที่เดินเข้ามารายงาน
“นี่ต้องเป็เื่ใหญ่ไม่น้อย ถึงขนาดที่หัวหน้าตระกูลพีไรซ์เดินทางออกไปด้วยตนเอง” ชายเคราแพะหรือหัวหน้าตระกูลบัตส์จมอยู่ในความคิดก่อนจะถามต่อไปว่า
“มีใครเดินทางไปบ้าง? มาดิออสได้ออกไปด้วยไหม?”
“เรียนหัวหน้าตระกูล บนรถคันนั้นมีมาคัส เมลิก มาร์ล คาคัส และเคน ส่วนมาดิออสยังคงอยู่ในตระกูลขอรับ”
คำตอบของข้ารับใช้ทำให้ชายเคราแพะตกอยู่ในภวังค์ มันมีหลายเื่ต้องให้คิด
“นี่ไม่ใช่โอกาสดีที่เ้าจะนำตัวมันมาให้ข้าหรอกรึ การาวิโต้?” ชายชราผมเผ้ารุงรังพลันคลายความหงุดหงิดก่อนหน้านี้ไปในบัดดล มันแสยะยิ้มหันมาทางชายเคราแพะ
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?” ชายเคราแพะที่ถูกเรียกว่าการาวิโต้ตื่นจากภวังค์ เงยหน้าขึ้นมา หรี่ตามองไปที่ชายตรงหน้า
“ข้าก็หมายความว่าในเมื่อทางสะดวกแบบนี้ มันก็ถึงเวลาที่เ้าควรจะไปลากตัวหนูทดลองของข้าออกมาจากหลุมของมันยังไงเล่า! ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าสภาพตอนนี้ของมันเป็อย่างไร!” ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์
ชายเคราแพะหัวหน้าตระกูลบัตส์ขมวดคิ้วจนแทบจะมาชนกันตรงกลาง ในใจของเขารู้สึกว่ามันเสี่ยงมาก เสี่ยงเกินไป ตัวเขายังรู้สถานการณ์นี้ไม่มากพอ มันอาจจะเป็หลุมพรางอะไรบางอย่างก็ได้
ตัวเขานั้นไม่ได้อยากจะลงมือ หรืออย่างน้อยก็ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้ก่อน แต่จะไม่ลงมือก็ไม่ได้ เพราะชายตรงหน้าของเขาไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธได้
“มันก็เป็ไปได้อยู่เพียงแต่ว่า......” การาวิโต้มีน้ำเสียงลังเลใจ
“จำเป็ต้องใช้บุคคลภายนอก ข้าคิดว่าข้าพอจะรู้จักกลุ่มคนที่ทำหน้าที่นี้ได้” จริงๆ แล้วตัวของมันก็พอจะคิดวิธีขึ้นมาได้ นั่นคือมันต้องไม่ลงมือเอง
แต่ใครเล่าจะไว้ใจได้มากพอว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลของมัน? ก็ต้องเป็สมาคมนักฆ่ามืออาชีพที่เชื่อถือได้ไม่ใช่หรือ?
แล้วบังเอิญว่าชายเคราแพะก็พอรู้จักอยู่สมาคมหนึ่งซึ่งมีตัวแทนอยู่ภายในเมืองแห่งนี้พอดี
“ไว้วางใจข้าได้เลย ภายในวันพรุ่งนี้ข้าจะต้องได้ตัวคนที่ท่าน้า” ชายเคราแพะชุดเขียวยืนขึ้นพร้อมประสานมือไว้ด้านหน้า ยืนยันว่าเขาจะต้องจัดการเื่ที่พูดไปให้ได้
…............
