บทที่ 11
ครีโม่...ผู้เหี้ยมโหด
ก๊อก...ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังขึ้น ไม่รอให้เ้าของห้องตอบรับ เยนิก้าผลักประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เอวาเห็นแบบนั้นก็เข้าใจได้ทันที ก็ไม่ผิดจากที่เธอคิดเอาไว้ คนโง่เขลาเช่นนี้ย่อม้าให้มันเป็เื่ใหญ่ทั้งๆที่จะไม่เป็ผลดีกับตัวเองก็ยอม
ลีน่ายังคงสงวนท่าที เธอกล่าวถามข้อเท็จจริงออกไปตามที่ได้รู้มาจากบุตรสาว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือคำตอบง่ายๆเพียงว่า “ข้าไม่ได้ทำ”
น้ำเสียงกระจ่าง ดวงตาสดใสราวแก้วของเอวาลีนตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
ได้ยินเช่นนั้น น้ำเสียงเกรี้ยวกราดเหลือจะทนของเยนิก้าดังลั่น
“จะ...เ้าโกหก!!!”
เอวาเอียงคอเล็กน้อย เธอพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้เื่ไม่รู้ราวอะไรทั้งนั้น
“น้องสาว เหตุใดถึงพูดเช่นนี้ละ? พวกเราอยู่ร่วมชายคากันมานานหลายปี เธอเคยเห็นฉันฝึกฝนบ้างหรือไม่ แค่ยกของหนักๆ ฉันยังไม่เคยเลย แล้วท่านแม่…” พูดถึงตรงนี้เสียงของเอวาลีนสั่นเครือคล้ายคนที่กำลังร้องไห้ “ท่านแม่ ฉันไม่มีวาสนาเหมือนน้องรอง ไม่มีโอกาสได้รับไดรฟ์เหมือนกับบุตรคนโตตระกูลอื่น แล้วแบบนี้จะเอาความสามารถที่ไหนไปทำเื่ร้ายแรงอย่างที่น้องสามกล่าวหาได้!!”
มีหรือที่ลีน่าจะไม่ให้คนจับตาดูการเติบโตของ เอวาลีน แน่นอนว่าหากอีกฝ่ายแอบฝึกฝนร่างกายละก็...ไม่มีทางเลยที่จะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้ ซึ่งความจริงในข้อนี้ก็ยากที่จะปฏิเสธ แต่ทว่าเยนิก้าก็ไม่ได้ยอมหยุดเื่ราวไว้เพียงเท่านี้ เธอชี้หน้าก่นด่าพี่สาวของตัวเองอย่างสาดเสียเทเสียราวกับไม่ได้มีสายเืเดียวกัน
“นังจิ้งจอก ใครจะรู้!! เ้าเอาร่างกายตัวเองไปแลกกับไดรฟ์เถื่อนมาจากที่ไหนก็ได้ วันนี้แค่ตรวจดูมานาในร่างของเ้าก็จะรู้ว่าสิ่งที่ข้าพูดไปเป็เื่จริงหรือไม่!!”
ได้ยินคำกล่าวหาเช่นนั้น เอวาก้มหน้าลงไม่ให้ใครเห็น เธออมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองไล่ไปยังทุกคนและพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า “หากน้องสาวคิดเช่นนั้น ก็ลองตรวจดูได้เลย ร่างกายของฉันไม่ได้ผสานเข้ากับไดรฟ์อย่างแน่นอน”
ครีโม่ที่ยืนเงียบมาตลอด เขาได้เพ่งสายตามองไปที่อีกฝ่าย เขาไม่เห็นถึงละอองมานาในตัวของเอวาลีนเลย หรือแม้แต่จุดมานารอบๆกายก็ยังไม่ปรากฏให้เห็น ดังนั้นแล้วความจริงที่ว่าอีกฝ่ายแอบผสานไดรฟ์อย่างลับๆจึงเป็เื่ราวที่ไร้มูลความจริงแม้แต่น้อย
เยนิก้าเห็นแบบนั้น เธอไม่ยอมแพ้ “ถ้าเ้ายังไม่ผสานไดรฟ์ ก็คงเป็เพราะเ้าแอบฝึกฝนร่างกายอย่างแน่นอน ่หนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้น ข้าเห็นเ้าเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง จะต้องใช่แน่...เ้าต้องแอบฝึกร่างกายเอาไว้ เพื่อจะทำเื่ไม่ดีกับพวกเราภายหลังแน่นอน”
ถึงตรงนี้เอวาได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆในความคิดของเยนิก้า “น้องสาว ถ้าเธอกำลังบอกว่า พี่ของเ้าคนนี้มีความสามารถที่เหนือกว่าน้องรอง เป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะสินะ สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ในเวลาไม่ถึงสองเดือน จนแข็งแกร่งถึงขนาดเอาชนะผู้ที่ผสานไดรฟ์ระดับเงินได้ละก็ ฉันจะถือว่านั้นเป็คำชมก็แล้วกัน”
วาจาสอดเสียดของเอวา ทำให้ดวงตาของครีโม่หดเล็กลง เขาจ้องไปที่อีกฝ่ายด้วยความสนใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามองพี่สาวคนนี้เป็เพียงมดปลวกที่ไร้ค่าเป็ขยะที่ไม่คู่ควรเสียเวลาให้มองด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็ว่าตอนนี้ มีความน่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ลีน่าใช้คำพูดที่ผ่านการความคิด นางมีสติปัญญาที่มากกว่าบุตรสาวมากนัก ในเมื่อไร้หลักฐานให้เห็น ก็จำต้องใช้ไม้แข็งบีบบังคับให้รับสารภาพ
“เอวาลีน เวลานี้ท่านเคาท์ไม่อยู่ในคฤหาสน์ อำนาจตัดสินทั้งหมดเป็ของข้า หากรู้ว่าเ้าโกหก คงรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดเื่ใดขึ้น?”
