บทที่ 27
หลังจากเดินลงมาจากดาดฟ้า ภามก็พาทุกคนเดินต่อไปบริเวณด้านข้างตัวบ้าน ที่เป็นคอกม้า ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่ข้างๆ “ที่นี่เป็นคอกม้า ทุกคนคงเห็นแล้วเมื่อคืน” ภามอธิบายสั้นๆทุกคนพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่ทั้งสี่จะหันมองสำรวจบริเวณรอบๆ คอกม้า เพราะเมื่อวานตอนมาถึง นอกจากจะกำลังตกใจที่เจอมอนสเตอร์ยักษ์แล้ว ยังมัวแต่ตกตะลึงที่ดินอันกว้างใหญ่นี้ กับตัวบ้านทรงประหลาด จนไม่ทันได้สังเกตบริเวณคอกมันให้ละเอียด อลันมองรั้วไม้สูงประมาณสะโพกของเขา ล้อมรอบพื้นที่ประมาณ 10x10 เมตร ซึ่งถือว่าไม่เล็กเลย สำหรับม้าเพียงตัวเดียว ภายในรั้วมีคอกม้าที่ทำจากไม้ มุงหลังคาด้วยหญ้าคา เหมือนที่คอกม้าที่ได้ทั่วไป หน้าคอกม้ามีรางสำหรับใส่อาหารตั้งอยู่ เกวียนที่ใช้เดินทางเมื่อวานถูกวางไว้ด้านข้างตัวคอกม้า ส่วนเจ้าดำกำลังยืนสะบัดหางเล็มหญ้าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจพวกเขานัก “ม้าข้ามีเจ้าดำอยู่ตัวเดียว ทั้งคอกนี้จึงตกเป็นของมันไปโดยปริยาย ที่นี่ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ให้อาหารมันวันละครั้ง กวาดใบไม้บ้าง นานๆ ทีก็อาจจะอาบน้ำให้มันบาง” ภามอธิบายคราวๆ ขณะพาทุกคนเดินผ่านคอกม้าไป เดินถัดจากคอกม้ามาไม่ไกลนัก เยื้องไปบริเวณด้านหลังเล็กน้อย เป็นที่ตั้งโกดังขนาดกลาง ดูความสูงจากภายนอก คาดว่าภายในน่าจะมีสองชั้น ตัวโกดังทำจากวัสดุที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ที่นี่เป็นโกดัง เราจะเอาไว้ใช้เก็บของกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีผลผลิตอะไร ข้าจึงยังไม่เคยเข้ามาใช้งานมาก่อนเช่นกัน” ภามอธิบาย พร้อมกับปลดล็อคประตูโกดัง โกดังมีประตูเข้าออกได้สองทาง ด้านในเป็นสองชั้นดังคาด ชั้นสองเป็นเหมือนระเบียงที่ยื่นออกมาอยู่สองฝั่งของผนังโกดัง มีบันไดทางขึ้นอยู่มุมสุด บริเวณข้างประตูทั้งสองทาง อีกทั้งดานบนยังมีหน้าต่างระบายลมขนาดเล็กติดอยู่รอบๆ ซึ่งตอนนี้ถูกปิดไว้อย่างดี บริเวณด้านล่างมีฟางแห้งถูกมันเป็นกองๆ วางอยู่มุมหนึ่ง และมาของอื่นๆ จำพวกลังไม้ที่ว่างเปล่าวางอยู่หลายลัง “ตรงนี้ไม่มีอะไรมาก เราเดินกลับไปอีกฝั่งของบ้านกันเถิด ข้าจะพาไปดูโรงเรือนเพาะต้นกล้า” ภามบอก พร้อมกับเดินนำทุกคนออกมาจากโกดัง“คือสิ่งใดหรือขอรับ” อลันถามด้วยความสงสัย“มีไว้สำหรับเอาเมล็ดลงปลูก ให้งอกใบต้นอ่อนออกมาก่อน จึงจะนำมาปลูกในแปลงด้านนอก” ภามอธิบาย พลางล็อกประตูโกดัง เมื่อเห็นว่าคนเดินออกมาหมดแล้ว“เหตุใดต้องทำให้ยุ่งยากเช่นนั้นด้วยเจ้าคะ ปลูกที่แปลงเลยมิได้หรอ” เมมี่สงสัยบ้าง“ลงปลูกเลยก็ได้อยู่ แต่หากทำในจำนวนมาก และหมุนเวียนกัน การเพาะกล้าในโรงเรือนมาก่อน ก็ช่วยประหยัดพื้นที่ และระยะเวลาไปได้เยอะ อีกทั้งทำให้ดูแลต้นกล้าได้ง่ายกว่าด้วย” ภามอธิบายไป เดินนำทุกคนไปอีกด้านหนึ่งของบ้านไป “โอ้!! เป็นสิ่งปลูกสร้างที่หน้าตาประหลาดนัก” อลันอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้น เมื่อเดินมาถึงโรงเรือนเพาะต้นกล้า“สิ่งใสๆ ที่ล้อมรอบโรงนี้คือกระจกใส เหมือนในห้องน้ำใช่หรือไม่ขอรับ” อามินถาม ขณะที่ยื่นมือไปสัมผัสสิ่งที่เขาถามถึง“ไม่ใช่ สิ่งนี้เรียกว่าพลาสติกใส ใช้คลุมรอบๆ โรงเรือน ป้องกันฝน และพวกแมลง ส่วนด้านในสิ่งที่คล้ายๆ ตาข่ายสีดำนี่ เรียกว่า สแลน ใช้สำหรับพลางแสง