Sol xx Mifa 11
Sol Talk
“หลับแล้วเหรอ?” มาร์ชเอ่ยถามผมเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องครัวอีกครั้งหลังจากที่หายเข้าไปส่งมีฟาเข้านอนได้สักพักใหญ่ คนตัวเล็กไม่สบายเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอจากการที่เธอโหมอ่านหนังสือเพื่อสอบ ผลสรุปของวันนี้คือคนตัวเล็กป่วยจนได้ ทีแรกผมจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนด้วยซ้ำแต่คนตัวเล็กดันมาป่วยเสียก่อน เพราะความเป็นห่วงจึงบอกเพื่อนว่าไปไม่ได้แล้วแต่พอพวกนั้นรู้ว่าฟาไม่สบายจึงขอมาที่นี่แทน เราขอฟากันแล้วพอเจ้าของห้องอนุญาตเพื่อน ๆ ผมเลยมาที่นี่กันยังไงล่ะ
“อือ หลับแล้ว”
“นานทีมันจะป่วย” ริคเอ่ยขึ้นเบา ๆ เราเริ่มดื่มกันแล้วล่ะ เมื่อช่วยกันเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำความสะอาดเสร็จก็เอากับแกล้มมานั่งกินกันต่อที่ห้องนั่งเล่นเปิดหนังดูไปด้วย ไม่ได้เสียงดังอะไรกันมากเกรงว่าจะรบกวนคนไม่สบาย ตอนนี้ที่ห้องนั่งเล่นมีผม ริค มาร์ช มิล มนต์ ครอส หกคนพอดี เราดื่มและพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ จนเกือบเที่ยงคืน เพื่อนก็ยังไม่มีทีท่าจะเมา ถ้าเมาผมไม่มีทางปล่อยพวกมันขับรถกลับแน่ ๆ ให้มันนอนกันที่นี่แหละ
“มึง สอบเสร็จไปเที่ยวกันไหมวะ” มนต์เอ่ยชวน
“มึงจะเที่ยวไหน เขาไปรับน้องกันไม่ใช่เหรอ” ริคเอ่ยเตือนทำเอาคนอยากไปเที่ยวหน้ามุ่ยไปทันทีเหมือนกัน เหมือนโดนขัดฝันเลยใช่ไหมล่ะแบบนี้น่ะ
“เขาบอกอาจจะเปลี่ยนกำหนดการนี่”
“ไม่รู้ว่ะ รอดูละกัน”
“ก็ใจเย็น ๆ รับน้องเสร็จก็ค่อยคุยกันใหม่”
“ก็ได้ ๆ กับแกล้มหมดอะเดี๋ยวมาไปเอาก่อน” มนต์ขยับลุกจากโซฟาเดินไปยังโซนห้องครัว เพื่อนคนอื่น ๆ ก็นั่งดื่มกันต่อไม่ได้สนใจอะไรมาก
“กูไปดูฟาก่อนนะ” ถ้าให้พูดตามตรงตั้งแต่ที่นั่งดื่มกันอยู่ตรงนี้ในหัวผมเอาแต่คิดถึงคนที่หลับอยู่ในห้อง พอได้ใกล้ชิดกันแบบนี้ ผมเพิ่งรู้ตัวว่าผมเองติดมีฟาจนน่าหงุดหงิด ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไรก็เอาแต่คิดถึงอีกฝ่าย เป็นห่วงคนตัวเล้ฏไปสารพัดเรื่อง
“เออ ๆ ไปเถอะ” เมื่อเพื่อนรับรู้ถึงได้จึงเดินผละออกจากห้องนั่งเล่นไปที่ห้องนอน ผมปิดประตูอย่างเบามือที่สุดจากนั้นก็เดินเข้าไปดูคนตัวเล็กที่หลับอยู่บนเตียง ลองวัดอุณหภูมิดูแล้วฟาตัวยังร้อนอยู่ผมจึงเดินเข้าไปที่ห้องน้ำเตรียมผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้คนป่วยอีกครั้ง ไม่อยากให้ป่วยหนักไปกว่านี้ ผมเป็นห่วง
“อือ ซอลเหรอ?” คนป่วยครางงัวเงียเมื่อถูกผ้าเย็น ๆ แตะลงบนกรอบหน้า ดวงตาหวานปรือขึ้นมองอย่างยากลำบาก
