ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ
‘พี่ธัน เราเลิกกันเถอะ’ ข้อความที่ได้รับทำให้อันธกานต์รีบกดโทรศัพท์หาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ได้รับคือความเพิกเฉย.. บุหลันรังสรรค์ไม่รับโทรศัพท์ พร้อมกับข้อความที่ส่งกลับมาอีกครั้ง
‘ฉันไม่พร้อมจะคุย ขอโทษนะ’
หลังจากนั้นเขาไปดักเจอเธอที่ห้องเรียนของมหาวิทยาลัย
‘เลิกยุ่งกับฉันเถอะ พี่เองก็มีปัญหาที่ต้องจัดการไม่ใช่เหรอคะ’
‘เธอบอกว่าเธอรักฉันไม่ใช่รึไง!? ’
นอกจากเสียทุกอย่าง.. เขายังต้องเสียคนรักไปอีกเหรอ!?
บุหลันรังสรรค์เงียบงัน เธอเบี่ยงสายตาหลบเขาพร้อมตอบอย่างกล้ำกลืน
‘ความรักอย่างเดียวมันกินไม่ได้หรอกนะคะ’
ประโยคนั้นทำให้อันธกานต์เข้าใจได้ทันที ว่าเธอเลิกกับเขาเพราะอะไร.. เพราะตอนนี้เขาไม่มีเงิน.. แถมอาจเป็หนี้จนล้มละลายได้สินะ..
เขาจ้องมองเธอพูดอะไรไม่ออก ขณะเดียวกันนั้นเองที่ภูธเรศปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างบุหลันรังสรรค์
เขากัดฟันกรอด เืขึ้นหน้า สีหน้าเย้ยหยัน
‘บุหลัน.. โอเครึเปล่า’ ภูธเรศกระซิบถาม เขาอ่านปากของอีกฝ่าย
‘เลิกกับฉันได้ไม่ถึงอาทิตย์ มีแฟนใหม่เร็วดีนะ’ เขากำหมัดแน่นพร้อมที่จะพุ่งไปต่อยภูธเรศในทุกวินาที
‘มันไม่ใช่แบบนั้นนะพี่ธัน พี่เข้าใจผิ...ด’
ผลั่วะ!!!ร่างสูงของภูธเรศที่ลงไปนอนอยู่บนพื้นและทำให้บุหลันรังสรรค์สติหลุดทันที
‘กรี๊ดดด พี่ธันหยุดนะคะ! ช่วยด้วยค่ะ’ เธอพยายามแยกเขาให้ออกจากภูธเรศ ขณะที่อันธกานต์ได้ยินเช่นนั้น ยิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก
‘แกจำไว้นะ’
ผลั่วะ!!!
บุหลันรังสรรค์รู้ว่าตัวเองคงไม่มีทางหยุดทั้งคู่ได้ จึงวิ่งออกไปเรียกคนอื่นๆ ให้มาช่วยแยกทั้งคู่ออกจากกัน
ผลั่วะ!!
‘ถ้าผู้หญิงคนนี้เลิกกับฉันได้ เธอก็ไม่มีวันหยุดอยู่กับแก’
ผลั่วะ ผลั่วะ!!
‘จำไว้!!!’
อันธกานต์ยังคงปล่อยหมัดใส่ภูธเรศอย่างไม่ยั้ง ก่อนที่ใครหลายคนจะพากันวิ่งมารุมทั้งคู่ และแยกทั้งสองออกจากกัน
‘จำสิ่งที่ฉันพูดไว้ภูธเรศ!! ฉันจะกลับมา” อันธกานต์ะโ แม้ว่าเขาจะถูกอุ้มแยกออกไปจากภูธเรศแล้วก็ตาม...
“ฉันจะกลับมาเอาทุกอย่างของฉันคืน!!!’
