⚠️ คำเตือนเนื้อหา (Content / Trigger Warning) ⚠️
นิยายเื่นี้มีฉากและประเด็นต่อไปนี้
• ความรุนแรงระดับกราฟิกและเืสาด
• า การสังหารหมู่ และการทรมาน
• การล่วงละเมิดทางเพศ / ข่มขืน
• Cannibalism
• การฆ่าตัวตาย / ทำร้ายตัวเอง
• การทรยศหักหลังภายในครอบครัว
ซึ่งอาจกระทบต่อภาวะทางจิตใจ เหมาะสมหรับนักอ่านสายดาร์กโดยเฉพาะ
ูเากูหลง ฤดูใบไม้ร่วงเดือนสิบ
ูเาสูงถูกย้อมด้วยสีแดงสดใส ท้องฟ้ากว้างใหญ่ เมฆลอยละล่องบางเบา
ภายในวัดกูหลงที่มีหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวสดใสวางเรียงรายสลับทับซ้อนกัน เสียงสวดภาวนาแว่วดังกังวานไปทั่ว เหล่าผู้ศรัทธามากมายต่างมากราบไหว้ด้วยใจเคารพ
ห้องโถงใหญ่บริเวณด้านหลังของวิหารฉงเซิ่ง ซึ่งเป็ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่งามสง่า มีหลวงจีนกลุ่มหนึ่งยืนตรงสงบนิ่งเรียงรายกันอยู่บริเวณนั้น
เฉาซีฮองเฮาและเฉินหลงฮ่องเต้ทรงคุกเข่าบนเสื่ออาสนะที่สานด้วยต้นปู๋ สองมือประนมขึ้นกลางอก ใบหน้าแสดงศรัทธาแรงกล้าพร้อมตั้งจิตอธิษฐาน
องค์หญิงเก้าอวิ๋นหวงซึ่งคุกเข่าอยู่เื้ั กำลังชะเง้อคอพลางกวาดตามองไปรอบ ๆ ทั้งซ้ายขวาด้วยความสนใจ
หลวงจีนเ่าั้หลุบตาลงต่ำก้มหน้าก้มตาดูสำรวมกิริยาเป็อย่างมาก ทว่ากลับดูน่าเบื่อไร้สีสันสิ้นดี อีกทั้งซูอวี้เจ๋อก็ไม่ได้อยู่ในหมู่พวกเขาด้วย
ไม่รู้ว่าซูอวี้เจ๋อยังอยู่ในวัดแห่งนี้หรือไม่
ยามเมื่ออวิ๋นหวงหันหน้าไป ทันใดนั้นนางก็พลันเห็นลูกศิษย์วัดในชุดหลวงจีนเดินอยู่ด้านนอก มือข้างหนึ่งถือถังไม้ อีกข้างหนึ่งถือเชือกเส้นยาว ก้าวเดินอย่างสงบไปยังต้นอู๋ถงที่อยู่ไกลออกไป
เมื่อมองเลยผ่านแผ่นหลังของชายหนุ่ม สายตาของอวิ๋นหวงก็สบเข้ากับต้นอู๋ถงที่เต็มไปด้วยดอกสีม่วงบานสะพรั่ง
ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอก ช่อดอกไม้ประหนึ่งก้อนเมฆที่วิจิตรงดงามเกินบรรยาย
อวิ๋นหวงฉวยโอกาสตอนที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางไม่ทันสังเกต แอบวิ่งออกจากวิหารไปอย่างเงียบเชียบ
ข้างประตูวิหาร ฉู่เซียวผู้เป็ราชองครักษ์ซึ่งยืนถือกระบี่อารักขาอยู่ด้านหน้ากำลังจะขวางนางไว้ อวิ๋นหวงพลันยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปาก เป็สัญญาณให้อีกฝ่ายเงียบเสียงลง
ฉู่เซียวได้แต่เฝ้ามององค์หญิงที่กำลังวิ่งย่องไปยังต้นอู๋ถงด้วยความจนปัญญา
ที่ขอบบ่อน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากต้นอู๋ถงมากนัก ลูกศิษย์วัดผู้นั้นเอาเชือกผูกกับถังไม้แล้วหย่อนลงไปในบ่อน้ำ ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งจับปลายเชือกไว้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปยังต้นอู๋ถง
เมื่อได้ยินเสียง เขาจึงหันกลับมาอย่างฉับพลัน พลางมองอวิ๋นหวงด้วยสีหน้าหวาดระแวง
อวิ๋นหวงวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะคลี่ยิ้มบานปานดอกไม้ ดวงตากลมโตเป็ประกาย ความสนใจทั้งหมดล้วนอยู่ที่กิ่งก้านของต้นอู๋ถงที่กำลังผลิดอกบานสะพรั่ง
สายลมอ่อนพัดโชยจนดอกไม้ร่วงหล่นจากกิ่งก้าน อวิ๋นหวงในชุดแต่งกายที่งามสง่าเอื้อมมือออกไปคว้าดอกไม้ที่กำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ...
