ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 หาคู่ให้เธอ

            อาหญิงใหญ่จิ่งถูกดุจนหน้าแดงก่ำ เธอเป็นคนถือหน้า ตั้งใจจะเอาเนื้อติดไม้ติดมือกลับไปให้หยางหว่านซิ่วได้ชิมบ้าง จะได้รู้สึกซาบซึ้งบุญคุณเธอให้มากๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่คิด

            เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าผู้หญิงในบ้านทุกคนต่างใส่เสื้อผ้าใหม่ ถึงแม้จะไม่ใช่แบบที่ทันสมัยที่สุดในเมือง แต่ในชนบทก็ถือว่าใช้ได้

            ในห้องโถงถึงแม้จะไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเพิ่ม แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพร แถมยังจ้างสะใภ้ข้างบ้านมาช่วยหั่นสมุนไพรอีกด้วย

            เธออดไม่ได้ที่จะถามว่า “แม่ แม่ก็อายุมากแล้วยังขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรอีกเหรอ? รู้จักสมุนไพรพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

            “บ้านฉันจะทำอะไรมันหนักหัวแกเหรอ?” หยางหว่านซิ่วผิดหวังกับการกระทำของเธออย่างมาก จึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กินข้าวเสร็จแล้วรีบกลับไปเลย ฉันไม่ต้องการความห่วงใยจอมปลอมของแก”

            สีหน้าของอาหญิงใหญ่จิ่งยิ่งแย่ลง แต่สายตาก็หันไปมองทางจิ่งเยี่ยนกุย พอเสี่ยวจ๋ายจ๋ายเห็นเธอจ้องเจ้านายตัวเองก็รีบขู่คำรามเสียงดัง

            จิ่งเยี่ยนกุยสังเกตเห็นความผิดปกติของอาหญิงใหญ่จิ่งมานานแล้ว แต่เธอไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับอาหญิงใหญ่จิ่ง และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร จึงช่วยอาหญิงเล็กจิ่งปอกกระเทียมไป ด้วยนิสัยของอาหญิงใหญ่จิ่ง คาดว่าวันนี้คงจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่แล้วแน่นอน

            เป็นไปตามคาด หลังจากทานข้าวเสร็จ อาหญิงใหญ่จิ่งก็รีบฉวยโอกาสตอนที่หยางหว่านซิ่วเข้าครัว เข้ามาใกล้เธอแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย อาหาคู่ให้หลานที่อยู่ในเมืองแล้ว เดี๋ยวหลานเข้าไปดูตัวกับอาหน่อยไหม?”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันที ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาหญิงใหญ่ถึงเอาแต่จ้องเธอตลอดทั้งวัน ที่แท้ก็กำลังคิดหาผลประโยชน์จากเธอนี่เอง

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดีว่าอาหญิงใหญ่จิ่งเป็นคนยังไง เธอเป็นคนไม่ทำอะไรหากไม่ได้ผลประโยชน์ ตอนนี้มาบอกว่าจะหาคู่ให้เธอ ร้อยทั้งร้อยก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น เธอจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่เจอกัน อาหญิงใหญ่จิ่งยังทำท่าเชิดหน้าใส่เธอ ตอนนี้กลับมาพูดเรื่องหาคู่ให้ คงจะมีเจตนาไม่ดีแอบแฝงอยู่

            เธอแกล้งทำเป็นสงสัยแล้วถามว่า “อาคะ หนูหมั้นแล้วนะ มีคนรักแล้ว อายังไม่รู้เรื่องเหรอคะ?”

            อาหญิงใหญ่จิ่งถึงกับตกใจ และร้องออกมา “อะไรนะ? แกมีคู่แล้วเหรอ? ทำไมหลิวชุนฮวาไม่เห็นบอกเรื่องนี้กับฉัน?”

            จิ่งเยี่ยนกุยพอได้ยินดังนั้นก็เข้าใจยิ่งกว่าเดิม คาดว่าหลิวชุนฮวาคงจะใช้เธอเป็นเครื่องมือ จึงร่วมมือกับอาหญิงใหญ่จิ่งวางแผนจัดการเธอ

            เธอจงใจพูดเสียงดังว่า “ใช่ค่ะ หนูมีคนรักแล้วค่ะ! ตอนที่หนูหมั้นกัน เขาให้หมูมาทั้งตัว ตอนนั้นย่าให้อาสามเอาเนื้อหมูก้อนใหญ่ไปให้อาหญิงใหญ่ด้วยนะคะ อาหญิงใหญ่ไม่รู้เหรอคะ?”

