9กรกฎาคม 2559
Battle Sun ศึกราชันย์
ณ ดินแดนมายาซึ่งเป็มิติคู่ขนานกับโลก ณ ชายแดนระหว่างดินแดนจันทรากับดินแดนสุริยะชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่ริมฝั่งทะเลสาบเล็กๆแห่งหนึ่ง ด้านข้างของพวกเขามีบ้านหลังเล็กๆสร้างจากหินสีขาวนวลซึ่งเป็สถานที่ๆพวกเขาทั้งสองใช้ลอบพบปะกัน
“ข้ากำลังจะมีลูก”หญิงสาวบอกกับชายหนุ่ม
หญิงสาวนางนี้คือเ้าหญิงจันดาราน้องสาวของาาอนธการ าาแห่งดินแดนจันทรา ส่วนชายหนุ่มก็คือาาทินกราาแห่งดินแดนสุริยะ
“เ้ากำลังจะมีลูก!?”าาทินกรดีใจสวมกอดเ้าหญิงจันดารา
แต่เ้าหญิงจันดาราไม่ได้ดีใจเลยสักนิดนางกำลังทุกข์ใจ “ข้ากลัวว่าถ้าท่านพี่รู้เข้า ข้าคงตายแน่เ้าค่ะ”
าาทินกรดันตัวเ้าหญิงจันดาราออกเขามองหน้านางอย่างตัดสินใจ “ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ไปอยู่ที่นครสุริยะกับข้าเถิดข้ารับรองว่าข้าจะดูแลเ้ากับลูกอย่างดีที่สุด ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะทำอะไรเ้าได้แน่”
“แต่ว่าท่านพี่คงไม่ปล่อยข้าแน่”เ้าหญิงจันดารากังวลใจเพราะนางรู้ดีว่าหากท่านพี่รู้เื่ เขาไม่ปล่อยนางกับลูกแน่นอนลูกของนางเป็เด็กต้องห้ามระหว่างสองนครมีหรือท่านพี่จะยอมปล่อยให้หลานมีชีวิตอยู่ลืมตาดูโลกได้
“หากไม่มีผู้ใดรู้ว่าเ้าหายไปไหนาาอนธการก็ย่อมไม่รู้ว่าเ้าอยู่ที่ไหน เ้ากับลูกจะปลอดภัยอยู่ในนครสุริยะข้าจะไม่ให้ผู้ใดในนครข้ารู้ว่าเ้าเป็ใคร เพียงเท่านี้เ้าก็จะปลอดภัยเชื่อข้าซิจันดารา”าาทินกรบอกพลางกอดนางปลอบใจ “ไม่มีผู้ใดรู้เื่ของเราใช่ไหมจันดารา?”
เ้าหญิงจันดาราส่ายหน้า“ไม่มีเ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ไปนครสุริยะกับข้าเสียเดี๋ยวนี้เถอะ”าาทินกรบอก
“เ้าค่ะ”เ้าหญิงจันดาราพยักหน้า
จากนั้นาาทินกรก็พาเ้าหญิงจันดาราเดินทางไปนครสุริยะด้วยกัน
ส่วนาาอนธการพอรู้ว่าเ้าหญิงจันดาราหายไปเขาก็ออกตามหานางด้วยความเป็ห่วง แต่ตามหาจนทั่วทั้งนครก็ยังไม่พบ
“นางหายไปไหนหรือถูกสัตว์ร้ายฆ่าตาย...” เขาไม่อยากจะคิดเช่นนั้นเลย เขายังคงตามหานางแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่เขาก็ยังคงมีความหวังว่านางยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งเขาได้ข่าวว่า “เ้าหญิงจันดาราอยู่ที่นครสุริยะขอรับ”ทหารรายงานให้เขารู้
“ว่ายังไงนะ!”าาอนธการถามเพราะเขาคงฟังผิดไปกระมัง
“เ้าหญิงจันดาราอยู่ที่นครสุริยะขอรับ”ทหารรายงานอีกครั้ง
าาอนธการตะลึง!“ไม่จริง! นางไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร?”
