ตอนที่18 จตุรพักตร์
“โอ๊ย!”หลิวเย่กรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อร่างกายกระทบเข้ากับพลังปั่นที่มีความแหลมคมของหลุมน้ำวนนั้น
ทั้งที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นในขอบเขตแกนเทพระดับปลายแต่ไม่สามารถใช้พลังปราณปกป้องตัวเองได้
จนทำให้เขาคิดในใจด้วยความสงสัยว่าลูกศิษย์ของสำนักเหมันต์หากเผชิญเหตุการณ์แบบเขาจะรอดชีวิตได้ไหม?
อย่างไรก็ตามหลิวเย่ไม่รู้เลยว่าการเปิดมรดกกรณีพิเศษนั้นจะทำให้อานุภาพของหลุมน้ำวนรุนแรงมากกว่าปกติ
ซึ่งมากถึงร้อยเท่าจนสามารถทำให้เขาาเ็ได้
ครู่หนึ่งร่างของหลิวเย่ลอยคว้างไปมาอย่างไร้การควบคุมในสภาวะปราศจากแรงโน้มถ่วง
ต่อมาเขาฟื้นคืนสติและรับรู้ว่าร่างกายตนเองลอยคว้างไปมา
ทำให้เขารีบตั้งสติตนเองและใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายเพื่อร่อนลงยืนบนพื้นด้านล่างอย่างนิ่มนวล
“เฮ้อ!โชคดีที่ไม่มีพลังจากหลุมน้ำวนที่นี่อีก ไม่งั้นฉันจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง?”
หลิวเย่บ่นพึมพำด้วยความหวาดกลัวก่อนเหลียวมองรอบกายที่มีแต่ความมืดมิด
รอบตัวเป็พื้นที่โล่งเหมือนอยู่ท่ามกลางเนินเขาเตี้ยสูงสลับกันไปสุดลูกหูลูกตา
โชคดีบนพื้นมีอากาศที่สามารถหายใจได้ปกติทำให้หลิวเย่คลายพลังปราณที่ห่อหุ้มร่างตนเองออก
“มีพลังฉีบางเบาเหมือนบนโลกเดิมเลยแฮะ”หลิวเย่พบว่าพลังฉีในมรดกสำนักเหมันต์มีพอให้คลายความกังวล
แต่ไม่ได้เข้มข้นเหมือนโลกเทียนถัง
เขาทดลองใช้ัั์เมื่อพบว่าใช้งานได้ปกติทำให้โล่งใจส่วนหนึ่ง
จากนั้นเขาใช้ัั์ตรวจสอบบริเวณโดยรอบและพบสถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไป10 ลี้
นั่นคืออาคารคฤหาสน์ที่ผุพังไปส่วนหนึ่งแต่สามารถอาศัยอยู่ได้
“ลองดูสิว่าสามารถบินไปตรวจสอบคฤหาสน์นั่นได้หรือไม่?”
หลิวเย่พึมพำกับตัวเองเพราะกลัวว่าจะผจญกับสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงอีกครั้ง
ปรากฏว่าเมื่อเขาเหินตัวขึ้นพลันกระทบเข้ากับพื้นที่ของสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงจริงๆ
จนทำให้เขาต้องรีบใช้พลังปราณควบคุมการเคลื่อนไหวทันทีแล้วรีบร่อนตัวลงยืนบนพื้นอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเขาต้องใช้พลังปราณจำนวนมากควบคุมทิศทางการเคลื่อนไหวร่างกายในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง
ซึ่งไม่เป็ผลดีกับตัวเองในระยะเวลานานๆ
หลิวเย่จึงตัดสินยกเลิกการบินของตนเองทันที
“ฉิบหาย! ไม่ดีเลยแบบนี้ วิ่งไปก็ได้” หลิวเย่บ่นเล็กน้อยก่อนตัดสินใจวิ่งตรงไปยังคฤหาสน์เก่าหลังนั้น
เขา้าสำรวจอย่างละเอียดและใกล้ชิดว่าภายในคฤหาสน์มีสิ่งใดหรือร่องรอยใดเพื่อใช้ในการค้นหาสมบัติ
ครู่หนึ่งหลิวเย่หยุดยืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ที่มีฝุ่นปกคลุมหนาเหมือนผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
เพราะไม่มีร่องรอยของผู้คนที่ใช้ชีวิตหรืออาศัยอยู่ที่นี่
เขาไม่พบพลังชีวิตในบริเวณโดยรอบของคฤหาสน์แต่อย่างใด
หลิวเย่เอื้อมมือจับที่เปิดประตูคฤหาสน์แล้วเปิดออกด้วยความอยากรู้“แอ๊ด”
เสียงฝืดเคืองของบานพับประตูไม้เก่าขนาดใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับฝุ่นคลุ้งเล็กน้อย
หลิวเย่ใช้พลังปราณโบกขับไล่ฝุ่นออกจากตัว
“โอ๊ะ!”เขาตื่นใที่พบว่าภายในคฤหาสน์พลันมีแสงสว่างจ้าขึ้นจนทำให้เขามองเห็นภายในได้ชัดเจน
แต่เขาไม่สามารถััได้ถึงพลังงานหรือพลังชีวิตใดๆได้เลย
“ที่นี่มีอะไรกันแน่?”หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นพลางก้าวเดินสำรวจต่อไปอย่างระมัดระวัง
“กุกกักๆๆ”พลันมีเสียงเดินดังขึ้นที่ชั้นบนของคฤหาสน์ในห้องหนึ่ง
หลิวเย่ผงะด้วยความตื่นใพร้อมกับมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม
“นั่นอะไร?”เขาคิดด้วยความหวาดกลัวที่ัั์ไม่สามารถตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติใดๆในคฤหาสน์ได้
แล้วเสียงเดินมาจากที่ไหน?
แต่ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะความหวาดกลัวของเขา
ทำให้เท้าของเขาก้าวเดินขึ้นบันไดที่มองเห็นตรงหน้าเพื่อไปชั้นบนและพิสูจน์ที่มาของเสียง
“ฮิฮิมีเหยื่อเข้ามาแล้ว” พลันมีเสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นจากห้องที่มีเสียงเดินกุกกักนั่น
หลิวเย่ตกตะลึงตัวแข็งทื่อพร้อมกับมีเหงื่อชุ่มแผ่นหลังด้วยความหวาดกลัว
เขาไม่คิดว่าจะมีใครแข็งแกร่งกว่าตนเองแต่ว่าพลังเสียงที่เปล่งออกมานั้นพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดแล้วว่าแข็งแกร่งจริง
“เอื๊อก!นั่นมันคืออะไรกันแน่?”
หลิวเย่กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอด้วยความหวาดกลัวพลังที่แข็งแกร่งจะทำร้ายตนเอง
เมื่อเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องที่มีเสียงหัวเราะลอดออกมาจากช่องประตู
หลิวเย่เอื้อมมือไปจับที่จับประตูแน่นพลางเดิมพันโชคชะตากับเหตุการณ์ที่จะต้องประสบหลังประตูห้อง
“แอ๊ด”เขาตัดสินใจเปิดประตูทันทีพร้อมกับก้าวเดินเข้าไปข้างในห้อง
ปรากฏว่าหลิวเย่แปลกใจกับภาพที่เขามองเห็นจนยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ครู่หนึ่ง
ภาพที่เห็นคือตัวประหลาดที่มีสี่ใบหน้าแปดแขน ลำตัวเดียวเป็ชายวัยกลางคน
หน้าที่หนึ่งเป็ใบหน้าของชายชราที่เคร่งเครียด
หน้าที่สองเป็ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่ขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา
หน้าที่สามเป็ใบหน้าของชายหนุ่มที่หัวเราะอารมณ์ดีตลอดเวลา
หน้าที่สี่เป็เด็กหนุ่มที่อารมณ์ร้อนและสบถคำหยาบคายเป็ระยะ
ทั้งสี่ใบหน้ามีการหมุนวนไปมา
โดยหนึ่งตัวสี่หน้านั้นกำลังยื้อแย่งกันเล่นหมากรุกบนโต๊ะหินอ่อนที่มีกระดานหมากรุกแตกหักวางอยู่
“ตาแก่! หลบไป เล่นหมากรุกไม่ได้เื่”
“แกนั่นแหละหลบไป”
“อุบ๊ะ!พวกไม่ได้เื่ หลบข้าไปเดี๋ยวนี้”
“ฮ่าๆ เล่นแย่จริงๆพวกแกเนี่ย ฮ่าๆ”
หลิวเย่ยืนงงครู่หนึ่งก่อนตั้งสติได้และไม่พบอันตรายใดๆจากการโต้เถียงของตัวประหลาดนั่น
ทำให้เขาก้าวเดินต่อไปด้านหน้าอย่างระมัดระวัง
“เอ๊ะ?นั่นเ้าเป็ใคร?” ทันใดนั้นหน้าเด็กหนุ่มหันมาเจอหลิวเย่และส่งเสียงอุทานด้วยความแปลกใจ
ทำให้อีกสามใบหน้าพยายามยื้อแย่งเพื่อหันหน้ามาดูหลิวเย่เช่นกัน
ตัวประหลาดััได้ถึงพลังเหมันต์ที่จ้าวตงแอบร่ายใส่ตัวหลิวเย่
เพื่อช่วยให้เขาแคล้วคลาดจากภัยอันตรายในมรดก
“ข้าชื่อหลิวเย่ขอรับพวกท่านเป็ใครหรือขอรับ?”
