เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 114 : คำตอบ

            เมื่อหยางเฉินเดินไปเคาะกระจกรถแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับอะไรออกมา

            เมื่อเป็นเช่นนี้หยางเฉินก็เผยให้เห็นรอยยิ้มอันลี้ลับ และแกล้งทำเป็นหันไปรอบๆและกำลังจะเดินจากไป...

            "หยางเฉิน!"

            ทันใดนั้นประตูหลังของรถก็แง้มออกเล็กน้อยโม่เชี่ยนนีที่แก้มกลายเป็นสีแดงระเรื่อ และตะโกนชื่อหยางเฉินอย่างหงุดหงิด

            หยางเฉินแกล้งทำเป็นตกใจเขาหันไปมาก่อนกล่าวขึ้นว่า

            "โย่หัวหน้าโม่ คุณอยู่ในรถจริงๆ เหรอครับ ผมก็สงสัยว่าทำไมคุณไม่มาทำงานเสียทีที่แท้ก็แอบเล่นซ่อนหาอยู่ในรถนี่เอง?"

            "ซ่อนกับป้านายสิ!"โม่เชี่ยนนีที่กำลังจะบ้านั่นไม่เหลือร่องรอยของหญิงสาวอีกต่อไป เธอไม่อาจทำอย่างไรได้ ทำได้แค่ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง "เกิดอะไรขึ้น!ทำไมฉันถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ ไม่มีเหตุผลเลยโว้ย ?!"

            "กลายเป็นอะไรครับ?"หยางเฉินเผยรอยยิ้มซุกซนนั่นทำให้ใบหน้าสวยของเธอออกอาการเขินอาย และพูดอย่างตะกุกตะกักว่า

            "เอ่อ...ทำไมฉัน... ฉัน... เสื้อผ้าของฉันหายไหน?"

            โม่เชี่ยนนีรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันร้ายเดิมทีวันนี้เธออารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เพราะคำแนะนำของหยางเฉินเธอจึงสามารถแก้ปัญหาในครอบครัวได้ แต่เมื่อเธอมาถึงบริษัท ในขณะที่กำลังจะลงจากรถจู่ๆ เธอก็รู้สึกเวียนหัวง่วงนอน จากนั้นเธอก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย

            และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอก็กลับมีสภาพเปลือยล่อนจ้อน เหลือเพียงถุงน่องสีดำอยู่เท่านั้น!

            พระเจ้าฉันไม่ได้เป็นตัวเอกในหนังสยองขวัญสักหน่อย แล้วนี่มันอะไรกัน พล็อตแปลกๆ แบบนี้มันช่างเหมือนพล็อตหนักสยองขวัญอย่างที่สุด!

            หยางเฉินไม่ได้แกล้งเธออีกดูเหมือนว่าหัวหน้าสุดสวยของเขาจะหมดความอดทนแล้วจริงๆดังนั้นเขาจึงใจเย็นกล่าวว่า

            "ถ้าคุณอยากรู้สาเหตุของเรื่องทั้งหมดผมก็สามารถบอกคุณได้ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเชื่อมันหรือไม่"

            "บอกมาเร็ว"โม่เชี่ยนนีไม่เคยเห็นหยางเฉินจริงจังขนาดนี้มาก่อนแม้ว่าเธอจะไม่มีเสื้อผ้าใด และรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ต้องหลบซ่อนในรถแต่เธอยังคงสงบใจได้อย่างรวดเร็ว และมองไปที่เฉินหยางผ่านรอยแง้มของประตูรถ

            หยางเฉินจึงจะค่อยๆเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ให้โม่เชี่ยนนีฟัง

            เรื่องทั้งหมดมีอยู่ว่ามีคนชั่วกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะขโมยของจากหยางเฉินแต่หยางเฉินนั้นไม่มีสิ่งที่พวกมันต้องการ แต่พวกมันกลับไม่ยอมเชื่อดังนั้นพวกมันจึงพยายามใช้คนใกล้ชิดของหยางเฉินเป็นเครื่องมือต่อรองแต่พวกมันกลับไม่คิดว่าหยางเฉินจะสามารถชนะพวกมันได้อย่างง่ายได้ดังนั้นแผนการทั้งหมดจึงล้มเหลว

