ตอนที่ 2
เซี่ยอันผิงตื่นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่ายนางดูเหมือนจะเป็ภรรยาที่เกียจคร้านที่สุดก็ว่าได้ไม่มีมารดาสามีให้ปรนนิบัติ ไม่มีครอบครัวสามีคอยกดทับนาง เซี่ยอันผิงบิดกายเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความปวดเมื่อยให้ออกจากร่างกาย
นางนอนมาทั้งวันแล้วว่าแต่น้องชายและสามีของนางหายไปใหนเซี่ยอันผิงลุกจากแคร่ที่ทำจากไม้ไผ่จากนั้นก็เริ่มสำรวจบ้านหลังเล็ก แม้ว่าเซียวถิงต้วนจะเป็ผู้ชายที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวในบ้านไม่มีเครื่องเรือนแต่นับว่าสะอาดมีระเบียบ
หลังจากที่ใช้สายตาสำรวจจนเป็ที่น่าพอใจแล้วนางจึงเดินไปที่ห้องครัวจากนั้นนางถึงกับต้องยกมือขึ้นเท้าสะเอวสูดหายใจเข้าปอดเงยหน้าขึ้นฟ้าไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
ช่างเหมาะสมกับเป็ครัวของบุรุษเสียจริงว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยนอกจากหม้อดินสามอัน ถ้วยสี่ใบเตาหนึ่งอันเท่านั้นพวกมันอยู่ในสถาพที่ไม่ได้ถูกใช้มานานให้ตายเถอะเซียวถิงต้วนที่ผ่านมาท่านกินอะไร
“พี่ใหญ่ข้ากลับมาแล้ว”
เสียงน้องชายของนางดังมาจากลานหน้าบ้าน
เซี่ยอันผิงหันหน้าเดินออกจากครัวหากไม่มีเตานางคงคิดว่าเป็ห้องเก็บอะไรสักอย่างจากนั้นนางก็เดินออกไปที่ลานหน้าบ้านนางเห็นเซี่ยชิวน้องชายวัยเจ็ดขวบของนางยืนส่งยิ้มให้กับนางแต่ไม่เห็นเซียวถิงต้วน
บนพื้นมีไก่อยู่สี่ตัวทำให้เซี่ยอันผิงเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัยว่าน้องชายของนางเอาไก่มาจากที่ไหนซื้อมาคงเป็ไปไม่ได้เพราะนางไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียวอย่างบอกนะว่าเขาไปขโมยไก่ของใครมา
“ข้าไม่ได้ขโมยมานะพี่ใหญ่แต่เป็พี่เขยต่างหาก”
ได้ยินเช่นนั้นเซี่ยอันผิงยิงในี้เขาถึงกับพาน้องชายของนางไปขโมยไก่เลยหรือนี้มันวิชาอันใดกันนางพาน้องชายมาอยู่กับเขาไม่นานเขาก็สอนวิชาลักขโมยให้น้องชายของนางแล้ว
“พี่ใหญ่รู้หรือไม่พี่เขยเก่งที่สุดแค่สะบัดมือเบาเบาก็จับไก่ได้แล้วโตขึ้นข้าจะต้องเก่งเหมือนกับพี่เขย”
เอ้....ไม่ได้ขโมยมาหรอกหรือที่แท้พวกเขาก็เข้าป่านี้เองน้องชายยังพูดไม่ทันจบประโยคนางก็โวยวายปรับปรำเขาในใจเสียแล้วนางรู้จักเซียวถิงต้วนมาห้าปีถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้คุยกันแต่นางก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนเช่นนั้น
“เซี่ยอันผิง...เซี่ยอันผิง”
เสียงเรียกชื่อของนางดังมาจากทางหลังบ้านเซี่ยอันผิงเห็นป้าของนางเดินมาด้วยท่าทางลับๆ ล่อ ๆ ราวกับว่ากลัวใครเห็นในอ้อมแขนของป้านางมีผ้าห่อใหญ่ถึงแม้ว่านางจะโง่นางก็ดูออกว่าป้าของนางแอบคนบ้านนั้นมา
