ตอนที่13 ความใฝ่ฝัน
สงสัยท่าจะจริงแฮะเมื่อก่อนคงไม่ใช่คนพูดมาก แต่พอหลงเสน่ห์ข้าเข้าให้แล้ว ก็กลายเป็คนพูดมากเชียวนะ.....เ้าเด็กน้อย
เทพผู้อาภัพหรี่ตามองพี่ชายจำเป็อุ้มพาตนกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำชำระร่างกายใหม่ให้สะอาดเนื่องจากตนยังไม่ได้อาบน้ำใหม่อีก โดยเคยอาบน้ำครั้งเดียวหลังคลอดเมื่อภรรยาพ่อบ้านเป็คนทำให้ทว่าครั้งนั้นเป็การอาบน้ำลวก ๆ ซึ่งยังมีกลิ่นคาวบางอย่างหลงเหลืออยู่
ต่อจากนั้นซูหนิงหลงทำหน้าที่เป็พี่เลี้ยงเด็กจำเป็ในการดูแลน้องสาวคนเดียวขณะพี่ใหญ่และน้องเล็กเพิ่งกลับมาจากตลาดแล้วพากันปรุงอาหารไว้รับประทานเป็มื้อเช้าก่อนทุกคนจะเดินทางไปยังสำนักกิจการพลเรือนแห่งเมืองตงหยิงเพื่อทำการบันทึกประวัติพร้อมเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านของชายชราซูเกอให้เรียบร้อยต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะทุกคนกำลังรับประทานอาหารเช้าร่วมกันส่วนทารกตัวน้อยได้ดื่มนมจากฝีมือการป้อนของพี่ชายคนรองเหมือนเดิมในเวลาอันรวดเร็ว
ชายชราซูเกอถือโอกาสสอบถามหลานชายทุกคนอย่างมีความนัยเนื่องจากเมื่อคืนยังไม่ได้พูดคุยกันชัดเจนเท่าใดนักเพราะอยากให้หลานชายได้พักผ่อนเต็มอิ่มเสียก่อนขณะตอนนี้ทุกคนมีท่าทางสดชื่นกระปรี้กระเปร่าพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะหลานชายแห่งตระกูลซูเขาจึงอยากรู้ว่าแต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตอย่างไรเพราะเกี่ยวเนื่องตอนทำประวัติกับทางสำนักกิจการพลเรือนใน่เวลาสายของวันนี้ด้วยว่า
“คงใกล้อิ่มกันแล้วสินะว่าแต่หลาน ๆ บอกปู่ได้ไหม ว่าแต่ละคนอยากเรียนหรืออยากทำอะไรบ้างหลังจากปู่รับรองและเพิ่มชื่อพวกเราในทะเบียนบ้านแล้วจะได้วางแผนชีวิตกันใหม่ให้ดี ไม่ควรเสียเวลาอีกต่อไปอีกไม่นานโรงเรียนก็จะเปิดเทอมหลังปีใหม่แล้ว พวกหลาน ๆจะได้เลือกที่เรียนให้เหมาะสมซะที”
ชายชราถามพร้อมกวาดตามองหลานชายทั้งสามคนซึ่งนั่งอยู่ต่อหน้าด้วยความเมตตาเขาไม่อยากบังคับหลานชายเหมือนกับลูกชายเพราะกลัวว่าทุกคนจะทอดทิ้งตนไปดังเช่นในอดีตฉะนั้นจึงอยากให้ทุกคนได้เลือกเรียนตามใจชอบหรือความถนัดส่วนตัวทั้งคิดว่าการเรียนต่อในระดับสูงอาจไม่จำเป็เท่าใดนักในยุคสมัยที่มีการแข่งขันด้านอาชีพกับหุ่นยนต์เป็อย่างมากแบบนี้
ซูหนิงหลงกวาดตามองพี่น้องข้างกายเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชายชราพอดี เขารู้ดีว่าพี่น้องแต่ละคนมีความใฝ่ฝันใดหรืออยากจะเป็อยากจะทำสิ่งใดในอนาคตรวมทั้งรู้ว่าพี่น้องต่างรอให้ตนเป็คนเริ่มต้นบทสนทนานี้จึงส่งเสียงกระแอมไอเตือนทุกคนให้เตรียมตัวไว้ก่อนอ้าปากเป็คนบอกถึงความตั้งใจของตนเป็คนแรกว่า