ตระกูลพีไรซ์
ร่างิญญาโปร่งใสนั่งขัดสมาธิอยู่กลางศาลบรรพชน
พลังหลายสายกำลังวนเวียนไปตามจุดต่างๆ ของร่างิญญา
คัมภีร์ภูตอัสนีเป็วิชาที่อัศจรรย์นัก ใช้พลังงานได้รวดเร็วราวสายฟ้าอัสนี พลิกแพลงการใช้งานได้หลากหลายวิถี ที่สำคัญคือไม่จำเป็ต้องพึ่งพากายเนื้อในการฝึกฝน
ร่างิญญาพ่นลมหายใจออกมาร้อนสลับเย็น ปล่อยพลังออกนอกกายได้เล็กน้อย แต่แทบไม่ส่งผลต่อสภาพอากาศโดยรอบ
จริงอยู่ที่การใช้ยันต์ค่าประสบการณ์สามารถเพิ่มระดับพลังของจินได้อย่างรวดเร็วก้าวะโ แต่การฝึกฝนตามปกติก็ยังช่วยส่งเสริมให้ระดับพลังรุดหน้าได้เช่นกัน เพียงแต่จะเชื่องช้ากว่าก็เท่านั้น
ในเมื่อเขามีเวลาว่างมากมาย ไม่ต้องกินดื่มหรืออาบน้ำทำกิจวัตรเช่นคนปกติ เขาจึงมีเวลาเหลือเฟือที่จะตรวจสอบความเป็ไปภายในตระกูล รวมถึงใช้เวลาส่วนหนึ่งฝึกฝนพลัง
'อืม วันนี้พอเท่านี้ก่อนแล้วกัน นี่ก็เย็นแล้วไปแอบดูสักหน่อยดีกว่าว่าคนในตระกูลทำอะไรกันอยู่บ้าง' เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างิญญาก็ค่อยๆ ลุกขึ้น เยื้องย่างออกจากศาลบรรพชน
“หืม” ขณะที่กำลังเดินอยู่ ภายในใจก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาแปลกๆ ร่างิญญาขมวดคิ้วมุ่น แต่สุดท้ายก็สลัดความคิดออกไป
เขาค่อยๆ เดินมาถึงเรือนย่อยปีกฝั่งตะวันตกที่อยู่ใกล้กับศาลบรรพชนที่สุด บรรยากาศค่อนข้างเงียบเพราะไม่ใช่สถานที่ที่คนส่วนใหญ่พักอาศัย และเท่าที่จำได้เหมือนว่ามาดิออสก็พักฟื้นอยู่ในปีกตะวันตกนี้เช่นเดียวกัน
ในใจของจินก็คิดว่าั้แ่ช่วยเหลือสมาชิกตระกูลคนนั้นจนได้รับร่างกายแห่งสัตว์ร้ายมาก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนเลยสักครั้ง
วันนี้ว่าจะไปดูสักหน่อยว่าอาการเป็อย่างไรบ้าง จึงเดินตรงไปยังห้องพักฟื้นที่ทางตระกูลจัดเอาไว้
“หือ?”
“แปลก ทำไมประตูถึงเปิดแง้มเอาไว้?” หน้าห้องพักฟื้น ประตูไม้ถูกแง้มเปิดออกเล็กน้อย มีความกว้างประมาณสองฝ่ามือ เพียงพอให้คนคนหนึ่งสอดตัวเข้าไปได้โดยไม่ยากลำบากอะไรนัก
สีหน้าของจินแสดงออกถึงความสงสัยอย่างมาก ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ประตูมากขึ้น
ทันใดนั้นเอง......