            “เจ้าสามมันเคยเอาเนื้อหมูไปให้ฉันเมื่อไหร่กัน?” พอได้ยินดังนั้นอาหญิงใหญ่จิ่งก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา หมูหนึ่งตัวถึงแม้ว่าจะแบ่งกับพี่น้องและบ้านใหญ่เป็นหกส่วน แต่ก็ยังเป็นชิ้นใหญ่มากอยู่ดี เจ้าสามกลับเอาเนื้อไปซะได้!

            จิ่งเยี่ยนกุยทำหน้าไม่เข้าใจ “อาสามไม่ได้ให้เนื้อหมูอาหญิงใหญ่เหรอคะ? หรือว่าอาหญิงใหญ่จะลองไปถามอาสามดู?”

            อาหญิงใหญ่จิ่งแยกแยะเรื่องสำคัญได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยากจับอาสามมาด่าสักยก แต่ก็กล้ำกลืนความโกรธไว้ในอก

            เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดกับจิ่งเยี่ยนกุยว่า “หลานอยู่ในชนบท คู่ที่บ้านหาให้ก็คงเป็นคนบ้านนอกแน่ อาขอเตือนหลานหน่อย ยกเลิกการหมั้นนั้นไปซะ คู่ที่อาหาให้ในเมืองบ้านเขารวยมากนะ!”

            “เขามีบ้านหลังใหญ่ในเมือง มีรถยนต์ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ถ้าหลานได้แต่งงานไป ก็จะสุขสบายเหมือนคุณนาย ไม่ต้องทำอะไรเลย”

            จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงเรียบว่า “ถ้าคู่หมั้นคนนี้ดีขนาดนี้ ทำไมอาหญิงใหญ่ไม่ให้ลูกพี่ลูกน้องแต่งงานไปเสียล่ะคะ?”

            อาหญิงใหญ่จิ่งเป็นลูกคนที่สองของบ้าน อายุน้อยกว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วแค่สองปี เธอแต่งงานไปตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนจิ่งเจี้ยนกั๋วกับหลิวชุนฮวาแต่งงานกันหลายปีก็ยังไม่มีลูก จึงรับจิ่งเยี่ยนกุยมาเลี้ยง ดังนั้นลูกชายลูกสาวของบ้านอาหญิงใหญ่จิ่งจึงอายุมากกว่าจิ่งเยี่ยนกุย

            ลูกสาวคนเล็กของเธอชื่ออู๋หมิงลี่ อายุมากกว่าจิ่งเยี่ยนกุยสามปี ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่สอบไม่ติดมาสองปีแล้ว และกำลังเรียนซ้ำอยู่

            อาหญิงใหญ่จิ่งรีบพูดว่า “หมิงลี่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยังไม่รีบแต่งงาน หลานเรียนไม่เก่ง เรียนหนังสือไปก็เสียเวลาเปล่า แต่งงานตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าเยอะ”

            ยังไม่ทันที่จิ่งเยี่ยนกุยจะพูดอะไร หยางหว่านซิ่วก็ออกมาจากครัวแล้ว “ใครว่าเยี่ยนกุยเรียนไม่เก่ง? เมื่อไม่กี่วันก่อนหลานฉันเพิ่งสอบเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุดในเมืองได้แล้ว!”

            อาหญิงใหญ่จิ่งอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แม่ แม่คงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะ โรงเรียนนั้นตั้งเงื่อนไขสูงมาก ถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ของอุดมศึกษาปีที่แล้ว ก็จะเข้าไปเรียนไม่ได้ ด้วยคะแนนของเยี่ยนกุย จะสอบติดไปได้ยังไง! หมิงลี่บ้านหนูปีที่แล้วก็เพิ่งสอบผ่านเกณฑ์อุดมศึกษา อย่าบอกนะว่าหล่อนโกหก!”

            หยางหว่านซิ่วได้ยินแล้วก็ทั้งขำทั้งโมโห พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หมิงลี่บ้านเธอเรียนซ้ำตั้งหนึ่งปีถึงสอบผ่านเกณฑ์อุดมศึกษา นั่นก็เพราะหล่อนโง่ อย่าเอาหล่อนมาเทียบกับเยี่ยนกุย”

            คำพูดนี้ทำเอาอาหญิงใหญ่จิ่งแทบสำลัก

            หยางหว่านซิ่วยังพูดต่อว่า “อีกอย่าง คู่หมั้นของเยี่ยนกุยเป็นคนฉลาดและมีน้ำใจ เหมาะสมกับเยี่ยนกุยมาก เธออย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้เลย และมีเรื่องหนึ่งที่เธออาจจะยังไม่รู้ เยี่ยนกุยรู้แล้วว่าหลิวชุนฮวาไม่ใช่แม่แท้ๆ แล้วตอนนี้หล่อนก็อยู่กับฉัน เรื่องการแต่งงานของหล่อน ฉันเป็นคนตัดสิน!”

            อาหญิงใหญ่จิ่งถูกข่าวสารชุดใหญ่กระหน่ำใส่จนมึนไปหมด เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมครั้งนี้ตอนเจอหลิวชุนฮวาถึงรู้สึกแปลกๆ และทำไมจิ่งเยี่ยนกุยถึงไม่อยู่ที่บ้านตระกูลจิ่ง แต่กลับมาอยู่ที่บ้านเก่า ที่แท้ก็เป็นเพราะหลิวชุนฮวาไม่สามารถตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับจิ่งเยี่ยนกุยได้เลย!

            แถมเมื่อวานเธอได้ให้อู๋ต้าเฉิงย้ายทะเบียนนักเรียนของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปที่โรงเรียนในเมืองแล้วด้วย!

            อาหญิงใหญ่จิ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกขึ้นยืนแล้วด่าจิ่งเยี่ยนกุยอย่างไม่ไว้หน้า “เยี่ยนกุย แกทำแบบนี้ได้ยังไง? ถึงแม้ว่าหลิวชุนฮวาจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ของแก แต่หล่อนก็เลี้ยงดูแกมา ถ้าไม่มีหล่อน แกคงอดตายไปนานแล้ว!”

            “แกจะบอกว่าไม่ยอมรับแม่ของตัวเองได้ยังไง แกไม่กลัวคนอื่นจะชี้นิ้วด่าว่าแกเป็นคนอกตัญญูเหรอ?”

            เดิมทีจิ่งเยี่ยนกุยคิดว่า อาหญิงใหญ่จิ่งอยู่ในฐานะผู้ใหญ่ ถ้าเธอพูดให้กระจ่างแล้วก็คงจะแล้วกันไป แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องไว้หน้าอาหญิงใหญ่จิ่งอีกต่อไป จึงมองอาหญิงใหญ่จิ่งแล้วพูดว่า “ที่หนูเรียกอาว่าอา ก็เพราะอาหญิงใหญ่เป็นลูกของย่า หนูคิดว่าคนอื่นๆ ในบ้านอาจจะดุด่าหนูบ้าง แต่อาหญิงใหญ่ไม่มีสิทธิ์”

            เธอพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงก็เย็นเยียบลง “หลายปีมานี้ อาหญิงใหญ่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ย่า ไม่เคยเอาอะไรให้ย่าได้กินเลย อาหญิงใหญ่กลับบ้านแค่ครั้งเดียวคือวันตรุษจีน ก็เพื่อมาอวดว่าตัวเองอยู่สุขสบายดีแค่ไหน”

            “ส่วนย่าที่เลี้ยงดูอาหญิงใหญ่มาจนโต ไม่เคยทำร้ายอาหญิงใหญ่เลย ถึงแม้จะพูดจาไม่ดี แต่ในใจก็ยังรักอาหญิงใหญ่อยู่ดี ทุกครั้งที่อาหญิงใหญ่กลับบ้าน ก็หอบข้าวหอบของกลับไปเยอะแยะ ทั้งหน่อไม้แห้ง ถั่วลิสง ข้าวสาร อาหญิงใหญ่เคยเอากลับไปน้อยที่ไหนกัน?”

            “แล้วหลิวชุนฮวาทําอะไรกับหนูไว้บ้าง ไม่ต้องให้หนูพูด ญาติๆ ในบ้านก็รู้กันหมด! อีกอย่างหล่อนก็ไม่ได้เป็นคนให้กําเนิดหนู เพราะงั้นหนูอยากจะถามว่า อาหญิงใหญ่ไปเอาความกล้าจากไหนมาต่อว่าหนูแบบนี้?”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808