ตอนที่ 16 ภรรยาสาวลี่ลี่
ในขณะที่เซียวิเยวี่ยกำลังยุ่งกับสิ่งต่าง ๆ เธอได้ยินข่าวมากมายเกี่ยวกับครอบครัวของป้าสะใภ้ว่า เซียวอวี่ทะเลาะกับป้าสะใภ้มาสักระยะหนึ่งแล้ว และบังคับให้เธอขายบ้านหลังเก่าที่อยู่อาศัยในราคาต่ำกว่าตลาดเพื่อหาเงิน
เนื่องจากเซียวิเยวี่ยกำหนดเวลาภายในครึ่งเดือน เซียวอวี่จึง้าขายบ้านเก่าโดยเร็ว ทว่าก็ยังถูกต่อราคาอีก
บ้านหลังเก่าถูกขายออกไป ทำให้ป้าสะใภ้ร้องไห้ไม่เว้นวัน แต่เนื่องจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยืนกรานจะขายให้ได้ และเมื่อพิจารณาถึงหลานในท้องของลี่ลี่ เธอจึงทำได้แค่ประนีประนอมเท่านั้น
ต่อมาป้าสะใภ้ไปขอยืมเงินจากเซียวฮ่วนฮ่วน 200,000 หยวนอย่างไร้ยางอาย โดยบอกว่า้าซื้อบ้านให้ลูกชาย ด้วยเหตุนี้แม่และลูกสาวจึงทะเลาะกันใหญ่โต เซียวฮ่วนฮ่วนกล่าวหาว่าป้าสะใภ้รักลูกชายมากกว่าลูกสาว แต่ไม่รู้ว่าป้าสะใภ้ใช้วิธีการใด สุดท้ายแล้วเซียวฮ่วนฮ่วนก็ยอมให้ยืมเงิน
“น้องสาวของพี่ ต้องขอโทษจริง ๆ ที่พี่อาศัยอยู่ในบ้านของเธอมานาน วันนี้เราจะซื้อมันและจ่ายในราคาเต็ม”
หญิงสาวสวยที่นั่งตรงข้ามโต๊ะรับแขกไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลี่ลี่ ภรรยาสาวของลูกพี่ลูกน้องชาย
ตามดังชื่อของเธอ ลี่ลี่มีรูปลักษณ์ที่งดงาม ดวงตาเรียวเหมือนจิ้งจอก และสวมกระโปรงสีดำดูน่าค้นหา ไม่น่าแปลกใจเลยที่เซียวอวี่จะ้าแต่งงานกับเธอ
ถัดจากลี่ลี่คือเซียวอวี่และป้าสะใภ้ เซียวอวี่กำลังเอาอกเอาใจลี่ลี่อยู่ไม่ห่าง ส่วนป้าสะใภ้กลับมีสีหน้าเคร่งขรึมและนิ่งเฉย ราวกับญาติผู้ใหญ่ของตัวเองเพิ่งเสียชีวิต
อาจเป็เพราะสามีของเธอกำลังทุกข์ทรมานอยู่ในคุก เธอจึงไม่มีความสุขกับการซื้อบ้านครั้งนี้
“ไม่จำเป็ต้องขอโทษเลยค่ะ ถ้าพี่สะใภ้รู้สึกผิดจริง ๆ ทำไมไม่คิดเสียว่าค้างค่าเช่าและชดเชยให้ฉันล่ะ?” เซียวิเยวี่ยพูดออกไปอย่างเถรตรง
ลี่ลี่แตะขมับด้วยความอึดอัดและพูดขึ้นว่า
“ผู้จัดการจาง มาเริ่มกันเลยเถอะค่ะ บ่ายนี้ฉันมีนัดกับช่างเสริมความงาม อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย”
เซียวิเยวี่ยไม่ได้พูดอะไร เธอรู้ว่าอีกฝ่ายมีมารยาทพอควร
