" เเล้วเหตุการณ์ถัดจากนั้นหล่ะพี่? "
ตั้งเเต่เ้าเฉลิมเริ่มอารัมภบท ทุกข้อสงสัยต่างถูกเ้าไฝยิงคำถามรัวเป็ชุด เเต่ละคำบอกเล่าที่เขาได้เรียงร้อยมาเป็ฉาก ๆ จากห้วงความทรงจำ บัดนี้ถูกตีเเผ่เเบกางไม่มีหมกเม็ด
" ไอ้ไฝ กูเล่าหมดเเล้ว เหล้ากูก็หมดเเล้ว "
สองมือกำยำทั้งเขย่าทั้งตบก้นขวดที่ถือยกค้าง ใบหน้าเเหงนเงยมีปลายลิ้นเเหลมยืดยาวแลบออกกระดิกดุ๊กดิ๊กรองใต้ปากขวด รอรับหยาดหยดอำพันเหลืองใสที่กำลังทยอยไหลรวมกันให้ทิ้งตัวลงมา
บรรยากาศชนบทที่พระจันทร์นวลผ่องยังส่ายหน้าเบื่อหน่ายให้กับบางคนที่หมดตัว ท่ามกลางไร่ข้าวโพดเปล่าเปลี่ยวบนเส้นทางลูกรังคดเคี้ยวเหลือเพียงลูกพี่ลูกน้องสองเกลอเพื่อนซี้เช่นวันวาน
" ไม่เคยคิดเลยว่าหมู่บ้านของเราจะเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ดำมืดไม่น่าจดจำเช่นนี้ เเละความสยองขวัญยังเกิดขึ้นใน่เวลาเเค่ค่ำคืนเดียว มัคทายกลอกคราบเปลี่ยนเป็มือปืนลอบยิงท่านสส. ชาวบ้านข้าราชการโดนลูกหลงาเ็ล้มตายกันถ้วนทั่ว จากนั้นเ้าฆาตกรเฒ่าโดนลุงเทียบวิสามัญสังหาร ทุ่งข้าวโพดหลายสิบไร่ของหลายครัวเรือนถูกเพลิงไฟไร้ที่มาเผาผลาญมอดไหม้ไม่มีเหลือ สุดท้ายผู้คนนับร้อยสาปสูญหายตัวไปราวกับเล่นกล "
" หลังจากคืนนั้น พ่อข้าเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคน "
หน้าตาเเดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราร้อนเเรง ก้มมองกำปั้นที่กำเเน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ก่อนจะเเบออกเป็ลูกหินผิวขรุขระก้อนหนึ่งวางอยู่"
ลุงเทียบเปลี่ยนไป? "
" ใช่ ข้าเเอบเห็นว่าท่านมักจะออกมาก่อกองไฟคนเดียวยามดึกดื่นหลังจากที่เเม่เข้านอนหลับไปเเล้ว ออกมานั่งจ้องมองเปลวไฟที่ลุกโชนติดต่อกันอย่างนั้นอยู่หลายชั่วโมง ราวกับเื่ราวเลวร้ายในค่ำคืนเเห่งปริศนาทั้งมวลได้จารึกตอกสลักบางอย่างที่กลางใจ เเต่พอเเม่เกิด ' อีหยก ' ทุกอย่างที่เปลี่ยนเเปลงกลับมาเป็ปกติดังเดิม ต้องขอบคุณนางนั่นที่มันเกิดมาน่ารักเเละเเข็งเเรง "
ท่ามกลางความเงียบสงัดมีเเต่เสียงสายลมพาพัดเป็ความหนาวเย็น บนใบหน้าของทั้งสองกลับปรากฏรอยหยักยิ้มขึ้นตรงมุมปากสอดรับกับสายตาเอ็นดูอ่อนโยนราวกับได้รับไออุ่นจากเื่ราวนั้น
" พี่เหลิม เเล้วหลวงพ่อ? "
" เฮ้อ... ดึกมากเเล้ว อึ๊บ "
เฉลิมผู้อ้างว้างออกเเรงขว้างปาเ้าหินน่าเกลียดก้อนนั้นจนสุดตัว มันบินโค้งกลืนหายไปกับความมืด สองมือกำตบทุบต้นขาที่นั่งนานจนเมื่อยขบ หากขืนรั้งอยู่ต่อไปอีกไม่กี่นาทีละอองน้ำค้างเที่ยงคืนคงเเช่เเข็งตัวเขาได้ ถ้ายามนี้ยังไม่มีรสชาติคุ้นเคยที่แผดร้อนเรียกความรู้สึกปลดเปลื้องให้หายจากความขมขื่น ทีนี้ต่างคนต้องเเยกย้ายทางใครทางมัน