“ข้าเห็นเ้าหญิงอุ้มเด็กเดินอยู่ในนครสุริยะกับาาทินกรขอรับ”ทหารรีบบอก “ข้าสืบข่าวได้ว่าเ้าหญิงอภิเษกสมรสกับาาทินกรขอรับส่วนเด็กที่เ้าหญิงอุ้มก็เป็ลูกของนางกับาาทินกรขอรับ พอข้ารู้ข่าวข้าก็รีบกลับมาบอกท่านนี่แหละขอรับ”
าาอนธการอึ้ง!“ไม่จริง...!!!” เขาส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับความจริง
ทหารนิ่งเงียบรอฟังว่าเ้านายจะว่าอย่างไร
“ข้าจะต้องไปดูให้เห็นกับตาข้าไม่เชื่อว่านางจะกล้าฝืนกฎระหว่างสองนคร” าาอนธการพูดแล้วก็รีบลุกออกไป ทหารก็รีบตามไป
ณ นครสุริยะ าาอนธการโพกผ้าปิดบังใบหน้าสวมหมวกปีกกว้างเหมือนเช่นพ่อค้าในนครสุริยะ เขาแสร้งทำทีเร่ขายของกับทหารของเขาเขาเดินเร่ขายของไปจนใกล้กับปราสาท แล้วเขาก็ได้เห็นเ้าหญิงจันดาราตรงทางเข้าปราสาทพอดี
นางกำลังหยอกล้อกับเด็กทารกซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของาาทินกร“ลูกแม่ไหนยิ้มซิ”
“ไหนๆยิ้มให้ท่านแม่ซิลูก”าาทินกรอุ้มลูกหยอกล้อกับราชินี
“ท่านพ่อขอข้าอุ้มน้องบ้างซิขอรับ” เ้าชายภากรเดินเข้าไปหาทั้งสาม
าาทินกรหันไปยิ้มให้ลูกชายแล้วก็ส่งลูกให้คนเป็พี่ได้อุ้ม“ค่อยๆนะสุริยะ ระวังน้องหลุดมือด้วยล่ะ”
“ขอรับท่านพ่อ” เ้าชายภากรรับคำพร้อมกับอุ้มน้องอย่างระวังแล้วเขาก็หันไปพูดกับราชินีจันดาราว่า “ท่านแม่ขอรับดูซิขอรับน้องยิ้มใหญ่เชียว”
ราชินีจันดารายิ้มให้เ้าชายลูกเลี้ยงแล้วก็หันไปยิ้มให้พระสวามี
าาอนธการได้เห็นได้ยินคำสนทนาทุกอย่างชัดเจนเขาถลันจะเข้าไปหาน้องสาวทันที ทหารของเขาเห็นท่าทีเข้าก็รีบสกัดไว้ก่อน“อย่าขอรับ” ทหารกระซิบบอกพร้อมกับรีบคล้องแขนพาเ้านายหลบไป ปากก็ะโว่า “เ้าหิวแล้วหรือ?ถ้าเช่นนั้นข้าจะพาเ้าไปกินอาหารขึ้นชื่อของร้านอัสดงตามข้ามาทางนี้ซิเ้าเพื่อนรัก”
าาอนธการได้สติเขารีบข่มอารมณ์เดินตามคนของเขาไป
ทหารยามหน้าปราสาทมองทั้งสองคนที่มีท่าทางประหลาดๆแต่เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข็นรถเข็นไปไกลแล้วแล้วก็เลิกสนใจ
พอไปถึงที่ลับตาผู้คนาาอนธการก็ปลดมือทหารออก เขากำมือแน่นด้วยความโกรธปนเสียใจ“ข้าไม่คิดเลยว่านางจะกล้าฝืนกฎ”
ทหารได้แต่ยืนดูอย่างเงียบๆ
“คืนนี้ข้าจะลอบเข้าไปในปราสาทเ้าจงคอยดูต้นทางให้ข้าด้วย” าาอนธการกระซิบสั่ง
“ขอรับ”ทหารกระซิบตอบ
จากนั้นทั้งสองคนก็ทำทีเดินเร่ขายของรอบๆปราสาทสำรวจลู่ทาง
พอค่ำแล้วาาอนธการก็ใช้พลังในร่างะโข้ามกำแพงปราสาทเข้าไปภายในส่วนทหารของเขาก็ซุ่มรออยู่ข้างกำแพงอย่างเงียบๆ
าาอนธการลอบเดินหาน้องสาวไปทั่วปราสาทจนกระทั่งไปถึงห้องของเ้าหญิงน้อย พี่เลี้ยงหลับอยู่ข้างเปลเขาค่อยๆย่องเข้าไปอุ้มเ้าหญิงน้อยผู้เป็หลานของเขาขึ้นมา ทารกน้อยหลับสนิทเขาค่อยๆ เปิดผ้าห่อตัวดูที่ต้นคอของทารกน้อยตราราหูเด่นหราเหมือนกับในตำราไม่มีผิด เด็กคนนี้คือสายเืระหว่างสองนครจริงๆเด็กต้องห้ามที่จะนำภัยพิบัติมาสู่ดินแดนมายา ผู้ที่จะบดบังสุริยะให้เลือนหายกลืนกินจันทราให้ลาลับ
เขาจ้องหน้าหลานมือสั่นนี่ข้าจะต้องฆ่าหลานของตัวเองหรือนี่!? เขาถามตัวเอง อีกเสียงหนึ่งในใจก็สั่งว่าเ้าต้องทำ...หากปล่อยไว้เด็กคนนี้จะนำภัยมาสู่ดินแดนแห่งนี้
พอตั้งสติดีแล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะฆ่าหลานของตัวเองเขาวางทารกลงในเปลแล้วก็แบมือออก พลัน! ก็ปรากฏดาบขึ้นมา เขาตวัดดาบ
ฉับ!
พี่เลี้ยงคอขาดกระเด็นเืสาดกระจายพี่เลี้ยงยังไม่ทันได้ร้องสักแอะก็ตกตายเสียแล้ว
าาอนธการหันไปมองหลานแล้วก็ฟันดาบลงไป
ฉับ!
ทารกน้อยหัวขาดออกจากตัวเืสาดกระเด็นเต็มเปล เปลขาดออกจากกัน ร่างทารกน้อยก็กลิ้งตกจากเปลกลิ้งหลุนๆไปทางประตูห้อง
ราชินีจันดารากำลังเดินมาดูลูกตามปกติได้ยินเสียงเปิดแปลกๆก็รีบประตูเข้าไปทันทีนางมาเห็นเหตุการณ์พอดี “ลูก!”
“กรี๊ดดดด...!!!” นางกรีดร้องลั่น! ถลันเข้าไปหาลูก นางอุ้มลูกขึ้นมาน้ำตานองหน้า“ลูกแม่!-----” นางหันไปจ้องหน้าคนที่ฆ่าลูกตัวเองแล้วก็ตกตะลึงงัน! “ท่านพี่!”
พอรู้ตัวอีกทีนางก็ถือดาบอยู่ในมือแล้วก็แทงสวนไปที่อกของพี่ชาย“ฉั๊วะ!”
“โอ๊ะ!”าาอนธการสะดุ้งเฮือก! ดาบเรียวเล็กปักคาอกเขาจ้องหน้าน้องสาวอย่างตะลึง! “เ้า!”
“เกิดอะไรขึ้น...”เ้าชายภากรพรวดพราดเข้ามาในห้อง เด็กชายชะงักค้าง!เห็นแม่เลี้ยงอุ้มน้องไว้มือหนึ่ง อีกมือกุมดาบเสียบอกผู้ชายคนหนึ่ง
พลัน!หัวของน้องก็ตกปุ๊! กลิ้งหลุนๆมาหยุดแทบเท้าเขาเขาก้มมองแล้วก็ก้มลงประคองหัวน้องขึ้นมาอย่างตกตะลึง!มองหัวเล็กๆในอุ้งมือ “น้องข้า...!!!”
โดยไม่ทันรู้ตัวเขาก็พุ่งเข้าใส่ชายคนนั้น“เ้าฆ่าน้องข้า!”
าาอนธการตวัดดาบฉับ!เืสาดพุ่งกระจายพร้อมกับหัวของราชินีจันดาราขาดจากตัวห้อยร่องแร่ง เพราะนางถลันเข้าไปเอาตัวบังลูกเลี้ยงเอาไว้
“จันดารา!”าาอนธการตะลึงงัน!
เ้าชายภากรก็ตะลึงเช่นกัน“ท่านแม่-----”
แล้วเ้าชายภากรก็พุ่งเข้าใส่คนที่ฆ่าแม่เลี้ยงของตัวเอง“เ้า!”
าาอนธการตวัดดาบฉับ!หัวขาดกระเด็นเืพุ่งกระฉูด แต่ไม่ใช่หัวของเ้าชายกลับกลายเป็หัวของาาทินกรซึ่งถลันเข้าไปปกป้องลูกชาย
“ท่านพ่อ!-----”เ้าชายภากรตะลึงงัน!