“ป้าเอาเสื้อผ้าของเ้ามาให้มีของอาชิวด้วย”
เหนียงซินยัดหอผ้าให้กับหลานสาวอย่างรวดเร็วกลัวว่าจะมีใครมาเห็นใช้สายตาสำรวจร่างกายของหลานสาวไม่พบร่องรอยใด ๆ นางก็เบาใจ แต่เซี่ยอันผิงไม่สบายใจเพราะนางแอบเห็นรอยช้ำที่แขนของผู้เป็ป้านี่ลุงเขยลงมือตบตีป้าของนางอีกแล้วหรือเห็นเช่นนั้นเซี่ยอันผิงก็ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ
“ลุงเขยลงมือกับท่านอีกแล้วหรือเ้าคะ”
เมื่อได้ยินหลานสาวถามเช่นนั้นเหนียงซินก็ไม่รู้จะตอบคำถามของหลานสาวอย่างไรที่ผ่านมาไม่ใช่ว่านางจะไม่รู้ถึงสายตาที่สามีมองหลานสาว เมื่อนางยกหลานสาวให้กับเซียวถิงต้วนในระหว่างที่เขาไม่อยู่พอกลับมาจึงระบายอารมณ์ใส่นางและยังพาสตรีนางหนึ่งเข้ามาอยู่ด้วย จะไม่ให้นางทุกข์ใจได้อย่างไร หลานสาวเพิ่งจะออกเรือนนางกลัวว่าหลานสาวและหลานชายตัวน้อยจะลำบากนางจึงได้แอบเอาของเล็กน้อยมาให้
“ท่านป้า...”เซี่ยอันผิงเรียกป้าของนางเอาไว้ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังหมุนตัวกลับด้วยท่าทางเร่งรีบ”พี่เซียวถิงต้วนได้ไก่ป่ามาป้าเอาไปด้วยสักสองตัวเถอะ”
ไก่สองตัวขาของพวกมันถูกมัดด้วยเถาวัลย์อย่างแน่นหน้าเซี่ยอันผิงเห็นผู้เป็ป้ามีท่าทางลังเลไม่อยากรับนางจึงยัดไก่สองตัวให้ไป ป่านนี้คนที่บ้านคงรู้แล้วว่าป้าแอบมาหานางหากว่าไม่มีอะไรติดมือไปด้วยป้าของนางคงลำบากแน่
“พี่ต้วนถิงไปล่าสัตว์ได้ไก่ป่ามาสี่ตัวป้าเอาไปสองตัวนะเ้าคะ”
แววตาของร้องของหลานสาวทำให้เหนียงซินไม่สามารถปฏิเสธได้นางรับไก่สองตัวมาพร้อมทั้งดวงตาเริ่มมีหยดน้ำคลอซึ้งใจอยู่ได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็เห็นเซียวเซียวถิงต้วน วิ่งมาด้วยท่าทางรีบร้อน
“มีอะไรเ้าคะ”
“เซี่ยอันผิงเ้ารีบเก็บของเร็วเขื่อนที่ซื่อซวนพังเราต้องรีบออกไปที่นี่”
ไม่เพียงแค่นางที่ใแม้แต่เหนียงซินเองยังใเขื่อนเมืองซื่อซวนอยู่ทางทิศเหนือห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลนักอีกทั้งหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในทิศทางของน้ำหากเขื่อนพังแน่นอนว่าไม่รอด
“ท่านรีบไปบอกคนที่เรือนเก็บของแล้วขึ้นไปอยู่บนเขาก่อนนะป่านนี้ผู้ใหญ่บ้านคงเริ่มแจ้งคนอื่น ๆ แล้วล่ะ”
“ได้..ได้ป้าจะไปเดียวนี้”
เหนียงซินรีบเดินออกไปในขณะที่มือทั้งสองข้างยังกำขาไก่อยู่เซี่ยอันผิงใแต่ก็เริ่มได้สติเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเก็บของ จะให้นางเก็บอะไรล่ะในเมื่อในบ้านไม่มีอะไรเลยมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดเท่านั้น