“ซอลเอง นอนต่อเถอะซอลจะเช็ดตัวให้”
“อือ” สักพักเหมือนมีฟาจะกลับไป ผมรีบเช็ดตัวให้กับมีฟาและห่มผ้าให้เธออีกครั้ง เหลือบตามองนาฬิกา ตอนนี้ตีสองจะครึ่งแล้ว ผมเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นว่าเพื่อน ๆ ยังนั่งดื่มกันอยู่ แต่ดื่มแบบหวาดระแวงแทนความสนุกสนาน สายตาหลุกหลิกนั่นทำให้ผมถึงกับสงสัย ทำไมเพื่อนถึงได้มีท่าทีแบบนี้กัน ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหันไปมองยังระเบียงห้องที่ตอนนี้ม่านกำลังปลิวไสวราวกับว่าประตูระเบียงถูกเปิดออกและถูกลมพัดอยู่ เงาสะท้อนคนใส่ชุดกระโปรงสีขาวยาว ๆ นั่นกำลังยืนที่ระเบียง ไม่ได้สนใจหันกลับมามองกลุ่มคนที่นั่งที่ห้องรับแขกเลยสักนิด
ผมมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่ตัวเองเงียบ ๆ ไม่ได้พูดหรือทักอะไร เพื่อน ๆ พอเห็นผมนั่งลงก็สะดุ้งตกใจหันกลับมามอง พอเห็นว่าเป็นผมจริงจึงถอนหายใจกันเฮือกใหญ่อย่างเบาใจ
“มึง” มนต์เอ่ยเรียกผมเสียงสั่น
“อือ ดื่มต่อเถอะ ไม่มีอะไรหรอก” ผมบอกไปอย่างที่คิด เพราะทุกครั้งที่มาหาฟาบางครั้งก็เจอ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าตกใจเลยนะ ครั้งที่เคยเจอหนักสุดคือตอนที่เคยคอลรวมกับฟาและกระถางต้นไม้ล้มนั่นแหละ ดูแล้วมีฟาเองก็ไม่ได้กลัวอะไร ผมไม่ค่อยกลัวอะไรแบบนี้อยู่แล้วเลยไม่คิดอะไรมาก แต่เพื่อน ๆ ผมนี่สิไม่รู้จะเป็นยังไง
“กี่โมงแล้ววะ” ริคเอ่ยถามมือก็ยกแก้วเครื่องดื่มจรดริมฝีปาก
“ตีสามสิบห้า”
“แยกย้ายกันกลับไหมวะ” มิลเอ่ยเสริม ตอนนี้เหมือนทุกคนจะสร่างเมากันหมดแล้วตั้งแต่เจอเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“กลับกันไหวไหม?” ผมเอ่ยถามเพื่อน
“ไหว ๆ เดี๋ยวช่วยเก็บของ...” มิลอาสา
“ไม่เป็นไร กลับกันเลย จะได้กลับไปพักผ่อน เดี๋ยวกูเก็บเอง” ผมบอก และหวังว่าเพื่อนจะเข้าใจ ผมรอให้เพื่อนทยอยออกจากห้องจนหมดถึงได้เริ่มเก็บของทำความสะอาด ใช้เวลาสักพักใหญ่ห้องก็กลับมาสะอาดเรียบร้อยเหมือนเดิม เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้จะตีห้าแล้ว ผมจึงเอาเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักเข้าเครื่องซักผ้าปั่นทิ้งไว้ ตื่นแล้วค่อยมาตากก็ยังไม่สาย
พอกลับเข้าห้องนอน ผมรีบเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดและออกมานอนกอดคนตัวเล็กบนเตียง มีฟาตัวไม่ร้อนแล้วแต่ก็ยังวางใจไม่ได้จริง ๆ ผมหลับไปอีกทีตอนเกือบรุ่งสางไม่ว่าจะนอนตอนไหนขอแค่ได้กอดมีฟาไว้ในวงแขนผมก็หลับฝันดีแล้ว