แววแห่งความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาอันเ็าของชายหนุ่ม เขารู้สึกเพียงว่าหัวใจตนเต้นไม่เป็ส่ำ ลมหายใจติดขัด จากนั้นเขาก็เผลอคลายหมัดที่กำไว้แน่น
เฉินอวิ๋นหวง สามพยางค์นี้กดแน่นลงกลางใจเขา...
อวิ๋นหวงมองดอกไม้ที่ร่วงหล่นด้วยความเบิกบาน จนกระทั่งมุมหางตาของนางเหลือบเห็นร่างของชายหนุ่มผู้นั้น จึงหันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่รอยยิ้มยังคงฉายชัดอยู่บนใบหน้า
ยามที่สายตาทั้งสองคู่สบประสานกัน รอบข้างพลันว่างเปล่าและเงียบสงัดลงชั่วขณะ
อวิ๋นหวงชะงักไป นางไม่ได้เจอซูอวี้เจ๋อมานานถึงสามปี ทว่าซูอวี้เจ๋อกลับเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้! ใบหน้าคมสันดุจหยก หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่นจนยากจะหาผู้ใดเปรียบ
เรือนผมยาวปล่อยสยาย ไม่ใช่เณรน้อยหัวโล้นเลี่ยนคนเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะสวมชุดผ้าป่านสีหม่นของหลวงจีน ทว่ากลับยังดูสูงสง่าผ่าเผย มีรัศมีของอำนาจแผ่ซ่านออกมาโดยธรรมชาติ
ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นสุกสกาวราวกับดวงดาราที่หนาวเหน็บ ยามจับจ้องมายังนางก็ราวกับมีประกายเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่แฝงด้วยเปลวเพลิง เผาผลาญจนใจนางสั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวยืนแข็งค้างอยู่ที่เดิม ลืมคำพูดที่้าจะเอื้อนเอ่ยไปสิ้น
ขณะที่ซูอวี้เจ๋อกำลังจับจ้องดวงหน้างามพิสุทธิ์ของอวิ๋นหวง จู่ ๆ ปลายเชือกในมือก็ถูกดึงกระตุก ทันใดนั้นเขาพลันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ก่อนหันมองไปยังประตูวิหารอย่างรวดเร็ว
ไม่มีองครักษ์คนใดสนใจมองมาทางนี้ ส่วนฉู่เซียวก็เพิ่งเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ หันหลังให้พวกเขา…
ซูอวี้เจ๋อหมุนตัวกลับมา รีบผูกปลายเชือกรอบลำต้นอู๋ถงเป็เงื่อนตายอย่างแ่า
อวิ๋นหวงขมวดคิ้วมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย ขณะกำลังจะอ้าปากถาม ร่างของซูอวี้เจ๋อก็เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็วพร้อมสายลมหอบหนึ่ง จากนั้นกายสูงโปร่งของเขาพลันโอบกระชับเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น แล้วพาทะยานขึ้นสู่ต้นอู๋ถง!
“ท่าน...” เสียงของอวิ๋นหวงถูกมือใหญ่ปิดกลั้นไว้ ไม่รู้ว่าเขาเอามีดสั้นมาจ่อที่คอของนางั้แ่เมื่อไร น้ำเสียงเย็นเยียบกระซิบต่ำ “อย่าส่งเสียง มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้า!”
อวิ๋นหวงถูกเขากักขังไว้ในอ้อมกอด ไม่อาจขยับตัวได้ นางยิ้มตาหยีจ้องเขาด้วยดวงตาวาววับ ก่อนใช้มือน้อย ๆ ทุบไหล่เขาเบา ๆ แล้วชี้ไปยังทิศของห้องโถงใหญ่
หญิงสาวอยากบอกเขาว่า การที่เขาล้อเล่นแบบนี้มันอันตรายเกินไป หากเสด็จพ่อเสด็จแม่รู้เข้า หัวเขาต้องหลุดออกจากบ่าเป็แน่!
