พริกแกงกลับไปเอารถมินิคูเปอร์ที่ฝากไว้คอนโดฮิวโก้ก่อนขับกลับไปที่บ้าน เธอคิดมาหลายวันแล้วว่าจะเอาพวกเสื้อผ้าของใช้ไปขายเพราะบางอย่างคงไม่ได้ใช้แล้ว
"คุณพรุ่งนี้พวกเราต้องใส่เสื้อสีเหลืองประจำวันเกิดผมนะผมมีนัดสำคัญ พริ้งก็ต้องใส่นะลูกถ้างานนี้ราบรื่นพ่อจะพาไปช้อปปิ้งที่เกาหลี"
"จริงหรือคะ! เย้! คุณพ่อใจดีที่สุดเลย!" พริ้งกอดคอผู้เป็พ่อดีใจที่จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศ
"ซินแซ่ที่จะมาปรับห้องทำงานคุณติดต่อมาแล้วนะคะ พรุ่งนี้ตอนบ่าย"
นายธงชัยภรรยาและลูกสาวนั่งคุยหยอกล่อกันที่ห้องนั่งเล่น นายธงชัยนั่งเซ็นเอกสารมือเป็ระวิงวันนี้ท่านรู้สึกไม่สบายจึงหยุดงานครึ่งวัน ภรรยาและลูกสาวจึงอยู่ดูแลเอาใจ
พริกแกงเดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ที่รับเธอลงจากรถเห็นภาพครอบครัวสุขสรรค์ของพ่อเธอก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก คิดถึงภาพในอดีตเมื่อตอนเธอยังเด็กที่พริ้งกับแม่พึ่งมาอยู่บ้านหลังนี้ไม่นาน พริ้งแย่งเธอเล่นของเล่นแต่เธอไม่ให้พริ้งจึงโยนของเธอทิ้งจากชั้นสองทำให้ของเล่นเธอพัง นายธงชัยกลับจากการเจรจาที่ล่มเหลวเห็นพริกแกงผลักพริ้งลงพื้นร้องไห้ก็ดุเธอใหญ่โดยไม่ถามอะไรเลย และอีกหลายครั้งที่พ่อเธอเอาแต่โทษว่าเธอเป็ต้นเหตุของเหตุการณ์ร้ายๆ หลายครั้ง
"พริกแกงมาได้ไงลูก... หรือว่าจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว!"
"เงินคงหมดแล้วละสิพี่พริกถึงกลับมา แหม่... โทรหาพริ้งก็ได้เดี๋ยวพริ้งแบ่งให้" พริ้งรีบเสริมสายหยุดรีบตีแขนลูกให้หยุดพูด พริกแกงบอกแค่มาเอาของก่อนขอตัวขึ้นห้องไปทุกคนรีบเดินตาม เธอลงมือเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางทันทีก่อนจะยัดกีตาร์ที่วางเรียงในห้องนอนที่ส่วนหนึ่งทำเป็ที่ซ้อมดนตรีใส่กระเป๋าพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ สั่งสาวใช้เอาไปเก็บที่รถ
"นี่จะทำอะไรจะขนของไปไหนอีก!" นายธงชัยชักสีหน้าใส่ "พริกแกง... นี่แกคงไม่คิดไปจากที่นี่จริงๆ นะมาม๊ากับอากงแกรู้ว่าแกไม่อยู่นี่ฉันโดนด่าแน่ แค่ปล่อยแกไปอยู่นอกบ้านเป็เดือนๆ ก็มากพอแล้ว"
"ไม่ต้องห่วงพริกไม่บอกหรอกคะ เดี๋ยวอีมาเยี่ยมเมื่อไรพริกจะกลับมาอยู่บ้านให้พร้อมแสร้งว่ารักกันดี ลาละค่ะ" พูดจบเธอเดินออกไปเลย
"แกอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ! ฉันไม่ให้แกไปทุกคนจบคุณหนูไว้!!" ท่านสั่งสาวใช้สี่คนช่วยกันจับพริกแกงไว้แต่ไม่มีใครสู่แรงเธอไหวสักคน ต่างเจ็บตัวจากแรงสบัดของเธอ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะพริกแกงโตแล้วนะจะมาทำงอนไร้สาระอะไรกัน! อย่าสร้างปัญหาให้ฉันได้มั้ย!!"