“อือ” เสียงครางหงุดหงิดดังขึ้นในช่วงสายของวัน เหตุเกิดจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนส่งเสียงเรียกเข้า ผมรีบยื่นมือไปรับสายกลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานมีฟาจะตื่นขึ้นมาได้ บางทีคนตัวเล็กอาจต้องการพักผ่อนมากกว่านี้
“เออ ว่าไง”
(มึงตื่นกันหรือยังวะ)
“ยัง ตื่นเพราะมึงโทรมานี่แหละ มีอะไรแต่เช้า” ผมถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่ได้เสียงดังมากจนเกินไป
(เมื่อ เมื่อคืนก่อนพวกกูจะกลับ) ครอสบอก เป็นจังหวะเดียวกับที่มีฟาขยับตัวเล็กน้อย ไม่นานดวงตาแป๋วก็ลืมตาขึ้นเหลือบมองผม มันเขี้ยวจังแฟนใครเนี่ย ผมก้มหน้าลงไปจูบที่หน้าผากเนียนเบา ๆ ก่อนจะผละออกห่างไม่ลืมกดเปิดลำโพงโทรศัพท์ที่เพื่อนยังอยู่ในสายให้ฟาได้ยินไปพร้อม ๆ กัน
“ยังไง เล่า”
(ตอนที่มึงกลับเข้าไปดูเมียมึงอะ พวกกูก็ไม่อะไร แต่รู้สึกเหมือนมึงเดินกลับมานั่งที่โซฟา สักพักก็เดินลุกออกไปที่ห้องครัว เสียงเหมือนจะทำกับข้าว เสียงกระทะกับตะหลิบตีกันโฉงฉางเลยมึง กูใจชื้นเลยเพราะคิดว่ามึงทำกับข้าวมาให้ แต่ไม่นานใจกูก็เหี่ยวแฟบเพราะมนต์มันไปเข้าห้องน้ำ มันบอกไม่มีใครอยู่ในครัวเลยไม่มีเลยสักคน แล้วพอมันกลับมาก็เหมือนเห็นเงา) อ่า แบบนี้ผมก็เคยเจอนะแบบ นั่งทำงานที่ห้องนั่งเล่นแล้วเหมือนมีคนเดินไปมาอยู่ข้างหลังแล้วเสียงกุกกักในห้องครัว
(เป็นเงาที่ระเบียงอ่ะมึง แต่พวกกูที่นั่งอยู่เหมือนเห็นมึงเดินออกไปที่ระเบียง นึกว่ามึงไปสูบบุหรี่แต่มานึกได้ทีหลังว่ามึงไม่สูบ)
(มนต์มันตกใจมากเลยนะ พอมันกลับมานั่งที่เดิมพวกกูก็มองไปยังระเบียง เหมือนเงานั้นเริ่มชัดขึ้น หันมาฉีกยิ้มให้พวกกูด้วย ตกใจชิบหาย แต่ทำอะไรกันไม่ถูก ไหนจะเสียงแก้วแตกในครัวอีกมึง)
“มีเหรอ?”
(เออดิ แต่มึงมันไม่น่ากลัวเท่าไอ้มนต์มันได้ยินเสียงอุทานตอนแก้วแตกว่า อุ๊ย! คือมึง เป็นมีแก้วแตกต้องอุทานด้วยเหรอวะ กลัวก็กลัวแต่กูก็งง) ผมขำเพื่อนได้ไหมนะแบบนี้น่ะ
“ขอโทษด้วยนะที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้” คนป่วยเอ่ยบอกกับเพื่อนผมเสียงแหบแห้ง
(อ้าว ฟาอยู่ด้วยเหรอ)
“ใช่ ๆ ”
(ไม่เป็นไรไม่ต้องขอโทษ แต่ตกใจจริงๆ เลยอยากโทรมาเล่าให้ฟัง)
“ที่จริง ที่เป็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาวไม่เป็นไรหรอก เหมือนเจ้าของห้องเก่าอะเธอก็คอยดูในห้องนี่แหละต่างคนต่างอยู่สงสัยเมื่อวานครบรอบวันที่เธอเสีย หนึ่งเดือนจะเจอหนึ่งครั้ง แต่ถ้าเจอนอกเหนือจากนี้ช่วยบอกเราด้วยนะ เราก็ไม่รู้จะมาดีหรือมาร้าย”
(บ้าจริง! เราขนลุกอ่ะฟา)
“หือ? ยังไงเหรอ”