            สำหรับเรื่องที่จางฟู่กุ้ยมาที่บริษัทหยางเฉินคิดว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย ดังนั้นเขาเลยเล่าไปว่าพวกคนชั่วตัดสินใจเลือกโม่เชี่ยนนี และหลังจากตรวจสอบแล้วภูมิหลังของเธอแล้วพวกมันก็ใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแปลงโฉม ทำการปลอมตัวเป็นโม่เชี่ยนนีและยังเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย จากนั้นก็ดึงตัวจางฟู่กุ้ยมาเพื่อสร้างปัญหาให้หยางเฉิน พวกมันไม่เพียงแต่ก่อปัญหาหนำซ้ำยังทำทีให้หยางเฉินดูเหมือนเป็นคนรักของโม่เชี่ยนนีแต่เรื่องก็ไม่ได้ลุกลามจนควบคุมไม่ได้เพราะหยางเฉินนำผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็นโม่เชี่ยนนีออกทางสถานการณ์นั้นอย่างรวดเร็ว

            หลังจากฟังหยางเฉินเล่าเรื่องทั้งหมดแล้วโม่เชี่ยนนีที่เงียบมาตลอดก็ เงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าวอย่างไม่แน่ใจว่า

            "แล้วของนั่นยังอยู่ในมือนายหรือเปล่า?"

            "ของอะไร?"หยางเฉินงุนงงอย่างยิ่ง

            "ของที่พวกนั้นต้องการขโมยไปจากนายมันอยู่ในมือนายจริงๆ หรือว่านายโกหกพวกนั้นใช่มั้ย?"

            หยางเฉินรีบส่ายหัวทันที"ผมไม่มีมันจริงๆ "

            โม่เชี่ยนนีถามต่อว่า

            "แล้วสมมติว่านายไม่สามารถเอาชนะพวกนั้นได้นายจะให้ของนั่นแลกกับตัวชั้นหรือเปล่า"

            เมื่อเจอคำถามนี้เจ้าไปหยางเฉินก็รู้สึกหัวใจเต้นระรัว

            ฉันจะใช้ศิลาเทพเจ้าแลกกับชีวิตผู้หญิงคนนี้หรือเปล่าอย่างนั้นหรือ?

            "เอ่อ…ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องตอบนะ พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมอยู่แล้ว"

            "ฉันถามว่าถ้าหากนายไม่สามารถเอาชนะได้ต่างหากฉันต้องการให้นายตอบคำถามมาเดี๋ยวนี้!" โม่เชี่ยนนีถามหัวชนฝาใบหน้าอันแดงก่ำของเธอมีร่องรอยความเคร่งเครียด และหงุดหงิดในดวงตา

            หยางเฉินจ้องมองเธออย่างเงียบๆภาพต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัวหยางเฉิน...

            รูปลักษณ์ที่สง่างามและรอยยิ้มมั่นใจเมื่อตอนคุมสอบหยางเฉิน…ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเมื่อตอนส่งเขาไปยังบริษัทอันธพาล…ใบหน้าที่น่ารักในตอนที่ได้รับเช็คที่เขานำกลับไป…ตอนที่จ้องมองหลินรั่วซีอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างเตียง…และท่าทีอันแข็งกร้าวไม่ยอมจำนวนในตอนที่เธอถูกหลินคุนลักพาตัว...

            ที่แผงขายอาหารริมถนนหญิงสาวที่ดื่มเหล้าแรงๆ พลางบอกเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของเธอ…ความดื้อรั้นในการขัดขวางการยื้อแย่งกระเป๋าจากพ่อเลี้ยงผู้ไร้มนุษยธรรมของเธอ...

            ต่อมาผู้หญิงคนนี้จู่ๆก็กอดเขา และแม้กระทั่งให้จูบที่มีรสหวานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เขา

            ภาพเหล่านี้กลายเป็นเหมือนหนังสั้นที่น่าจดจำในใจของหยางเฉิน

            เมื่อเห็นหยางเฉินนิ่งเงียบไปสายตาโม่เชี่ยนนีก็อ้างว้างหดหู่ลงทันที

            "ลืมมันเถอะถ้านายไม่อยากจะตอบก็ไม่เป็นไร..."

            "ผมจะตอบ!"หยางเฉินเผยให้เห็นรอยยิ้มสดใสเขามองโม่เชี่ยนนีด้วยสายตาจริงจัง "ผมจะแลกเปลี่ยนสิ่งนั้นกับตัวคุณแต่ผมเชื่อว่าวันนั้นจะไม่มาถึงอย่างแน่นอน เพราะว่าพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผม"

            โม่เชี่ยนนีรู้สึกหัวใจเต้นหัวจนถึงใบหูท่าทีของเธอกลับกลายเป็นเขินอาย และในตาของเธอก็เริ่มมีของเหลวเอ่อล้นออกมา

            ปัง!