จากนั้นไม่นานทั้งหมู่บ้านก็เกิดความวุ่นวายหนีขึ้นไปอยู่บนูเาใครเก็บอะไรได้ก็เก็บติดไม้ติดมือมาด้วยเล็กน้อยพากันยืนอยู่บนเขากว่าสองชั่วยามเซี่ยอันผิงก็เห็นมวลน้ำลูกใหญ่พัดผ่านเข้ามาที่หมู่บ้าน
สิ่งที่ลอยมากับน้ำทำให้หดหู่ใจไม่น้อยไม่ว่าจะเป็เศษของบ้านสัตว์เลี้ยงหรือแม้แต่ร่างของคนที่หมดลมหายใจคนเหล่านี้คงอาศัยอยู่บริเวณใต้เขื่อน และคงจะหนีไม่ทันโชคดีที่คนในหมู่บ้านของนางพอมีเวลาปีนขึ้นมาบนยอดเขาหากพากันหนีไม่ทันไม่คงได้ลอยไปตามน้ำโดยไม่รู้ชะตากำว่าจะรอดหรือจะตายเป็แน่แท้
เซี่ยอันผิงไม่เคยเจออะไรแบบนี้กับตัวมาก่อนแน่นอนว่านางย่อมหวาดกลัวทุกอย่างในหมู่บ้านได้จมหายไปกับน้ำชีวิตยิ่งยากจนมาเจออะไรแบบนี้จะเดินไปทางใหนต่อไม่เพียงแค่นางที่ร่ำไห้ในใจแต่ใครอีกหลายคนก็ไม่ต่างจากนางเท่าไหร่นัก
พวกเขาร้องไห้ออกมาเมื่อรู้ว่าตอนนี้ไร้บ้านแล้วสิ่งที่ทำได้ต่อไปนี้คือการต้องพากันอพยพออกจากพื้นที่เท่านั้นน้ำท่วมนอกจากจะเสียหายแล้วสิ่งที่ตามมาแน่นอนว่าต้องเป็โรคระบาด
ทุกคนจึงตัดสินใจเดินทางไปอีกอำเภอหนึ่งตามคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้านเพราะเกิดอุทกภัยใหญ่เช่นนี้แน่นอนว่าทางการย่อมให้ความช่วยเหลือและทุกคนต้องไปแสดงตัวตนที่อำเภอเพื่อเอาใบรับรองและป้ายประจำตัวใหม่หลังจากนั้นจึงค่อยคิดว่าจะทำอะไรและทำอย่างไรต่อไป ระหว่างทางก็พบเจอเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันจากหมู่บ้านอื่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จากหนึ่งหมู่บ้านกลายเป็สองเป็สามและจนกลายเป็ขบวนใหญ่เมื่อเป็ขบวนใหญ่แน่นอนว่าย่อมต้องมีปัญหา แต่จะเป็ปัญหาของผู้ใดเซี่ยอันผิงก็หาได้ใส่ใจนางใส่ใจเพียงแค่ครอบครัวของนางก็พอแล้ว
“เ้าเหนื่อยหรือไม่”
เซียวถิงต้วนหันไปถามผู้เป็ภรรยาเมื่อเขาััได้ว่าฝีเท้าของนางช้าลงกว่าเดิมส่วนตัวเขาเองนั้นได้แบกร่างของเซี่ยชิวเอาไว้บนหลัง พวกเขาไม่มีข้าวของอย่างอื่นนอกจากเสื้อผ้าส่วนอาหารได้ไก่ป่าสองตัวนั้นพอช่วยให้มีของกินประทังความหิวได้โดยก่อนลงเขาได้ย่างเก็บไว้กินระหว่างเดินทาง
“ข้ายังไหว”เซี่ยอันผิงส่งยิ้มให้กับสามีหากว่าเทียบกับสามีภรรยาคู่อื่นแล้วนางมีเพียงย่ามใบเดียวนับว่าสบายกว่าครอบครัวอื่นที่หอบหิ้วของพะรุงพะรัง
“อดทนหน่อยนะอีกไม่กี่วันพวากเราก็จะถึงเมืองเถียนตงแล้ว” น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความห่วงใยทำให้เซี่ยอันผิงซาบซึ้งใจ ยิ่งเห็นน้องชายที่อยู่บนหลังของเขาแล้วนางยิ่งซึ้งใจมากขึ้นอีกหลายส่วนเป็เช่นนี้หากว่านางมีหัวใจสักแปดดวงนางก็จะมอบให้เขาหมดโดยไม่เหลือให้ตัวเองเลย
มีข้าวเขาก็จะให้นางกินก่อนมีน้ำเขาก็จะยื่นให้นางก่อนเสมอให้ตายเถอะนางสาบานกับตนเองว่าต่อให้ตายนางก็จะไม่มีวันปล่อยให้เขาหลุดมือไปเด็ดขาด