หลิวเย่เริ่มเรียนรู้ที่จะทำตัวสุภาพจากเหตุการณ์ั้แ่คราวที่พบกับสัตว์าหยวนซื่อ
เพราะการที่เขาทำตัวนอบน้อมแล้วทำให้ได้รับโชคชะตาและรอดพ้นจากอันตรายหรือถูกทำร้ายได้
“เฮ้!เ้าหนุ่มนี่มีสัมมาคารวะดีทีเดียว” ใบหน้าชายชราส่งเสียงพอใจกับท่าทางนอบน้อมของหลิวเย่
“ไว้ใจไม่ได้เ้านี่อาจแสร้งทำก็ได้” ใบหน้าชายวัยกลางคนพูดอย่างไม่เชื่อหลิวเย่
“ฮ่าๆคิดอะไรมาก ฮิฮิ เขาดูดีทีเดียวนะ หล่อเหลาด้วย ฮ่าๆ”ชายหนุ่มพูดไปหัวเราะไปอย่างอารมณ์ดี
“บัดซบ!เ้าหนุ่มนี่หน้าตาดีกว่าข้าได้ยังไง”เด็กหนุ่มสบถด้วยความไม่พอใจกับหน้าตาของหลิวเย่
หลิวเย่กระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นทั้งสี่ใบหน้าโต้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้
เขาแปลกใจกับท่าทางของทั้งสี่ใบหน้าที่ปรากฏตัวอยู่ที่คฤหาสน์นี้
โดยที่เขาไม่สามารถััพลังงานใดๆได้เลย
แต่สัญชาตญาณเตือนตนเองว่าคนประหลาดมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าเขามากนัก
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายในเวลานี้แต่เฝ้าสังเกตเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
ครู่หนึ่งหลังจากที่ทั้งสี่ใบหน้าโต้เถียงกันจนพอใจแล้ว
ใบหน้าชายชราหันมาถามหลิวเย่ด้วยความสงสัยว่า“เ้าหนุ่ม เ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
หลิวเย่ตอบใบหน้าชายชราอย่างสุภาพว่า“ข้าเข้ามาจากทางสำนักเหมันต์ขอรับ”
“สำนักเหมันต์สำนักเหมันต์งั้นหรือ?” ชายชราทำท่าทางครุ่นคิดเหมือนกับหลงๆลืมๆ
“ปั๊ดโธ่!ตาแก่!ก็สำนักเหมันต์ที่มีเ้าบ้าจ้าวตงเคยเอาสุราเหมันต์มอบให้เ้ายังไงล่ะ”
ใบหน้าเด็กหนุ่มด่าชายชราก่อนอธิบายทบทวนความจำให้กับเขา
“อ๋อ!เข้าจำได้แล้ว สุราเหมันต์รสเลิศจริงๆ” ชายวัยกลางคนตาโตเมื่อนึกถึงรสชาติแสนวิเศษของสุราเหมันต์
“ชิชะ!พวกท่านแย่งข้ากินจนหมด คราวนี้ข้าไม่ยอมหรอกนะ” ชายหนุ่มบ่นด้วยความไม่พอใจ
“หน็อยแน่!จ้าวตงมันพกมาแค่สองโถเท่านั้น จะมาต่อว่าข้าได้อย่างไร?”ชายวัยกลางคนออกตัวด้วยความโมโห
“เ้าหนุ่มหากเ้ามีสุรารสเลิศมามอบให้กับพวกเรา ข้าจะมอบสมบัติชิ้นหนึ่งให้เ้าเป็การตอบแทน”
ชายชราตาโตและหันมามองหลิวเย่อย่างคาดหวัง
หลิวเย่คิดว่าเป็โอกาสดีที่จะได้รับโชคชะตาจากคนประหลาด
จึงตัดสินใจที่จะมอบเหล้านมแพะให้กับพวกเขาครบทุกใบหน้า
“ข้าพอจะมีอยู่บ้างขอรับแต่พกมาด้วยแค่สี่โถ ถ้าให้ไปหมดแล้วข้าจะมีดื่มหรือขอรับ?”