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์พูดด้วยรอยยิ้มกว้าง “ได้เลยครับคุณลี่ลี่ บ้านของคุณเซียวมีราคาอยู่ที่ 3.2 ล้านหยวน เธอ้าให้ชำระเต็มจำนวนเป็เงินก้อนเดียว นี่คือสัญญาระหว่างสองฝ่าย ส่วนนี่คือหนังสือรับรองอสังหาริมทรัพย์…”
ลี่ลี่เหลือบมองสัญญาเล็กน้อย “ไม่มีปัญหาค่ะ นี่คือบัตรของฉัน ในบัตรมีเงิน 3.2 ล้านพอดี เราจะดำเนินการตามกระบวนการของธนาคารในภายหลัง และโฉนดทรัพย์สินจะต้องระบุชื่อของฉัน”
เซียวอวี่พยักหน้าเห็นด้วย “อื้ม ทุกอย่างเป็ไปตามที่รัก้าเลยครับ”
“ชื่อของเธอเหรอ!?” ป้าสะใภ้ะโขึ้นด้วยความใ
ลี่ลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด “แม่คะ ทำไมต้องเอะอะเสียงดังขนาดนั้นด้วย แม่กำลังทำให้ลูกในท้องหนูกลัวอยู่นะ”
เธอลูบท้องที่เรียบแบนพลางมองเซียวอวี่สีหน้าเศร้า
เซียวอวี่เห็นแบบนั้นก็รีบหันไปดุ
“แม่! จะะโทำไม”
ป้าสะใภ้พูดด้วยความกังวล “ลี่ลี่ ครอบครัวของฉันเป็คนจ่ายเงินค่าบ้านหลังนี้ พวกมันล้วนเป็เงินของฉัน! ฉันขายบ้านตัวเองไปโดยแทบไม่ได้เงินสักแดงเดียว แถมยังต้องไปยืมจากฮ่วนฮ่วนอีก 200,000 หยวน ไม่ใช่ว่าฉันอยากเข้าไปยุ่งนักหรอก แต่ถ้าบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็ชื่อของฉัน อย่างน้อยมันก็ควรเป็ชื่อของเซียวอวี่!”
ลี่ลี่เม้มริมฝีปาก ก่อนตอบกลับอย่างใจเย็น
“แม่คะ แม่รู้เื่กฎหมายบ้างหรือเปล่า? ถึงแม้จะเขียนชื่อของหนูในโฉนดบ้านหลังนี้ แต่หนูกับเซียวอวี่ยังคงเป็สามีภรรยากัน บ้านหลังนี้ถือเป็ทรัพย์สินร่วมกันของสามีภรรยา แม้ว่าเราจะหย่ากัน ทรัพย์สินก็ต้องแบ่งคนละครึ่ง หนูเสนอให้ใส่ชื่อของหนูคนเดียวเพียงเพื่อทดสอบเซียวอวี่เท่านั้น”
“อีกอย่าง ครอบครัวแม่เองที่หลอกให้หนูแต่งงานก่อน ลองไปถามคนอื่น ๆ ดูสิ มีใครบ้างที่แต่งงานโดยไม่มีบ้านใหม่ให้อยู่? ใช้บ้านของคนอื่นเป็เรือนหอ แล้วยังถูกไล่ออกมา หนูมีหน้ามีตาในสังคม แล้วต่อไปหนูจะมีหน้าไปเจอผู้คนภายนอกได้ยังไง?”
จากนั้นลี่ลี่หันมองที่เซียวอวี่อีกครั้ง เธอเลิกคิ้วพูด
“คุณก็เหมือนกัน! เป็คุณเองที่อ้อนวอนให้ฉันกลับมา ไม่อย่างนั้นฉันคงทำแท้งและหย่ากับคุณไปนานแล้ว มีเศรษฐีมากมายไล่ตามฉัน แต่ฉันเลือกที่จะแต่งงานกับคุณ เราได้ตกลงเื่ใส่ชื่อของฉันในโฉนดแล้ว แต่ทำไมตอนนี้แม่ของคุณกลับไม่เห็นด้วย? เซียวอวี่ ฉันทนใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ!”
