ตอนที่ 3 พรินเซ็นสัญญาใจ
หญิงสาวหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ระหว่างหว่างขาของอีกฝ่าย หล่อนแทรกตัวเข้าไปจนหน้าแข้งชิดขอบโซฟาที่อาคมนั่งอยู่ แล้วโน้มตัวก้มมองลงมาจนชายหนุ่มต้องแหงนหน้าขึ้นสบตา
“ตกลงค่ะ... รินจะรับงานนี้”
อาคมยิ้มอย่างผู้ชนะพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเช็คใบหนึ่งออกมาชูให้หล่อนดู
“นี่ครับ... เช็คเงินสดสิบล้านบาทก้อนแรกตามที่เราตกลงกันไว้”
พรินแสร้งโน้มกายลงมาในท่าโก้งโค้งจนใบหน้าแทบจะชนกับเขา อีกฝ่ายตกอยู่ในอาการตะลึงงัน สายตาไม่อาจละไปทางไหนได้เลย ลมหายใจอุ่นที่รินรดอยู่บนใบหน้าของเขามันช่างเย้ายวนราวกับคำเชื้อเชิญ เป็สัญญาณบางอย่างที่กระตุ้นให้เขาอยากจะกระโจนเข้าไปค้นหาความลับในร่างกายของหล่อนให้ลึกซึ้งกว่านี้
อาคมรู้สึกถึงปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายที่เริ่มขยายตัวและแข็งขืนอยู่ใจกลางลำตัว สัญชาตญาณสัตว์เพศผู้กำลังเรียกร้องให้เขากระทำการบางอย่าง มันโหยหาสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้คู่กัน... และสิ่งนั้นก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้วในตอนนี้
“รบกวนพี่ใหญ่... ช่วยเก็บเช็คใบนี้ให้รินหน่อยสิคะ”
ลมหายใจของพรินเริ่มกระชั้นถี่ หล่อนขยับกายอีกครั้งโดยใช้มือทั้งสองข้างเกาะพนักพิงโซฟาเอาไว้ ยืดตัวขึ้นเล็กน้อยจนปทุมถันชูชันมาหยุดอยู่ระดับสายตาของอาคมพอดี ร่องอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบาจ่ออยู่ตรงปลายจมูกจนชายวัยกลางคนทำตัวไม่ถูก
อาคมยกมือที่สั่นเทาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สอดแผ่นกระดาษมูลค่าสิบล้านลงไปในร่องอกคู่นั้น ขณะที่สายตาของเขาแทบจะถลนออกมาด้วยความตื่นเต้น
“เรียบร้อยแล้วครับ... คุณริน” น้ำเสียงเขาสั่นพร่าจนเกือบฟังไม่ได้ศัพท์
“ต่อไป... รินก็จะเซ็นสัญญาร่วมงานกับพี่ใหญ่นะคะ”
“เอ่อ... มันเป็สัญญาใจครับ เราไม่ต้องเซ็นกระดาษอะไรกันหรอก... ใช้ความเชื่อใจกันก็พอ”
พรินไม่ต่อปากต่อคำให้เสียจังหวะ หล่อนค่อย ๆ ลดตัวลงจนอยู่ในท่าคุกเข่าต่อหน้าชายวัยกลางคน โดยมีจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางลำตัวของเขาอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
“ในเมื่อพี่ใหญ่ให้มัดจำรินตั้งสิบล้านแล้ว รินก็อยากจะให้ ‘มัดจำ’ คืนบ้าง... เรายังต้องร่วมงานกันอีกนาน ความสัมพันธ์ของเราควรจะแแ่เข้าไว้นะคะ”
มือเรียวบางเริ่มทำหน้าที่อย่างเชี่ยวชาญ ไม่นานนักเข็มขัดหนังราคาแพงก็ถูกปลดเปลื้องออก อาคมขยับกายอีกครั้งด้วยมนต์สะกดแห่งตัณหา กางเกงและชั้นในของเขาถูกรูดลงจนพ้นทางในที่สุด
“พี่ใหญ่...!”
เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย แต่คำว่า ‘พี่ใหญ่’ ที่หล่อนหลุดปากออกมานั้น ไม่ใช่การเรียกชื่อ ทว่าเป็การอุทานด้วยความตกตะลึงต่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา... ความใหญ่โตเขื่องยาวที่ชูชันตระหง่านขึ้นมาเต็มพิกัดนั้นทำเอาหล่อนถึงกับตาค้าง
พรินเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะประทับจุมพิตลงไปเบาๆ
“รับมัดจำจากรินนะคะ...”
ชายวัยกลางคนตัวเกร็งไปทั้งร่างจนแทบขยับปากไม่ออก เมื่อััได้ถึงความเปียกชุ่มจากปลายลิ้นของหญิงสาวที่เริ่มละเลงลงบนส่วนยอดของความเป็ชาย ริมฝีปากอิ่มค่อย ๆ ลำเนื้อที่เบ่งขยายจนคับปาก หล่อนพยายามรับเอามันเข้าไปให้ลึกที่สุดจนถึงโคนลิ้น ทว่าความยาวเหยียดนั้นทำให้หล่อนไม่สามารถซ่อนมันได้หมดสิ้น หญิงสาวเริ่มขยับริมฝีปากรูดรั้งขึ้นลงอย่างเป็จังหวะ
“อืมส์... โอ้ว... โอ้ว...”
อาคมเหมือนถูกตรึงด้วยพันธนาการที่มองไม่เห็น ร่างกายทุกส่วนแข็งตึงไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อย่างใจนึก เขาปล่อยให้หล่อนกลายเป็เ้าของตัวตนกำยำนั้นโดยดุษฎี รสสวาทผ่านปลายลิ้นที่พรินปรนเปรอให้นั้นช่างล้ำลึกจนเขาไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ ทุกครั้งที่ริมฝีปากของหล่อนเคลื่อนเข้าออก มันเหมือนการโยนฟืนเข้าสู่กองไฟที่กำลังลุกโชน ลมสวาทโหมพัดให้เปลวเพลิงแห่งเสน่หายิ่งทวีความรุนแรง
“อืมส์... ที่รัก...” เสียงครางกระเส่าดังลอดออกมาจากลำคอ อาคมขยุ่มเส้นผมละเอียดนุ่มของหล่อนเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากความหฤหรรษ์นี้ไปจากเขา
ยิ่งตอนที่ปลายลิ้นตวัดวนเวียนอยู่รอบส่วนปลายที่บานปลั่ง เสียงครางของเขาก็ยิ่งดังระงมด้วยความซ่านสยิว...
ทว่าอยู่ ๆ พรินก็ถอนริมฝีปากออกจากลำเนื้อใหญ่นั้นเสียดื้อ ๆ หล่อนช้อนสายตาหยาดเยิ้มขึ้นมองเขาอย่างมีความหมาย
“มีอะไรหรือริน... ทำไมถึงหยุดเสียดื้อ ๆ แบบนี้?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” พรินตอบเสียงเรียบพลางเหยียดยิ้มบาง
“แล้วทำไมรินไม่ทำต่อให้เสร็จล่ะ?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโหยหาและอารมณ์ที่ยังค้างคา
พรินแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากของหล่อนยังคงฉ่ำเยิ้มด้วยร่องรอยสวาทที่เพิ่งผ่านพ้น
“รินบอกพี่ใหญ่ไปแล้วไงคะว่านี่คือ ‘มัดจำ’... หลังจากเสร็จงานแล้ว เราค่อยมาต่อกันใหม่ ถึงตอนนั้นรินสัญญาว่าจะปรนเปรอให้พี่ใหญ่ทั้งต้นทั้งดอกเลยค่ะ”
อาคมทำได้เพียงทิ้งศีรษะพาดกลับไปบนพนักโซฟาตามเดิม เขาหลับตาลงพลางถอนหายใ
จออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความซ่านสยิวที่ยังไม่ถูกปลดปล่อย
“เฮ้อ...”