" พลังคลื่นเต่าสะท้าน... ฟ้า! "
ท่วงท่าทะมัดทะเเมงพร้อมปลดปล่อยคลื่นพลังไม้ตายะของ ' คาคาล็อต ' ไอ้หนุ่มต่างดาวในจอเเก้วเมื่อสามสิบปีก่อน ถึงจะเหมือนเป๊ะเพียงใดเเต่ในสถานการณ์ไม่เป็ใจย่อมไม่สามารถสะกดเขาไม่ไห้ลุกเดินกลับบ้านได้ เเต่ก่อนที่จะหันหัวตั้งศูนย์ไปยังทิศที่ถูกต้อง สองตาปิดปรือที่แสร้งทำทีกลบเกลื่อนให้เห็นราวกับระโหยโรยเเรงจำต้องต้องเบิกกว้างดั่งดวงิญญาที่ห่อเหี่ยวผงาดขึ้นมาอีกครั้ง กลางฝ่ามือที่ประกบเข้าหากันราวกับเปลือกหอย ' มือเสือ ' ปรากฏเหล้าดองเเบนใหม่สดใสจับจิต จนเ้าลูกพี่ใหญ่ยังอดไม่ได้ต้องจับจ้องตาค้างคิดว่าตนตกอยู่ในห้วงเเห่งมายา
" โอ๊ะ ไม่ทราบ ' ท่านจอมยุทธคุณไฝ ' มีอะไรไห้ข้าน้อยรับใช้ขอรับ อ้าวเฮ้ย! "
พรวด...
ด้วยความที่ไม่ได้ลุกเดินเปลี่ยนท่าทางเป็เวลานานสองนาน ในระหว่างที่ค้อมตัวโค้งคำนับเเข้งขาคงเเกร็งเเข็งหรืออาจอ่อนเเรงจนยากทรงตัว ใจพร้อมเเต่กายไม่ไหว สายตากับสายใจสับสนสวนทาง ก่อนที่ร่างกายกำยำลงพุงจะหกคะมำล้มหัวตุงไปยังไร่รกด้านหน้าจำต้องหาบางอย่างยึดเหนี่ยวเอาไว้
หมับ!
ทางเลือกที่ดีที่สุดบังคับให้เ้าใฝต้องยืนเเกร็งคอรอตัวเเข็งใช้สองมือโอบอุ้มประคองปกป้องเหล้าดองเเบนสุดท้ายนั้นด้วยชีวิตไม่ให้ตกเเตกเสียของ จนมันเองลืมปกป้อง่ล่างปล่อยช่องว่างให้เ้ายาจกล้มละลายใช้เกาะเกี่ยว สองมือเคลื่อนไหวคล้ายหนวดปลาหมึกโอบรัดเข้า ' เต็มเป๋า ' ใบหน้ามึนเมาทะยานซุกเข้าเต็มเป้า ความลับคัมภีร์ร้อยปีที่ท่าน ' เ้ายุทธภพ ' ซุกงำอำพรางเอาไว้สุดท้ายถูกเปิดเผยในที่สุด
' ตายโหงเเหล่ววววว '
ราวกับมีเส้นสายฟ้าล่องหนไร้เสียงล็อคเป้าลงมาผ่าเปรี้ยงกลางกระหม่อม ใบหน้าเ้าไฝซีดขาวราวกับคนตายมาเเล้วหลายสิบปี
" เอ๊ะ เหมือนมีอะไรเเข็ง ๆ นูน ๆ สู้มือดีจัง "
" กะ... ก้อนหินมั้งจ๊ะ "
" ไม่น่าจะใช่นะ งั้นใบ้ให้อีกนิดมันวางเรียบ เรียงเป็ปึกเเผ่ลลลลล "
" กระเป๋... โอ้ย! "
" นี่เเน่ะ! อธิบายมานะเ้าไฝห้ามเฉไฉ "
" เเหมพี่ เงินไงจ๊ะ "
" เเล้วเเกไปได้มาตอนไหน ตั้งสองสามหมื่น! "
" คะ... คือ คืนนี้ชั้นแอบเฝ้าดูดวงดาวเเล้วครุ่นคิดจึงสังเกตเห็นว่าพี่นั้นหน้าตาดำคล้ำเล่นเท่าไหร่ย่อมมีเเต่เสีย เเต่คู่สุดท้ายยี่สิบสามนาฬิกา่พฤหัสราหูเคลื่อนคล้อยยังไงคนดีเทวดาอาภัพย่อมคุ้มครองโชคต้องเข้าข้างบ้าง เลย... "