เซียวอวี่พูดเบา ๆ “อย่าโกรธนะที่รัก ใจเย็นก่อน ต้องคิดถึงลูกน้อยให้มาก แน่นอนว่าบ้านนี้จะเป็ชื่อของคุณ คุณเป็ภรรยาของผม แล้วผมจะไม่เชื่อใจคุณได้อย่างไร”
ลี่ลี่สะบัดมือออกพร้อมพ่นลมหายใจเ็า ขณะที่เซียวอวี่พยายามเอาใจเธอมากขึ้น
ป้าสะใภ้เห็นท่าทีจำยอมของลูกชายตัวเองก็นึกโกรธ
นางผู้หญิงแพศยาฉวยโอกาสจากการตั้งครรภ์ จิกหัวใช้แม่สามีเหมือนคนใช้ทั้งวัน ทั้งร้องขอจะกินรังนก หรือไม่ก็หูฉลาม แล้วยังนอนเล่นโทรศัพท์มือถือทุกวัน โดยไม่ยอมซักเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว
ตอนนี้หล่อนยังกล้าเรียกร้องให้โฉนดทรัพย์สินเป็ชื่อของตัวเองคนเดียว หล่อนคงคิดว่าตัวเองเป็เ้าหญิงที่ต้องได้รับการปรนนิบัติเพียงเพราะตัวเองกำลังท้อง ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!
หลังจากเกลี้ยกล่อมลี่ลี่สำเร็จ เซียวอวี่หันมาบ่นแม่ของตัวเอง
“แม่! ทำไมต้องมาวุ่นวายที่นี่ด้วย! ผมบอกแล้วว่าอย่ามา แต่แม่ก็ยังจะตามมาให้ได้ ตอนนี้แม่มาทำให้ลี่ลี่โกรธจนเจ็บท้อง ทีนี้แม่พอใจแล้วหรือยัง?!”
“แต่เธอไม่ได้จ่ายเงินซื้อบ้านหลังนี้! ลูกลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อยังติดอยู่ในคุก และยังไม่รู้ว่าจะถูกตัดสินให้จำคุกกี่ปี ลูกอยากจะให้แม่เครียดจนตายไปเลยใช่ไหม! ทำไมชีวิตของฉันถึงน่าเวทนาถึงขนาดนี้…”
เซียวอวี่ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ต่อหน้าคนนอก เขารู้สึกว่าอารมณ์ฉุนเฉียวของแม่กำลังทำให้เขาอับอาย
เมื่อได้ยินแบบนั้น ลี่ลี่ก็โต้กลับทันที
“แม่หมายความว่ายังไงคะ มีพ่อแม่ที่ไหนบ้างไม่จ่ายเงินซื้อเรือนหอให้ลูกชาย? ถ้าไม่มีบ้านเป็ของตัวเอง แล้วจะแต่งงานไปเพื่ออะไร? ฉันจะหย่าค่ะ และไม่ขอเก็บเด็กคนนี้แล้ว ฉันจะไปโรงพยาบาลเพื่อทำแท้งตอนนี้เลย!”
เซียวอวี่ตื่นตระหนัก “ไม่ได้นะ! ลี่ลี่ คุณจะทำแท้งไม่ได้ นี่คือลูกของเราสองคน คุณห้ามพูดเื่แบบนี้อีกเด็ดขาด แม่ของผมพูดเื่ไร้สาระไปอย่างนั้น คุณอย่าสนใจเธอเลย”
เซียวอวี่หันไปจ้องมองแม่ของเขาอย่างดุเดือด
ป้าสะใภ้กัดฟันด้วยความโกรธ แต่เมื่อเห็นสายตาที่เ็าของลูกชาย จิตสำนึกเธอบอกว่าอย่าพยายามเถียงต่อไปอีกเลย
ผู้หญิงเลวคนนี้ยืนกรานให้เขียนชื่อของเธอลงในโฉนด หากยังโต้เถียงกันต่อไป ลูกชายคงจะต้องเปิดศึกทะเลาะกับเธอครั้งใหญ่แน่ ๆ
“แม่ไม่ได้หมายความว่าอย่างไร ก็แค่ถามดูเฉย ๆ ลี่ลี่ หนูกำลังตั้งท้องหลานชายของแม่ ที่จริงแม่มีความสุขมาก แต่แค่ไม่รู้ว่าควรแสดงออกอย่างไร” ป้าสะใภ้พูดด้วยสีหน้าหมองเศร้า
ตามดังคาด เซียวอวี่หยุดจ้องมองมาที่เธอ และความโกรธของเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
“หยุดพูดเื่ไร้สาระ แล้วทำตามที่ลี่ลี่บอกเถอะครับ” เขาพูดอย่างเ็า
“แม่คะ พวกหนูโตแล้ว แม่ควรเลิกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่เราสองคน เรารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่” ลี่ลี่พูดเสริมเสียงเย็น
ไขมันที่เหี่ยวย่นบนใบหน้าป้าสะใภ้สั่นเทา เธออ้าปากคิดโต้กลับไป แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงคอ
นางคนต่ำช้า รอให้หลานของฉันเกิดมาก่อนเถอะ แกไม่รอดแน่!
เซียวิเยวี่ยที่นั่งอยู่ตรงข้ามมองภาพตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลิน มันเป็โอกาสหายากที่จะเห็นหมาบ้ากัดกันเองแบบนี้ ป้าสะใภ้ที่มักสวมบทบาทเหยื่อกลับถูกลี่ลี่ปราบปรามโดยสิ้นเชิง ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถมากจริง ๆ
เซียวิเยวี่ยแทบอยากปรบมือให้เธอด้วยความชื่นชม
“ป้าสะใภ้ใจเย็นก่อนนะคะ ลูกพี่ลูกน้องของหนูพูดถูก คนเป็พ่อแม่ควรจะเตรียมเรือนหอไว้ให้ลูก พ่อแม่ของหนูก็ซื้อบ้านหลังนี้ให้หนูเป็เรือนหอเหมือนกัน”
เซียวิเยวี่ยพูดขึ้น แม้จะดูเหมือนว่าเธอพยายามหยุดการโต้เถียง แท้จริงแล้วเป็การเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ
หลังได้ยินแบบนี้ ลี่ลี่อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ครอบครัวของคุณลุงรองใจดีกับลูกสาวมากจริง ๆ แม่คะ แม่มีลูกชายเพียงคนเดียว อย่าตระหนี่เกินไปนัก ทำไมแม่ถึงไม่เต็มใจที่จะซื้อเรือนหอให้ลูกชายขนาดนั้น? ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาทวงบ้านคืน แม่ก็คงไม่คิดจะซื้อบ้านให้เซียวอวี่ด้วยซ้ำ!”
“ฉันต้องขอบคุณน้องสาวจริง ๆ ที่เปิดโปงความจริง ไม่อย่างนั้นฉันคงยังตาบอดต่อไป”
เซียวิเยวี่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ยินดีค่ะพี่สะใภ้ นี่คือสิ่งที่น้องสาวควรทำ”
ป้าสะใภ้เบิกตากว้างพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวดูน่าเกลียด ราวกับเผลอกินแมลงวันเข้าไป แม้ว่าเธอจะเก่งในการเสแสร้งแค่ไหน แต่เวลานี้เธอไม่สามารถซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงได้
หล่อนจ้องมองไปทางเซียวิเยวี่ยโดยที่พูดอะไรไม่ออก
เซียวิเยวี่ยเลิกคิ้ว “อย่าเสียเวลาอีกเลยค่ะ เรามาเซ็นสัญญาให้เสร็จเถอะ เรายังต้องดำเนินการขั้นตอนการโอนด้วย”
ใบหน้าของป้าสะใภ้ยิ่งดูน่าเกลียดมากขึ้นกว่าเดิม