เดินั้แ่รุ่งสางจนถึงค่ำในที่สุดหัวหน้าขบวนก็ประกาศให้หยุดพักแรมทุกครั้งที่มีการหยุดพักแรมหัวหน้ากลุ่มก็จะเลือกที่ที่ใกล้ลำธารเสมอ
“ข้าจะออกไปล่าสัตว์”
“ข้าจะพาอาชิวไปหาฟืนสำหรับคืนนี้ท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
เซียวถิงต้วนพยักหน้าจากนั้นสองสามีภรรยาก็แยกย้ายกันไปหาของตามที่ได้บอกกล่าวกันไว้นางเห็นป้าของนางเดินมาหานางแต่ไกลหลายวันมานี้ป้าของนางลำบากไม่น้อย
ไม่ว่าจะแบกของหรือแม้กระทั่งหาอาหารหาฟืนล้วนเป็ป้าที่ทำส่วนลุงเขยนะหรือั้แ่นำแม่ม่ายที่ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหนมาเป็เป็ภรรยาอีกคนเขาก็เอาแต่ประคองภรรยาใหม่ ปล่อยให้ป้าของนางลำบากเพียงคนเดียวแต่นางจะกล่าวอะไรได้ในเมื่อนางเป็เพียงหลานสาวที่ออกเรือนแล้ว พูดออกมาก็มีแต่จะทำให้ป้าของนางช้ำใจเสียเปล่า
เซียวถิงต้วนเหมือนจะเข้าใจนางเขาจึงล่าสัตว์ให้มากหน่อยเพื่อที่นางจะได้เอาไปแบ่งให้กับป้าของนางบางครั้งก็เป็ไก่ บางครั้งก็เป็กระต่าย หากวันใดได้หมูนับว่าเป็โชคใหญ่สามารถมีอาหารเก็บไว้กินได้หลายวัน
ครอบครัวของป้าเป็ครอบครัวใหญ่นางจึงแบ่งให้ป้ามากหน่อยสามีของนางไม่เคยพูดอะไรที่นางแบ่งอาหารให้ป้านางทุกครั้ง ดูแล้วเขานั้นนับว่าเป็คนใจกว้างจึงทำให้นางรู้สึกรักเขาอย่างรวดเร็ว
นางกับป้าเพียงแค่พยักหน้าให้กันไม่ต้องให้เสียเวลาพูดคุย คนทั้งสามก็เดินเข้าไปในป่าอีกด้าน คนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันสามีเข้าป่าล่าสัตว์ภรรยาบ้างก็หาฟืน บ้างก็ซักผ้า
เซี่ยอันผิงเดินมาอีกด้านที่มีคนไม่ค่อยวุ่นวายนักเพราะต่างคนต่างก็ก้มลงเก็บกิ่งไม้ไปทำฟืนทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาสนทนากับป้าของนางเท่าไหร่นักเก็บฟืนอยู่ดีด ๆ สายตาของนางก็หันไปเห็นพืชชนิดหนึ่งที่เกาะเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ใบของมันแหลมอีกทั้งลำต้นเป็หนาม
มันคือหวายนั้นเองในยุคปัจจุบันหวายนับว่าเป็พืชเศรฐกิจและนิยมนำมาทำเป็เครื่องจักรสานรวมไปถึงนำมาทำเป็อาหารเครื่องจักสาน อา...ใช่แล้วรองเท้า นางสังเกตได้ว่าหลายวันมานี้รองเท้าทั้งของนางและสามีขาดจนรู้สึกว่าเดินเท้าเปล่ามากกว่าสวมรองเท้าแล้ว
เมื่อเก็บฟืนจนมากพอแล้วนางจึงชวนน้องชายมาตัดหวายโดยที่เลือกลำต้นที่แก่พอที่จะนำไปสานได้และต้นที่แห้งแล้ว จากนั้นก็ช่วยกันขนมายังบริเวณที่นางเลือกใช้สำหรับหยุดพักหลับนอนในคืนนี้เซียวถิงต้วนยังไม่กลับมานางจึงนั่งลงใช้มีเล็มเล็กผ่าต้นหวายและเหลาให้เป็เส้นขนาดพอดี
เซี่ยอันผิงลงมือสานตะกร้าที่สะพายหลังได้นางเลือกสานตะกร้าก่อนรองเท้าเพราะเห็นว่าหากนางสานร้องเท้าไม่เสร็จอย่างน้อยนางก็มีสิ่งที่ใช้ใส่อุปกรณ์ไว้ทำต่ออีกได้โดยไม่ต้องหอบให้พะรุงพะรัง