“ให้ผมพูดก่อนแล้วกันนะครับปู่เกอผมอยากศึกษาเื่สมุนไพรกับปู่ไว้ อย่างน้อยก็จะได้ช่วยปู่ดูแลร้านนี้แทนเผื่อปู่อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกัน แล้วผมก็จะได้ดูแลเหยี่ยนเอ๋อร์ด้วยผมไม่อยากปล่อยให้น้องอยู่กับพี่เลี้ยงครับ”
พี่รองของกลุ่มไม่มีปัญหาเื่การเรียนหรือความใฝ่ฝันเท่าใดนักพอมีน้องสาวตัวน้อยเข้ามาในชีวิตจึงทึกทักเอาเองว่าน้องเป็คนสำคัญที่สุดซึ่งเขาจะต้องทำหน้าที่ดูแลฟูมฟักให้เติบใหญ่ด้วยมือของตนฉะนั้นจึงแสดงเจตนาชัดเจนในการเป็คนเลี้ยงดูเอง ประการสำคัญเขากลัวว่าพี่เลี้ยงจะตื่นใหากพบพฤติกรรมรับประทานจุของน้องซึ่งเขาคิดว่าผิดปกติสำหรับคนอื่นแน่นอน
ชายชราซูเกอพยักหน้าพอใจเขาไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้มีท่าทางเฉลียวฉลาดที่สุดในกลุ่มจะเสียสละช่วยเลี้ยงดูหลานสาวทั้งยังมีความคิดสืบทอดกิจการของตระกูลซูซึ่งสั่งสมความรู้และประสบการณ์มานานหลายชั่วอายุได้พลางนึกสะท้อนใจด้วยความเ็ปเมื่อนึกเปรียบเทียบไปถึงลูกชายแท้จริงที่ทอดทิ้งไปไม่หันกลับมาเหลียวแลตนสักนิด
“ปู่เกอเป็อะไรเหรอครับ”
ซูหนิงหวงเหลือบเห็นการทอดถอนใจของชายชราพอดีจึงถามขึ้นมาด้วยความห่วงใยเขานึกว่าชายชราไม่พอใจต่อความคิดของพี่รองซึ่งเพิ่งจะพูดจบไปไม่นานนัก
ชายชราซูเกอโบกมือเป็เชิงปฏิเสธพลางตอบตามจริงให้หลานชายทุกคนรับรู้แล้วถามถึงความใฝ่ฝันของหลานชายอีกสองคนว่า
“อย่ากังวลไปเลยปู่ไม่ได้มีปัญหากับแผนการของแต่ละคนหรอก แค่นึกถึงบางเื่เท่านั้นแหละว่าแต่เสี่ยวอันกับเสี่ยวหวงล่ะ”
ก่อนพี่ใหญ่และน้องเล็กจะตอบคำถามชายชราน้องรองของกลุ่มเหลือบเห็นน้องสาวตัวน้อยดิ้นดุกดิกอยู่บนโต๊ะอีกตัวซึ่งวางอยู่ข้างกายจึงผุดลุกขึ้นไปอุ้มมากอดไว้แนบอกพลางคาดเดาว่าน้องอาจอยากมีส่วนร่วมรับฟังการสนทนาของพวกตนด้วย
“..........”
พี่ชายของข้าคนนี้ช่างรู้ใจซะจริงข้าเบื่อจะนอนฟังอยู่คนเดียวแล้ว ดีจริงที่มาอุ้มไปฟังด้วย อย่าพากันถามอะไรให้มากความนักเลยรีบพาข้าไปเที่ยวชมที่อื่นบ้างเถอะ ข้าอยากเห็นบรรยากาศภายนอกแล้วนะ
เทพซุนเสวี่ยมี่ใช้เวลาระหว่างรอให้ทุกคนรับประทานอาหารเช้าร่วมกันด้วยการดูดนิ้วมือเล่นพอได้ยินชายชราสอบถามถึงแผนการแต่ละคนจึงอยากเข้าร่วมวงสนทนาด้วยทั้งอยากเร่งรัดให้ทุกคนรีบออกเดินทางไปยังสถานที่แห่งอื่นเพราะเริ่มรู้สึกสนุกและอยากรู้อยากเห็นต่อสภาพแวดล้อมของภพโลกเต็มที
ครั้นเทพตัวน้อยเหลือบเห็นพี่ชายคนเก่งผุดลุกขึ้นมาอุ้มแล้วพาไปนั่งร่วมวงสนทนาด้วยจึงเอานิ้วมือออกจากปากแล้วยิ้มโชว์เหงือกแดงเป็การขอบคุณในทีแล้วยังเอื้อมมือไปจับนิ้วมือพี่ชายมาเล่นด้วยความผ่อนคลาย
ตอนนี้ซูหนิงอันเป็คนตอบคำถามชายชราต่อจากน้องรองเขาพูดถึงความใฝ่ฝันซึ่งเคยคิดไว้ั้แ่ยังอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยเคยบอกเล่าให้พี่น้องทั้งสองคนรับฟังมาก่อนด้วยท่าทีกระตือรือร้นว่า
“ผมอยากมีร้านขายขนมกับไอศกรีมครับเคยอ่านหนังสือมาเยอะพอสมควร ก็เลยอยากลองทำสูตรของตัวเองบ้างถ้าเทียบระหว่างทำอาหารกับขนมหวาน ผมชอบทำขนมกับไอศกรีมมากกว่าครับ แล้วก็จะช่วยดูแลร้านนี้กับน้องด้วยไม่ใช่ว่าจะไปทำเฉพาะงานที่ชอบเท่านั้น”
พี่ใหญ่รีบพูดออกตัวให้ชายชรารับรู้ว่าตนไม่คิดทอดทิ้งทุกคนไว้แล้วคิดจะออกไปทำตามความฝันเพียงลำพังเขารู้ดีว่าควรดูแลชายชราเป็การตอบแทนบุญคุณอีกทั้งยังมีน้องสาวตัวน้อยซึ่งคิดว่าการได้อยู่ใกล้ชิดเธอนั้นทำให้ตนผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้นฉะนั้นจึงตั้งใจทำหลายอย่างในเวลาเดียวโดยไม่คิดว่าเป็ภาระหนักหนาเท่าใดนัก
“ไม่เลว ๆ”
ชายชราลูบเครายาวสีขาวพร้อมพึมพำอย่างพอใจเขารู้สึกดีที่เชื่อในสัญชาตญาณว่าเด็กหนุ่มทั้งหลายจะไม่ทอดทิ้งตนแล้วยังคิดช่วยเหลือตามกำลังอีกด้วย
ต่อจากนั้นชายชราผินหน้ามองไปยังหลานชายคนเล็กเพราะเห็นจะอ้าปากบอกถึงความใฝ่ฝันเป็คนสุดท้ายซึ่งเขา้ารู้เป็อย่างยิ่งว่าอยากประกอบอาชีพใด โดยพบว่าหลานชายสองคนต่างพากันเลือกทางเดินชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ซูหนิงหวงเห็นพี่ใหญ่ส่งสัญญาณให้พูดแล้วจึงบอกชายชราผู้ชุบชีวิตใหม่ให้พวกตนด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อยว่า
“ส่วนผมก็มีความฝันอยู่ครับแต่ไม่รู้ว่ามันจะเป็จริงได้ไหม”
น้องเล็กในกลุ่มยังไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวว่าชายชราจะไม่เห็นด้วยถึงแม้พี่น้องอีกสองคนจะไม่เคยห้ามปรามแต่ยังไม่กล้าหาญพอจะเอ่ยออกมาทันทีเขาเกาศีรษะด้วยความลังเลใจและยังเก้อเขินจนไม่หลุดปากพูดออกมา
“อ้าว! มัวแต่อายอยู่นั่นแหละอยากเป็อะไรก็ว่ามาสิ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้ฉันยังไม่ได้บังคับหรือว่าห้ามซะหน่อย”
ชายชราเห็นท่าทีอ้ำอึ้งของหลานชายคนเล็กพลางหรี่ตามองคาดคั้นแล้วตบโต๊ะเบา ๆ เป็การเตือนให้พูดออกมาเขาไม่ชื่นชอบเด็กหนุ่มขลาดเขลาแต่้าให้แสดงความ้าออกมาโดยตรงมากกว่าจึงต้องบอกไว้แต่เนิ่น
ซูหนิงหวงสะดุ้งใเล็กน้อยพลางเหลือบมองพี่น้องสองคนแล้วยังเหลือบเห็นสายตาสงสัยจากทารกน้อยในอ้อมกอดของพี่รองซึ่งจ้องมองด้วยความอยากรู้จึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกรวบรวมความกล้าก่อนกำหมัดพร้อมอ้าปากบอกถึงความใฝ่ฝันออกมาว่า
“อ่า.....ผมอยากเป็ไอดอลครับผมชอบเต้น ชอบร้องเพลงมากที่สุด”
น้องเล็กของกลุ่มพูดออกไปแล้วพลางคลายหมัดสองข้างออกด้วยความโล่งใจเขาไม่คิดว่าการได้พูดออกไปตามใจปรารถนาแล้วจะช่วยให้สบายใจมากกว่าเก็บไว้ในใจเพียงลำพังพลางเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่นั่งของชายชราด้วยความอยากรู้ทันที
ปัง !