            ประตูรถถูกปิดอย่างรวดเร็ว

            หยางเฉินตัวแข็งทื่อเป็นท่อนไม้เขากำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และรีบเคาะประตูรถทันที

            "คุณโม่คุณกำลังทำอะไรน่ะครับ? คุณไม่ใช่เต่าซะหน่อยจะหดตัวเข้าไปในรถทำไม?"

            "นายสิเต่า!"โม่เชี่ยนนีเปิดประตูรถอีกครั้งพร้อมทำตาขุ่นเขียวดวงตาของเธอเป็นสีแดง เหมือนเพิ่งเช็ดน้ำตาออกไป

            หยางเฉินจ้องตรงไปที่โม่เชี่ยนนีอย่างตั้งใจเพราะครั้งนี้เธอเปิดประตูออกมากว้างกว่าปกติ เผยให้เห็นรูปร่างอันเย้ายวน

            แม้ว่าแสงไฟในรถจะน้อยมากก็ตามแต่ผิวอันผิวเรียบเนียนที่ขาวดั่งหิมะก็ยังเด่นสง่าซาลาเปาสองลูกของเธอนั้นมีขนาดใหญ่เปี่ยมเช่นผลไม้สุกด้านล่างเอวกลมมนแน่นมีเสน่ห์ ขายาวของเธอก็เรียวงาม

            เรือนร่างของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเฉียงเวยเลยหยางเฉินแอบในใจ

            โม่เชี่ยนนีเห็นดังนั้นเธอก็ร้องออกมาเสียงดัง และรีบปิดประตูรถไป พร้อมเสียงตะโกนจากภายในรถว่า"หยางเฉินรีบหาเสื้อผ้าของฉันเร็ว! ไอ้ลามกไอ้บ้ากาม!!"

            หยางเฉินสั่นสะท้านอารมณ์ของผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นเคย ช่างไม่น่ารักเอาเสียเลยเธอคิดว่าเธอจะท้องหลังจากการถูกมองเพียงครั้งเดียวหรือยังไงกัน?

            หยางเฉินส่ายหัวถอนหายใจออกมา เขาลังเลเล็กน้อย มันไม่ได้เพียงแค่ชิ้นสองชิ้นแต่มันรวมถึงชุดชั้นในกางเกงในด้วยที่เขาจะต้องไปซื้อมา

            แต่ทันใดนั้นเองโม่เชี่ยนนีเปิดประตูมาอีกครั้งพร้อมกับโยนกุญแจออกมาข้างนอก

            "เปิดท้ายรถมันมีเสื้อผ้าอยู่ นำมันมาให้ฉัน" โม่เชี่ยนนีกล่าวอย่างหงุดหงิด

            ได้ยินดังนั้นหยางเฉินก็รีบวิ่งไปด้านหลังรถทันทีและเมื่อเปิดหลังรถออกเขาก็พบเสื้อผ้า นั่นทำให้หยางเฉินรู้สึกว่าเธอทำงานหนักจริงๆถึงกับเตรียมเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนเชียวหรือ?

            หลังจากนำกระเป๋าเสื้อผ้ามาวางไว้ข้างประตูรถ โม่เชี่ยนนีก็กล่าวว่า "ถอยหลังและหันไปทางอื่นฉันจะหยิบกระเป๋า"

            หยางเฉินเดินถอยห่างอย่างว่าง่ายจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตู

            เมื่อคิดว่าสาวสวยกำลังใส่เสื้อผ้าห่างจากเขาเพียงหกเมตร เขาก็พยายามอดทนอดกลั้นไว้!