เห็นได้ชัดว่าซูอวี้เจ๋อเข้าใจความหมายของนาง คิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มขมวดขึ้นเล็กน้อย มีดสั้นที่จ่อลำคอของนางพลันขยับออกห่างเล็กน้อย ทว่ามือที่ปิดปากนางอยู่กลับกระชับแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ดอกไม้ที่บานสะพรั่งบนต้นอู๋ถงหนาแน่นเป็พุ่มประหนึ่งหมู่เมฆ ช่วยบดบังร่างของทั้งคู่เอาไว้ หากไม่มีใครตั้งใจมองหาพวกเขาดี ๆ ก็คงยากที่จะหาพวกเขาพบ
ร่างของซูอวี้เจ๋อเกร็งขึ้น ลมหายใจหนักหน่วงพ่นรดลงบนซอกคอของนาง
เขาไม่ยอมปล่อยนางไป ส่วนนางก็ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เอาแต่จ้องมองเขาด้วยความดีใจที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
ยามที่สายตาของซูอวี้เจ๋อสบเข้ากับดวงตาคู่งามฉ่ำน้ำเป็ประกายของนาง หัวใจของเขาก็อดเต้นรัวราวกับกวางตื่นไม่ได้ เขารู้สึกเพียงว่า อ้อมแขนอบอุ่น ผิวกายอ่อนละมุน ดุจหยกงามหอมกรุ่น
เขาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเย็นเยียบทวีความมืดมน ก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่นอย่างแข็งกร้าว
เมื่อเห็นเช่นนี้ อวิ๋นหวงก็อดหัวเราะขบขันไม่ได้
สามปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน ซูอวี้เจ๋อยังคงประหม่าเช่นเคย ทั้ง ๆ ที่เขาใจดีกับนางมากมาย แต่กลับแสดงท่าทีเ็าราวกับไม่้าให้เข้าใกล้
ตอนนี้เขาดูหล่อเหลาขึ้นมาก บรรดาพี่ชายร่วมสายเืของนาง แม้จะเป็คนที่มีความสามารถโดดเด่น แต่กลับไม่มีใครเทียบเขาได้เลย
นางมีเื่มากมายที่อยากจะพูดกับเขา อยากบอกเขาว่า อย่าได้ตื่นตระหนกนักเลย นางจะไม่ปล่อยให้เสด็จพ่อเสด็จแม่ลงโทษเขาแน่นอน
ทว่าเขายังคงปิดปากนางไว้ นางจึงไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงใช้ปลายลิ้นแตะที่ฝ่ามือของเขาเบา ๆ
เมื่อััที่อุ่นชื้นกระทบผ่านฝ่ามือ มันก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับสายฟ้าฟาด ซูอวี้เจ๋อชะงักงันไปครู่หนึ่ง
ดวงตาสีดำเข้มของเขามืดมนลง ห้วงอารมณ์บางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นดั่งคลื่นซัดสาด สร้างความตื่นใให้เขาเป็อย่างยิ่ง
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธเล็กน้อย กำลังจะกล่าวเตือนนาง ทว่าเมื่อสายตาสบเข้ากับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรื่นรมย์คู่นั้น ใจของเขาก็อ่อนยวบ ทำได้เพียงเก็บมีดสั้นกลับมา และหันไปมองประตูวิหารฉงเซิ่งอย่างเป็กังวล
จิตใจของอวิ๋นหวงนั้นใสสะอาดบริสุทธิ์ นางคิดเพียงว่าซูอวี้เจ๋อกำลังหยอกล้อนางเล่นเท่านั้น และไม่ได้ตระหนักเลยสักนิดว่า หายนะอันแสนโหดร้ายกำลังจะมาเยือน…
ห้องโถงใหญ่ของวิหารฉงเซิ่ง
เฉินหลงฮ่องเต้และเฉาซีฮองเฮาเพิ่งลืมตาขึ้นจากการอธิษฐาน ก่อนจะพยุงกันเดินไปยังหน้าโต๊ะเซ่นสรวงบูชา หลวงจีนวัยกลางคนรูปหนึ่งค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อมพลางยื่นกระบอกเซียมซีให้ด้วยสองมือ “ฝ่าา ฮองเฮา ขอทรงเสี่ยงเซียมซีเพื่อความเป็สิริมงคลพ่ะย่ะค่ะ”
เฉินหลงฮ่องเต้พยักหน้าพอใจ ยื่นมือออกไปหยิบไม้เซียมซีมาแท่งหนึ่ง ก่อนส่งให้หลวงจีนผู้นั้น “รบกวนต้าซือช่วยทำนาย”
หลวงจีนรับไม้เซียมซีมา มองดูผ่าน ๆ แวบหนึ่ง ฉับพลันสีหน้าก็เปลี่ยนไป “ฝ่าา นี่เป็เซียมซีร้าย อาตมาเกรงว่าจะเกิดหายนะนองเืพ่ะย่ะค่ะ!”
เฉินหลงฮ่องเต้ขมวดคิ้วแน่นพลางก้าวถอยหลัง ขณะกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง จู่ ๆ หลวงจีนวัยกลางคนผู้นั้นก็พลิกไม้เซียมซีในมือกลับด้าน แล้วแทงปลายแหลมเข้าที่กลางอกของเฉาซีฮองเฮา ก่อนจะดึงมันออกอย่างโเี้!
เืสีแดงฉานพวยพุ่งออกมา เฉาซีฮองเฮากรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
เฉินหลงฮ่องเต้เบิกตากว้างด้วยความใ สองขารีบก้าวไปข้างหน้าก่อนใช้ฝ่ามือซัดหลวงจีนผู้นั้นให้พ้นทาง จากนั้นก็เข้าไปประคองเฉาซีฮองเฮาเอาไว้ ทว่า…ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว บรรดาหลวงจีนที่ยืนสงบนิ่งอยู่สองฝั่งก่อนหน้านี้ต่างก็กระโจนกันเข้ามา!
“คุ้มกันฝ่าา!”
ฉู่เซียวที่เพิ่งเดินเข้าประตูมาพอดีร้องตวาดเสียงดังลั่น เขาชักกระบี่ออกมาแล้วพุ่งเข้าไปคุ้มกันเบื้องหน้าของฮ่องเต้และฮองเฮาทันที ในเวลาเดียวกันก็ฟาดฟันเหล่าหลวงจีนไปหลายรูป
เมื่อเหล่าองครักษ์ที่อยู่หน้าประตูได้ยินเสียง ต่างก็พากันวิ่งกรูเข้าไปด้านในและเริ่มต่อสู้กับเหล่าหลวงจีนปลอมทันที...
บนต้นอู๋ถง ซูอวี้เจ๋อหันหน้ามามองอวิ๋นหวงอย่างลึกซึ้ง ก่อนเบนสายตาลงไปยังปากบ่อน้ำ
อวิ๋นหวงมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง ดวงตามองตามสายตาของเขาไป ทันใดนั้นก็พบว่ามีคนทยอยปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำ และซ่อนตัวอยู่หลังแนวกำแพงเตี้ยข้างบ่อ!
คนเ่าั้สวมหน้ากากใส่ชุดดำทั้งหมด พวกเขาเคลื่อนไหวปราดเปรียวรวดเร็วราวกับได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ทุกคนถือดาบแหลมคม มีเจตนาหมายมุ่งสังหาร!
ชัดเจนแล้วว่าใต้บ่อน้ำนั้นมีทางลับซ่อนอยู่!
อวิ๋นหวงรู้สึกใจเต้นระรัว พยายามขยับตัวหมายจะเตือนคนในห้องโถงใหญ่ ทว่าซูอวี้เจ๋อกลับพลิกกายนางกลับมาอย่างว่องไว จับมือทั้งคู่ของนางตรึงไว้ด้านหลัง กดท้ายทอยของนางแน่น ก่อนจะโอบนางทั้งตัวเข้าสู่อ้อมอก แทบไม่เปิดโอกาสให้นางได้ส่งเสียงออกมา!
ในที่สุดอวิ๋นหวงก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาถึงผูกปลายเชือกด้านหนึ่งเข้ากับลำต้นของต้นอู๋ถง? เขาไม่ได้้าไปตักน้ำ แต่เพื่อให้คนในบ่อน้ำไต่เชือกขึ้นมา สังหารเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางได้!
นางพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง ทว่าแขนของซูอวี้เจ๋อก็แข็งแกร่งอย่างน่าอัศจรรย์ นางราวกับโดนกักขังอยู่ในปราการเหล็ก ใน่เวลาแห่งความสิ้นหวัง หญิงสาวจึงอ้าปากกัดอกแกร่งอย่างแรง
ซูอวี้เจ๋อรู้สึกเจ็บ กรามแกร่งกระตุกเล็กน้อย มือใหญ่บีบปลายคางของนางไว้แน่น บังคับให้นางปล่อย ใบหน้าที่เ็าของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าและความอดกลั้นที่แฝงอยู่
เสียงฆ่าฟันอันดุเดือดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางวิหารฉงเซิ่ง
อวิ๋นหวงมองออกไปด้วยความใ...
.
.
.