หลิวเย่ไม่กล้าที่จะให้มากในคราวเดียวเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าที่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับตนอีกบ้าง
“ดีเลยเ้าหนุ่มสี่โถพอดี ข้าจะได้ไม่ต้องไปแย่งกับใคร มอบมันมาให้กับข้า”
เด็กหนุ่มตาโตด้วยความดีใจก่อนเร่งเร้าให้หลิวเย่นำเหล้าออกมามอบให้ตนเอง
“ฮ่าๆ ใช่ๆเ้าหนุ่ม ข้าอยากลิ้มลองสุราของเ้านัก ฮ่าๆ”ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจก่อนเรียกร้องอีกเสียง
หลิวเย่เมื่อเห็นว่าพวกเขา้าโดยไม่มีท่าทางที่จะทำร้ายเขาจริงๆ
จึงตัดสินใจหยิบเอาเหล้านมแพะออกมาจากมิติพื้นที่และมอบให้กับใบหน้าทั้งสี่อย่างละหนึ่งโถ
“โอ้! กลิ่นหอมชวนลิ้มลองจริงๆ”ชายวัยกลางคนเปิดดมพร้อมกับทำหน้าเคลิ้มมีความสุข
“ข้าว่ากลิ่นหอมนุ่มนวลกว่าสุราเหมันต์อีก”ชายชราพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“บัดซบ! เหล้าของเ้ากลิ่นหอมนัก”เด็กหนุ่มอุทานอย่างตื่นเต้นยินดี
“ฮ่าๆ เหล้าดีเหล้าดี ฮ่าๆ” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างมีความสุข
หลิวเย่ยิ้มแหยๆและปล่อยให้พวกเขาลิ้มลองเหล้านมแพะของตนเอง
ครู่หนึ่งเมื่อชายชราได้จิบอย่างมีความสุขแล้ว
เขาพลันชี้นิ้วไปที่ผนังด้านหนึ่งของคฤหาสน์
ทันใดนั้นเกิดมีหลุมดำมืดมิดโผล่ขึ้นมาพร้อมกับมีโคมไม้ทรงหยดน้ำขนาดเล็กลอยออกมาหาชายชรา
เขาคว้ามันไว้และส่งมอบต่อให้กับหลิวเย่โดยตรง
“นี่คือ โคมสัมฤทธิ์ผลเ้าหยดเืลงไป้าแล้วสามารถขอในสิ่งที่เคยมีให้กลับคืนมาได้หนึ่งอย่างต่อหนึ่งร้อยปี”
ชายชราบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ขอบคุณขอรับ”หลิวเย่ตื่นเต้นยินดีที่พบว่าสมบัติที่ได้รับในครั้งนี้เขาจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นั่นคือเขาจะขอให้เทเลพอร์ตของตนกลับคืนมา
แต่หลิวเย่ก็กำลังคิดถึงวิธีเดินทางออกไปยังดาวดวงอื่นที่สามารถไปช่วยเหลืออาจารย์ได้
เขาจึงถามออกมาโดยตรงว่า“แล้วพวกท่านมีวิธีอื่นในการออกจากดาวเคราะห์เทียนถังหรือไม่ขอรับ?”
เนื่องจากเขาอ่านพบข้อความสำคัญหนึ่งจากหอตำราที่พบว่าผู้ที่สามารถฝ่าด่านปราการของเจตจำนงแห่ง์
เพื่อเดินทางไปยังดาวดวงอื่นได้นั้นจะต้องมีขอบเขตแกนะในระดับบรมขึ้นไป
ซึ่งเขาไม่คิดว่าตนเองจะสามารถหาสมบัติหรือโชคชะตาเพื่อเลื่อนขั้นได้อีก
จึงเดิมพันด้วยการสอบถามกับตัวประหลาดนี้ทันที
“ฮิฮิหากเ้าตอบได้ถูกต้องว่าพวกข้ามีนามว่าอะไร?จะอนุญาตให้เ้าถามคำถามนี้ได้”
ใบหน้าชายหนุ่มที่ดูท่าทางอารมณ์ดีมากขึ้นหลังจากได้ลิ้มลองเหล้านมแพะแสนวิเศษเข้าไป
หลิวเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนนึกถึงข้อความในกระบอกไม้ไผ่ที่อาจารย์เขียนทิ้งไว้
จึงตอบอย่างไม่มั่นใจว่า“จตุรพักตร์ ใช่หรือไม่ขอรับ?”เขากำลังลุ้นว่าคำตอบจะถูกต้องหรือไม่?