บุหลันรังสรรค์เห็นอีกฝ่ายหันหลังให้ และเงียบไปนานจึงตัดสินใจเดินไปประกบแผ่นหลังกว้าง วางมือลงเบาๆ ก่อนจะกระซิบอย่างลังเลใจ
“ถ้าพี่ธันไม่อยากพูดถึง ไม่ต้องพูดก็ได้นะคะ”
อันธกานต์หลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นและหันกลับไปหาอีกฝ่าย
“ในความโชคร้าย.. ก็ยังมีความโชคดี..” เขาตอบ สายตาจับจองอยู่ที่บุหลันรังสรรค์ก่อนจะหันมองทิวทัศน์ของมหาวิทยาลัยอย่างตั้งใจ
“โชคดีที่ฉันไม่ได้หมดตัวซะทีเดียว.. ฉันมีคอนโดของแม่เป็ทรัพย์สินอย่างสุดท้ายที่ฉันเหลืออยู่.. ฉันก็เลยให้ลุงสินธพขายทุกอย่างเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ ส่วนที่เหลือก็เอามาเริ่มต้นใหม่ และย้ายไปอยู่ต่างประเทศ”
บุหลันรังสรรค์พยักหน้าเข้าใจ ในที่สุดสิ่งที่ค้างคาใจเธอก็ได้รับคำตอบ
“ลุงสินธพ.. คิดถึงจังค่ะ บุหลันจะได้เจอคุณลุงไหม” หญิงสาวเอ่ยถึงบุคคลที่สาม เปลี่ยนหัวข้อสนทนาโดยฉับพลัน ทว่าอันธกานต์กลับนิ่งไม่ตอบอะไร
ลุงสินธพ’ น้องชายบุญธรรมของแม่อันธกานต์ ชายหนุ่มเรียกเขาว่าลุงตามความเคยชิน แม้ว่าจริง ๆ สินธพมีศักดิ์เป็น้า ั้แ่รู้จักกันมาลุงสินธพก็เป็คนดูแลเขามาตลอดไม่ว่าจะเป็เื่ใด ๆ ก็ตาม.. จะเรียกว่าเป็พี่เลี้ยงส่วนตัวก็คงจะไม่ผิด
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเราจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง” บุหลันรังสรรค์เอ่ยขึ้น พร้อมกับลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ
“ฉันดีใจนะคะที่เรากลับเจอกัน”
อันธกานต์กลืนความรู้สึกโกรธกลับลงไป ทำเพียงฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ั์ตาสีน้ำตาลเข้มยังคงไร้ซึ่งความรู้สึกเช่นเคย
‘ฉันเข้าใจ’ เป็เพียงคำตอบสั้นๆ ที่เขาให้เธอ หลังจากที่ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้งที่เยอรมนี.. เขาไม่เคยพูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นอีกเลย ขณะที่บุหลันรังสรรค์เองก็รู้สึกปลาบปลื้มกับผู้ชายตรงหน้าที่กลับมาเพียบพร้อมทั้งรูปกาย ฐานะ และดูแสนจะรักเธอ..
เธอจำได้ชัดเจนว่าอันธกานต์เคยรักเธอมาแค่ไหน.. และเธอเชื่อว่าเขาก็ยังคงรักเธออยู่..
โดยไม่รู้เลยว่าเขามีแผนอะไรแอบแฝงเอาไว้อย่างแเี...