“ต้องให้ได้อย่างนี้สิ! ลูกหลานตระกูลซูจะต้องผึ่งผาย องอาจเข้มแข็งดั่งหินผา จะมัวอายเื่แค่นี้ทำไม ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหนว่าแต่ร้องเพลงไพเราะจริงเหรอ.....ไหนลองร้องให้ปู่ฟังหน่อยสิ”
ชายชราซูเกอตบโต๊ะอย่างแรงจนเสียงดังลั่นพลางใช้กำปั้นทุบหน้าอกซ้ายตัวเองแสดงพลังของตระกูลซูแล้วพูดถึงบุคลิกอันสง่างามของลูกหลานตระกูลซูให้ทุกคนรับรู้ทว่าเขายังไม่ลืมเจตนาแท้จริงเพราะ้าประเมินทักษะอันสำคัญในการเป็ไอดอล
อนึ่งชายชราเคยดูโทรทัศน์เกี่ยวกับการประกวดเฟ้นหาดารานักร้องจากค่ายเพลงดังมาบ้างฉะนั้นจึงเข้าใจได้ถึงความ้าของหลานชายคนเล็ก เขาจ้องมองซูหนิงหวงอย่างพิจารณาก่อนพยักหน้าพอใจเพราะคาดการณ์ได้ว่าเมื่อโตเป็หนุ่มเต็มตัวหลานชายย่อมจะมีความหล่อเหลาและเหมาะสมในการเป็ไอดอลได้ไม่ยากเย็นเกินไป
“ตอนนี้เลยเหรอครับ”
ซูหนิงหวงเกาศีรษะเขินอายอีกครั้งเขาไม่คิดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองคนใหม่ มิหนำซ้ำชายชรายังอยากได้ยินเสียงร้องเพลงของตนอีกด้วยจึงต้องแสดงความสามารถออกมาเพราะรับประทานอาหารอิ่มพอดีก่อนลุกขึ้นยืนรวบรวมพลังไว้ยังช่องท้องแล้วเปิดปากร้องเพลงหนึ่งซึ่งคุ้นหูชายชราแน่นอนว่า
“จั่วยื่อเสี่ยงน่าตงหลิวสุ่ยหลีหว่อหย่วนชวี่ปู้เข่อหลิว.....”
น้องเล็กเลือกบทเพลงะอย่างเพลงซินยวนยังหูเตี๋ยเมิ่งหรือเพลงภาพฝันลวงตาของคู่รักใหม่ ถูกขับร้องโดย หวงอานเป็เพลงโด่งดังในละครจีนเื่ “เปาบุ้นจิ้น”ซึ่งบทเพลงนี้กล่าวถึงความรักที่ไม่มีวันกลายเป็จริง
ชายชราซูเกอเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องอันใสกังวานไพเราะสะเนาะหูเขาไม่คาดคิดว่าหลานชายคนใหม่ตัวเล็กที่สุดจะมีน้ำเสียงชวนฟังขนาดนี้ พลางคาดหวังให้หลานสามารถก้าวเดินไปตามความฝันได้ซึ่งจะช่วยเติมเต็มความสุขให้กับทุกคนเช่นกัน
“แอะ ๆ ๆ ๆ ๆ”
เทพซุนเสวี่ยมี่เพิ่งเคยได้ยินเสียงเพลงของภพโลกเป็ครั้งแรกนางส่งเสียงยินดีพร้อมดิ้นเล็กน้อยอย่างมีความสุขทั้งยังกำนิ้วมือพี่ชายใจดีเล่นด้วยความเพลิดเพลินพลางคิดว่าภพโลกมีเื่น่าสนใจเหนือความคาดหมายยิ่งนัก
โอ้โฮ! พี่ชายอีกคนของข้ามีเสียงไพเราะเสียจริงไม่เหมือนการร้องเพลงของพวกเทพประพันธ์แห่งเผ่าบุปผาเลย เขาร้องได้น่าฟังเสียจริงว่าแต่พวกนักประพันธ์คนอื่นจะพากันร้องแบบนี้ไหมนะ ชักอยากฟังคนอื่นร้องบ้างซะแล้วสิ!
“ชอบน้องเล็กร้องเพลงเหรอเดี๋ยววันหลังจะให้น้องเล็กร้องเพลงอื่นให้ฟังดีไหมถ้าชอบก็ทำหน้าร้องไห้ให้ดูหน่อย”
ซูหนิงหลงรับรู้ได้ถึงท่าทางชอบใจของน้องสาวจึงก้มหน้าพูดด้วยความอยากรู้พร้อมสร้างเงื่อนไขอีกเขายัง้าทดสอบน้องอยู่เพราะจนถึงตอนนี้ยังไม่อยากเชื่อนักว่าน้องจะเป็เด็กอัจฉริยะั้แ่เกิดเนื่องจากเขายังคงยึดติดเื่การเกิดใหม่มากกว่าโดยเทน้ำหนักไปทางข้อมูลซึ่งน่าจะตรงกับสภาพความเป็จริงของน้องน้อยมากที่สุด
.********************.
เริ่มตอนที่21 เป็ต้นไปจะอัปวันละสองตอน แต่หยุดอัปทุกวันศุกร์เหมือนเดิมจ้า