“เอาละ ท้องฟ้าก็มืดค่ำแล้ว พักผ่อนเถอะ” โม่อวี้เฉินตบแผ่นหลังกู้ชิงเฉิงเบาๆก่อนจะโอบกอดนางให้แน่นขึ้น แล้วกระซิบข้างหูของนางแน่นอนว่าเขาสัมผัสได้ถึงความเกร็งของกู้ชิงเฉิง เขาจึงไม่แกล้งนางอีก
เขายอมคลายอ้อมแขนออกแล้วลุกจากเตียงไปจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมกับหยิบฎีกาขึ้นมาอ่าน
เขาทิ้งให้กู้ชิงเฉิงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับสติหลุดลอย คนผู้นี้ถึงกับ…
จากนั้นนางก็เอนกายลงนอนแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ข่มตาไม่หลับ ทว่านางไม่ได้พลิกตัวไปมาเพียงแค่ครุ่นคิดว่าต่อไปจะทำเช่นไรดี
นางยังคงรู้สึกต่อต้านโม่อวี้เฉินมากเกินไปในชาติที่แล้วนางไม่มีแม้แต่คนรัก แต่พอนางมาที่นี่ กลับมีลูกมีสามีที่นางไม่ได้เลือก แล้วยังต้องจำใจทำเรื่องบางอย่างอีกด้วยทำให้จิตใจของนางเกิดความหวาดระแวง
ขณะที่กู้ชิงเฉิงกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตนเองอยู่ร่วมกับโม่อวี้เฉินได้อย่างเป็นธรรมชาติโม่อวี้เฉินก็เป่าตะเกียงให้ดับลง แล้วเดินอย่างเชื่องช้ามายังข้างเตียงทำให้กู้ชิงเฉิงเกร็งตัวขึ้นมาอีกครั้ง นางกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องราวกับสายน้ำเย็น บนเตียงนอนโม่อวี้เฉินอาศัยแสงจันทร์มองใบหน้าด้านข้างที่อ่อนโยนของกู้ชิงเฉิงได้อย่างชัดเจน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขามักจะมองดูนางเช่นนี้เสมอ เขาเองก็รู้ว่านางกลับมาด้วยจุดประสงค์ไม่ใช่เพราะนางตั้งใจที่จะอยู่ในตำหนักองค์รัชทายาทจริงๆแต่เขาก็จำต้องร่วมมือกับนาง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังคาดเดาได้ว่าเมื่อกู้จิ่งเซวียนได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว สตรีผู้นี้ก็จะหายไปจากชีวิตของเขาแต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังยินดีที่จะร่วมมือกับนาง
เขายกมือขึ้นลูบไล้แก้มของกู้ชิงเฉิงเบาๆโม่อวี้เฉินถอนหายใจออกมา “ชิงเฉิงข้าต้องทำเช่นไรจึงจะยอมอยู่เคียงข้างข้า...” เขากระซิบเสียงแผ่วแล้วดึงมือกลับพร้อมกับเอนกายลงนอนข้างกู้ชิงเฉิงโดยไม่ถอดเสื้อผ้าสิ่งนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกโล่งใจ
นางรู้ว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาก็เป็นเช่นนี้เสมอมาและเขาก็จะไม่ทำสิ่งใด แต่นางก็ยังคงรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่นางกำลังสับสนวุ่นวายมือใหญ่ของโม่อวี้เฉินก็พาดมาที่เอวของนางอีกครั้งทำให้นางขยับตัวเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว โม่อวี้เฉินเองก็ตกใจเล็กน้อยเขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“เป็นอะไรไป นอนไม่หลับหรือ?” เสียงทุ้มลึกมีเสน่ห์ของโม่อวี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลังน้ำเสียงนั้นแฝงไว้ซึ่งความขบขันเล็กน้อย