ภายในคอนโด Sky Beach ที่พัทยา ชายวัยกลางคนอายุใกล้ย่างเข้า 50 ปี เพิ่งวางสายจากโทรศัพท์มือถือรุ่นค่อนข้างโบราณที่เขาต้องซ่อมแล้วซ่อมอีกเพราะใช้งานมากว่า 5 ปี สินธพไม่ยอมเปลี่ยนมันเสียทีเพราะความเคยชินในการใช้งาน
เสียงใสที่เพิ่งคุยกับเขาเสร็จวางสายไปเพียงครู่ ใบหน้าเกลี้ยงเกลายิ้มขำเผยให้เห็นริ้วรอยตามอายุ ตะวันวาดทำให้เขาจดจำเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่แล้วได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เดิมทีนั้นห้องคอนโดหรูกว่า 10 ห้องที่ Sky Beach Condo เป็ของพี่สาวบุญธรรมของเขา หรือแม่ของอันธกานต์ ซึ่งเสียชีวิตไปั้แ่เด็กหนุ่มยังจำความไม่ได้ หนึ่งในห้องเ่าั้คือห้องคอนโดของบ้านตะวันวาด
พ่อแม่ของเด็กสาวประสบปัญหาทางธุรกิจทำให้ไม่มีเงินผ่อนชำระค่าคอนโดต่อไปได้ทั้งที่อีกไม่กี่ปีก็จะครบสัญญา ตะวันวาดแอบเขียนจดหมายเื่ราวความรักของพ่อแม่ส่งมาให้เขาเพื่อขอยืดระยะเวลาการผ่อนจ่ายค่าห้องคอนโด เธอบรรยายพรรณนาว่าพ่อเธอลำบากแค่ไหนที่ทำงานหนักและ้าซื้อคอนโดหลังนี้ให้กับแม่เธอ.. สินธพอ่านไปยิ้มไป แต่เพราะเขาเป็เพียงคนดูแลจึงได้ส่งต่อการตัดสินใจให้หลานชายผู้ซึ่งเป็เ้าของที่แท้จริง เขายังจำเหตุการณ์ตอนที่เขาเล่าเื่นี้ให้อันธกานต์ฟังพร้อมกับหัวเราะในความใสซื่อของเด็กน้อยได้ดี
‘แกน่ารักดีนะ ไม่รู้ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน’ เขาเอ่ย ขณะที่ส่งแผ่นกระดาษให้อันธกานต์
‘ตอนแรกลุงว่าจะปฏิเสธไปเลย เพราะไหน ๆ คุณหนูก็จะย้ายไปยุโรปอยู่แล้ว’
อันธกานต์ในวัย 23 ปีตอนนั้นมองแผ่นกระดาษในมืออย่างสนใจใคร่รู้ ใบหน้าคมนิ่วนิ่ง เขากวาดสายตาอ่านข้อความทั้งหมด เนื้อความในจดหมายไม่มีอะไรมากกว่าการเขียนเล่าเื่วกไปวนมาว่าพ่อของเธอรักแม่ขนาดไหน เื่ราวถูกถ่ายทอดอย่างไม่ค่อยปะติดปะต่อ แต่ก็เต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ทำให้อันธกานต์ไม่ยอมวางมันลง ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดยึกยือแต่ก็อ่านไม่ยากนัก ชายหนุ่มกระตุกยิ้มขำเช่นเดียวกับลุงสินธพ ก่อนรอยยิ้มจะสะดุดที่ชื่อลงท้าย ‘ตะวันวาด คาร์เตอร์’
‘บุหลันรังสรรค์ คาร์เตอร์’ ชื่อที่คุ้นเคยแวบขึ้นมาในความทรงจำ
ผู้หญิงคนนั้นเคยพูดถึงน้องสาวต่างมารดาที่อายุห่างกันเกือบสิบปี อันธกานต์สะบัดหน้าข่มความเ็ปไว้ พร้อมบอกให้ตัวเองเลิกนึกถึงผู้หญิงที่เพิ่งทิ้งเขาไป ชายหนุ่มละสายตากจากกระดาษ มองหน้าสินธพ
ความบังเอิญทุกอย่างมักมาพร้อมกับเหตุผลของมัน.. อันธกานต์คิด
ชายหนุ่มเลือกที่จะเก็บคอนโดห้องนั้นไว้.. ซึ่งเป็การตัดสินใจที่ทำให้ผู้มีศักดิ์เป็อาประหลาดใจ..
กริ๊งงงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้สินธพหลุดออกจากภาพความทรงจำในอดีต เขามองดูชื่อของสายเรียกเข้า ก่อนจะกดรับสายโดยแทบไม่ต้องคิด
“ครับคุณหนู..”