[เตือนภัย! สมาชิกตระกูลรุ่นที่แปด'คาลอส'ตกอยู่ในอันตราย]
[ภารกิจเร่งด่วนถูกสร้าง กำจัดภัยร้ายต่อสมาชิกตระกูล]
จินสะดุ้งเฮือกทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ
เขาละสายตาจากประตูที่แง้มเปิดหันไปมองลูกศรสีแดงซึ่งชี้ไปยังทิศทางหนึ่งภายในตระกูล
ร่างิญญาพุ่งทะยานไปทิศทางนั้นในทันทีโดยไม่ต้องคิด
เมื่อมาถึงเขาก็มองเห็นคาลอสนอนอยู่กับพื้น มีกริชปักอยู่ที่พื้นห่างแก้มของเด็กหนุ่มไปเพียงไม่กี่เิเ ดูก็รู้ว่าเพิ่งรอดพ้นความตายมาได้
ส่วนคนลงมือก็คงเป็ชายชุดดำที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก
ภาพนั้นทำให้จินหัวเสียแทบคลั่ง นั่นอัจฉริยะของตระกูลเลยน่ะเว่ย! ถ้าคาลอสไม่ได้มีปฏิกิริยาหรือความสามารถที่ดีพอ ป่านนี้คงอาจจะกลายเป็ดวงิญญาเหมือนกันกับเขาแล้วก็ได้
แม้จะอยู่ในอารมณ์โกรธ แต่จินก็ไม่ได้ไร้สติไปเสียทั้งหมด เขารู้ดีว่าร่างิญญาของเขาไม่แข็งแกร่งพอจะโจมตีคนที่มีกายเนื้อได้
ทันใดนั้นเขาก็คิดไปถึงอุปกรณ์ในคลังของระบบ ยันต์ผู้พิทักษ์!
เขามียันต์ผู้พิทักษ์เก็บเอาไว้อยู่หนึ่งใบ หนึ่งใบนั้นจะสร้างร่างกายพลังงานขึ้นมาได้หนึ่งนาที แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว
“ใช้ยันต์ผู้พิทักษ์เดี๋ยวนี้!!!”
ยันต์ผู้พิทักษ์พลันสลายหายไปจากคลังของระบบ กลายเป็ละอองแสงหมุนวนเข้ามาที่ร่างิญญาของจิน
วิ้ง!
แสงสีทองสาดกระจายไปทั่ว ดึงดูดความสนใจของชายชุดดำจนเผลอเคลื่อนไหวช้าไปหนึ่งจังหวะ
“ปัก!”
หมัดสีทองกระแทกเข้าที่ร่างของชายชุดดำ ร่างของมันลอยละลิ่วไปหลายเมตร
การโจมตีเมื่อครู่รุนแรงมากสำหรับมันเพราะไม่ได้เตรียมรับมือเอาไว้ แต่ก็ไม่รุนแรงพอจะสังหารมันให้ตายภายในกระบวนท่าเดียว
จินที่ตอนนี้กลายเป็ร่างพลังงานสีทองจึงเคลื่อนตัววูบไหวไปอยู่ด้านหน้าของมันแล้วทำการปลิดชีพมันในทันที ชายชุดดำยังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าร่างสีทองมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาั้แ่เมื่อไหร่
“ถะ...ท่านบรรพชน...” คาลอสที่นอนตัวแข็งทื่อ จ้องมองมาที่ร่างสีทองเขม็ง
แม้ตัวเขาจะไม่สามารถเห็นหน้าของร่างิญญาได้ชัดเพราะเหมือนกับว่าแสงสีทองนั้นจะเป็เพียงพลังงานบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นมาเป็ร่างร่างหนึ่ง แต่ไม่รู้ทำไม จิตใจเบื้องลึกของเขาถึงคิดว่านี่น่าจะเป็ิญญาบรรพบุรุษที่คนอื่นๆ ในตระกูลพูดถึงกัน
จินหันหน้าไปทางคาลอส พยักหน้าให้หนึ่งที กำลังจะเข้าไปดูว่าลูกหลานของเขาาเ็หรือไม่
“ตูม!”
เสียงะเิดังออกมาจากเรือนย่อยปีกตะวันตก ถ้าพูดให้แม่นยำ...ก็น่าจะเป็ห้องพักฟื้นที่ตัวเขาเพิ่งออกมาเมื่อครู่
“บ้าเอ๊ย!”
ร่างิญญาสีทองสบถออกมาก่อนที่จะพุ่งตัวกลายเป็เส้นแสงสีทองตรงดิ่งไปยังเส้นทางที่ตนจากมา ทิ้งคาลอสที่เพิ่งยันตัวขึ้นมานั่งได้ให้ตื่นตระหนกอยู่ตรงนั้น