“ลูกเข้าใจดี ภายในตระกูลโบมอน พวกท่านสายเืไฟฟ์มีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้า คนตัวเล็กๆอย่างฉันไม่กล้า...ไม่กล้าจริงๆที่จะไปหาเื่ด้วย...ไม่กล้าจะไปผลักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของท่านแม่ตกน้ำ และยิ่งไม่มีความกล้าบ้าบิ่นไปทำร้ายคุณชายเลียม ยั่วยุตระกูลเซโรลต์แน่นอน” เอวายังคงปฏิเสธเหมือนเดิม
เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับ และฝ่ายตัวเองก็ไร้ซึ่งหลักฐาน การจะเอาผิดเอวาลีนในครั้งนี้ คงจะมีแต่ต้องให้เลียมมาเป็พยานแล้ว คิดได้แบบนั้น ลีน่าจึงพูดออกไปหมายให้อีกฝ่ายยอมรับด้วยตัวเอง
“หากข้าได้ยินเื่นี้จากท่านชายเลียม คงจะไม่จบที่การลงโทษทั่วๆไปหรอก เ้ารู้ใช่ไหม?”
“เอาที่ท่านแม่สบายใจได้เลย หากคุณชายเลียม บอกว่าลูกเอาชนะเขาได้จริงๆ มันคงจะเป็เื่ที่น่าตลกที่สุดในเมืองวาล์ลแห่งนี้ และยิ่งกลายเป็เื่ที่ย้อนแย้งที่สุด ข้าที่สามารถเอาชนะอัศวินระดับเงินได้ แต่กลับถูกพวกโจรชั่วรุมทำร้ายทั้งร่างกายและย่ำยีจิตใจเื่นี้จะกลายเป็เื่เล่าที่น่าตลกของตระกูลโบมอนอย่างแน่นอน ท่านแม่คิดแบบนั้นไหม?” เอวาตอบออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
ไม่ว่าจะใช้วิธีทางใด วันนี้ลีน่าไม่สามารถหาเื่เอาความผิดกับเอวาลีนได้อีกแล้ว เพราะหากพูดออก หรือคาดคั้นไปมากกว่านี้ ไม่เพียงไม่ทำร้ายเอวาลีนแล้ว แต่ยังจะช่วยล้างมลทินให้เธออีกด้วย ทว่าหากวันนี้มีเพียงลีน่าและเยนิก้า เื่ราวคงจะจบลงเพียงเท่านี้ แต่ในวันนี้ตัวตนที่ไม่เคยเข้าร่วมแผนการร้ายของสองคนแม่ลูกก็อยู่ที่นี่ด้วย ครีโม่ ในฐานะที่เขาเป็นักรบแล้ว มีความเด็ดขาด โเี้มากกว่าแม่และน้องสาวหลายเท่า
“จะจริงหรือไม่ ให้ข้าทดสอบดูเอง...เดี๋ยวเดียวก็รู้แล้ว” พูดจบ ครีโม่พุ่งตัวเข้าประชิดเอวาลีน อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จิตสังหารถาโถมเข้าใส่ หมัดขวาของเขาเคลือบด้วยออร่าสีเงินสว่างสดใส ก่อเกิดเป็การโจมตีที่รุนแรงหมายจะสังหารอีกฝ่ายให้ตายในหนึ่งกระบวนท่า
“ถ้าเป็อย่างที่เยนิก้าพูดจริง พี่สาวก็คงจะรับการโจมตีนี้ได้ แต่ถ้าไม่...ถือว่าท่านพี่เป็ผู้เคราะห์ร้ายก็แล้วกัน” สิ้นเสียงที่พูดด้วยรอยยิ้ม หมัดขวาตรงของครีโม่พุ่งเข้าใส่กลางใบหน้าของเอวา ความรุนแรงประหนึ่งะุปืนไรเฟิลที่ถูกจ่อยิงในระยะประชิด เพียงพอที่จะะเิศีรษะของหญิงสาวให้แตกกระจายได้ในพริบตา...