เ้าไฝพูดพลางลูบสำรวจบนศีรษะที่ปูดนูน มันหันหลบหน้าเเหงนมองผืนฟ้าให้เห็นเเต่แผ่นหลังกว้างสงบนิ่ง ขบคิดว่าลัคนาราศรีจังหวะนรกโมงยามนี้ช่างไม่สูดีเอาเสียเลย ถึงจะเเก้ตัวอย่างไรคงฟังไม่ขึ้นไม่สู้ปล่อยของให้อีกฝ่ายพองขน โชว์สเต็ปลึกลับเหนือเมฆอาจได้ผลตรงข้ามที่ดีกว่า
" มึงเเทงสวนกูว่างั้น! "
" เสียสละ! คนโบราณร้องเรียกมันเเบบนั้น ทุกอย่างที่ทำไปเพื่อใช้ตัวเองเข้าเเบกรับแทนตัวพี่ที่ดวงแตกโหวเฮ้งตก "
" หะ... หา "
เเววตาถมึงทึงกราดเกี้ยวมองไปยังร่างบางที่โอนเอนเข่าอ่อน มือที่เขวี้ยงปาหินเมื่อสักครู่จากที่ง้างหมัดเตรียมตวัดติวเข้มสั่งสอน ปรับเปลี่ยนเป็สัญลักษณ์ ' รักนะ ' ของหนุ่มใหญ่นักร้องคนดังผู้อยู่เป็ตำนานะที่ยังมีลมหายใจเเถมสุขภาพดีเยี่ยม
" ดีมาก! ไม่เสียเเรงที่เอ็งเป็ผู้ถูกเลือกศิษย์สาวกคนสุดท้ายของสำนัก เเถมมีสำนึกรับรู้ว่องไวตระเตรียมทางหนีทีไล่เบ็ดเสร็จไว้รออาจารย์ ' ศิษย์ประเสริฐ ' เเม้แต่ตัวข้าเองยังถูกเ้าลวงหลอก สำเร็จเเล้ว... เอ็งสำเร็จวิชาเเล้ว ต่อไปนี้ตัวข้าคงไม่มีอะไรจะสอนสั่งเอ็งเเล้ว โน่น! "
" อะไร? "
เเววตางงงวยหันหน้ามองตามอีกฝ่ายที่แผ่พุ่งความสนใจไปยังเทือกเขาใหญ่ดำทะมึนตัดกับผืนฟ้ากว้างที่ปรากฏมหาสมุทรดวงดาวนับล้าน
" คลื่นลูกหลังมาเเล้วกำลังสาดซัดคลื่นลูกหน้า "
อึก อึก อึก อึก
" เเล้วตกลงหลวงพ่อท่านใช่คนบงการอยู่เื้ัหรือเปล่า? "
" ท่านได้หายตัวไปในค่ำคืนนั้น กุฏิเ้าอาวาสถูกชาวบ้านงัดเรื้อค้นไม่มีชิ้นดี ครอบครัวผู้สูญเสียต่างเต็มไปด้วยความโกรธเเค้นไร้เหตุผล พวกมันไม่สนใจหลักฐานหรือทฤษฎีใด ๆ ที่เ้าหน้าที่ยกอ้างมารองรับ กลับเฮโลกันไปทุบตีทำลายข้าวของราวกับทุกคน้า ' รื้อวัด ' ตัดมันเป็ชิ้น ๆ หัวขบวนเป็ใครไปไม่ได้นำโดยไอ้ลูกน้องชั่วของไอ้ทรงเกียรติ ที่เสมือนเจ็บเเค้นเเทนเ้านาย มันคอยปลุกปั่นชาวบ้าน้าหาคนมารับผิดดั่งเืต้องชดใช้ด้วยเื วันรุ่งขึ้นข่าวคราวของผู้คนที่สาบสูญยังมาตอกย้ำถึงความเเปลกประหลาดที่เกิดขึ้นซ้อนทับซ้ำเติมหมู่บ้านเเห่งนี้ สุดท้ายบ้านของตาอิ่มมัคทายกเฒ่าที่ใครต่างเรียกว่า ' ไอ้ฆาตกร ' ก่อนที่เ้าหน้าที่จะเข้าค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม เช้ามืดคืนนั้นได้ถูกเปลวเพลิงลุกไหม้วอดวายหมดทั้งหลังโดยที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านเเม้เเต่คนเดียว "
" พี่เหลิม เราเดินไปดูบ้าน ' ต้องสาป ' หลังนั้นหน่อยดีไหมพี่ "
เ้าไฝเเววตาลุกวาวเปี่ยมไปด้วยความกล้าท้าทาย ในมือหยิบเงินหมื่นปึกหนาเอาออกมาอวดโฉม กำโฉบร่อนไปมาล่อหน้าล่อตาท่านเ้าสำนัก...