รอยยิ้มที่มุมปากของหลินเสี่ยวหรูแทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่
เธอมั่นใจว่าชีชีจะต้องตกลงอย่างแน่นอน!
เพราะลำพังแค่คำพูดที่ว่าขอยืมโชคลาภย่อมไม่มีน้ำหนักเท่ากับความสำคัญของลู่เหย่อยู่แล้ว
ทว่าหางตาของชีชีกลับโค้งขึ้นเธอต้องพยายามข่มใจอย่างมากเพื่อไม่ให้หัวเราะออกมาดังๆ
เธอกำลังกลุ้มใจอยู่เชียวว่าจะขัดขวางการ่ชิงวาสนาของหลินเสี่ยวหรูได้อย่างไรแต่อีกฝ่ายกลับเสนอตัวเดินมาติดกับเองเสียอย่างนั้น
หรือนี่จะเป็อย่างที่เขาว่ากันว่ายามง่วงเหงาก็มีคนเอาหมอนมาส่งให้ถึงที่? ยายคนนี้ช่างเป็คนดีเสียจริงๆ
“ฉัน ไม่ ตกลง!” ชีชีเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดเจน
หลินเสี่ยวหรูถึงกับอึ้งไปเมื่อเห็นคิ้วของชีชีโค้งรับกับรอยยิ้มเธอจึงทึกทักเอาเองว่าตนเป็ฝ่ายกุมชัยชนะไว้ในมือแล้วและคิดไปถึงขั้นที่ว่าจะฉลองอย่างไรดี
แต่ผลลัพธ์...กลับพลิกผันรวดเร็วเกินไปจนตั้งตัวไม่ติด
มันทำให้เธอถึงกับอุทานออกมาอย่างลืมตัว“คุณไม่อยากใช้ชีวิตคู่กับลู่เหย่ให้ดีแล้วหรือไง?”
“ฉันจะใช้ชีวิตกับลู่เหย่อย่างไร มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย?”
สายตาของชีชีเต็มไปด้วยความเย้าแหย่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทะนงเล็กๆ ดูมีชีวิตชีวาและน่าเอ็นดูนัก
แต่ในสายตาของหลินเสี่ยวหรูหญิงสาวตรงหน้าดูอัปลักษณ์ยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรกจนเธออยากจะโถมเข้าไปฉีกร่างอีกฝ่ายเป็ชิ้นๆ
เธอจึงพูดอย่างอาฆาตว่า“ฉันให้โอกาสคุณแล้วนะ ในเมื่อไม่เห็นค่าก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
ชีชีเบ้ปากอย่างคนเล่นใหญ่“ลำพังแค่คุณน่ะเหรอ จะทำให้ฉันเสียใจ? สำคัญตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า?”
“คนอย่างคุณนี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ คอยดูเถอะลู่เหย่จะต้องหย่ากับคุณแน่”
หลินเสี่ยวหรูโกรธจนกระทืบเท้าดังตึงตังก่อนจะเชิดหน้าเดินหนีไป
แต่ชีชียังคงหัวเราะอย่างสะใจ“ถ้าคุณมีความสามารถพอจะทำให้ลู่เหย่หย่ากับฉันได้จริงป่านนี้คงไม่ต้องถ่อมาเล่นละครฉากนี้ถึงที่นี่หรอกมั้ง?”
หลินเสี่ยวหรูถึงกับเสียหลักจนเกือบสะดุดล้มเธอรีบเร่งฝีเท้าหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต
“ติ๊ง! ขัดขวางครั้งที่สองสำเร็จ เหลืออีกหนึ่งครั้ง”
เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยดังขึ้นราวกับเป็การตบมือให้กำลังใจและโปรยดอกไม้ฉลองชัยให้ชีชี
ชีชีกำหมัดแน่นแล้วเหวี่ยงแขนอย่างแรง“เยส! ทำได้เยี่ยมมาก!”
แม้จะขยับเข้าใกล้ชัยชนะอีกก้าวหนึ่งแต่คำพูดของหลินเสี่ยวหรูก็ยังทำให้ชีชีรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง
หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับลู่เหย่ละก็บางทีสองคนนั้นอาจได้ครองคู่กันจริงๆ
อย่างไรก็ตามเธอไม่มีความรู้สึกผิดที่ต้องขัดขวางวาสนาของใคร
ในเมื่อลู่เหย่เพียบพร้อมขนาดนี้และตอนนี้เขาก็ตกมาอยู่ในมือเธอแล้ว เื่จะให้ปล่อยไปน่ะไม่มีทางเสียหรอก
รอให้เธอชิงระบบของหลินเสี่ยวหรูมาได้ก่อนเถอะเมื่อไม่มีโชคลาภคอยหนุนนำ ความสัมพันธ์ของหลินเสี่ยวหรูกับลู่เหย่ก็คงจะค่อยๆจางหายไปเอง
ชีชีมีความมั่นใจในตัวเองมากอย่างน้อยเธอก็สวยกว่า ฉลาดกว่า และมีความสามารถมากกว่าหลินเสี่ยวหรู
“เหอะ คอยดูเถอะว่าใครจะเป็คนหัวเราะทีหลัง”
แต่เื่ที่ทำให้ชีชีรู้สึกหดหู่ใจยิ่งกว่ากลับวางอยู่ตรงหน้าเมื่อมองดูที่ดินที่เธอทุ่มเทขุดมาทั้งบ่ายแต่กลับได้เนื้อที่แค่ไม่กี่ตารางวา
นี่ขนาดมีน้ำพุิญญาช่วยเสริมพลังแล้วนะ
ที่ดินตรงหน้ามีพื้นที่รวมหลายสิบหมู่หากหวังพึ่งแรงตัวเองเพียงลำพัง ไม่รู้ว่าชาติไหนถึงจะถางเสร็จ
“คุณกำลังทำอะไรอยู่หรือ?”
ลู่เหย่เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอั้แ่เมื่อไรไม่รู้
ตอนนี้ชีชีไม่อยากจะเสวนากับเขาสักเท่าไร“ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังถางป่าเปิดหน้าดินอยู่น่ะ?”
“ทำคนเดียวแบบนี้ พื้นที่กว้างขนาดนี้เมื่อไรจะเสร็จ?”
“ก็เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงคิดว่าถ้ามีรถไถสักคันก็คงจะดี”
“คุณนี่ช่างคิดช่างฝันจริงๆ” ลู่เหย่รับจอบจากมือเธอแล้วดึงมือให้เดินกลับบ้านด้วยกัน “เงินเดือนของผมพอเลี้ยงคุณได้ไม่จำเป็ต้องมาลำบากแบบนี้”
“ฉันทำเพื่อตัวเองที่ไหนกันล่ะ? คุณไม่รู้หรือไง?ถึงเขตบ้านพักทหารของเราจะดูดี แต่จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ในนี้ก็กินไม่อิ่มท้องหรอกนะ”
ลู่เหย่ชะงักฝีเท้าด้วยความประหลาดใจ“นี่คุณตั้งใจจะปลูกผักแจกจ่ายให้ทุกคนเหรอ?”
“ฉันตั้งใจจะปลูกข้าวโพด มันฝรั่ง แล้วก็มันเทศพวกนี้เพราะมันให้ผลผลิตสูงและอิ่มท้อง ทุกคนจะได้ไม่ต้องทนหิวกันอีก”
“เื่นี้เป็เื่ส่วนรวม ควรจะระดมแรงคนอื่นๆ มาช่วยกันทำ”
“ฉันถามพี่สะใภ้หลี่มาแล้ว ก่อนหน้านี้ทางกองทัพเคยมาปลูกฝังคนให้ช่วยกันทำแต่ทุกคนเห็นว่าที่ดินร้างปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ลงแรงไปก็ไม่คุ้มเสียเลยไม่มีใครยอมทำเลย”
“ในเมื่อคุณก็รู้ แล้วยังจะทำอีกทำไม?”
“ถ้าไม่เริ่มถางป่า ที่ดินนี้ก็จะเป็ที่ร้างตลอดไปนั่นแหละไม่ว่าผลผลิตจะเป็ยังไงปลูกไปไม่กี่ปีดินมันก็จะเริ่มอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาเองไม่ใช่เหรอคะ?”
ลู่เหย่นิ่งไปครู่หนึ่ง“ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล แต่จะให้คุณทำคนเดียวคงไม่ได้หรอก”
ชีชีกลอกตาไปมา“แถวนี้มีสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรไหมคะ?”
“การจะซื้อรถไถต้องมีใบอนุญาต มีเงินอย่างเดียวก็ซื้อไม่ได้หรอกเลิกคิดเถอะ”
“ใครว่าจะซื้อล่ะ” ชีชีทำปากยื่น “ฉันแค่คิดว่าที่นั่นต้องมีรถไถเก่าๆ ที่เขาคัดทิ้งแล้วแน่ๆเราก็แค่ไปหาอะไหล่มาประกอบเป็รถไถสักคันเองไม่ได้เหรอคะ?”
“พูดน่ะมันง่าย ถ้ามันยังมีส่วนที่ใช้ได้จริงทางสถานีเครื่องจักรกลการเกษตรเขาก็ซ่อมเองไปแล้วของที่คัดทิ้งแล้วย่อมแสดงว่ามันใช้งานไม่ได้”
“ไม่แน่เสมอไปหรอกค่ะ” ชีชีเถียงอย่างไม่ยอมแพ้“เมื่อก่อนพวกคุณปู่ที่หมู่บ้านฉันก็ไปประกอบรถไถมาจากโกดังของเก่าที่สถานีเครื่องจักรกลการเกษตรนี่แหละถึงหน้าตาจะดูไม่ดี แต่วิ่งได้เสียงดัง 'ตึกๆๆ' เลยนะ แถมยังช่วยงานได้ดีมากด้วย”
ดวงตาของลู่เหย่เป็ประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง“กลับบ้านไปกินข้าวก่อนเถอะ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว”
“อื้อ”
ชีชีรู้สึกขุ่นเคืองในใจท่าทางของลู่เหย่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเธอเลยสักนิด
ลองถ้าเป็หลินเสี่ยวหรูพูดดูสิเขาคงจะกระตือรือร้นรีบไปทำให้ั้แ่คืนนี้เลยมั้ง?
ยิ่งคิดก็ยิ่งอัดอั้นเธอจึงสะบัดมือลู่เหย่ออก แล้วรีบจ้ำอ้าวกลับบ้านไปอาบน้ำก่อน
ลู่เหย่ที่ถูกสะบัดมือทิ้งรู้สึกใจหายขึ้นมาดื้อๆ
แม้จะไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดแต่เขาก็พอจะมองออกว่าชีชีกำลังโกรธ
เขาจึงรีบเดินตามไปแต่ชีชีก็เข้าไปในห้องอาบน้ำเสียแล้ว
ลู่เหย่จำต้องวางจอบลงแล้วเดินเข้าห้องครัวเพื่อทำอาหารนี่เป็ครั้งแรกั้แ่เขากลับมาที่ได้ก้าวเท้าเข้าห้องครัว
เขาเห็นข้าวสารแป้ง และน้ำมันพืชวางไว้อย่างครบครัน โดยเฉพาะข้าวสารนั้นดูขาวสะอาดเป็เงาเมล็ดเรียวยาวสวยงาม ยิ่งกว่าข้าวเกรดพิเศษที่กองทัพแจกเสียอีก
สองวันก่อนตอนทานข้าวเขาแค่คิดไปเองว่าชีชีรสมือดี ทำอะไรก็อร่อย
แต่ตอนนี้เขาเริ่มเห็นแล้วว่าวัตถุดิบก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก
ประเด็นสำคัญคือวัตถุดิบดีๆ แบบนี้ไม่มีทางหาซื้อได้ที่สหกรณ์รัฐแน่นอนหรือว่าเธอจะแอบไปตลาดมืดมางั้นหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้นหัวใจของลู่เหย่ก็หนักอึ้งขึ้นมาทันทีเขาตั้งใจว่าหลังทานข้าวเสร็จจะต้องคุยกับเธอให้เป็เื่เป็ราว
เื่ที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้นห้ามทำเด็ดขาดลำพังร่างกายบอบบางอย่างเธอหากเกิดเื่อะไรขึ้นมาคงไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืนด้วยซ้ำ
ลู่เหย่ต้มโจ๊กข้าวสารหม้อใหญ่เห็นว่ามีไข่ไก่จึงทอดไข่แผ่นขึ้นมาอีกสองสามแผ่นแถมยังลองทำมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ดตามแบบที่ชีชีเคยทำด้วย
เมื่อชีชีอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นลู่เหย่จัดเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงอดที่จะประหลาดใจไม่ได้“คุณทำอาหารเป็ด้วยเหรอคะ?”
“อืม ผมเริ่มเรียนรู้การทำอาหารมาั้แ่ห้าหกขวบแล้ว”
ชีชีเบ้ปาก“ดูท่าว่าชีเจี้ยนกั๋วคงใช้งานคุณหนักไม่เบาเลยนะ”
“อย่าพูดแบบนั้นเลย เขาก็เป็พ่อของคุณนะ”
“หึ เขาเคยเห็นฉันเป็ลูกสาวบ้างหรือเปล่าล่ะ?”
ลู่เหย่ชะงักไปครู่หนึ่ง“เลิกพูดเื่พวกนี้เถอะ มาทานข้าวกันดีกว่า”
หลังจากเหนื่อยมาทั้งบ่ายชีชีก็หิวจนตาลาย
แถมโจ๊กที่ลู่เหย่ต้มก็เปื่อยนุ่มกำลังดีผิวหน้ามีมันข้าวลอยเด่น ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วเพียงซดเข้าไปคำเดียวก็รู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งตัว
ส่วนไข่ทอดก็นุ่มเด้งสู้ฟันอร่อยมากทีเดียว
จะมีก็แต่มันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ดที่ดูจะด้อยกว่าอย่างอื่นนิดหน่อยเพราะเขาขี้เหนียวน้ำมันไปนิด รสชาติเลยดูจืดชืดไปบ้าง
แต่โดยรวมแล้วถือว่าใช้ได้ชีชีทานอย่างเอร็ดอร่อยจนอิ่มหนำ
เพราะลู่เหย่เป็คนทำอาหารชีชีจึงอาสาเป็คนล้างจานเอง
ในเมื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยกันก็ไม่จำเป็ต้องมาเคืองใจกันด้วยเื่เล็กน้อยพวกนี้
ลู่เหย่เดินตามหลังเธอมาท่าทางเหมือนมีคำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปากแต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ชีชีปรายตาตามองเขาอย่างหงุดหงิด“มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ เป็ผู้ชายอกสามศอกมามัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้”
ลู่เหย่ชะงักไปเขานิ่งเงียบอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะถามว่า “ข้าวสารพวกนั้น...คุณไปซื้อมาจากไหนเหรอ?”
หัวใจของชีชีกระตุกวูบ...นี่ความลับจะแตกแล้วอย่างนั้นหรือ?