บทที่ 2 เสนอตัวไปชนบท (รีไรต์)
ฟู่ชิวสือตามหลินเนี่ยนขึ้นรถประจำทางและลงรถเมื่อมาถึงแถวหอวัฒนธรรม จากนั้นก็สะกดรอยตามหลังเธอไป มองเธอที่กำลังพยายามแยกทิศทางและมองป้ายบนถนนทุกป้ายอย่างละเอียด เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นเคยกับแถวนี้มากนัก
‘หยางต้งเหลียง’ หัวหน้ากองเทคนิครู้ว่าเขาเสร็จสิ้นภารกิจในเมืองหรงแล้ว จึงโทรศัพท์หาเขา ฝากให้เขาแวะมาดูหลินเนี่ยนก่อนที่เขาจะกลับหน่วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หยางต้งเหลียงอยากมาเยี่ยมหลินเนี่ยน แต่เขามีภารกิจรัดตัว ยุ่งจนตัวเป็เกลียวอยู่ตลอด เขาจะให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยส่งเงินและตั๋วให้หลินเนี่ยนทุกเดือน
แล้ววานใครสักคนสืบข่าวคราวของหลินเนี่ยน และข่าวที่ได้กลับมาคือเธอกินดีอยู่ดี มีเสื้อผ้าให้ใส่อบอุ่น ใช้ชีวิตเรียบง่าย
หยางต้งเหลียงรู้สึกกังวลอยู่เสมอ กินอิ่มมีเสื้อใส่อบอุ่นถือว่ามาตรฐานต่ำเกินไป ลูกสาวของคุณหลินควรได้กินดีอยู่ดีและเติบโตมาอย่างมีความสุขต่างหาก
แต่ว่าเขายุ่งมากจริง ๆ กรมทหารก็อยู่ห่างจากเมืองหรงมาก จึงไม่มีเวลามาดูเองสักครั้ง
ครั้นได้ยินว่า ‘ฟู่ชิวสือ’ าาทหารจากหน่วยลาดตระเวนผู้นี้เสร็จสิ้นภารกิจในเมืองหรงแล้ว เขาจึงได้ติดต่อหาอีกฝ่ายทันที
หยางต้งเหลียงอยากรู้ว่าหลังจากจางชุ่ยฟางแต่งงานใหม่ หลินเนี่ยนมีชีวิตอย่างไรกันแน่
นอกจากนี้ยังฝากฟู่ชิวสือส่งข้อความถึงเธอสักสองสามประโยค
ฟู่ชิวสือตามไปตามมาก็รู้สึกผิดปกติเล็กน้อย ทำไมสถานที่ที่หลินเนี่ยนกำลังจะไปถึงได้คุ้นตาขึ้นเรื่อย ๆ
หลินเนี่ยนไม่รู้ว่าถูกสะกดรอยตามมาตลอด เธอมาที่นี่ก็เพราะ้าไปหาคนมีฝีมือ
คนผู้นี้มีชื่อว่าหลิวหย่งหนาน เขามีฉายาว่า ‘ไอ้หลอ’ ฉายานี้ได้มาก็เพราะฟันหน้าหายไปหนึ่งซี่ แต่เขาก็เป็ ‘ช่างฝีมือ’ ในการปลอมเอกสารที่รู้จักกันทั่ว
นางเอกในนิยายต้นฉบับก็มาให้เขาทำจดหมายแนะนำตัวหลายฉบับติดตัวไป จึงทำให้เธอไปขึ้นเหนือลงใต้ได้สะดวกและใช้พื้นที่มิติหารายได้อย่างเต็มที่
โชคดีที่ในนิยายได้บอกที่อยู่ของไอ้หลอไว้อย่างละเอียด หลินเนี่ยนจึงตามหาสถานที่ที่เป็เอกลักษณ์และหาสถานที่นั้นเจออย่างรวดเร็ว
เธอรีบเดินขึ้นไปเคาะประตูเป็จังหวะยาวสาม สั้นสอง
จนกระทั่งผ่านไปสักพัก ประตูก็เปิดแง้มเป็ช่องเล็ก ๆ คนด้านในเอ่ยถามผ่านช่องประตู “มาหาใครครับ?”
หลินเนี่ยนตอบ “ปู่สามส่งฉันมา!”
นี่เป็รหัสลับ
“ปู่สามไม่อยู่ เธออยากเข้ามารอก่อนไหม” อีกฝ่ายถาม
หลินเนี่ยนพยักหน้า “รบกวนด้วยนะคะ!”
รหัสลับถูกต้อง อีกฝ่ายเลยปล่อยให้หลินเนี่ยนเข้ามา จากนั้นก็ยื่นหน้าออกไปเหลียวซ้ายแลขวา แล้วปิดประตูลานอย่างรวดเร็ว
ลานเล็กดูรกระเกะระกะ บนพื้นเต็มไปกองเต็มไปด้วยผ้าขี้ริ้ว ส่งกลิ่นเหม็นเกินบรรยาย
เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่พาเธอเข้ามาในลานนั้นเป็ชายรูปงาม ใบหน้ารูปไข่ขาวซีด แต่น่าเสียดายที่มีรอยแผลเป็ยาวที่ข้างแก้ม ทำลายความงามของเขาลงอย่างสิ้นเชิง
ถ้าบนหน้าเขาไม่มีรอยแผล ใบหน้านี้คงทำให้หญิงสาวนับไม่ถ้วนอิจฉาได้
ไอ้หลอพาเธอเข้ามาในห้องโถง แล้วผลักประตูห้องด้านข้างให้เปิดออก
ภายในห้องมืดสลัว มีโต๊ะเขียนหนังสือขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีเครื่องมือจัดวางอยู่
ทั้งห้องมีเพียงโต๊ะเขียนหนังสือจุดนี้เท่านั้นที่มีแสงสว่าง จากโคมไฟสามดวง
“จะทำอะไร เขียนมา!” หลังจากไอ้หลอนั่งลงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ เขาก็เหลือบมองหลินเนี่ยน แล้วโยนสมุดเล่มเล็กกับดินสอมาให้เธอ
หลินเนี่ยนรับสมุดมา เธอหันมองซ้ายขวา พบว่ายังมีม้านั่งว่างอยู่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือ เธอจึงนั่งลงและก้มหน้าก้มตาเขียนอย่างตั้งใจ
“ฉันอยากทำหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ที่ดิน หนังสือรับรองการพลีชีพ และทะเบียนบ้าน”
ไอ้หลอเลิกคิ้วเหลือบมองหลินเนี่ยน จากนั้นจึงพูดว่า “สามร้อยหยวน”
“จ่ายเงินก่อน”
“จ่ายเงินเสร็จก็ไปรอที่ห้องโถง เสร็จแล้วจะเรียก!”
สามร้อยหยวน! แพงมากจริง ๆ นี่เท่ากับเงินเดือนทั้งปีของพนักงานธรรมดาเลยนะ!
หลินเนี่ยนตะลึงแต่ก็ยังยอมจ่ายเงินอยู่ดี เธอกลัวว่าถ้าต่อราคาแล้วจะถูกเขาไล่ตะเพิดออกไป ถ้าเป็แบบนั้นเดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย!
“งั้นก็รบกวนด้วยค่ะ!” เพิ่งจะได้มาสามร้อยหยวนก็ไม่เหลือซะแล้ว
แต่หลินเนี่ยนไม่เสียดายแม้แต่น้อย
ทะเบียนบ้านของเ้าของร่างเดิมถูกจางชุ่ยฟางยึดเอาไว้ ถ้าหลินเนี่ยนจะดำเนินการอะไรก็จำเป็ต้องมีทะเบียนบ้าน
สำหรับหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ที่ดินก็เป็ของที่มีอยู่จริง พ่อแท้ ๆ ของเ้าของร่างเดิมทิ้งบ้านหลังเก่าไว้ให้เธอ
บ้านหลังนี้เป็บ้านที่ปู่ของเ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้ในตอนนั้น แต่ต่อมาพ่อของเขาก็ย้ายจากมณฑลตงมาทำงานที่เมืองหรง บ้านหลังนี้จึงกลายเป็ของพ่อเธอ
ต่อมาหลังจากเ้าของร่างเดิมไปชนบท จางชุ่ยฟางก็ให้หวงลี่ลี่สวมรอยเป็เธอไปที่สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเปลี่ยนชื่อและโอนกรรมสิทธิ์
บ้านหลังนี้จึงกลายเป็ของจางชุ่ยฟาง หลังจากนั้นจางชุ่ยฟางก็ยกให้หวงหงเว่ยลูกชายของเธอกับหวงเจี้ยนกั๋ว และสุดท้ายก็กลายเป็เรือนหอของหวงหงเว่ย
แม่ผู้ให้กำเนิดเ้าของร่างเดิมคนนี้ขูดรีดเ้าของร่างเดิมจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เืสักหยด
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่พ่อเ้าของร่างเดิมรอดพ้นจากความตายและเสร็จสิ้นภารกิจสร้างคุณูปการได้รู้ชะตากรรมอันน่าเศร้าของลูกสาว จึงหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจต่อนางเอกที่ช่วยแก้แค้นให้ลูกสาว แล้วรับเธอมาเป็ลูกบุญธรรม ทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดไว้ให้เธอ และยังช่วยปูทางในแวดวงการเมืองให้เธอด้วย...
เ้าของร่างเดิมนี่ช่าง...
ตอนมีชีวิตก็ถูกแม่ผู้ให้กำเนิดใช้ประโยชน์ขูดรีด ตายไปก็ยังถูกนางเอกใช้ประโยชน์เพื่อเอาเปรียบ
น่าอนาถจริง ๆ
“เสร็จแล้ว!” ไม่นานนักไอ้หลอก็ออกมาจากห้องและนำของมาให้หลินเนี่ยน
หลินเนี่ยนตรวจสอบดูอย่างละเอียด
ต้องนับถือไอ้หลอคนนี้เลยจริง ๆ คนคนนี้ยังทำของให้ดูเก่า มองดูแล้วไม่รู้สึกขัดตาแม้แต่น้อย!
ทำของปลอมมาเป็ของจริงได้อย่างสมบูรณ์
“ขอบคุณมากค่ะ!” หลินเนี่ยนตรวจสอบแล้วไม่พบข้อผิดพลาด จึงเก็บของบอกลาอย่างรวดเร็ว
เธอหยิบของก้าวเท้าออกไป ฟู่ชิวสือก็ก้าวเข้ามาในลานเล็ก
ไอ้หลอเห็นคนมาใหม่ก็ตาเป็ประกาย รีบวิ่งออกไปทันที “พี่สาม! พี่กลับมาแล้ว!”
“พี่สาม คืนนี้พวกเราต้องดื่มของดีกันสักแก้วแล้ว!”
“พี่อยู่ในหน่วยเป็ยังไงบ้าง?”
“พอได้ใช่ไหม?”
ฟู่ชิวสือตบไหล่ไอ้หลอ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “กลับมาได้สองวันแล้ว มาทำธุระสักหน่อยเดี๋ยวก็ไปแล้ว”
“จริงสิ ผู้หญิงคนเมื่อกี้มาหานายทำไม?”
ไอ้หลอพลันประหลาดใจ “อ้าว ก็พี่สามแนะนำเธอมา ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าเธอมาทำอะไร?”
รหัสลับที่พี่สามแนะนำก็คือ มาหาปู่สาม
ถ้าคนอื่นแนะนำก็จะเป็รหัสอื่น
ดวงตาของฟู่ชิวสือเผยประกายแสงเข้มที่ไม่มีใครทันสังเกต
เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เพราะฉันอายที่จะถามเธอเอง ก็เลยมาถามจากนายไง!”
ไอ้หลอกลับห้องไปหยิบกระดาษที่หลินเนี่ยนทิ้งไว้มาให้ฟู่ชิวสือ “เธอมาทำทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการพลีชีพ แล้วก็หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ที่ดิน”
ฟู่ชิวสือกวาดตามองเนื้อหาบนกระดาษเสร็จก็หยิบไม้ขีดออกมาเผากระดาษจนเหลือแต่เถ้าถ่าน จากนั้นพูดกับไอ้หลอว่า “อย่าบอกใครว่าเธอมาที่นี่!”
“แล้วก็นะ นายหยุดทำเื่แบบนี้ได้แล้ว ข้าวของที่ควรทำลายก็ทำลายซะ”
ไอ้หลอเปลี่ยนสีหน้า “ทำไมล่ะ เกิดเื่อะไรขึ้นเหรอ?”
ฟู่ชิวสือตอบ “‘พายุ’ กำลังมา นายอาจจะพลาดแล้ว! มีหัวหน้าใหญ่คนหนึ่งถูกสั่งย้ายพอดี ฉันอยากให้นายไปชนบทที่เขาถูกสั่งย้าย ช่วยฉันดูแลเขาหน่อย”
“หลังจากที่นายกลับมาแล้ว ฉันจะชดใช้ความเสียหายให้นายเอง”
เมื่อได้ยินเื่นี้ ไอ้หลอก็โล่งอกทันที “พี่วางใจฝากเื่นี้ไว้กับพวกเราได้เลย”
“เป็พี่น้องกัน อย่าพูดเื่ชดใช้อะไรเลย”
ฟู่ชิวสือยกกำปั้นทุบลงบนไหล่ของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไอ้น้องรัก!”
จากนั้นก็อธิบายเื่สถานที่ที่หัวหน้าใหญ่ถูกสั่งย้าย แล้วให้อีกฝ่ายไปลงชื่อที่สำนักงานยุวชน
“ฉันยังมีธุระต่อ ไปก่อนนะ!”
ฟู่ชิวสือบอกลา เขายังต้องตามหลินเนี่ยนไป ครั้งนี้ก็ยังตามไปถึงสำนักงานยุวชน
ฟู่ชิวสือ “...” ผู้หญิงคนนี้วุ่นวายดีจริง ๆ!
ภายในสำนักงานยุวชน หลินเนี่ยนพูดกับเ้าหน้าที่ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม “สหายคะ ฉันเป็ลูกสาวของวีรบุรุษผู้สละชีพ ‘หลินฉางเจิง’ ฉันอยากตอบสนองคำขอ สืบทอดความปรารถนาทั้งชีวิตของพ่อที่จะรับใช้ประชาชนและอุทิศทุกสิ่งเพื่อสร้างแผ่นดินบ้านเกิด ฉันจะเดินทางไปชนบท ไปสู่โลกที่กว้างกว่าเพื่อสร้างบทใหม่ของวัยหนุ่มสาว...”
เ้าหน้าที่ในสำนักงานยุวชนชื่นชอบยุวชนที่เสนอตัวไปชนบทแบบนี้เป็ที่สุด ถ้าทุกคนเสนอตัว พวกเขาก็จะทำงานง่ายขึ้น
เ้าหน้าที่ต้อนรับหลินเนี่ยนด้วยความอบอุ่น “สหาย จิตสำนึกทางความคิดของเธอดีมาก เธอเป็ลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพ เป็คอมมิวนิสต์ตัวจริงเสียงจริง!”
“ฉันต้องรายงานให้เบื้องบนทราบ สหายหลินมีจิตสำนึกแบบนี้ก็ควรป่าวประกาศให้ทราบเหมือนกัน!”