(ก็ตอนที่จะเข้าห้องเธอ ตอนออกจากลิฟต์แล้วเดินตามทางเหมือนมีคนยืนจ้องหน้าห้องเธอแต่ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ กลับไม่มีใคร พวกเราเห็นกันหมดเลยนะฟา จ้องแบบ โมโหอ่ะ ผู้ชายคนนั้นหลังค่อมนิดๆ ด้วย)
“อย่างนี้นี่เอง ขอบใจนะที่บอก” เหมือนคนตัวเล็กจะนึกอะไรบางอย่างออกเมื่อได้ยินเพื่อนผมเล่าแบบนั้น
(ไม่เป็นไร งั้นเราขอวางก่อนแล้วกันนะ)
“รีบวาง กูจะอยู่กับเมีย” ผมรีบเอ่ยขัดมัน หวงแปลก ๆ อะเวลาเพื่อนตัวเองคุยกับมีฟา ไม่รู้สิ ผมหวงยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก หวง หึง เป็นมันทุกอย่างแล้วตอนนี้
“อะไรยังไง? เล่าให้เข้าใจได้ไหมครับ” ผมเอ่ยบอกคนที่ยังอยู่ในอ้อมกอด
“จะหาว่าเราบ้าไหม? ถ้าเราเล่าไปจริง ๆ ”
“ไม่หรอก” ขนาดพ่อผมยังมองเห็นคุณย่าที่เสียไปแล้วเลย
“เราเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นน่ะ ที่จริงก็เห็นเป็นบางครั้งแต่ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ เห็นถี่เกินไป แล้วเหมือนมีคนทักด้วยว่าเหมือนมีอะไรตามเรา เราก็รู้แหละแต่พยายามไม่สนใจเพราะถ้าสนใจเขายิ่งจะเข้าใจเรา” คนตัวเล็กเล่าให้ฟัง ผมรั้งฟาเข้ามากอดแน่นขึ้นจากนั้นก็กอดเธอไว้แนบอก กดริมฝีปากลงบนหน้าผากย้ำและนิ่งไป
“กลัวหรือเปล่า”
“ไม่กลัว แต่บางทีมันก็ไม่สบายใจ แต่ไม่เป็นไรหรอกนะไม่ต้องห่วงเราเดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว” มีฟาบอกอย่างอารมณ์ดี แต่ใครจะไปทำได้ล่ะ ไม่ให้คิดมากได้ยังไงกัน
“แม่กลับมาแล้วยังไงเหรอ?” ผมเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย มีบางครั้งที่ได้ยินเพื่อนตั้งแต่มัธยมคุยเรื่องของแม่ฟาแต่ผมก็ไม่ได้ฟังให้ดีว่าเป็นเรื่องยังไงกันแน่
“อือ จะพูดยังไงดี แต่แม่ช่วยได้น่ะ”
“แล้วนี่หิวไหมหรือยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ถ้าหากถามย้ำไปต่อกลัวว่ามีฟาจะไม่สบายใจจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย เรื่องบางเรื่องผมเองก็ไม่อยากคาดคั้นอะไรจากมีฟามากนัก หากเธอสบายใจที่จะบอกผมเชื่อว่าไม่นานเธอก็จะบอกผมเอง
“เราไม่หิวแล้วก็รู้สึกสบายมาก ๆ แต่ง่วงนิดหน่อยขอนอนต่อได้ไหม?” คนตัวเล็กเอ่ยขอ
“ได้ งั้นนอนพักก่อน จะไปทำกับข้าวไว้ให้แล้วกัน”
“ขอบใจนะ”
“ด้วยความยินดีครับ” ก่อนออกจากห้องผมจูบที่หน้าผากเนียนเบา ๆ หนึ่งที จากนั้นก็ออกมาทำกับข้าวไว้ให้คนตัวเล็ก เอาใจหน่อยครับช่วงนี้คนตัวเล็กเจออะไรหลายอย่างเหลือเกิน
End Talk
=====
พอได้อ่านทวนอีกรอบ มันก็ไม่ได้น่ากลัวนะ ไม่น่าเตือนในเพจให้คนอ่านตกใจเลยอ่ะ ฝากตอนต่อๆไปให้ตกใจแทนละกั๊น!