วินาทีที่คมดาบตัดคอาาทินกรเขาก็ร้องขอต่อเทพสุริยะว่า “เทพสุริยะจงปกป้องลูกข้าด้วยข้าขอบูชายันด้วยเืของข้า ณ บัดนี้-----”
เืของาาทินกรไม่ได้กระจายตกพื้นแต่กลับพุ่งกระฉูดรวมกันเป็กลุ่มก้อนแล้วก็กลายเป็ลูกบอลเืสีแดงฉาน พร้อมกับเทพสุริยะในร่างสิงโตจำแลงปรากฏตัวขึ้น
าาอนธการเห็นเทพสุริยะก็ตัดสินใจรีบหนีเอาชีวิตรอดเพราะเขาไม่อาจต่อกรกับเทพผู้มากฤทธาได้แม้แต่น้อย เขาพุ่งตัวหนีไปทางหน้าต่างแล้วก็รีบวิ่งทุลักทุเลไปจนถึงที่ทหารของเขาซุ่มรออยู่
เทพสุริยะมองตามาาอนธการไปเขาไม่คิดจะตามไปแม้แต่น้อย เพียงเท่านี้าาผู้นั้นก็เ็ปใจเจียนตายแล้วเพราะเผลอพลั้งมือฆ่าน้องสาวที่รักมากที่สุดตราบาปนี้จะเกาะกินหัวใจของาาผู้นั้นไปตราบจนสิ้นชีวิต
เ้าชายภากรมองร่างของท่านพ่อที่ค่อยๆล้มตึงลงไปปากน้อยจิ้มลิ้มอ้ากว้าง ดวงตาเบิกโตอยู่อย่างนั้น เขายืนนิ่งตะลึงค้างดั่งรูปปั้น
เทพสุริยะยืนมองลูกบอลสีเืที่ยังลอยอยู่กลางอากาศแล้วมองไปยังเ้าชายน้อยที่จู่ๆก็ต้องสูญเสียครอบครัวไปในคืนเดียวอย่างสงสารหากไม่มีเขาคอยดูแล เกรงว่าเ้าชายน้อยคงถูกคนฆ่าในอีกไม่ช้าแน่ อำนาจของบัลลังก์จะดึงดูดให้ผู้คนมาแย่งชิงแล้วเข่นฆ่าเ้าชายน้อยให้ตกตายชีวิตาาทินกรก็ไม่อาจเก็บคืนกลับมาได้ คำบูชายัญก็กล่าวออกมาแล้ว เืก็ลอยอยู่กลางอากาศรอคอยให้เขาเก็บอยู่ตรงหน้า เขาถอนหายใจ “เฮ้อ...”แล้วก็กวักขาหน้าเรียกลูกบอลเืที่ลอยอยู่เข้ามา แล้วดูดซับพลังเืเข้าไปยอมรับคำบูชายัญอย่างจำยอม
ผู้คนได้ยินเสียงกรีดร้องก็รีบวิ่งมาดูแล้วพวกเขาก็ใจนร้องกรีดเลยทีเดียว
“กรี๊ดดดด...”นางกำนัลกรีดร้องลั่น ทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น ทหารรักษาวังก็ใจนร้องลั่นเช่นกัน“เหวออออ...”
เทพสุริยะดูดซับพลังเืไปจนหมดแล้วก็หันไปมองพวกนางกำนัลกับทหารที่ใจนปากอ้าตาค้างอยู่นอกห้องแล้วสั่งว่า “เข้ามาเก็บศพไปฝังในสุสานของราชวงศ์ ตามพวกขุนนางมาทั้งหมดให้พวกเขาเร่งทำพิธีแต่งตั้งเ้าชายภากรเป็าาองค์ใหม่”
สั่งจบแล้วเทพสุริยะในร่างจำแลงก็เดินออกไปจากห้อง พร้อมกับร่างที่ยืนแข็งทื่อของเ้าชายภากรก็ลอยตามเขาออกมาด้วย
กว่าพวกนางกำนัลและพวกทหารจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ พวกทหารพอตั้งสติได้แล้วก็รีบเดินโซซัดโซเซไปตามเหล่าขุนนางส่วนนางกำนัลก็ยังนั่งแปะอย่างไร้เรี่ยวแรง เบิกตามองดูศพทั้ง 4ในห้องซึ่งเืไหลนองเต็มพื้น
เทพสุริยะเดินเข้าไปในห้องของเ้าชายภากรร่างของเ้าชายภากรก็ลอยไปหยุดบนพรมขนแกะหนานุ่มกลางห้อง เทพสุริยะเดินเข้าไปลูบศีรษะเ้าชายน้อยเ้าชายภากรสะดุ้ง! เบิกตามองเทพสุริยะ ดวงตากลมโตกะพริบสองทีแล้วใบหน้าเล็กๆกลมป้อมก็เบะหน้าร้องะโว่า“ท่านพ่อ!----- ท่านแม่!----- น้องเล็ก!-----”
หยดน้ำตากลมวาวราวไข่มุกก็ร่วงตกจากดวงตากลมโตตามด้วยเสียงร้องไห้ลั่นห้อง เทพสุริยะยืนลูบศีรษะเ้าชายน้อยปลอบประโลมอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเ้าชายภากรร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาแล้วก็พูดว่า “ข้าจะแก้แค้นมัน!”
