"จุ๊ จุ๊ จุ๊ ก็ว่าอยู่ทำไมวันนี้ดูเงียบๆ ที่แท้มาหลบซ่อนกันอยู่ที่นี่เอง" ในเวลานี้เอง เสียงที่ทุ้มต่ำดังลงมาจากรูบนเพดานที่ถูกระเบิดไปก่อนหน้านี้
เสียงนี้พลันดึงดูดความสนใจของทุกคน และหันไปมองทันที
เวลานี้ มองเห็นชายวัยกลางคนโหนสลิงลงมาจากรูเพดาน พร้อมกับผู้คนจำนวนมากนับร้อย
"อัลโกบาเลโน่!" ผู้นำตระกูลแพนธีออนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
เวลานี้ทุกคนในงานประมูลได้เข้าสู่สภาวะพร้อมรบทันที พวกเขานั้นทราบกันเป็นอย่างดีว่ากลุ่มคนจำนวนมากที่ได้โหนสลิงลงมา คือบรรดาสมาชิกจากเจ็ดตระกูลหรือที่พวกเขารู้จักกันดีในนามอัลโกบาเลโน่
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้ผู้คนในงานประมูลจะเป็นศัตรูคู่แค้นอริชาติกันมาปางก่อนก็ต้องพักรบและร่วมมือกัน เพราะว่าศัตรูที่แท้จริงของพวกเขาเวลานี้คือกลุ่มอัลโกบาเลโน่
ในระหว่างที่ผู้คนกำลังตึงเครียด ก็ได้กลุ่มคนจำนวนหนึ่งพังประตูห้องรับแขกของตระกูลเมลคิออร์เข้ามา ผู้นำกลุ่มได้ตะโกนขึ้นมาว่า "เจ้าหญิงลำดับที่หนึ่งแห่งราชอาณาจักรสิงโตเลโอนอร์ มีรับสั่งให้นำตั-"
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดได้จบประโยค เสียงก็ถูกตัดทิ้งลงไปทันที พร้อมกับกลุ่มคนนับสิบชีวิตที่ได้บุกรุกเข้ามา พวกเขายังไม่ทันรู้สึกตัวก็ตายกันไปหมดเสียแล้ว กระทั่งพวกเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตายได้อย่างไร ตายไปแบบอธิบายความไม่ได้
บรรดาผู้คนจากตระกูลเมลคิออร์ถึงกับขนลุกวาบ อ้าปากกว้างทันทีที่เห็นกลุ่มคนนับสิบนอนตายอนาถอยู่ตรงประตูห้อง
ผู้ที่ลงมือปลิดชีพสังหารข้ารับใช้ขององค์หญิงเลโอนอร์ก็คือกลุ่มตัวตลกทั้งเจ็ดนั่นเอง
"นี่ นี่ นี่จะไม่เป็นอะไรหรือน้องวิน พวกเขาเป็นข้ารับใช้ขององค์หญิงเลโอนอร์นะ แล้วกลุ่มตัวตลกพวกนี้คือใครกัน?" ดาเมี่ยนมองไปที่กลุ่มตัวตลกทั้งเจ็ด แล้วรู้สึกกลัวจับใจ
การลงมือของพวกเขานั้นเหมือนดั่งภูตผี ทั้งรวดเร็ว เฉียบขาด และเงียบเชียบ กว่าศัตรูจะรู้สึกตัวพวกเขาก็ได้ไปพบท่านยมบาลกันแล้ว
"ไปลากตัวคุณเจ้าหญิงของเรามาหน่อย ใครขัดขวาง ฆ่า!" วินเทอร์พูดขึ้นอย่างเฉยเมย
สิ้นเสียงคำสั่ง กลุ่มตัวตลกทั้งเจ็ดก็ได้หายวับไปกับอากาศ ชวนให้ผู้คนที่เห็นรู้สึกผวาสั่นกันไม่น้อย พวกเขาไม่อยากเป็นเป้าหมายของกลุ่มตัวตลกพวกนี้เลย การที่ไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้มันช่างน่าหวาดหวั่นเกินไป รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็อาจจะตายไปแล้ว
บาร์ซินีที่เห็นว่าเหตุการณ์ร์เริ่มจะบานปลาย และวุ่นวายเกินกว่าจะควบคุมได้แล้ว ทั้งเรื่องที่อัลโกบาเลโน่บุกมา ไหนจะเรื่องที่มีปัญหากับราชวงศ์ทิวดอร์อีก เขาจึงรีบไปเรียกให้สมาชิกตระกูลวาเลนไทน์ทั้งหมดที่ติดตามมาด้วย ให้มารวมที่ห้องรับแขกตระกูลเมลคิออร์ทันที
"ปล่อยข้าซะ เจ้าพวกชั้นต่ำ! กล้าเอามือที่โสโครกมาแตะต้องร่างกายที่บริสุทธิ์ของข้าได้เช่นไร!?" เลโอนอร์เจ้าหญิงลำดับที่หนึ่งแห่งราชอาณาจักรสิงโตถูก Joker หิ้วมาตรงหน้าวินเทอร์
"ปล่อยเธอ" วินเทอร์ชี้ไปที่พื้นข้างๆ
Joker จึงโยนร่างเล็กๆ ของเลโอนอร์ลงไปนอนกองข้างพื้นของวินเทอร์
"แกคงจะเป็นไอเด็กสารเล- อ่อก!"
