เมืองตงหลิง
เวลาเพิ่งจะเลยหกโมงเย็นมาไม่มากเมืองตงหลิงกำลังเข้าสู่่เวลาเร่งด่วนหลังเลิกงานพอดี
ผู้คนที่ทำงานหนักมาทั้งวันต่างพากันออกจากที่ทำงาน บ้างก็โดยสารระบบขนส่งสาธารณะบ้างก็เดินไปยังสถานีรถไฟฟ้า
ทว่า…
ภาพความสงบสุขเหล่านี้กลับถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงหลังจากการแผ่ขยายของคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น
ทุกคนรู้สึกถึงความหวาดหวั่นฝีเท้าของพวกเขาพลันหยุดชะงักลงทันที
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ทำไมฉันถึงรู้สึกใจสั่นอย่างไม่มีเหตุผล?"
"นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? เมื่อกี้ฉันรู้สึกวูบๆเหมือนว่ากำลังจะมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างกำลังจะมาเยือนอย่างนั้นแหละ"
ผู้คนที่หยุดฝีเท้าต่างมองไปรอบๆ ตัวด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อเห็นว่าคนข้างๆก็เป็เหมือนกับตนเอง ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะซุบซิบกัน
และในขณะนั้นเองทุกคนก็สังเกตได้ว่าแสงสว่างรอบๆ ตัวเริ่มมืดลง
"ฝนจะตกหรือเปล่า?"
มีคนเงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกับตั้งคำถาม
ทันใดนั้นเมฆสีดำทะมึนก็แผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองตงหลิงแทบจะในพริบตาเดียวก็ปกคลุมทั่วทั้งเมือง
"รีบหนีไปกันเร็วเข้า!"
"เมื่อกี้อาจจะเป็แค่ภาพหลอนก็ได้!"
"เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงหนาวขึ้นมาฉับพลันแบบนี้ล่ะ?!"
"บ้าน่า! ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?!"
"นี่มันหน้าร้อนนะ ทำไมถึงมีหิมะตกได้?"
เมื่อพบว่าเมฆดำกำลังคืบคลานเข้ามาผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในที่โล่งแจ้งต่างก็รีบเคลื่อนไหว
แต่ในขณะนั้นเองเสียงร้องอุทานก็ดังขึ้นกะทันหัน ดึงดูดให้ทุกคนเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
และแล้ว…
ทุกคนที่เงยหน้ามองท้องฟ้าในเวลานั้นก็ราวกับถูกสาปให้กลายเป็หินแข็งทื่ออยู่กับที่ สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
บนท้องฟ้าปรากฏเกล็ดหิมะขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาในไม่ช้าก็หิมะสีขาวโพลนปกคลุมไปทั่วเมืองตงหลิง
…
ติ๊ดๆๆๆ!!
เสียงสัญญาณเตือนดังแสบแก้วหู
พื้นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์เมืองตงหลิงตกอยู่ในความวุ่นวาย
"รายงานหน่วยพิทักษ์ พบความผันผวนของพลังงานผิดปกติในเมืองระดับความอันตราย…"
สมาชิกหน่วยพิทักษ์คนหนึ่งผลีผลามเปิดประตูสำนักงานหน่วยพิทักษ์ดังปัง
แต่เขายังมิทันเอ่ยจบประโยคผู้พิทักษ์ที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง สายตามองไปยังสุดขอบฟ้า กลับขัดคำพูดของเขาขึ้น
"ฉันรู้แล้ว ระดับความอันตราย สีแดงเข้ม!!"
มองไปยังเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาด้านนอกผู้พิทักษ์ผู้นี้แววตาเต็มไปด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง
ระดับความอันตรายสีแดงหมายถึงภัยพิบัติที่สามารถทำลายล้างเมืองได้
หากภัยพิบัตินี้เกิดขึ้นด้วยกำลังป้องกันของเมืองตงหลิง เมืองเล็กๆระดับสามแห่งนี้อาจถูกลบออกจากแผนที่ในชั่วพริบตา
"แจ้งไปยังท่านเ้าเมือง เมืองตงหลิงเข้าสู่สถานะเตรียมพร้อมรบเต็มรูปแบบเปิดใช้งานวงเวทป้องกันเต็มกำลัง!"
ผู้พิทักษ์สั่งการไปยังลูกน้องน้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความหวาดหวั่นความรู้สึกไร้พลังผุดแผ่ท่วมท้นปกคลุมจิตใจของเขา
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะสูงถึงผู้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สี่ไม่มีใครในเมืองตงหลิงเทียบได้แต่เมื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติระดับความอันตรายสีแดงก็ทำได้เพียงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด แล้วปล่อยให้เป็ไปตามโชคชะตา!
ในเวลานี้…
คนใหญ่คนโตมากมายในเมืองตงหลิงที่สถานะสูงส่งเหมือนกับผู้พิทักษ์ต่างก็เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยสีหน้าซีดเซียว
…
หวือๆๆๆ!!
หลังจากคำสั่งเตรียมพร้อมรบเต็มรูปแบบถูกประกาศออกไปเสียงหนึ่งที่รุนแรงก็ดังก้องไปทั่วท้องฟ้าเหนือเมืองตงหลิง
วงเวทป้องกันที่ไม่ได้ถูกเปิดใช้งานมานานหลายสิบปีพลันแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นน้ำห่อหุ้มเมืองตงหลิงเอาไว้
ท้องฟ้าสว่างขึ้นในชั่วพริบตาผู้คนที่สั่นเทิ้มด้วยความหนาวะเืพลันรู้สึกถึงความปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อยในขณะเดียวกันก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกฝังลึกอยู่ภายใน
"วงเวทป้องกันถูกเปิดใช้งาน! หรือว่าสัตว์อสูรป่ากำลังจะบุกโจมตีเมือง?"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมถึงมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นได้?"