"ค่ะ... พริกเป็คนไร้สาระ... ไร้ตัวตนสำหรับคุณพ่ออยู่แล้ว ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่างพริกมันตัวซวยนี่เกิดมาก็มีแต่เื่ ทำธุระกิจก็ขาดทุนโดนฟ้องร้องและอีกสารพัด คุณพ่อก็โทษแต่พริกแต่ไม่เคยโทษตัวเองเลยว่าตัวเองห่วย ไม่ได้เื่!"
"จะมากไปแล้วนะพริกแกง! จะเดินหนีไปไหนกลับมาคุยกันให้รู้เื่ก่อน!!"นายธงชัยร้องตามลูกสาว พริ้งกับแม่เข้ามาปลอบใจไม่ให้คิดมากบอกเดี๋ยวเธอหายงอนก็กลับมาเอง
พริกแกงต่อสายหาฮิวโก้แต่ไม่รับสายมีเพียงผู้จัดการเท่านั้น เขากำลังซ้อมร้องเพลงอยู่ที่ค่ายเธอจึงตามไปพบทันทีก่อนจะโทรหาอีกครั้งคราวนี้ปิดเครื่องเธอจึงไปติดต่อประชาสัมพันธ์ขอพบนักร้องหนุ่ม
"คุณน้องคะวันๆ หนึ่งมีคนมาขอพบมาตามกรี๊ดพวกนักร้องนักแสดงตั้งไม่รู้กี่คน อ้างว่าเป็แฟนบ้างเพื่อนสนิท ญาติติโกโอ้ย... สารพัดวิธีน้องอย่าพยายามเลย โน้นไปรอตรงที่ๆ เขาจัดให้แฟนคลับนั่งรอเดี๋ยวน้องฮิวโก้ซ้อมเสร็จก็ลงมาเองแหละ" ประชาสัมพันธ์ไล่เธอไปกองรวมกับแฟนคลับพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
"สงสัยรอจนดึกแน่เลย เอาไงดีนะ" พริกแกงเดินไปมาหาวิธีติดต่อฮิวโก้
"กรี๊ดดดดด!! แกนั่นพี่แอลนี่!!"
"ใช่! ตัวจริงสวยมากเลยไปขอถ่ายรูปเร็ว!!" แอล นักร้องสาวซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของค่ายเดินเข้าตึกมาพอดี พริกแกงรีบวิ่งตามกลุ่มแฟนคลับร้องเรียกแอลท่ามกลางกลุ่มคนจำนวนมาก ผู้จัดการรีบกันเด็กๆ ออกก่อนให้อยู่ในความระเบียบและเพื่อความปลอดภัยของศิลปิน
"โอ้ย!!" พริกแกงโดนเบียดจนล้มลงไปกองก่อนที่พื้นทุกคนจะหยุดดูก่อนพยุงเธอขึ้นยืน
"แพทธิเซียเหรอ... มาทำอะไรที่นี่?" แอลเดินมาดูคนล้มเห็นเป็พริกแกงก็ร้องทักให้พนักงานพยุงเธอไปรอที่ประชาสัมพันธ์ก่อนเพื่อที่จะถ่ายรูปกับแฟนคลับ พนักงานประชาสัมพันธ์คนเดิมเอาน้ำมาเสิร์ฟอย่างอย่างนอบน้อมให้เธอตามสบาย
แอลพาพริกแกงมาชั้นบนที่เป็พื้นที่ส่วนตัวของศิลปิน เธอพาไปพบฮิวโก้ตามคำขอพร้อมเล่าเื่ราวให้ฟังว่าเธอถูกทวงหนี้จากคริสแปดหมื่นบาทและต้องจ่ายอาทิตย์นี้ เธอเลยไปเอาเสื้อผ้ามาให้ฮิวโก้ช่วยขายให้พวกพนักงานตามที่เคยพูดกันไว้ก่อนหน้านั้น พริกแกงพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าแอลเป็พี่สาวของคริสทั้งที่คบหากันตอนอยู่อังกฤษเป็ปีๆ
"พี่ขอโทษแทนไอ้น้องเวรด้วยนะที่หาเื่แกล้งตลอด เอางี้เดี๋ยวพี่ช่วยขายเองของมีอะไรบ้างล่ะ"
"มีพวกกระเป๋ากับเสื้อผ้า บางตัวพริกยังไม่ได้ใส่เลย" แอลให้คนไปเรียกพวกพนักงานที่เริ่มเลิกงานแล้วมาดูส่วนใหญ่พนักงานที่นี่จะเป็พวกที่ทำงานในวงการบันเทิงจึงต้องแต่งตัวสวยงามทั้งนั้น แอลช่วยพริกแกงเต็มที่เพราะเป็น้องของแฟนหนุ่ม
"ตายแล้วคุณน้องขาจะขายจริงหรือคะ นี่มันแบรนด์หรูทั้งนั้นเลยนะคะกระเป๋าใบนี้ห้าหมื่นเลยนะคะ!" ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองนั่งลูบกระเป๋าพริกแกงอย่างรักใคร่
"ค่ะ ถ้าพี่คนสวยจะเอาพริกลดให้เหลือหมื่นหนึ่งไปเลยค่ะ สวนกางเกงพริกซื้อมาห้าพันขายพันเดียว" เธอได้รับความสนใจเป็อย่างมากจนพวกเสื้อผ้าที่นำมาขายหมดเกลี้ยงใครที่เงินไม่พอแอลก็อาสาออกให้ก่อน พริกแกงนั่งนับเงินได้ทั้งหมดห้าหมื่นกว่าบาทที่เธอได้เยอะเพราะขายกระเป๋าไปสามใบตกใบละหนึ่งหมื่นบาท แอลอยากให้เธอเอากระเป๋าไปปล่อยตามร้านรับซื้อจะได้ราคาดีกว่าแต่เธอยินดีที่จะขายในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แค่เห็นสีหน้าของคนที่ได้รับของต่อเธอก็มีความสุขแล้ว
"ของนอกกายพริกไม่ยึดติด ตอนนี้พริกเป็แค่พริกแกงพนักงานร้านกาแฟไม่ใช่คุณหนูไฮโซมาจากไหนไม่รู้จะใส่ให้ใครดู ตอนอยู่เมืองนอกก็เอาบริจากให้กับองค์กรการกุศลประจำ ก็อย่างที่เด็กร้านกาแฟมันพูดว่าไงนะ อ้อ... เงินทองของนอกการตายไปก็เอาไปไม่ได้ใช่มั้ย?"
"จ้า... ถ้าเราไม่รู้จักกันมาก่อนพี่คงคิดว่าเธอเพี้ยนของราคารวมกันตั้งสองสามแสนมาขายได้เงินห้าหมื่น กำไรเยอะเนอะ-_-" แอลแซวพริกแกงก่อนขอให้เธออยู่รอทานอาหารเย็นด้วยกันก่อน ไม่ทันที่เธอจะปฏิเสธฮิวโก้ก็เดินมาพร้อมเพื่อนๆ ในวง
"ไม่รู้แกจะมาหาเฮียพีชพึ่งออกไปเมื่อเกี่ย มีงานร้องเพลงให้ฉันโทรเรียกมั้ย" พริกแกงปฎิเสธไม่อยากรบกวนเวลางานของพี่ชาย พวกเขาทั้งหมดเดินทางไปร้านอาหารใกล้ๆ พวกบล๊อกบีทำความรู้จักกับพริกแกงแสดงความเป็กันเองกับเธอมากแม้จะพึ่งเคยเจอกันครั้งแรก ฮิวโก้เลยเล่าเื่ที่พริกแกงหนีออกจากบ้านให้ทุกคนฟังท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นร้าน
"เื่ฉันมันหน้าขำขนาดนั้นเลยเหรอ นอกจากข่าวเป็เด็กขายตัวไม่พอนะไอ้คริตตี้มันยังมาทวงตังค์อีกฉันเลยต้องเอาของมาขายนี่แหละ" เธอทำหน้ามุ่ยใส่ก่อนจะตักตำยำปลากะพงเข้าปาก
"เอาจริงๆ แกจะลำบากทำไมวะเอาเงินจากฉันก็ได้ หรือไม่ก็ขอพี่แกไง พวกเฮียๆ รวยจะตายหาตังค์เดือนหนึ่งได้ตั้งกี่ล้าน เฮียพีชก็เป็นักร้องถ่ายโฆษณาตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าห้าล้านแล้ว เฮียพอลกับเฮียภัทรอีกเป็หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศทั้งเงินเดือนไหนจะหุ้นอีกแค่เศษเงินแกก็อยู่สบายละ" ฮิวโก้ละเบื่อกับอารมณ์ศิลปินของพริกแกง
"เอาจริงๆ ยิ่งเห็นคนอื่นที่หาเงินใช้เองได้แล้วตัวฉันเองยิ่งดูเป็คนที่ไร้สาระมาก... แกดูไอ้เด็กวินวินดิพ่อแม่ก็ไม่มีหาเงินใช้ส่งตัวเองเรียนั้แ่สิบขวบเห็นแล้วอายว่ะ มือตีนมีครบจะมานอนรอขอเงินคนนั้นทีคนนี้ที เหอะ!" ทุกคนค่อยๆ คิดตามพริกแกงก็เข้าใจความคิดเธอเพราะพวกเขาก็ภูมิใจมากที่หาเงินใช้เองได้ เธอคุยเล่นอยู่พักใหญ่ก่อนเหลือบเห็นนาฬิกาข้างฝาร้านจึงนึกขึ้นได้ว่านัดพวกซันเพื่อนมาวินไว้ เธอเอ่ยลาทุกคนก่อนจะขอตัวกลับอย่างเร็ว
พริกแกงกว่าจะขับรถหาทางกลับมาที่ร้านได้ก็ปาเข้าไปสามทุ่มร้านได้ปิดลงแล้ว เธอพยายามโทรหาทุกคนแต่ไม่มีใครรับสาย อยู่ๆ ก็มีเสียงดังลอดออกมาจากร้านเธอหยิบไม่กวาดทางมะพร้าวไว้แน่นกะว่าถ้าเป็โจรจะฟาดให้ขาหัก เดินไปไขประตูอย่างเบามือ ทันทีที่เปิดประตูมีสิ่งของมากระทบหน้าเธออย่างจัง
"แฮปปีเบิร์ดเดย์!!" ไฟร้านถูกเปิดขึ้นพร้อมเสียงพุกระดาษ ซัน ต่อ สินและหมูนั่นเองในมือของซันยังถือเค้กที่เละไม่ได้รูปพอเห็นเป็พริกแกงก็ใ
"เฮ้ย... พี่พริกแกง!!"
"ทำไรกันเหรอ" มาวินเดินมาหยุดหลังพริกแกงอย่างมึนงง
"พวกแกตายยยย!!!" พริกแกงที่หน้าเต็มไปด้วยเค้กใช้ไม้กวาดที่ถือมาไล่ฟาดทุกคนจนหนีแตกกระเจิงทั่วร้านท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนาน พวกซันรอพริกแกงอยู่นานว่าจะจัดวันเกิดให้มาวินแต่เธอหายไปติดต่อไม่ได้ หมูจึงโทรขอพี่เ้าของร้านก่อนจะพากันแอบอยู่ในร้านโทรเรียกมาวินกลับมาร้านแต่กลายเป็พริกแกงเอาหน้ามารับเค้กแทน หลังจากนั้นพวกเขาก็ลงมือทำหมูกระทะทานกันที่ร้านกาแฟ พริกแกงไม่ทานกับคนอื่นเพราะอิ่มแล้วเธอกลับรถไปเอากีตาร์ตัวโปรดที่กำลังคิดจะเอาไปขายมาเล่นให้ทุกคนฟัง
"ปาดดดเจ้... กีตาร์ตัวนี้ไม่ถูกเลยนะซื้อมาได้ไง โฮ้ย... ขอลองเล่นได้มั้ย!" ซันตื่นเต้นรับกีตาร์มือไม้สั่น
"พี่ชายซื้อให้วันเกิดเมื่อสองปีที่แล้ว สักหกหมื่นได้มั้งที่จริงมีอีกตัวอยู่ที่อังกฤษไม่ได้เอามาด้วย"
"งั้นที่พี่เคยบอกบ้านรวยก็จริงดิ นึกว่ามุกนะเนี่ย" มาวินถามอย่างสงสัยว่าเธอมาทำงานรับจ้างทำไม?