เลโอนอร์พูดยังไม่ทันจบคำ วินเทอร์ยื่นมือขนาดใหญ่มาบีบคอเลโอนอร์เอาไว้ และยกร่างเล็กๆ ของเธอขึ้นมา ใบหน้าที่จากเดิมที่ขาวเนียนผ่องและริมฝีปากสีกุหลาบค่อยๆ ซีดเผือดลงจากการขาดออกซิเจน
แต่สีหน้าของเจ้าหญิงลำดับที่หนึ่งผู้หนึ่งกับชวนให้ความรู้สึกพิลึก ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นสีหน้าของคนที่รู้สึกทรมานสิ แต่กลายเป็นว่าใบหน้าของเธอกลับมีความสุขเสียอย่างนั้น ยิ่งวินเทอร์ออกแรงบีบมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นตามเท่านั้น
หัวใจของเลโอนอร์นั้นเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามหายใจเข้าออกไปมาอย่างหนัก ภายใต้สายตาที่มองเธออย่างหยามเหยียด ราวกับว่าเธอดูไร้ค่า เธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงเผยสีหน้าที่มีความสุขออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เลโอนอร์เห็นว่าวินเทอร์เบาแรงลง จึงพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า "ระ...แรงอีก"
"...?"
มึนงง เวลานี้ทุกคนในห้องต่างมึนงงไปกันหมดแล้ว นี่ยังใช่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์คนเดิมใช่หรือไม่ ทำไมไม่เหมือนที่คุยกันไว้เลย?
วินเทอร์ได้โยนร่างของเลโอนอร์ทิ้งไปอย่างไม่แยแส แต่เธอก็ยังพยายามคลานมาเกาะขาวินเทอร์เพื่อออดอ้อน เมื่อเห็นดังนั้นวินเทอร์ก็นึกสนุกและหันไปกระซิบบอกกับตัวตลกคนหนึ่ง ซึ่งตัวตลกคนนี้ก็คือเมฆานั้นเอง
เมฆาที่ได้ยินคำขอของวินเทอร์ พยักหน้าและไม่ถามอะไรให้มากความ พร้อมหยิบกุญแจมือมาล็อกแขนทั้งสองข้างของเลโอนอร์ จากนั้นก็สวมปลอกคอและล่ามด้วยโซ่ ซึ่งไม่รู้ว่าเมฆาไปหาของพวกนี้มาจากไหน
วินเทอร์รับเอาโซ่ที่ล่ามเลโอนอร์ไว้ พร้อมกระชากเลโอนอร์ขึ้นมา "ดูสภาพของเธอตอนนี้สิ คุณองค์หญิงผู้สูงส่ง?"
"ได้โปรดลงโทษฉันหนักๆ"
วินเทอร์ยิ้มเฉยเมยไม่สนใจ พร้อมปล่อยให้เลโอนอร์หมอบคลานอยู่กับพื้นเหมือนสัตว์เลี้ยง ท่าทางของวินเทอร์ดูเอ้อระเหย เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าหญิงเลโอนอร์เป็นพวกมาโซคิสม์ชอบถูกกระทำและทรมาน แต่ไม่มีใครที่รับรู้เรื่องนี้เลยสักคน เพราะจากการที่เธอแสดงออกมาแล้วเธอดูเหมือนพวกซาดิสม์มากกว่า แต่วินเทอร์ที่ย้อนเวลากลับมาเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เขาเลยไม่มีความจำเป็นที่ต้องกังวลเรื่องที่จะมีปัญหากับราชวงศ์ทิวดอร์เลยแม้แต่น้อย ขอแค่เขาสามารถควบคุมเธอได้ทุกอย่างก็จบแล้ว
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนรัวลั่นอย่างต่อเนื่องดังมาจากด้านล่างลานจัตุรัส ในเวลานี้ตระกูลและแก๊งต่างๆ ได้เริ่มเปิดฉากโหมโรงครั้งใหญ่กับเจ็ดตระกูลอัลโกบาเลโน่แล้ว
มีเพียงแค่สามตระกูลใหญ่และแขกกิตติมศักดิ์ที่อยู่ห้องรับรองพิเศษที่ยังไม่เคลื่อนไหว
"เอ่อ...คุณชาย พวกเราต้องทำยังไงต่อขอรับ?" บาร์ซินีได้เอ่ยถามขึ้นมา เพราะในเวลานี้ตระกูลวาเลนไทน์ได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเมลคิออร์แล้ว
"นกกระยางสู้กับหอยกาบ ชาวประมงได้ประโยชน์" วินเทอร์จ้องมองเหตุการณ์ด้านล่างอย่างเฉยเมย
คนที่คิดเช่นนี้ไม่ใช่แค่วินเทอร์คนเดียว ผู้นำตระกูลแพนธีออนก็คิดเช่นเดียวกัน เขากำลังรอให้ตระกูลต่างๆ สู้กันจนเพลี่ยงพล้ำก่อนและรอเก็บผลประโยชน์ทีหลัง
"ทางตระกูลเมลคิออร์กับตระกูลวาเลนไทน์เป็นยังไงบ้าง?" ผู้นำแพนธีออนหันไปถามคนสนิทข้างกาย
"ตอนนี้คนจากตระกูลวาเลนไทน์ได้ไปรวมตัวกับตระกูลเมลคิออร์ที่ห้องรับรองของพวกเขาแล้วครับ"
ผู้นำตระกูลแพนธีออนได้ยินรายงานจากลูกน้องคนสนิท ก็ได้ขมวดคิ้ว "ดูเหมือนว่าทั้งสองตระกูลจะร่วมมือกัน พวกเราไป!"
ผู้นำตระกูลแพนธีออนได้พาสมาชิกในตระกูลไปยังห้องรับรองของตระกูลเมลคิออร์ หลังจากที่พวกเขาได้มาถึงก็พบว่ามันเป็นไปตามที่ลูกน้องคนสนิทของเขาได้รายงานไว้ไม่ผิด
"ดูสินี่ใครกัน ดาเมี่ยนและบาร์ซินีนี่นา ตอนนี้พวกเจ็ดตระกูลเหิมเกริมบุกเข้ามาหยามเกลียดถึงขนาดนี้ ทำไมทั้งสองตระกูลใหญ่ยังไม่เคลื่อนไหวอะไรกันอีก?" ผู้นำตระกูลแพนธีออนเดินยิ้มเข้ามาในห้องรับรอง
"เหอะ ชไวเซอร์ แล้วทำไมตระกูลแพนธีออนของแกถึงยังไม่เคลื่อนไหวอะไรเลยละ ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าภาพและที่นี่คือถิ่นของตระกูลแพนธีไม่ใช่เหรอ?" บาร์ซินีมองเหยียดไปยังชไวเซอร์ผู้นำตระกูลแพนธีออน
"เพราะฉันเห็นว่าสองตระกูลใหญ่ยังไม่เริ่มลงมือนะสิ ถ้าอย่างนั้นพวกเราทั้งสามตระกูลมาจับมือร่วมกันดีกว่าไหม?" ชไวเซอร์ได้เสนอความคิดเห็นขึ้นมา
"ลางเนื้อชอบลางยาง แต่ขอโทษทีนะ พอดีว่าฉันไม่ชอบขี้หน้าแกว่ะ" บาร์ซินีแสยะยิ้มพร้อมชูนิ้วกลางใส่ชไวเซอร์
"ในเมื่อตระกูลวาเลนไทน์ตัดสินใจเช่นนี้ ฉันก็จนด้วยเกล้า" ชไวเซอร์ทอดถอนใจเบาๆ ออกมา ส่ายหน้าและพูดว่า "แล้วทางตระกูลเมลคิออร์ละ สนใจร่วมมือกันหรือไม่ ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับทางราชวงศ์ทิวดอร์อยู่ไม่ใช่เหรอ ฉันพอจะมีเส้นสายกับเจ้าหญิงเลโอนอร์อยู่บ้าง"
"พอแล้ว" ขณะที่ชไวเซอร์กำลังหยิบยื่นผลประโยชน์ที่จะช่วยเหลือตระกูลเมลคิออร์นั้น วินเทอร์ที่กำลังหยอกล้อเลโอนอร์อยู่ได้โบกมือเบาๆ ตัดบทคำพูดของชไวเซอร์ "อยากจะเป็นฮีโร่ แต่ก็เป็นได้แค่ไอโง่ เรื่องเหล่านี้ไม่ต้องพูดอีกแล้ว เปลืองน้ำลาย หยาบคาย"
ครั้นที่วินเทอร์เอ่ยมาถึงตรงนี้แล้ว ใบหน้าแฝงรอยยิ้ม มองดูใบหน้าชไวเซอร์ที่กำลังมองมาด้วยความงุนงง และพูดว่า "ตระกูลแพนธีออนก็ดี อัลโกบาเลโน่ก็ช่าง ถึงคราวที่ต้องบอกลาบทตัวประกอบกันแล้ว"
"วาจาสามหาวมาก" ชไวเซอร์หัวเราะและส่งเสียงดังขึ้นมาว่า "ฟังจากเสียงแล้ว แกคงจะเป็นนายน้อยที่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายคนนั้นสินะ?"
"สงเคราะห์แก" วินเทอร์โยนมีดปอกผลไม้ไปให้กับชไวเซอร์ตามอารมณ์
วินเทอร์ที่นั่งบนโซฟากลางห้อง มือขวาจูงเลโอนอร์ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ไปตามอารมณ์ พร้อมส่งสายตามองชไวเซอร์เหมือนมองคนที่ตายไปแล้ว
ด้วยท่าทีเช่นนี้ในสายตาของชไวเซอร์มองว่ามันเป็นความอัปยศอย่างหนึ่ง เขาถูกเด็กน้อยคนนี้ปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าทีหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้เขาก็ยังคุยโม้เรื่องมีเส้นสายกับเจ้าหญิง แต่ปรากฏว่าเจ้าหญิงที่เขาโม้กลายมาเป็นทาสของเด็กน้อยตรงหน้าไปซะแล้ว และในตอนนี้เขาก็ยังมาถูกเด็กน้อยคนเดิมโยนมีดปอกผลไม้เพื่อที่จะให้เขาไว้ใช้ฆ่าตัวตายอีก จะหยามกันมากเกินไปแล้ว!
"แก-"
เสียงปังจากกระสุนปืนดังสนั่น เมฆาได้ชักปืนออกมายิงชไวเซอร์ตายคาที่ทันทีโดยไม่ปล่อยให้ได้พูดพร่ำทำเพลง จากนั้นสมาชิกตระกูลเมลคิออร์และตระกูลวาเลนไทน์ก็ได้เริ่มลงมือกวาดล้างสมาชิกตระกูลแพนธีออนทันที
"บอส พวกเขามาถึงแล้วครับ" Bozo ยื่นวิทยุสื่อสารดาวเทียมให้กับวินเทอร์
"หน่วยยักษาประจำการ ข้าน้อยนรสิงห์ ยินดีรับใช้เจ้าเหนือหัวผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเหนือสามโลก!" เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากวิทยุสื่อสารดาวเทียม
"ลงมือเถอะ" วินเทอร์ยิ้มตอบสบายๆ แต่เบื้องหลังของคำตอบที่สบายๆ นี้ คือเหตุการณ์ที่จะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศหมาป่า
"เป็นไปตาม ธ ประสงค์ของเจ้าเหนือหัว!" นรสิงห์ตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
ในเวลานี้กองกำลังส่วนหนึ่งของแก๊งหงเหมินได้เดินทางมาถึงประเทศหมาป่าแล้ว
"นี่ก็ผ่านมาจะสิบตอนแล้วนะ เมื่อไหร่จะได้กลับประเทศช้างไปเล่นสงกรานต์สักที..." วินเทอร์มองเหตุการณ์ที่วุ่นวายด้านล่างจัตุรัส พลางบ่นอุบอิบๆ