สายลมร้อนๆ เย็นๆ พัดเอื่อยๆบ้าง แรงๆบ้าง ปะทะเข้ากับใบหน้าสวยหวาน แต่เธอไม่คณนาในความร้อนความเย็น ที่ได้เข้าปะทะนั้นแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่เธอมุ่งมั่นจดจ่ออยู่ในตอนนี้ก็คือ เก็บฝักข้าวโพดแก่กำลังดีจากต้นอย่างขะมักเขม้น
“ไหวนะพร?”
“ไหวจ้ะพี่น้ำ สบายมาก หบมยห.”
พรลภัสหันไปตอบคำถามของน้ำเพชร ที่ร้องะโถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย เพราะวันนี้พรลภัสมาทำงานในไร่ข้าวโพดเป็วันแรก โดยที่น้ำเพชรเองเป็คนชักชวนมา ด้วยความสงสาร ที่เห็นพรลภัสจะต้องหาเงินไปเป็ค่ารักษาพ่อที่ป่วย และไหนจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆในแต่ละเดือน
ซึ่งพรลภัสนั้นพึ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ไม่นาน เมื่อรู้ข่าวว่าพ่อของเธอไม่สบาย ทำงานไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย เนื่องจากเป็โรคไตวาย ทำนิดๆ หน่อยๆ ก็เหนื่อยแล้ว ทั้งในแต่ละวันจะต้องไปฟอกไตด้วย จึงทำให้ไม่อาจที่จะไปรับจ้างใดๆได้อีก พรลภัสจึงตัดสินใจทิ้งงานทุกอย่าง กลับมาอยู่ดูแลพ่อ
‘แค่นี้เอง ทำไมจะไม่ไหวล่ะ เราต้องสู้ ต้องอดทนได้อยู่แล้ว’
พรลภัสพร่ำพูดกับตัวเองอยู่ภายในใจ เธอคิดว่าหากจะต้องลำบากมากกว่านี้เธอก็จะต้องทำได้ และต้องทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว เพื่อให้พ่อของเธอสามารถมีเงิน ไปการรักษาโรคที่เป็อยู่ในตอนนี้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่างานอะไรเธอทำได้หมดทุกสิ่งอย่างนั้นแหละ
พรลภัสตั้งหน้าตั้งตาเก็บข้าวโพดใส่ลงไปในตะกร้าไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าอากาศจะร้อนระอุ หรือว่าเย็นสบายจากลมพัดผ่าน เธอเก็บข้าวโพดไปเรื่อยๆ ด้วยความตั้งใจ จนข้าวโพดที่เธอเก็บในตอนนี้ได้เกินกว่าครึ่งตะกร้าไปแล้ว
อ๊ะ!...... เอ๊ะ!!!!!!......
O_O
ในจังหวะหนึ่ง ที่กำลังเก็บข้าวโพดอย่างตั้งหน้าตั้งตา พรลภัสรู้สึกเหมือนกำลังดูจ้องมองอย่างไม่วางตาจากใครคนหนึ่ง เธอจึงขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากัน และไม่หยุดคิดอะไรให้มากความ หันไปมองยังทางที่เธอรู้สึกถูกจ้องมอง และก็ได้เห็นดวงตาคมกริบจับจ้องมองมาที่เธอตาไม่กะพริบ
พรลภัสหน้าแดงระเรื่อซับสี และก็เป็เธอเองนั่นแหละที่ต้องแสร้งก้มมองฝักข้าวโพดตามเดิม เธอไม่อาจเข้าใจตัวเอง ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกประหม่า เขินอาย และหัวใจเต้นแรงรัวเร็วอย่างนี้ ทั้งที่กับผู้ชายคนอื่นๆ เธอไม่เคยแม้สักครั้งที่จะเป็อย่างนี้
“คุณวี คุณวีครับ!”
“เอ็งจะเรียกอะไรนักหนาวะวุธ”
กรวีร์ได้ยินเสียงวุธธาเรียกชื่อตัวเองอยู่หลายรอบ จึงละสายตาจากร่างบางหันไปมองวุธธา ทั้งตวาดใส่อย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกวุธธาขัดจังหวะการมองของสวยๆ งามๆ ที่เขาคิดว่างามมากจริงๆ จนทำให้เขาแทบไม่อาจละสายตาไปไหนได้เลย
“แหม!... ก็เรียกเพราะคุณวีไม่ได้ยินน่ะสิ ถ้าได้ยินคงจะไม่เรียกซ้ำหรอก”
“เดี๋ยวเถอะ...... เดี๋ยวข้าก็เอาตีนยัดปากเข้าให้หรอก”
กรวีร์พูดติดรำคาญ ที่วุธธาพูดไม่ยอมหยุดสักที แต่คราวนี้วุธธายอมหุบปากเงียบลงไปในทันทีทันใด ก็ลองไม่หุบปากเงียบสิ มีหวังได้รับประทานเท้ากรวีร์แบบไม่ทันได้ตั้งตัวเป็แน่
“ไป๊!!!!!!...... ไปดูตรงจุดอื่น”
กรวีร์ร้องสั่งวุธธาด้วยน้ำเสียงเข้มดุ พอสั่งจบก็เหลือบแลสายตาหันมองร่างบางของพรลภัสอีกครั้ง จากนั้นละสายตาไปมองทางอื่น แล้วควบม้าไปตรวจคนงานยังจุดอื่นๆต่อไป
ซึ่งที่ต้องควบม้าตรวจการทำงานของคนงานอย่างนี้ ก็เพราะไร่นี้มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ หากจะต้องเดินตรวจก็คงจะไม่ไหวนั่นเอง
“แปลกนะ ปกติคุณวีจะตรวจคนงานผ่านๆ แต่ทำไมวันนี้ กลับหยุดตรวจตรงจุดนี้ละเอียดนักก็ไม่รู้”
หนึ่งในคนงานที่กำลังเก็บข้าวโพด เปรยๆพูดขึ้นด้วยความสงสัย ของผู้ที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็เ้าของไร่ เพราะปกติจะเห็นกรวีร์ขี่ม้าตรวจคนงานที่กำลังทำงานแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เคยเห็นว่ากรวีร์จะหยุดนิ่งมองการทำงานของคนงาน อย่างเช่นครั้งนี้มาก่อน
แต่ก็เป็เพียงแค่ความสงสัย เมื่อไม่ได้คำตอบ คนงานคนที่พูดก็สงบปากสงบคำ ตั้งหน้าตั้งตาหักข้าวโพดต่อไป
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓
สวัสดีค่าาาา......... ไรท์ขอฝากเื่นี้อีกเื่นะคะ สนุก ไม่สนุกยังไงมาลงติดตามอ่านกันดูนะคะ............................. ^_^ ^_^ ^_^ ^_^