ดวงตากลมโตมองอย่างมุ่งมั่นแล้วมองเทพสุริยะแน่วแน่ ยื่นแขนไปตรงหน้าท่านเทพ “ท่านเอาชีวิตข้าไป ข้าขอใช้ชีวิตข้าบูชายัญต่อท่านให้ท่านแก้แค้นให้ข้า”
เทพสุริยะใช้ขาหน้าดันแขนเล็กๆลงไป“ต่อให้เ้าฆ่าตัวตายใช้เืเ้ามาบูชายัญเพื่อให้ข้าไปแก้แค้นให้ ข้าไม่อาจทำได้พวกเราเหล่าเทพมีกฎไม่อาจแก้แค้นแทนใครได้ หากเ้าอยากจะแก้แค้น เ้าต้องทำด้วยตัวเองเ้าต้องแข็งแกร่ง เข้าใจหรือไม่?”
เ้าชายภากรมองจ้องดวงตาเทพสุริยะแล้วก็พยักหน้า“ข้าจะแข็งแกร่ง! ข้าจะแก้แค้นมัน!”
เทพสุริยะถอนหายใจอย่างสงสารเ้าชายน้อยที่ถูกความแค้นเข้าครอบงำเสียแล้วเขาก็ได้แต่หวังว่า เมื่อเ้าชายน้อยเติบโตขึ้น ความแค้นในใจจะจางหายไปตามกาลเวลา
บรรดาขุนนางพอรู้ข่าวก็ตกอกใ“เ้าว่าอะไรนะ!?”
“องค์าาองค์ราชินี เ้าหญิงน้อย ถูกฆ่าตายแล้วขอรับ” ทหารรายงานอีกครั้ง
“เกิดเื่เช่นนี้ได้ยังไง!?”ขุนนางใหญ่ตวาดถาม แล้วก็รีบวิ่งออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังพระราชวังทันทีลืมแม้กระทั่งจะขี่สัตว์พาหนะของตัวเองไป เขาวิ่งพุ่งทะยานไปด้วยพลังเร็วจี๋
บรรดาขุนนางคนอื่นๆพอรู้ข่าวก็ตกอกใรีบวิ่งไปยังพระราชวังเช่นกัน แต่ละคนพอไปเจอกันระหว่างทางก็หยุดซักถามกันครู่หนึ่งซักถามกันไปซักถามกันมา ไม่ได้ความอะไรมาก จึงพากันรีบมุ่งหน้าเข้าวังทันที
เมื่อไปถึงพระราชวังบรรดาขุนนางก็มุ่งตรงไปยังที่เกิดเหตุซึ่งยังไม่ทันได้เก็บกวาดอะไรสักอย่างพวกเขามองดูศพทั้ง 4 แล้วก็หันไปซักถามนางกำนัลว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ข้าไม่รู้เ้าค่ะข้าเห็นคนร้ายวิ่งหนีไปไวๆ ไม่รู้ว่าเป็ใครเ้าค่ะ ส่วนเ้าชายภากรตอนนี้อยู่กับท่านเทพในห้องเ้าค่ะ”นางกำนัลตอบตามจริง เหล่าขุนนางก็เบิกตาโต “ท่านเทพ?”