กู้ชิงเฉิงไม่อยากจะพูดคุยกับเขามือที่พาดอยู่ตรงเอวนางก็ออกแรงมากขึ้นอีกเล็กน้อย
กู้ชิงเฉิงยกมือขึ้นจับหลังมือของเขา“ปล่อยนะเพคะ”
โม่อวี้เฉินพลิกมือจับมือนางไว้“เอาล่ะ นอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องไปที่คุกหลวงต้าหลี่ซื่ออีก” เขากลัวว่าเรื่องราวจะยืดเยื้อจึงให้ไป๋จุ่นนำหลักฐานส่งให้คุกหลวงต้าหลี่ซื่อในวันพรุ่งนี้
“อืม…” เสียงของกู้ชิงเฉิงค่อนข้างแผ่วเบานางตอบรับคำหนึ่ง แต่ก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจนักแม้นางจะรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก แต่การที่เขานอนอยู่ข้างๆก็ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยมาก ไม่ได้คิดฟุ้งซ่านอีกต่อไปนางก็หลับไปโดยไม่รู้ตัวในเวลาไม่นานนัก
--------
เมื่อกู้ชิงเฉิงตื่นขึ้นมาท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสว่าง ทันทีที่ลืมตาขึ้นนางก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้าของโม่อวี้เฉิน นางถอยหลังโดยไม่รู้ตัวจากนั้นจึงพบว่าตนเองกำลังโอบกอดโม่อวี้เฉินไว้แน่นราวกับปลาหมึก
ท่าทางเช่นนี้ช่างไม่น่าดูเลยโชคดีที่โม่อวี้เฉินยังคงหลับอยู่ หากเขาตื่นขึ้นมา คงน่าอับอายยิ่งนัก
จากนั้นนางก็ค่อยๆ ดึงมือของตนเองกลับมา และเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาเพราะเกรงว่าจะปลุกโม่อวี้เฉินให้ตื่น ทุกวันโม่อวี้เฉินมักจะลุกออกไปก่อนแต่วันนี้เขายังคงอยู่ จึงเกิดภาพเช่นนี้ขึ้น
ในตอนนี้กู้ชิงเฉิงรู้สึกหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ภาพลักษณ์เช่นนี้ถูกเขามองเห็นทุกวันใบหน้าของนางอดไม่ได้ที่จะแดงก่ำขึ้นมา นางถอนหายใจเบาๆ ท่านอนเช่นนี้ทำลายภาพลักษณ์ของนางอย่างสิ้นเชิง
กู้ชิงเฉิงถอยห่างออกมาอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาระยะห่างจากโม่อวี้เฉิน ครั้นเมื่อมีช่องว่างห่างกันมากพอนางก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งจากนั้นจึงหรี่ตามองโม่อวี้เฉินที่หลับใหลอย่างละเอียดถี่ถ้วน
นางผู้หลงใหลในรูปโฉมนี้ยอมสยบแทบเท้าโม่อวี้เฉินอย่างแท้จริง บุรุษที่งดงามถึงเพียงนี้แล้วสตรีอื่นจะอยู่ได้อย่างไรเล่า?
จากนั้นกู้ชิงเฉิงจึงพลิกตัวลงจากเตียงและออกจากห้องอย่างเงียบเชียบเพื่อให้บ่าวไพร่จัดหาน้ำมาให้นางล้างหน้าล้างตา
นางหารู้ไม่ว่าทันทีที่นางลงจากเตียง ดวงตาของโม่อวี้เฉินก็พลันลืมขึ้นริมฝีปากและหางตาคลี่แย้มด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเมื่อนึกถึงท่าทีของกู้ชิงเฉิงเมื่อครู่ เขาก็อดที่จะหัวเราะออกมามิได้
สตรีผู้นี้ช่างนอนไม่เรียบร้อยเอาเสียเลยแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังชอบใจยิ่งนัก
…….
เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อไม่ประสงค์ที่จะสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ตนเองแต่ในเมื่อมีหลักฐานส่งมาถึงมือทั้งองค์รัชทายาทและคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ยังนำมามอบให้ด้วยตนเองอีกทั้งยังเรียกร้องให้ตัดสินคดีทันที นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจยิ่งนัก
ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวใดจากฝ่าบาทเลยไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางนั้นเป็นเช่นไรกันแน่
“เรียกคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้มา” เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อมองหลักฐานในมือและรู้สึกอัดอั้นในใจยิ่งนัก เขานึกเสียใจที่รับคดีนี้มา
ตระกูลไป๋ที่เกือบจะถูกแคว้นหลินกวาดล้างเมื่อครั้งนั้นกลับเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ที่ให้เบาะแส อีกทั้งหลักฐานชัดเจนถึงเพียงนี้
กู้ชิงเฉิงยืนอยู่ข้างกายโม่อวี้เฉินและกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ไป๋จุ่นยืนอยู่อีกด้านของกู้ชิงเฉิงยื่นมือออกไปตบไหล่นางเบาๆ “น้องเล็ก วางใจเถิดความเจ็บช้ำที่เจ้าได้รับเมื่อครั้งนั้นตระกูลกู้จะต้องชดใช้เป็นร้อยเท่าพันทวีอย่างแน่นอน” คดีในวันนี้ไร้ข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น
เกอจวิ้นยืนอยู่มุมด้านหลังแอบมองกู้ชิงเฉิง เขาเพียงแค่อยากจะมาพบกับนางและเมื่อความจริงของเรื่องราวในอดีตถูกเปิดเผย เขาก็รู้สึกยินดียิ่งนัก
ทันทีที่กู้ตงหลิงเดินเข้ามาทุกคนก็พลันชะงักงันโม่อวี้เฉินเป็นคนตัดเอ็นร้อยหวายและเอ็นข้อมือของนางด้วยมือตนเองนางกลับสามารถเดินได้แล้วหรือนี่?
โม่อวี้เฉินมองกู้ชิงเฉิงโดยไม่รู้ตัวกู้ชิงเฉิงเองก็มองเขาเช่นกัน ทั้งสองต่างประหลาดใจยิ่งนัก
ยามนี้กู้ตงหลิงแม้จะเดินได้ดังเดิมแต่นางกลับมีใบหน้าที่อ่อนเพลียยิ่งนัก เมื่อตระกูลกู้และตระกูลถังพังพินาศที่พึ่งของนางก็มลายไปสิ้น
ทว่าครั้นเมื่อเห็นไป๋จุ่นนางก็ยังคงยิ้มออกมา “พี่ใหญ่”
กู้ชิงเฉิงถอนใจนี่คือการพิจารณาคดีที่นางสมคบคิดกับศัตรูเพื่อวางแผนทำร้ายตระกูลไป๋ซึ่งมีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุพร้อมสรรพ นางยังกล้าเรียกไป๋จุ่นว่าพี่ใหญ่ได้อีก
ในสถานการณ์เช่นนี้ไป๋จุ่นอยากจะบีบคอกู้ตงหลิงให้ตายเสียจริง โชคดีที่คนตระกูลไป๋ตอบสนองได้รวดเร็วมิฉะนั้นแล้ว จะไม่มีใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
ไป๋จุ่นมองกู้ตงหลิงอย่างเย็นชาดวงตาเผยประกายสังหารอันเย็นยะเยือก ในชั่วขณะหนึ่ง ทำให้ใจของกู้ตงหลิงพลันบีบรัดนางคิดว่าสิ่งที่นางทำไปนั้นไร้ร่องรอย จึงไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ
แต่ทว่าท่าทีของไป๋จุ่นในยามนี้ทำให้นางไม่มั่นใจอีกต่อไป โดยไม่รู้ตัวนางก็กำหมัดแน่น ในใจว้าวุ่นดุจคลื่นลมทะเลนางไม่ต้องการตาย นางไม่ต้องการจริงๆ นางยังไม่ได้แต่งงานกับองค์รัชทายาทยังไม่ได้เป็นพระชายาเลย
“ท่านเจ้ากรม” ในขณะที่เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อเตรียมสอบสวนกู้ตงหลิงที่ปรึกษาผู้หนึ่งก็กระซิบกับเขาเบาๆ
“คุ้มครองพยานให้ดี และนำหลักฐานขึ้นมา” เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อมองกู้ตงหลิงอย่างลึกซึ้งจากนั้นจึงกวาดสายตาไปยังโม่อวี้เฉิน กู้ชิงเฉิง และไป๋จุ่น
สีหน้าของเขาบึ้งตึงยิ่งนักคดีนี้กลับพัวพันกับเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้สายตาที่เขามองกู้ตงหลิงจึงยิ่งเย็นชาลงไปอีกหลายส่วนแววตาแห่งความรังเกียจนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง
“ท่านเจ้ากรม เรียกข้ามา มีธุระอันใดหรือเจ้าคะ?” กู้ตงหลิงพยายามทำใจให้สงบนางคิดว่าถังเชี่ยวจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย