เมื่อดูดซับผลึกจนหมดนอสก็เรียกหน้าต่างสถานะของเขาออกมา
“เปิดสถานะ”
สิ้นเสียงหน้าต่างสถานะของนอส ก็โผล่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง
…………………………………………………………………………………………………………….
นอส นิวาทอส
แกนเวทย์
สีเขียว 100
สีเหลือง 37
สีส้ม 15
สีแดง 0
อายุไข 100 ปี
…………………………………………………………………………………………………………….
“ยังอีกไกลเลยแฮะ ถ้าได้แค่นี้แล้วลองไปวัดปริมาณพลังเวทย์รวมกับความแข็งแกร่งทางร่างกายดูตอนนี้น่าจะอยู่ประมาณ10พ้อยต์กว่าๆแค่นั้นเอง”
นอสประเมินสภาพของตัวเอง ณ ตอนนี้นอสยังห่างไกลกับระดับเกณฑ์ของโควต้าที่โรงเรียนต่างๆ้า
“ถึงวัยที่ท่าจะเข้าโรงเรียนแล้วหรอคะ ท่านนอส?”
ลิลิธถามขึ้น
“ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วล่ะ อีกไม่กี่เดือนอายุก็จะครบ16 แล้ว และฉันอยากจะเข้าโรงเรียนที่ดีๆ แต่เพราะด้วยปัญหาเื่เงินที่ไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นฉันเลยจะเข้าไปด้วยรอบโควต้าที่ต้องมีระดับความแข็งแกร่งราวๆ 35 พ้อตย์ขึ้นไป”
นอสตอบลิลิธ
“ถ้าท่านอยากจะแข็งแกร่งเร็วๆ ท่านควรจะไปล่าพวกระดับสีแดงก่อนจะไม่ดีกว่าหรอคะ”
“ฉันก็อยากจะทำอย่างนั้นอยู่หรอกแต่ แถวๆนี้มันไม่ค่อยจะเจอพวกระดับสีแดงบ่อยๆหรอกนะ ฉันเลยจะใช้วิธีเดินทางไปเรื่อยๆในระหว่างทางอาจจะได้เจอพวกระดับสูงๆบ้างก็ได้”
ลิลิธไม่ถามอะไรต่อ เมื่อนอสเห็นว่าลิลิธไม่มีคำถามแล้วนอสก็เก็บของเตรียมจะออกเดินทางต่อ
ครื้น~
ในจังหวะที่นอสกำลังจะออกเดินทางจู่ๆก็มีเสียงต้นไม้โค่นล้มเสียงดังจากจุดที่ไม่ไกลมากจากที่ๆนอสยืนอยู่
“หืม? เสียงเอะอะอะไรกันนะลองไปตรวจสอบสักหน่อยดีไหมนะ”
ทางด้านป่าแถบนี้มันไม่ค่อยมีคนรู้จักและออกมาล่าเยอะซะเท่าไหร่ เป็เหตผลว่าทำไมนอสถึงสงสัยว่าเสียงที่ได้ยินใครเป็คนทำ อาจจะเป็คนที่กำลังต่อสู้กันอยู่หรืออาจเป็มอนสเตอร์ที่กำลังอาละวาดอยู่ก็ได้
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นนอสรีบวิ่งไปที่บริเวณที่เกิดเสียงดังขึ้น นอสะโไปมาระหว่างต้นไม้ด้วยความเร็ว บวกกับการเสริมกำลังกายให้ตัวเองทำให้นอสเดินทางได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดินบนพื้นด้านล่างเป็ไหนๆ
“ดังขึ้นครั้งเดียวแล้วเงียบไปเลยแฮะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ รีบไปดูดีกว่า”
นอสเร่งความเร็วขึ้นกว่าเดิม ผ่านต้นไม้ไปหลายต้นในที่สุดนอสก็มาถึงจุดเกิดเหตุแล้ว นอสที่ยืนแอบอยู่บนต้นไม้เริ่มมองสำรวจพื้นที่รอบๆด้วยความระมัดระวังเพราะนอส้าหาต้นตอของเสียงดังนี้ให้เจอ
ตรงหน้าของนอสมีซากของต้นไม้นอนอยู่สองสามต้นได้ ต้นไม้พวกนี้เป็ต้นตอของเสียงที่นอสได้ยิน และใกล้ๆนั้นเหมือนจะเห็นคนอยู่สามคน เหมือนว่ามีสองคนกำลังรุมอีกคนหนึ่งอยู่ตอนนี้