เมื่อพบว่าแต่ละใบหน้าต่างทำสีหน้าแตกต่างกันทั้งขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว หรี่ตามอง และหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
ครู่หนึ่งเด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า“ตาแก่! เฉลยให้เ้าหนุ่มฟังหน่อยสิข้าจะลิ้มรสเหล้าชั้นเลิศ”
“อุบ๊ะ! เ้าเด็กนี่ข้าจะไม่ตอบจนกว่าเ้าหนุ่มจะหากระดานมาให้ข้าเล่นหมากรุกใหม่”
คำพูดของชายชราทำให้ทั้งสามใบหน้าที่เหลือชะงักการดื่มเหล้าไปครู่หนึ่ง
จากนั้นต่างพากันส่งเสียงเห็นด้วยอย่างจริงจัง
“นั่นสิ!ข้าลืมไปได้ยังไงว่าชีวิตพวกเราขาดการเล่นหมากรุกไม่ได้” ชายวัยกลางคนโพล่งขึ้นมาเมื่อนึกได้
“ฮ่าๆไม่ว่ายังไงข้าต้องได้เล่นหมากรุก ฮ่าๆ”ชายหนุ่มหัวเราะไปพลางยืนยันความคิดของชายชรา
“บัดซบ! นี่ข้าลืมเสียสนิทเลย”เด็กหนุ่มตบหน้าผากตัวเองที่ลืมสิ่งสำคัญที่สุดไป
หลิวเย่ทำหน้าปูเลี่ยนๆเมื่อพบว่าไม่สามารถหลอกล่อถามข้อมูลได้อีก
แต่ทันใดนั้นเขาพลันจดจำกระดานหมากรุกที่ได้รับมาจากปลาหมึกั์จางหยูจากทะเลในโลกซือเจี๋ยได้
เขาจึงเดิมพันกับข้อมูลสำคัญเพื่อหาทางออกจากที่นี่อีกครั้งว่า
“หากข้ามีกระดานหมากรุกมามอบให้กับพวกท่านเล่าท่านจะบอกวิธีหรือหนทางออกจากที่นี่ได้หรือไม่?”
เมื่อสิ้นเสียงพูดของหลิวเย่
จตุรพักตร์พลันชะงักนิ่งก่อนส่งเสียงตื่นเต้นดีใจกันทั้งสี่ใบหน้า
“จริงหรือ? เ้ามีจริงๆหรือ?”
“เฮ้ย! เ้าหนุ่มอย่ามาล้อเล่นกับพวกข้าเ้าไม่ตายดีแน่”
“ฮ่าๆถ้ามีจริงๆก็ดีน่ะสิ ฮ่าๆ”
“วิเศษนัก! หากเ้านำมามอบให้พวกเราเ้าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ทันที”
หลิวเย่ตาโตด้วยความดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของจตุรพักตร์
เขาตัดสินใจหยิบกระดานหมากรุกที่ได้รับมาจากปลาหมึกั์จางหยูออกจากมิติพื้นที่ทันที
เมื่อจตุรพักตร์มองเห็นกระดานหมากรุกต่างส่งเสียงดีใจกันดังลั่น
“ใช่แล้วนี่คือกระดานหมากรุกที่ดีที่สุดของพวกเรา”
“ฮ่าๆเ้าหนุ่มมีจริงๆ นี่มันเยี่ยมมาก ข้ามีความสุขนัก ฮ่าๆ”
“ในที่สุดข้าจะมีกระดานหมากรุกไว้เล่นแก้มือกับตาแก่แล้ว”
“บัดซบ!เ้าหนุ่มไปเอากระดานหมากรุกที่ดีเช่นนี้มาจากที่ใด?”
หลิวเย่ยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกที่พบว่ากระดานหมากรุกนี้เป็สิ่งที่จตุรพักตร์้า
เขาจึงเตรียมที่จะถามคำถามที่ตน้าคำตอบแต่ใบหน้าชายชราพลันพูดขึ้นมาก่อนว่า
“ในเมื่อเ้าสามารถหากระดานหมากรุกมาให้พวกข้าได้เช่นนั้นจงเตรียมตัวรับในสิ่งที่เ้าร้องขอมาแล้วกัน”