ใช้เวลาไม่นานเซี่ยอันผิงก็ได้ตะกร้าสานที่ทำจากหวายใบใหญ่สองใบและใบเล็กสำหรับเซี่ยชิวอีกหนึ่งใบสานตะกร้าเสร็จหวายที่นางนำมาก็หมดพอดี จึงลุกไปตัดอีกครั้งเอาไว้สำหรับทำรองเท้าอีกจำนวนหนึ่งระหว่างทางกลับนางก็ได้ยินเสียงร้องของเด็กดังแว่วมาเข้าหู เซี่ยอันผิงกวาดสายตามองหาเห็นเด็กทารกอยู่ไม่ไกลออกไปนางเดินเข้าไปหาเด็กน้อยดูแล้วอายุน่าจะประมาณห้าหรือหกเดือนไม่เห็นพ่อหรือแม่อยู่บริเวณนั้น
ใครมาทำลูกหายเอาไว้แถวนี้เซี่ยอันผิงเดินเข้ามาอุ้มเด็กน้อยอย่างไม่ลังเลแล้วมองหาคนที่น่าจะเป็พ่อแม่ของเด็กคนนี้
“ขอบคุณแม่นางลูกของข้าเอง”สตรีรูปร่างผอมบางเดินมาจากอีกด้าน ใบหน้าของนางขาวซีด อาจจะเป็เพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
“สามีของข้าไปหาอาหารข้ามาหาฟืนเลยจำต้องว่างเขาเอาไว้”
“ถ้าเช่นนั้นคราวหน้าท่านระวังหน่อยที่นี่เป็ป่าเขาอาจโดนสัตว์มีพิษกัดเอาได้” เซี่ยอันผิงกล่าวเตือนจากใจจริงนางเดินเข้าไปหาร่างบางอีกทั้งยังยื่นเด็กน้อยให้กันผู้เป็มารดา
“มาข้าช่วยเ้าขนฟืนเอง”
“ขอบคุณแม่นาง...”
“ข้าชื่อเซี่ยอันผิงแซ่เซี่ยส่วนนี่น้องชายของข้าเซี่ยชิว”
“ข้าชื่อเสี่ยวหนิงแซ่หนาน”
เซี่ยอันผิงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็มิตรนางให้เซี่ยชิวหอบหวายที่เพิ่งตัดมาส่วนนางช่วยเสี่ยวหนิงขนฟืน เดินมาไม่ไกลนักก็ถึงบริเวณที่อีกฝ่ายพักอยู่ ดูเหมือนว่าสามีของอีกฝ่ายจะกลับมาแล้วและไม่ได้อะไรติดมือกลับมาสามีของเสี่ยวหนิงเป็หนุ่มน้อยอายุน่าจะประมาณสิบแปดปีตัวเล็กรูปร่างผอมหาก สูงประมาณร้อยหกสิบ เซี่ยอันผิงเพียงยิ้มให้พวกเขาและจากไปหลังจากกลับมาเซี่ยอันผิงก็เห็นว่าเซียวถิงต้วนกลับมาแล้ว
นางเห็นไก่วางอยู่ที่พื้นหกตัวกระต่ายสองตัว คนอื่นไม่ได้ติดไม้ติดมือกลับมา แต่เซียวถึงต้วนกลับล่ามาแบบไม่เกรงใจเ้าป่าเลยหรืออย่างไร
“ข้ารู้ว่าเ้าเป็คนใจดี”
นี่เขากล่าวชมนางใช่ไหมเซี่ยอันผิงค่อนขอดเขาอยู่ในใจถึงนางจะใจดีแต่นางก็ไม่คิดจะใจดีกับทุกคน ใครจริงใจใครเห็นแก่ตัวนางมองออก เซี่ยอันผิงให้เซี่ยชิวนำกระต่ายสองตัวนั้นไปให้ป้าของนาง ไก่ป่าตัวโตสองตัวนางนำไปแลกข้าว สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นคนที่นางเพิ่งรู้จักจึงตัดสินใจนำไก่ไปแลกข้าวสามตัวเมื่อได้ข้าวมานางก็แบ่งไปให้เสี่ยวหนิงพร้อมกับไก่ตัวหนึ่ง
เวลาลำบากนางเข้าใจว่าทุกคนต้องเห็นแก่ตัวแต่เซี่ยอันผิงนางเห็นแก่ตัวไม่ลงมองดูเด็กน้อยนั่นมารดาผอมแห้งขนาดนั้นจะมีนมให้เขาดูดกินได้อย่างไร อย่างน้อยก็น่าจะมีข้าวต้มสักกำให้เขาได้กินอิ่มท้องบ้าง