หลังจากวันแรกที่คินได้เจอกับพายุในชมรมคาราเต้ ชีวิตในมหาวิทยาลัยของแวมไพร์มือใหม่คนนี้ก็ยิ่งวุ่นวายขึ้นไปอีก คินตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพกล้ามเนื้อแน่นและกลิ่นเืหอมหวานของพายุยังวนเวียนอยู่ในหัว เขารู้ดีว่าต้องรีบลงมือทำภารกิจดูดเืให้ได้ก่อนวันที่เจ็ด ไม่อย่างนั้นแวมไพร์รุ่นพี่จะลากตัวเขากลับโลกเดิมแน่
คินนั่งจ้องเพดานหอพัก มือกำกระดาษสีชมพูของปั้นชาแน่น ขณะที่สมองพยายามวางแผนแบบงงๆ ว่า “ต้องจัดการพายุให้อยู่หมัด!”
บ่ายวันต่อมา คินตัดสินใจแอบตามพายุไปที่ห้องซ้อมคาราเต้หลังเลิกเรียน ใจเขาตื่นเต้นจนหัวใจเต้น กลิ่นเืของมนุษย์ที่ลอยมาจากนักศึกษารอบข้างทำให้เขาต้องกลั้นหายใจเป็ระยะ
คินยืนแอบอยู่หลังประตูห้องซ้อม มองพายุที่กำลังฝึกท่าต่อสู้อยู่กลางยิม ชุดคาราเต้สีขาวเปื้อนเหงื่อ ผมเปียก กล้ามแขนขยับทุกครั้งที่ออกหมัด กลิ่นเืของพายุชัดเจนขึ้นในอากาศ คินรู้สึกเขี้ยวในปากเริ่มยาวขึ้น เขากลืนน้ำลาย พึมพำกับตัวเอง
“ถึงเวลาแล้ว คิน ทำได้อยู่แล้ว!” คินให้กำลังใจตัวเอง
เมื่อการซ้อมเสร็จลง นักศึกษาคนอื่นๆ ทยอยออกจากยิม คินรอจนห้องเหลือแค่พายุที่กำลังเก็บของอยู่มุมหนึ่ง เขาตรงเข้าไปด้วยความมุ่งมั่น ใจเต้นแรงจนแทบะเิ
คินพยายามเรียก “พลังจิตสะกด” ที่แวมไพร์รุ่นพี่สอนมา—ซึ่งเขาจำได้แค่ว่าต้องจ้องตาแล้วสั่งให้เป้าหมายอยู่นิ่ง คินยื่นหน้าเข้าไปใกล้พายุ ดวงตาสีน้ำตาลใต้คอนแทคเลนส์จ้องเขม็ง
“อยู่นิ่งๆ นะ... พี่พายุ...”
พายุที่กำลังเช็ดเหงื่อหันมามองคินด้วยสีหน้างุนงง
“หืม? น้องคินมาทำอะไรตรงนี้?”
เขายกคิ้ว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองคินด้วยความสงสัย แต่ไม่มีทีท่าว่าจะถูกสะกด
คินเริ่มใ พลังจิตที่ว่าดันไม่ทำงาน! เขาพยายามจ้องตาพายุแรงขึ้น แต่ยิ่งจ้องยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงไปในสายตาคู่นั้นแทน
“เอ่อ... ผม...”
คินเริ่มพูดติดขัด สัญชาตญาณแวมไพร์สั่งให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น เขาก้าวเข้าไปจนแทบจะชนตัวพายุ ใบหน้าขาวซีดของคินเข้าไปใกล้คอของรุ่นพี่ กลิ่นเืหอมหวานเหมือนน้ำผึ้งป่าลอยมาเตะจมูก คินสูดหายใจลึก ดมกลิ่นนั้นอย่างลืมตัว จมูกของเขาเกือบแตะผิวที่คอของพายุ เขาค่อยๆ ขยับลงมาดมต่อที่หน้าอก กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นเืยิ่งทำให้หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
“หอม... หอมมาก...”
พายุชะงักไปวินาทีหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนจากงงเป็แปลกใจ เขามองคินที่กำลังดมเขาอย่างตั้งใจ ใบหน้าของคินตอนนี้ดูจริงจังเกินเหตุ พายุยกคิ้ว สมองเริ่มตีความสถานการณ์ไปอีกทาง
“เดี๋ยว... น้องคิน... นี่จะทำอะไรพี่เนี่ย?”
เขาถามด้วยน้ำเสียง ปนตลิก แต่ในใจเริ่มคิดไปไกล
คินที่ยังคงดมต่อไปไม่รู้ตัวว่าพายุกำลังเข้าใจผิด เขายังคงหมกมุ่นกับกลิ่นเื จมูกขยับลงมาที่หน้าอกของพายุอีกครั้ง พายุยืนนิ่ง มองคินด้วยสายตาที่เริ่มมีเล่ห์เหลี่ยม
“เออ... ถ้าจะ ‘ดูด’ อะไรพี่เนี่ย ทำดีๆ หน่อยสิ น้อง”
เขาพูดพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ทำเอาคินสะดุ้งสุดตัว
“ห๊ะ?!”
คินเงยหน้าขึ้น หน้าแดงก่ำเมื่อเห็นสายตาของพายุที่ดูไม่เหมือนปกติ
“ผม... ผมไม่ได้...!”
เขาจะอธิบาย แต่สมองว่างเปล่า ไม่รู้ว่าพายุเข้าใจคำว่า “ดูด” ไปในทางไหนกันแน่
พายุหัวเราะเบาๆ มือตบไหล่คินแรงจนแวมไพร์มือใหม่เซ
“ใจเย็นๆ น้อง พี่ล้อเล่น!”
เขาพูด แต่ในใจกลับคิดว่า... คินน่ารักดีเหมือนกัน หน้าใสๆ แบบนี้ ผิวขาวๆ ผมยุ่งๆ ถ้าจะมีอะไรด้วยก็... ไม่เลวเลยมั้ง? พายุสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป แต่สายตาที่ยังมองคินยังคงมีรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“แต่ถ้าจะทำอะไรพี่จริงๆ ตรงนี้มันไม่ค่อยลับนะ ไปหาที่อื่นดีกว่าไหม?”
คินยิ่งงงหนัก หน้าแดงจนเหมือนจะะเิ
“ที่... ที่อื่น?!”
เขาไม่รู้ว่าพายุหมายถึงอะไร ก่อนที่คินจะได้ตั้งสติ พายุคว้ามือเขาด้วยท่าทางสบายๆ มือใหญ่และอุ่นของรุ่นพี่บีบมือคินเบาๆ แต่หนักแน่นเหมือนจะไม่ยอมให้หลุด
“มา เดี๋ยวพี่พาไป”
พายุพูดด้วยน้ำเสียงตลก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเ้าเล่ห์ขณะลากคินเดินออกจากยิม
คินสะดุ้ง มองมือตัวเองที่ถูกพายุจับไว้ ใจเต้นแรงจนแทบจะะเิออกจากอก เขาอยากจะถามว่าพวกเขาจะไปไหน แต่ปากกลับขยับไม่ได้ เหมือนถูกพลังจิตของมนุษย์คนนี้สะกดเสียเอง
ทั้งคู่เดินผ่านโถงทางเดินของตึกกีฬา กลิ่นเหงื่อและน้ำยาทำความสะอาดลอยมาเตะจมูก แต่กลิ่นเืของพายุยังคงเด่นชัดจนคินต้องกลั้นหายใจเป็ระยะ
พายุพาเขาเลี้ยวเข้าประตูที่มีป้ายเขียนว่า “ห้องล็อกเกอร์” คินเหลือบมองป้ายนั้นด้วยความงุนงง
“ล็อก... เกอร์? นี่มันอะไร?”
เขาคิดในใจ สมองพยายามแปลคำศัพท์มนุษย์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ร่างกายกลับเดินตามพายุไปอย่างว่าง่ายโดยไม่รู้ตัว