“หืม!? เ้าพวกนั้นจำไม่ผิดลูกน้องของไอ้เ้าหวังลิ่วหนิทำไมมาอยู่กันที่นี่”
เมื่อเพ่งเล็งดีๆนอสจำได้ว่าพวกสองคนที่กำลังรุมทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้อยู่นั้นเป็ลูกน้องที่อยู่ในทีมของหวังลิ่วเมื่อครั้งนั้นที่นอสเห็น นอสเปิดใช้งานเนตรมนตราแบบเงียบๆตาของนอสเปลี่ยนสีและสอดส่องไปที่สองคนนั้น เพราะระยะของนอสไกลจากเป้าหมายทำให้ต้องใช้พลังเวทย์และสมาธิที่เยอะขึ้น
ผ่านไปสักพักนอสก็มองเห็นออร่าของพวกนั้นแล้ว
“แยกไม่ค่อยออกแฮะ เราไม่เคยใช้วิชานี้มองมนุษย์มาก่อนเลย แต่ดูๆแล้วมีคนเดียวที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งที่สุดส่วนอีกคนมองแทบจะไม่เห็นออร่าเลย”
เพราะนอสไม่เคยใช้วิชานี้กับมนุษย์ทำให้นอสประเมินไม่ได้ว่าคนๆนั้นมีความแข็งแกร่งระดับไหนเพียงแต่ออร่าพลังเวทย์ที่ปล่อยออกมานอสคิดว่าถ้าเป็มอนสเตอร์น่าจะเกือบอยู่ในระดับสีส้มได้เลย
นอสเห็นว่าพวกนั้นกำลังพูดอะไรบางอย่างกับชายที่ล้มกองจนมุมคนนั้นอยู่ นอสจึงเริ่มเคลื่อนไหวไปตรงที่พวกนั้นอยู่ให้ใกล้ที่สุดที่จะทำได้โดยพวกนั้นไม่รู้ตัวว่านอสอยู่
“เท่านี้คงน่าจะพอ”
นอสหยุดอยู่ตรงต้นไม้ใกล้ๆและเงี้ยหูฟัง
“ฉันก็เอาทุกอย่างให้พวกแกหมดแล้วไง ไหนว่าจะยอมปล่อยฉันไปไงล่ะ!!”
ชายคนนั้นพูด
“ดูมันสิลูกพี่ฉิง~ มันอ้อนวอนใหญ่เลย ฮ่าๆ”
คนที่พูดอยู่นี่คือคนที่นอสดูว่าอ่อนแอที่สุด
“ก็จริงที่ท่านหวังปล่อยแกไป แต่เขาไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่ฆ่าแก”
ฉิงคือคนที่นอสบอกว่าดูแข็งแกร่งที่สุด มันพูดพร้อมกับแลบลิ้นเลียที่มีดตัวเอง
“อึก! พวกแกมันพวกสิบแปดมงกฏ ถ้าฉันรู้อย่างงี้คงไม่จ้างพวกแกแน่”
ชายคนนั้นพูด
“ฮึฮ่าๆ อวดครวนไปจะได้อะไรล่ะ หน้าที่แกมันก็หมดไปแล้วพูดให้มันเสียเวลาทำไม”
ฉิงพูดหยอกล้อ
“ถ้าคนในตระกูลฉันรู้ว่าพวกแกเป็คนทำล่ะก็ เื่ไม่จบแค่นี้แน่”
ชายคนนั้นพูดขู่ฉิงไป
“อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย คนตายมันพูดได้กันทีไหนล่ะเ้าโง่เอ้ย แถมแกตายไปแล้วพวกตระกูลแกจะรู้ตำแหน่งศพแกรึไง ฮึฮ่าๆ”
“ฉันว่ารีบๆปิดฉากเถอะพี่ฉิง ป่านนี้ท่านหวังคงจัดการพวกที่เหลือฝั่งนั้นหมดแล้วถ้าเรากลับไปช้าเดี๋ยวก็โดนด่าอีกหรอก”
อีกคนพูดเสริมฉิงไป
“นั่นสิ ฉันก็ว่าจะรีบไปดูด้วยของที่พ่อค้านี่เอามามันจะมีอาวุธดีๆอยู่ด้วยรึเปล่า งั้นก็รีบๆตายไปด้วยละกันคุณชายควาน ถึงจะอยากอยู่ทรมานให้ตายไปช้าๆอยู่หรอกแต่เดี๋ยวจะโดนคุณหวังด่าเอานี่สิ ฮิๆฮ่าๆ”
ฉิงพูดขึ้นพร้อมกับเดินตรงไปที่ชายคนนั้น
นอสที่ฟังอยู่้ากำดาบในมือแน่น
“ใช่พวกหวังลิ่วจริงๆสินะสารเลวไม่เปลี่ยนไปเลย”
นอสเห็นว่าฉิงเริ่มเดินเข้าไปหาชายที่ล้มอยู่กับพื้นและหวังจะปลิดชีวิตแล้วนั้น นอสเริ่มเคลื่อนไหวทันที
นอสเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายตัวเองและพุ่งออกจากพุ่มไม้ที่นอสอยู่ ความเร็วที่เกิดจากการเสริมแข็งนั้นเร็วมาก นอสกลายเป็เงาดำ
“ถ้าสู้กันสองต่อหนึ่งเราเสียเปรียบเต็มๆแน่ ต้องจัดการหมอนั่นที่ดูอ่อนที่สุดก่อนเป็คนแรก”
เมื่อได้เป้าหมาย นอสก็เริ่มหันทิศทางตัวเองและวิ่งไปที่คนที่ดุอ่อนแอก่อนเพื่อจะตัดกำลังของฉิงลง
ฉิงที่กำลังยกดาบขึ้นพร้อมจะตัดหัวของเป้าหมายอยู่นั้น ฉิงก็ััได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา
“จิตสังหาร!! เห้ยทอมข้างหลังนาย!! ชิ บ้าเอ้ย”
ฉิงร้องเตือน แต่มันคงไม่ทันแน่ๆ ฉิงเสริมความแข็งแกร่งตัวเองและพุ่งไปหานอสทันที ทอมที่ได้ยินเสียงเตือนจากฉิงก็หันหลังกลับไปทอมใจนเสียการควบคุม ทอมก้มหัวหดลงและพยายามหยิบอาวุธออกมาสู้
แต่นอสพุ่งมาด้วยความเร็วมาก ภายในไม่กี่วินอสก็มาอยู่ใกล้ด้านหลังของทอมแล้ว นอสง้างดาบขึ้น้าเตรียมจัดการทอม
ในจังหวะที่นอสกำลังฟาดดาบของตัวเองลงมาฉิงที่มาถึงก็ใช้ดาบตัวเองรับดาบของนอสไว้ทันทีก่อนจะถึงหัวของทอม แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เมื่อนอสเห็นว่าฉิงเอาดาบเข้ามากัน นอสก็เริ่มส่งพลังเวทย์เสริมให้กับแหว่ง ออร่าออกมาเคลือบดาบไว้แทบจะทันทีและฟันลงปะทะกับดาบของฉิง
เพร้ง!!
ทันทีที่ดาบของนอสปะทะกับดาบของฉิง ดาบของฉิงที่เอามาป้องกันดาบของนอสนั้นแตกและขาดครึ่งทันทีที่ปะทะกับแหว่งของนอส เมื่อเห็นแบบนั้นฉิงก็ทำหน้าใ นอสตอนนี้ไม่สนใจดาบที่หักของฉิงเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้นอสสนใจแค่จะต้องฆ่าทอมให้ได้เพื่อเพิ่มโอกาสชนะของตัวเอง
ฉึบ!!~
ดาบรูปทรงเขี้ยวของนอสพุ่งเข้าใส่ตัวของทอมต่อโดยที่ความเร็วไม่ตกลงเลยแม้แต่นิดเดียว ทอมไม่มีโอกาสจะได้ร้องออกมาเลยสักนิดเพราะโดนนอสฟันขาดครึ่งเป็แนวตั้งตรงไปแล้วสภาพของทอมตอนนี้ไม่ต่างจากตั๊กแตนใบมีดเลยแม้แต่นิดเดียว
“โอ๊ะโอ๋~ตายซะแล้ว แย่จัง ฮิๆ”
นอสทำท่าทางล้อเลียนฉิงพร้อมกับสบัดดาบเพื่อสลัดเืออกจากดาบ
ฉิงที่ได้ยินการยั่วยุจากนอสแบบนั้นก็เริ่มมีเส้นเืปูดขึ้นที่ขมับทันที
“แกเป็ใครกันวะ ยุ่งไม่เข้าเื่ ทำไมมาลอบโจมตีแบบนี้”
ฉิงพยายามควบคุมอารมณ์และถามนอสไป
“ก็แค่คนเดินป่าแถวนี้เอง แล้วบังเอิญมาเห็นคนกำลังถูกพวกเลวทรามทำร้ายเข้าก็เลยอดใจไม่อยู่นิดหน่อยน่ะ”
นอสใช้ดาบจิ้มๆเขี่ยๆศพของทอมเพื่อยั่วโมโหฉิงต่อไป
อารมณ์โกรธของฉิงเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ฉิงไม่พูดคุยแล้ว ฉิงทิ้งดาบที่หักในมือแล้วหยิบดาบเล่มใหม่ออกมาที่ข้างเอวตัวเอง ฉิงเริ่มเสริมกำลังกายตัวเองและอาวุธพร้อมกันรวดเดียว ร่างกายที่ใหญ่บึกบึนของฉิงเมื่อถูกเสริมไปด้วยเวทย์เสริมกำลังทำให้ตอนนี้ฉิงดูน่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ
“อืม~นี่ฉันกวนประสาทมันมากเกินไปรึเปล่าหว่า…..ไม่หรอกมั้ง”
………………………….