“อีกสักสองสามวันลุงจะกลับไปที่กรุงเทพฯ ”
“ดีเลยครับ.. เมื่อกี้ลุงเพิ่งคุยกับเด็กที่ชื่อตะวันวาด.. คุณหนูยังจำได้รึเปล่า..”
บริเวณโต๊ะม้าหินอ่อนสีขาวที่หลบมุมอยู่ไม่ไกลจากสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย
“เฮ้ออ ที่นี้ก็เหลือแค่.. ต้องหางานทำให้ได้สินะ” ตะวันวาดเสียงหวานเอ่ยกับตัวเองค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ม้าหินอ่อน ยังคงรู้สึกอิจฉาเศรษฐวรรษเพื่อนชายของเธอที่ได้งานทำทันทีหลังจากเรียนจบ
ร่างบางยกมือขึ้นนับนิ้วถึงจำนวนบริษัทที่เธอสมัครงานไปแล้ว ภาวนาให้บริษัทเ่าั้ติดต่อเธอกลับเสียที
ทันใดนั้นใบหน้าหวานก็ย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นควันบุหรี่ที่ลอยเข้ามา ั์ตากลมตวัดมองซ้ายมองขวาอัตโนมัติเพื่อหาต้นตอของกลิ่น และสายตาก็กระทบเข้ากับร่างสูงของชายหนุ่มที่ยืนสูบบุหรี่ห่างออกไปไม่ไกลนัก อีกมือหนึ่งของเขากำโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะคุยเสร็จไป
ร่างสูงอยู่ในชุดลำลองกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเทาอ่อน สวมแว่นตากันแดดสีน้ำตาลไหม้
‘สงสัยคงเป็ลูกไฮโซสักคนล่ะมั้ง’ ตะวันวาดคิดก่อนจะละสายตาจากเขา ร่างบางลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะรีบเดินหนีกลิ่นควันบุหรี่ แต่เนื่องจากบริเวณที่เธอนั่งอยู่เป็ทางตัน ทางเดียวที่จะเดินออกไปได้คือเดินผ่านบุคคลใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น
ขณะเดียวกันอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนจะเพิ่งรู้สึกถึงตัวตนของตะวันวาด อันธกานต์จ้องมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ม้าหินอ่อนสีขาว เธอค่อยๆ ขยับเดินใกล้เข้ามาทางเขา
ั์ตากลมจ้องมองชายหนุ่มอีกครั้ง เขาปล่อยบุหรี่ลงพื้น ก่อนจะยกมือถอดแว่นตากันแดดออก ตะวันวาดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ค่อยพอใจที่เขาทำเช่นนั้น
ไม่มีสำนึกจิตสาธารณะเอาซะเลย.. เธอคิด..
เมื่อทั้งคู่ยืนห่างกันในระยะไม่ถึงเมตร แวบหนึ่งตะวันวาดตั้งใจจะเดินออกไปนิ่งๆ อย่างไม่สนใจ.. แต่สุดท้ายก็หญิงสาวก็อดพูดขึ้นไม่ได้
“ห้องสูบบุหรี่อยู่ตรงนู้นนะคะ ที่นี่ไม่อนุญาตให้สูบข้างนอก” เธอเอ่ยเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายได้ยินที่เธอพูด พร้อมชี้นิ้วไปทางทิศของห้องสูบบุหรี่
“แล้วก็.. คุณไม่ควรทิ้งบุหรี่ลงพื้นแบบนั้นนะคะ” เธอกล่าวต่ออีกนิด
ร่างสูงยืนนิ่ง ใบหน้าเข้มไม่มีการตอบสนองใด ๆ ตะวันวาดเห็นเช่นนั้นก็แอบรู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดไม่ได้เข้าสู่การรับรู้ของอีกฝ่ายแต่อย่างใด เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายกว่าเกือบอึดใจ