มีติดไว้ทั้งด้านข้างและด้านบนโรงเรือน เวลาแดดแรงเกินไปพวกเจ้าก็กางมันออกเช่นนี้” ภามอธิบาย พร้อมกับดึงเชือกให้สแลนที่ถูกม้วนไว้ด้านบนเลื่อนปลายลงมาจนคลุมถึงด้านล่างให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่าง“โอ้ เหมือนเป็นผ้าม่านเลยนะขอรับ” อามินกล่าว“ถูกต้อง เจ้าเก่งมาก” ภามกล่าวชมยิ้มๆ ก่อนจะก้าวเดินต่อ ด้านในโรงเรือนมีโต๊ะวางเรียงกันเป็นสามแถวยาว ติดฝนังโรงเรือนทั้งสองฝั่ง กับตรงกลางอีกหนึ่งแถว บนโต๊ะที่ตั้งอยู่มุ่มสุดของโรงเรือนมีถาดเพาะกล้าวางซ้อนกันอยู่สองตั้ง “สิ่งนี้เรียกวะ..”“อ๊ะ! หน้าตาประหลาดจัง เหมือนจานยักษ์ที่มีรูๆ เต็มไปหมด” แอนเน่กล่าวขัดขึ้นมา พร้อมกลับทำสีหน้าว่าเธอไม่ค่อยชอบสิ่งนี้เท่าไรนัก“มันเป็นถามเพาะเมล็ดน่ะ ไว้ใช้ใส่เดินลงไปเช่นนี้ แล้วนำเมล็ดลงไป แล้วกลบดินทับบางๆ อีกที 1 ช่อง ต่อ 1 เมล็ด” ภามอธิบาย พร้อมกับตักดินจากกระสอบใต้โต๊ะมาใส่ลงไปในรูเป็นตัวอย่าง 1 รู“โอ้!!/ว้าว!!” อามินกับแอนเน่ร้องออกมาพร้อมกัน หลังจากได้เห็นวิธีการใช้งานของมันก็ตาเป็นประกาย เหมือนกับได้เห็นของเล่นชิ้นใหม่“1 ถาดมีอยู่ 100 รู ผมมีอยู่ทั้งหมก 100 ถาด” ภามยิ้มให้กับเด็กๆ ก่อนจะอธิบายต่อ“ส่วนใต้โต๊ะ จะมีดินปลูกกับปุ๋ยอยู่ในกระสอบ วางไว้แทบทุกโต๊ะเลย” ภามกล่าวต่อ พร้อมกับก้มลงชี้กระสอบต่างๆ ที่ถูกวางไว้ใต้โต๊ะ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนก้มลงมามองตาม ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ ภามมองรอบๆ โรงเรือนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าในนี้ไม่มีอะไรที่ต้องอธิบายเพิ่มเป็นพิเศษแล้ว จึงเดินนำทุกคนกลับออกมานอกโรงเรือน “ด้านข้างโรงเรือนตรงนี้ ข้าตั้งใจจะใช้ทำแปลงสาทิต เอาไว้ทดลองปลูกพืชพันธุ์ชนิดใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยปลูก แต่เดี๋ยวรอข้าวางแผนผังการจัดแปลงอีกทีก่อน” ภามเดินถัดมาจากโรงเรือนอีกนิด ก็ชี้พื้นที่บริเวณรอบๆ นั้นให้ทุกคนดู เมื่อทุกคนพยักหน้าเข้าใจ ภามจึงเดินนำกลับไปบริเวณหน้าบ้านอีกครั้ง เขาพาทุกคนมาหยุดยืนอยู่หน้าแปลงผักที่เขาขุดเอาไว้ “ตรงนี้เป็นแปลงผักที่ข้าใช้ประจำ อย่างที่น้าเมมี่ถามว่าปลูกปกติได้หรือไม่ นี่เลย แต่ก่อนข้าก็ปลูกลงแปลงทีเดียว แล้วใช้ฟางคลุมหน้าดินไว้ เพื่อช่วยรักษาความชื้น กับป้องกันแปลง แต่ต่อไปเราจะปลูกพืชกันในปริมาณมาก ทำให้เป็นระบบระเบียบหน่อยจะดีกว่า” ภามอธิบายพร้อมกับชี้ให้ดูแปลงผักที่เขาเคยใช้ปลูก“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“หากพวกเจ้าสังเกตดีๆ แปลงด้านหน้านี้ ฝั่งซ้ายนี่ ข้าใช้ปลูกผักอยู่ ส่วนด้านขวา เห็นหญ้าพวกนั้นหรือไม่” ภามพูดต่อ“อ๊ะ! นั้นหญ้าหรือขอรับ เหตุใดถึงขึ้นสูงได้ถึงเพียงนั้น ข้าน้อยไม่เคยเห็นมาก่อน” อลันหันไปมองตามที่ภามชี้ ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย“ถูกต้อง มันเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง คุณสมบัติของมันดีมาก นำมาใช้ได้หลายอย่าง เช่น ทำปุ๋ย หรือให้เป็นอาหารสัตว์ พวกเจ้าอย่าไปถอดทิ้งเสียล่ะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างขยันขันแข็ง“ตอนนี้ในส่วนการเกษตรที่ข้าทำไปแล้วก็มีแค่นี้แหละ อ้อ ส่วนการรดน้ำ ก็ใช้น้ำในบ่อปูนตรงนั้น ถ้าน้ำหมดก็เปิดก๊อกเติมน้ำได้เลย” ภามอธิบายต่อ พร้อมกับชี้ไปที่บ่อปูนที่ต้องอยู่ข้างบันไดขึ้นเนินบริเวณหน้าบ้าน