ตอนที่ 5
จางไป๋จู เสียเวลาไปกับการช่วยชีวิตคน จนยามนี้บ่ายคล้อยแล้ว นางยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวลัดเลาะไปตามแนวป่า ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบกอไผ่ป่าตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า
นางดีใจมาก รีบรุดตรงไปที่กอไผ่ทันที ใต้กอไผ่มีหน่อไม้เล็ก ๆ อยู่จำนวนมาก
"เรามีข้าวสารกรอกหม้อแล้วลูกแม่"
ไป๋จูรำพึงด้วยความดีใจ นางลงมือตัดหน่อไม้ใส่ลงในตะกร้าหวาย ไม่นานก็ได้หน่อไม้ป่าจนเต็มตะกร้า
หญิงสาวมัวแต่สนใจตัดหน่อไม้ จนไม่ทันสังเกตว่ารอบตัว มีความเคลื่อนไหวแปลก ๆ กระทั่ง รู้สึกว่ามีโลหะเย็นะเืจ่อเข้าที่ลำคอจากทางด้านหลัง
"เจอตัวเสียทีนะ หันกลับมาช้า ๆ"
เสียงของบุรุษดังมาจากทางด้านหลัง ไป๋จูมองจากทางหางตาเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ลำคอตนคือปลายดาบ คมของมันวาววับจนน่ากลัว
"ยะ อย่าทำอะไรข้าเลย ข้ายังมีลูกน้อยต้องดูแล"
ไป๋จูกล่าวเสียงสั่น ค่อย ๆ ยืนขึ้นแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับบรรดาชายฉกรรจ์ นับคร่าว ๆ น่าจะสักสิบกว่าคนได้
"ใช่นางหรือเปล่า" ชายคนหนึ่งหันไปถามเพื่อนที่ถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ในมือ
ชายคนที่มีแผ่นกระดาษ นำมาคลี่ออกดู ก่อนจะมองไปทางสตรีผอมแห้งตรงหน้า ที่ยืนตัวสั่นท่าทีดูหวาดกลัว
"ใช่นางแน่ แต่ทำไมท่าทางของนางถึงเหมือนกับไม่ใช่มือสังหาร"
ไป๋จูฟังที่พวกนั้นพูด ไม่เข้าใจว่าพวกมัน้าอะไรกันแน่ มือสังหารคือใครกัน หรือว่าอาจจะเป็เื่เข้าใจผิด
"พี่ชายทั้งหลาย พวกท่านคงเข้าใจผิด ข้าเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา หาใช่คนที่พวกพี่ชายตามหาไม่"
"หึ เล่นละครเก่งจริงนะ แต่ตบตาพวกข้าไม่ได้หรอก อย่างไรเสียวันนี้ก็คือวันตายของเ้า ม่อหลาน"
ตาย...ตายอย่างนั้นหรือ ไม่นางยังตายไม่ได้ ฉิงเจียกับฉิงชวนยังรอนางอยู่ ไหนจะไคไคที่นางอยากให้เขายอมรับว่านางเป็มารดาอีก
ไป๋จูคว้าตะกร้าที่ใส่หน่อไม้ป่าจนเต็ม สองขาวิ่งหนี กลุ่มคนแปลกหน้าที่มีอาวุธครบมือ นางจะต้องกลับไปหาลูก ๆ นำของป่าไปแลกเป็ข้าวสารมาประทังชีวิต จะตายอยู่ที่นี้ไม่ได้
"เฮ้ย...ตาม อย่าให้หนีรอดไปได้"
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ได้รับคำสั่ง ให้มาตามหาสตรีที่ตกจากหน้าผา หากตายก็ต้องเห็นศพ หากยังมีชีวิตก็ให้สังหารเสีย พากันวิ่งตามสตรีนางนั้น ที่แม้คิดจะหนี ยังจะห่วงหอบหิ้วตะกร้าหน่อไม้ให้เกะกะอีก
ไป๋จูก้าวเท้าวิ่งให้เร็วที่สุด เท่าที่สองเท้าน้อย ๆ และเรี่ยวแรงที่มีจะทำได้ แต่ด้วยหนทางในป่าเต็มไปด้วยหญ้า หิน เครือเถาวัลย์ วิ่งไปได้สักพัก หญิงสาวก็สะดุดก้อนหินล้มลง หน่อไม้กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
แล้วก็ถูกกลุ่มคนที่ไล่ตามล้อมรอบไว้ ไม่มีหนทางให้หนีได้อีก
"หนีไม่รอดแล้ว ตายซะเถอะ" หนึ่งในผู้ไล่ล่าเงื้อกระบี่ขึ้น เตรียมสังหารสตรีที่อยู่บนพื้น