            หลังจากนั้นสิบนาทีโม่เชี่ยนนีก็เปิดประตูรถและเดินออกมา เธอสวมสูทสีเทา ข้างในเป็นเสื้อลายดอกไม้สีขาวผมของเธอถูกรวบขึ้นกลายเป็นสาวมั่นและมีเสน่ห์ตามเดิม

            โม่เชี่ยนนีมองหยางเฉินแปลกๆแต่เธอก็ไม่ได้พยายามที่จะหลบสายตาประสบการณ์หลายปีของเธอสอนให้เธอรู้จักควบคุมจิตใจ แม้จะถูกหยางเฉินเห็นร่างเปลือยแต่เธอยังคงพูดอย่างอารมณ์ดีว่า

            "ขอบคุณ"

            หยางเฉินไม่กล้ารับคำถ้าไม่ใช่เพราะเขา เธอก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้เขาเพียงส่ายหัวอย่างเชื่องช้าสั่นพร้อมกล่าวว่า "ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับต้องขอบคุณสวรรค์ต่างหาก ที่ทำให้คุณไม่เกลียดผม"

            โม่เชี่ยนนีจ้องหน้าหยางเฉินพลางถามว่า

            "ก่อนหน้านี้นายบอกว่าจางฟู่กุ้ยมาที่บริษัท แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน"

            "ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาสมควรอยู่ในโรงพยาบาล มีอะไรหรือครับ เขากับคุณไม่ได้ตกลงกันแล้วงั้นหรือ?"

            "ตามคำแนะนำของนายฉันจึงโกหกแม่ว่าจางฟู่กุ้ยอยากจะหย่ากับเธอ เป็นดังที่นายว่าเธอไม่ได้โกรธหรือเสียใจอะไรเลยดังนั้นฉันจึงเชื่อได้ว่าแม่ไม่ได้รักจางฟู่กุ้ยจริงๆ"

            "แล้วคุณให้จางฟู่กุ้ยเซ็นใบหย่าหรือยัง?"

            "ฉันมีหลักฐานที่นายให้ไว้ตอนไปสถานที่ก่อสร้างเขาไม่เซ็น เขาก็จะต้องติดคุก เขาไม่มีทางเลือกใดๆ แล้ว" โม่เชี่ยนนีหัวเราะอย่างเย็นชา"แม้ว่าเขาจะมาที่นี่เพื่อกดดันฉันแต่วันนี้ฉันจะไปโรงพยาบาลและบอกเขาว่า ถ้าทำอย่างนี้อีกได้ขึ้นศาลกันแน่"

            "วิธีนี้ช่างดีงาม"

            สมแล้วที่โม่เชี่ยนนีเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จเธอช่างเด็ดขาดและรวดเร็ว หยางเฉินลูบคางคิดในใจพลางถามว่า

            "แล้วจะทำอย่างไงต่อเรากลายเป็นคู่รักกันแล้วตอนนี้ มันจะส่งผลต่อชื่อเสียงของคุณหรือเปล่า?"

            โม่เชี่ยนนีมีท่าทีเขินเล็กน้อยกล่าวด้วยเสียงอันเบาว่า "ไม่เป็นไร..."

            "ไม่เป็นไรได้ไงผู้ชายอย่างผมไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว แต่สาวสวยอย่างคุณจะเสียหายเอาได้นะ"หยางเฉินกล่าวอย่างจริงจัง

            โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปากกล่าวว่า"ก่อนหน้านี้นายบอกว่านาย 'จะ'ดังนั้นฉันจึงไม่เป็นไร"

            หยางเฉินจับต้นชนปลายไม่ถูกเขาไม่ทราบว่าเธอหมายถึงอะไร?

            ดูเหมือนโม่เชี่ยนนีเองก็ไม่ต้องการอธิบายอะไรเธอเดินออกจากลานจอดรถไปทันที แต่เมื่อผ่านไปไม่กี่ก้าวเธอก็หยุดเดินแล้วหันมากล่าวกับหยางเฉินว่า

            "หยางเฉินเมื่อแม่หย่ากับจางฟู่กุ้ยแล้ว ฉันจะหาเวลาพาเธอมาอยู่ที่นี่ เมื่อถึงเวลานั้นฉันอยากให้นายไปรับแม่กับฉัน แล้วนายก็ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" พูดจบเธอก็เดินจากไปอย่างสง่างาม

            หยางเฉินยืนแข็งทื่อส่วนเธอเดินจากไปอย่างเดียวดาย และทันใดนั้นเขาก็คิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้...

            ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีนักข่าวชื่อดังในสหรัฐอเมริกาได้สัมภาษณ์หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ฉลาดที่สุดในโลกสตีเฟ่น ฮอว์คิง เขาถามฮอว์คิงว่าอะไรในโลกนี้ที่อัจฉริยะอย่างคุณนั้นไม่สามารถที่จะเข้าใจได้?

            ฮอว์คิงซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการตอบอย่างไม่ลังเลว่า "ผู้หญิง"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน