“นี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่และตำราเรียนของพวกเ้า” ถังฉีกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางหยิบเสื้อผ้าออกมา
"ชุดใหม่!" ใบหน้าของถังสุ่ยเปล่งประกายความปีติเมื่อเห็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่วางบนโต๊ะ
“ใช่แล้ว น้อง ๆ ทุกคนจะได้รับคนละสองชุด และข้าก็ซื้อให้ตัวเองด้วย วันนี้ข้าทำเงินได้ไม่น้อยจากการขายไข่มุก!” ถังฉีฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นความสุขบนใบหน้าของถังสุ่ย
จากนั้นนางก็เล่นกับถังเหอสักพัก พลางคิดว่าคงจะดีหากมีรถเข็นเด็กสักคันมาช่วยแบ่งเบาภาระให้พวกน้องชาย
หลังจากนั้นไม่นาน ถังซานก็เข้ามาพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยที่ถังฉีช่วยไว้จากในเมือง ใบหน้าของเขาฉายแววกราดเกรี้ยว
"เป็อะไรไป?" ถังฉีถามด้วยความงุนงง
“พี่ใหญ่ พ่อค้าทาสพวกนั้นอำมหิตเกินไปแล้ว! ร่างกายของเขามีแต่าแแทบทุกกระเบียดนิ้ว บางแห่งถึงกับอักเสบด้วยซ้ำ!” ถังซานรู้สึกเป็ทุกข์เมื่อเขาอาบน้ำให้เด็กชาย ไม่รู้จะััตรงไหนเมื่อร่างกายเต็มไปด้วยาแ
ถังฉีมองไปยังเด็กชาย หลังจากชำระล้างร่างกายแล้วคล้ายว่าจะเปลี่ยนไป ดวงตาของเขาสดใสเป็ประกายราวกับถูกปลุกความหวังในชีวิตอีกครั้ง ต่างจากครั้งแรกที่พบกัน
“เ้าไม่ร้องไห้เลยหรือ?” ถังฉีถามเด็กชาย
“ลูกผู้ชายหลั่งเื ไม่หลั่งน้ำตา พวกเขาทุบตีข้า แต่ข้าไม่ร้องไห้!”
“จุจุ อายุยังน้อยแต่ทรหดยิ่งนัก!” ถังฉียิ่งมั่นใจในภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาของเด็กชายมากขึ้นไปอีก
“พี่สาว ข้ารู้ว่าท่านเป็คนดี เวลานี้ข้าไม่รู้ว่าบ้านข้าอยู่ที่ไหน ข้าขออยู่ด้วยได้หรือไม่ขอรับ?” เด็กชายมองถังฉีอย่างตั้งใจ ด้วยรู้ว่าชะตากรรมของตนในสถานที่แห่งนี้ขึ้นอยู่กับนาง
"เอ่อ..." ถังฉีลังเล ทีแรกนั้นนางตั้งใจว่าการช่วยเหลือเด็กชายครั้งนี้เป็เพียงการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ไม่จำเป็ต้องรับเลี้ยงเขา และไม่้าเพิ่มภาระให้พวกน้องชาย
“ข้าสัญญาว่าจะเป็เด็กดี ช่วยงานบ้านและดูแลน้องเล็กด้วย!” เด็กชายกล่าวพลางชี้ไปที่ถังเหอ
ถังฉีครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า หากนางไม่รับเลี้ยงเขา ความพยายามของนางที่จะช่วยเขาก็คงไร้ความหมาย
เมื่อเห็นนางพยักหน้า เด็กชายก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ในเมื่อเ้าจำชื่อของตัวเองไม่ได้แล้ว ต่อจากนี้ไป ข้าจะเรียกเ้าว่า ถังเจียงก็แล้วกัน”
นางรู้ว่าตนเองตั้งชื่อไม่เก่ง แต่นางคิดว่าการเพิ่ม 'เจียง' (江) ที่แปลว่าแม่น้ำในชื่อของน้องชายอีกคน รวมกับซาน (山 ูเา) --- เหอ (河 แม่น้ำ) --- เฟิง (风 สายลม) และ สุ่ย (水 น้ำ) คงไม่แย่เกินไปนัก
"ตกลงขอรับ จากนี้ไป ข้ามีชื่อว่าถังเจียง!" ดวงตาของถังเจียงเป็ประกายเด็ดเดี่ยว
“พี่ใหญ่ เราควรพาเขาไปหาหมอเพื่อตรวจาแหน่อยดีกว่าขอรับ”
"ขอข้าดูหน่อย" ตอนที่อยู่ในเมือง ถังฉีตระหนักดีถึงาแของถังเจียง
ถังเจียงพับแขนเสื้อของตนเองขึ้นโดยไม่อิดออด มีทั้งแผลเป็ และาแใหม่ที่ซ้อนทับรอยแผลเก่าหลายแห่ง
หัวใจของถังฉีปวดแปลบเมื่อได้เห็น น่าเสียดายที่นางยังเยาว์วัยเกินกว่าจะเล่นงานพ่อค้าทาสเ่าั้ได้ และนางรู้ว่าหมอประจำท้องถิ่นอาจใช้เพียงเถ้าสมุนไพรในการรักษา ซึ่งน่าจะทิ้งรอยแผลเป็ไว้อยู่ดี
"ไม่จำเป็ ข้าซื้อยารักษาาแมาจากในเมืองแล้ว เราแค่ทาอย่างเดียว"
ถังฉีตัดสินใจนำไอโอดีนและยาแก้อักเสบออกมาจากห้วงมิติ สิ่งเหล่านี้ย่อมมีประสิทธิภาพเหนือกว่าการรักษาของหมอท้องถิ่น
ถังซานไม่ได้ตั้งข้อสงสัย และรบเร้าให้ถังฉีทายาให้ถังเจียง
ถังฉีเทน้ำร้อนมาหนึ่งถ้วย ชี้นิ้วบอกให้ถังเจียงเข้าไปในห้องแล้วถอดเสื้อผ้าออก ทุกคนล้วนเป็เด็ก ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องเขินอาย
นางแอบเอาทิงเจอร์ไอโอดีนออกมาจากห้องแล้วเทลงในชาม จากนั้นก็เอาผ้าก๊อซชุบทิงเจอร์ไอโอดีนและเช็ดาแทั้งหมดบนร่างกายของเด็กน้อย ระหว่างนั้นถังเจียงก็ไม่ส่งเสียงร้องสักแอะ
"ยานี้คุ้นจริง แต่ข้าจำยาเหล่านี้ไม่ได้เลย" ถังเจียงกล่าวด้วยความงุนงง
หลังจากที่ถังฉีทายาเสร็จแล้ว นางก็รู้สึกะเืใจไม่น้อย
"กินยานี้สักสองสามวัน อาการอักเสบบนร่างกายของเ้าก็น่าจะทุเลาลง" ถังฉียื่นยาแอสไพรินให้เด็กน้อย
"ขอรับ" ถังเจียงกลืนยาเม็ดนั้นลงไปโดยไม่ลังเล
"เ้าคุ้นเคยกับยาพวกนี้หรือ?" ถังฉีเอ่ยถามในที่สุด
"ข้าไม่รู้ขอรับ แต่พอข้าได้ัักับสิ่งเหล่านี้ ในหัวของข้าจะรู้สึกวูบวาบโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าข้าคุ้นเคยและรู้จักมันมาก่อน" ถังเจียงพยายามนึกถึงอดีต แต่ความทรงจำของเขากลับว่างเปล่า
"อย่าฝืนนึกให้ออกเลย พักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะไปเตรียมอาหารก่อน เสร็จแล้วจะมาเรียกเ้า" ถังฉีบอกให้ถังเจียงแต่งตัว ส่วนนางเดินไปที่ห้องครัว
ในสายตาของนาง ภูมิหลังอันลึกลับของถังเจียงซับซ้อนขึ้นเป็เท่าทวี นางไม่ได้มองเขาเป็เพียงเด็กชายอายุห้าขวบอีกต่อไป
เมื่อนึกถึงคนเจ็บ นางจึงตัดสินใจปรุงปลาที่จับได้เมื่อวานนี้และขอให้ถังซานไปซื้อเต้าหู้มาให้ นางหุงข้าว ผัดหมูเส้น กับผัดผักหนึ่งจาน ผักได้รับมาจากนางอู๋ ส่วนเนื้อหมูก็เอามาจากห้วงมิติ นางทำงานบ้านทุกอย่าง และน้องชายของนางก็จำเป็ต้องกินให้อิ่มท้อง
ระหว่างมื้ออาหาร ถังเจียงแม้จะหิวจนท้องกิ่วท้องแขวน แต่กลับค่อย ๆ กินอย่างเรียบร้อย ถังฉีสังเกตเขาเงียบ ๆ และบางคราก็คีบอาหารใส่จานของเขา
ถังเหอกำลังหลับอยู่ นางจึงไม่ปลุกเขา
หลังอาหารเย็น ถังเจียงเสนอตัวล้างจาน แต่ถังฉีห้ามไว้
"่นี้เ้าใส่ใจเื่การกินอาหารและการฟื้นฟูร่างกายของตัวเองก็พอ เวลาทำงานบ้านยังมีอีกถมเถ" ถังฉียืนกรานว่าจะล้างจานด้วยตนเอง
ต่อมาเมื่อถังเหอตื่นขึ้น ถังฉีก็อุ่นน้ำแกงปลาอีกครั้ง เด็กน้อยกินเกือบหมดถ้วย
ในขณะที่พวกน้องชายรวมตัวกันรอบ ๆ ถังฉี ผู้นำตระกูลก็เดินเข้ามาพร้อมกับถังหม่านกุ้ย
เมื่อเห็นผู้นำตระกูล ถังฉีคาดเดาได้ว่าเหตุใดเขาจึงมาที่นี่ จึงไม่ได้หลีกเลี่ยงการสนทนาและเชิญเขาให้นั่งลงกับพวกน้อง ๆ
"ฉีเอ๋อร์ ข้ามาด้วยคำขอที่ไม่สบายใจนัก" ผู้นำตระกูลเอ่ยด้วยรอยยิ้มจนใจ
ถังหม่านกุ้ยกลับไปที่แม่น้ำสายเดิมเพื่อเก็บหอยมุก แต่กลับไม่พบสิ่งใดอยู่ข้างใน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากถังฉีเป็ผู้ค้นพบไข่มุก ผู้นำตระกูลจึงตัดสินใจปรึกษานางก่อน เงินทองเป็สิ่งล่อใจ หากคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านทราบเื่เงินที่พวกเขาได้จากการขายไข่มุก คงพากันอิจฉาริษยาอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงก็ไม่อาจปกปิดได้ตลอดไป
"ผู้นำตระกูล ข้าพอจะทราบจุดประสงค์ของท่าน ถึงท่านจะไม่มาพบข้า ข้าก็ตั้งใจจะไปพบท่านในเร็ว ๆ นี้พอดีเ้าค่ะ"
*******************