"ชวนเอ๋อร์ เจียเอ๋อร์ แม่ขอโทษ"
เมื่อหนีจากความตายไม่พ้น จำต้องก้มหน้ายอมจำนน ไป๋จูหลับตาลง เ็ปที่หน้าอกด้านซ้าย บริเวณที่ปลายกระบี่แหลมคม แทงเข้ามา
หนำซ้ำพอปลายกระบี่ถูกชักออก ความทรมานเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ร่างบางสั่นกระตุก ฟุบลงที่พื้น เืสีแดงฉานไหลออกมาไม่หยุด
ริมฝีปากบางพะงาบ ๆ พยายามจะยื้อให้ชีวิตได้อยู่ต่อ
ชายคนที่ลงมือแทง คิดจะแทงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่มีเสียงร้องดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเสียก่อน
"อย่า ไม่"
ม่อหลานที่เห็นผู้มีพระคุณหายมานาน เลยหอบหิ้วสังขารที่าเ็ ออกตามหา จนกระทั่งเห็นร่องรอยตัดหน่อไม้ แล้วรอยเท้าของคนจำนวนหนึ่ง
สังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเื่ไม่ดีขึ้นแน่ เลยแกะรอยจากรอยเท้ามาจนทันเห็นภาพของผู้มีพระคุณ ถูกปลายมีดแทงล้มลงนอนฟุบอยู่ที่พื้น
"ไม่ ไม่นะ พวกแกทำอะไรลงไป"
ความรู้สึกผิด ที่ผู้มีพระคุณต้องมารับเคราะห์แทนตน ผลักดันกลายเป็ความโกรธ
ความโกรธ ผลักดันให้ร่างกายที่าเ็กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง ม่อหลานหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ออกมา
พุ่งตรงเข้าไปแทงที่ลำคอของคนที่ฆ่าผู้มีพระคุณ จนเืไหลพุ่งมาเปื้อนตามใบหน้าและลำตัวของนาง
ชายคนที่ถูกแทงล้มลงไปนอนดิ้นพราด ๆ ก่อนจะขาดใจตายในที่สุด
กลุ่มคนที่เหลือ มองหน้าสตรีผู้มาใหม่สลับกับสตรีที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น
"ทำไมถึงเหมือนกันขนาดนี้ แต่นางต้องเป็เป้าหมายตัวจริงแน่ ถึงได้ลงมืออย่างเฉียบขาดเช่นนี้ ยืนรออะไรอยู่รีบเข้าไปจัดการนางสิ" ชายคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าออกคำสั่ง
พวกนั้นดาหน้าเข้าหาเป้าหมาย แต่ไม่นานก็ถูกม่อหลานจัดการส่งไปลงนรกทีละคน ๆ จนในที่สุดก็เหลือแค่ชายคนที่เป็หัวหน้ากลุ่มเพียงคนเดียว
ม่อหลานตามตัวเปื้อนไปด้วยเืสีสด ั์ตาสีฟ้าสดแข็งกร้าว รอบตัวแผ่กลิ่นไอสังหารออกมา นางย่างสามขุมเข้าหาคนที่เหลืออยู่
"เขาคนนั้น ส่งพวกเ้ามาสังหารข้าให้ตายใช่หรือไม่"
ชายหนุ่มที่ตัวใหญ่กว่าหญิงสาวมาก กลับเป็ฝ่ายก้าวถอยหลังหนี มือที่ถือดาบอยู่สั่นระริก
"ใช่ เ้าทำงานไม่สำเร็จ สมควรที่ต้องตาย"
"ฮ่า ๆ อย่างนั้นหรือ แต่คราวนี้ข้าไม่พลาดแน่"
ยังไม่ทันได้ยกดาบขึ้นสู้ ชายคนนั้นก็ตาเบิกกว้างขาดใจตายก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้นเสียอีก
"ข้าไม่ได้อยากฆ่าคน แต่พวกเ้าล้ำเส้นข้าเอง"
ม่อหลานมองไปที่ศพของพวกนั้นที่นางเป็ฝ่ายปลิดชีพเองกำมือ มีดปลายแหลมหล่นพื้น อาการปวดบริเวณแผลเริ่มกลับมารู้สึกอีกครั้งหนึ่ง
"ท่านคือมือสังหารที่พวกนั้นตามหาหรือ"
เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาอย่างแ่เบาเต็มที จากริมฝีปากที่เริ่มไร้สีเื...