"ใครก็ได้ช่วยฉันที ฉันยังไม่อยากตายนะ"
"…"
ความสิ้นหวังความหวาดกลัว แผ่ขยายไปในหมู่ผู้คนราวกับโรคระบาด ทุกคนต่างพากันภาวนาอย่างเงียบๆ
โฮก!!
ในขณะนั้นเองเสียงคำรามที่ดังกึกก้องไปทั่วก็ดังขึ้นกะทันหัน
เมื่อทุกคนเงยหน้ามองขึ้นไปสีหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
บนท้องฟ้าเหนือเมืองตงหลิงปรากฏเงาร่างมหึมา!
มันกางปีกออกเบาๆก็ทำให้เมฆบนท้องฟ้าปั่นป่วนไม่หยุด
แสงที่ลอดผ่านรอยแยกของเมฆลงมาทำให้ผู้คนจำนวนมากได้เห็นรูปร่างทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตขนาดมโหฬารนี้
มีเขาคู่หนึ่งงอกอยู่บนหัวปีกทั้งสองข้างกางออกบดบังท้องฟ้า รูปร่างที่คล้ายคลึงกับเส้นสายยาวๆปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีคราม ภายใต้แสงแดดที่ส่องสว่างด้านหลังมันเปล่งประกายความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจสบตามองตรงได้
"มัง-กร…?!"
เมื่อเห็นภาพนี้สีหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุดส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ันั่นคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งระดับสัตว์อสูรเทวะเป็อย่างน้อยยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้พลังอันยิ่งใหญ่ที่มิอาจคาดเดา!
ทำไมมันถึงปรากฏตัวในเมืองตงหลิงได้?!!
โฮก!!
เสียงคำรามของัดังก้องขึ้นอีกครั้งร่างกายมหึมาวนเวียนอยู่เหนือเมืองตงหลิงสองสามรอบจากนั้นก็กระพือปีกพุ่งเข้าไปในเมฆบนท้องฟ้า
ครืนๆๆ…
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ัหายไปเมฆดำที่ปกคลุมอยู่เหนือเมืองตงหลิงก็หายไปด้วย
ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิมเมืองตงหลิงรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยผลลัพธ์ดูเหมือนจะราบรื่นกว่าที่คิด
บ้าไปแล้ว!
หลังจากัที่น่าสะพรึงกลัวและปรากฏการณ์ผิดปกติหายไปผู้พิทักษ์เมืองตงหลิง ผู้ควบคุมสมาคม และตระกูลมหาเศรษฐีต่างๆต่างก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยท่าทางหมดเรี่ยวหมดแรง
ในขณะที่ยังคงหวาดกลัวทุกคนก็ออกคำสั่งเดียวกัน
"ตรวจสอบ!"
"ต้องตรวจสอบหาสาเหตุของเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ได้!"
…
…
หมู่บ้านเวินซิน
หวังเฉินไม่รู้เลยว่าการหลอมรวมสัตว์อสูรของตนได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้น
ในขณะนี้
เขากำลังมองไปยังกลุ่มแสงอันงดงามเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น
ภายใต้สายตาของเขาแสงสว่างค่อยๆ หดตัวเข้าไปในกลุ่มแสงสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดตนหนึ่งปรากฏรูปร่างออกมา
รูปร่างของสิ่งมีชีวิตนี้คล้ายคลึงกับัที่หวังเฉินเคยเห็นในข้อมูลมากแต่รูปร่างเพรียวและเต็มไปด้วยพลัง มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าประหลาด
เกล็ดทั่วตัวของมันเป็สีครามภายใต้แสงสว่างราวกับคริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับ
ปีกเล็กๆคู่หนึ่งแนบอยู่บนหลัง แต่ละเส้นลายบนนั้นกลับให้ความรู้สึกถึงความงามที่น่าทึ่ง
ดวงตาทั้งสองข้างก็เป็สีครามเช่นกันในขณะนี้กำลังจ้องมองมาที่หวังเฉินด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น
"เฮ้อ!"
"นี่คือร่างสุดท้ายของกิ้งก่าน้ำแข็ง พญาัเหมันต์สินะ?"
"ดูท่าจะแข็งแกร่งมากๆ เลยนะนี่!"
หวังเฉินหายใจออกมายาวๆเขาก็มองไปยังพญาัเหมันต์ที่อยู่ตรงข้ามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
แต่…
เมื่อพญาัเหมันต์ปรากฏตัวอุณหภูมิของห้องทั้งหมดก็ลดลงอย่างรวดเร็ว บริเวณที่พญาัเหมันต์ยืนอยู่ปรากฏน้ำแข็งให้เห็นด้วยตาเปล่า
อุณหภูมิในขณะนี้ด้วยร่างกายของหวังเฉินที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพมาใหม่ๆ ก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว
"ต่อไปก็ถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุด การทำสัญญาผูกมัดกับเ้าตัวเล็กนี่!"
โดยไม่ลังเลในขณะที่น้ำแข็งยังไม่ขยายตัวต่อไป หวังเฉินก็ยื่นมือออกไปใช้ศาสตร์ควบคุมอสูรกับพญาัเหมันต์ทันที!