“เ้าหมายถึงเทพสุริยะงั้นรึ?”ขุนนางอีกคนถามย้ำ นางกำนัลก็พยักหน้าหงึกๆ “เ้าค่ะ”
เหล่าขุนนางตกตะลึงมีหลายๆคนที่แอบคิดว่า เป็ผู้ใดกันทำพิธีบูชายัญอัญเชิญท่านเทพมา? แล้วขุนนางใหญ่เสนาบดีฝ่ายซ้ายก็รีบหมุนตัวกลับเดินไปยังห้องเ้าชายน้อยทันที ทำให้บรรดาขุนนางคนอื่นๆรีบชักขบวนตามไป
เมื่อไปถึงประตูห้องปิดอยู่ เสนาบดีฝ่ายซ้ายก็ยกมือขึ้นเคาะประตู “เ้าชายขอรับ เ้าชายขอรับ”
ประตูห้องเปิดออกเสนาบดีฝ่ายซ้ายก็ผงะเมื่อเห็นร่างสิงโตของท่านเทพยืนอยู่ด้านในของฝั่งประตู เขารีบโค้งกายลงทำความเคารพ“ทะ...ท่านเทพ”
“อืม” เทพสุริยะส่งเสียงคำหนึ่งมองเลยไปยังข้างหลังของเสนาบดีหัวล้านเลี่ยน สั่งว่า “พวกเ้ารีบไปเตรียมจัดพิธีแต่งตั้งเ้าชายภากรเป็าาองค์ใหม่เร็วๆแล้วนำศพไปฝังให้เรียบร้อยด้วย”
“ขอรับ”เสนาบดีฝ่ายซ้ายรับคำสั่ง ประตูห้องก็ปิดลง เสนาบดีฝ่ายซ้ายค่อยๆยืดตัวขึ้นไม่คิดเลยว่าท่านเทพจะสั่งเช่นนี้ เขาหลุบตาลงกดแววตาลึกล้ำลงไปแล้วรีบหมุนตัวไปสั่งทหารให้นำศพไปฝังในสุสาน
พวกทหารก็เดินไปขนย้ายศพไปฝังในสุสานส่วนศพพี่เลี้ยงก็นำไปมอบให้ครอบครัวผู้ตาย นำไปฝังที่สุสานของวงศ์ตระกูลต่อไปพวกนางกำนัลก็เร่งทำความสะอาดห้องจนไร้คราบเืข้าวของที่เปื้อนเืก็ถูกขนออกไปในหมด แล้วแทนที่ด้วยของใหม่แต่เมื่อเ้าชายภากรรู้เื่ให้สั่งให้พวกนางกำนัลนำของเปื้อนเืกลับมาไว้ในห้องเหมือนเดิมพวกนางกำนัลก็เร่งทำตามคำสั่ง
ฝ่ายพวกขุนนางก็เร่งจัดพิธีแต่งตั้งาาองค์ใหม่อย่างเร่งรีบป่าวประกาศออกไปทั่วดินแดน เมื่อประชาชนทราบข่าวการตายของาาก็พากันสาปแช่งคนร้ายอีกทั้งยังสงสารเ้าชายน้อยที่ต้องมากำพร้าพ่อ
พิธีแต่งตั้งจัดขึ้นในอีก3วันถัดมา เ้าชายภากรขึ้นสวมมงกุฎนั่งบัลลังก์เป็าาภากร มงกุฎใหญ่ครอบลงไปบนศีรษะเล็กจนปิดแทบถึงปากแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรสักคำ เพราะท่านเทพซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ใหญ่ข้างบัลลังก์ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากสักคำ
เทพสุริยะในร่างสิงโตนั่งเอนหลังพิงพนัก ขาหลังไขว้กันด้วยท่วงท่านั่งไขว้ห้างยกขาหน้าใช้กรงเล็บแคะเล็บไปมา ดวงตาก็เหลือบมองพวกมนุษย์ที่ยืนเรียงแถวตรงหน้าบัลลังก์เป็ระยะๆผู้คนแอบเหลือบตามองท่านเทพแล้วก็รีบหลุบตาหลบเป็แถวเมื่อท่านเทพมองกราดมา าาภากรดันมงกุฎขึ้นไปมองกวาดผู้คนที่อยู่เบื้องหน้า แล้วก็มองไปยังท่านเทพซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆหากไม่ใช่เพราะท่านเทพ เขาจะสามารถนั่งอยู่บนบัลลังก์เช่นนี้ได้หรือถึงแม้ว่าตัวเองจะยังเป็เด็ก แต่เขาก็มีความฉลาดไม่น้อยอีกทั้งถูกอบรมสั่งสอนมาเพื่อเป็าาปกครองดินแดนดังนั้นจึงมีความเฉลียวฉลาดมากกว่าเด็กทั่วไปอีกทั้งพลังในร่างก็สูงกว่าเด็กวัยเดียวกัน เขามองตรงไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นข้าจะแข็งแกร่ง!
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