"อือ... ก็พอตัวทำธุรกิจโรงแรมแต่พ่อฉันรวยไม่ใช่ฉัน" เธอตัดสินใจเล่าให้ทุกคนฟังว่าเธอทะเลาะกับพ่อเลยออกมาอยู่ข้างนอก จากที่เธอััมาคนพวกนี้ถึงจะไม่มีฐานะที่เลิศหรูเรียนโรงเรียนรัฐบาลดูเกเรไม่มีอนาคตแต่คนพวกนี้ก็จริงใจกับเธอ คอยช่วยเหลือเธอตลอดต่างจากพวกในมหาลัยที่มีแต่คนมีฐานะทางสังคมแต่กลับจอมปลอมคบไม่ได้ดูกันแต่ที่หน้าตาชื่อเสียงเงินทองเป็อันดับแรกหาคนจริงใจด้วยน้อยมาก
"สุดยอด... อุดมการณ์แรงกล้ามาขอหอมทีหนึ่ง" สินหนุ่มหน้าเข้มทำท่าจะหอมพริกแกงแต่โดดเท้ามาวินเสียก่อน
"ทำเป็หวงนะมึงคิดไรกันปะเนี่ย โอ้ยยย!! แม่งเหล็กคีบถ่านเหรอมึงไม่เอาก้อนถ่านโยนใส่กูเลยละห่า ร้อน... แขนพองเปล่าวะ"
"ก็แกพูดมากจะกินมั้ยหมูจะไหม้ละนั่น" มาวินกับเพื่อนแกล้งกันเป็เด็ก พริกแกงขอออกมานั่งรับลมหน้าร้านเปิดดูรูปในโทรศัพท์ก่อนโพสลงไอจีให้เพื่อนๆ เธอดู มาวินออกมาสูบบุหรี่จึงนั่งลงพื้นหน้าร้านข้างๆ เธอแววตาเศร้าสร้อยต่างจากตอนอยู่ในร้าน
"เป็ไรพี่มานั่งเงียบๆ คนเดียวเดี๋ยวยุงก็หามหรอก"
"ไม่มีไรแค่ส่งรูปไปอวดเพื่อนว่าฉันก็มีคนคบนะ ดูดเพลาๆ หน่อยก็ได้เป็นักร้องมันทำลายเสียงนะ" เธอพูดเตือนแล้วยื่นรูปให้ดูเป็รูปเขากับเพื่อนๆ นั่งทานหมูกะทะ มาวินบ่นหน่อยๆว่าเอารูปไม่หล่อลงเดี๋ยวแฟนคลับหนีหมด ในสังคมเฟสบุ๊คมาวินค่อนข้างที่จะดังทีเดียวมีคนติดตามมากมายแต่เขาไม่ค่อยจะถ่ายรูปอัพเดตอะไรมีก็แต่เพื่อนๆ ที่ชอบแอบถ่ายแล้วเอาไปลง
"เป็ไร... เห็นหน้าเศร้าั้แ่เช้าละ" มาวินบอกเกือบสิบปีแล้วที่เขาไม่เคยจัดงานวันเกิด เขาล่วงกระเป๋าใส่เงินออกมาดูรูปถ่าย
"ว้าว... ตัวบวมเชียววินนี่เหรอ?" มาวินพยักหน้าเป็รูปครอบครัวมีแม่พี่สาวและตัวเขาเองที่ค่อนข้างเ้าเนื้อดูเหมือนอาตี๋แถวเมืองจีนที่พริกแกงเคยเห็น ในรูปทุกคนยิ้มใส่กล้องกันอย่างสดใส เธอมองรูปสลับกับมาวินที่ทำหน้าเศร้าจนเธอรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
"เกิดอะไรขึ้น..."