เอสเรียนรู้ภาษาได้เร็วกว่าที่ทุกคนคาด
ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดเป็พิเศษ แต่เพราะเขาเคยเป็ผู้ใหญ่มาก่อน สมองทารกดูดซับเสียงและความหมายเหมือนฟองน้ำ แต่ใจที่อยู่ข้างในนั้นเรียงลำดับทุกอย่างอย่างเป็ระบบ จดจำโครงสร้างประโยค จับรูปแบบคำศัพท์ เชื่อมโยงความหมายจากบริบท
ภายในหกเดือน เขาเข้าใจภาษาได้เกือบทั้งหมด
ภายในหนึ่งปี เขาพูดได้ชัดกว่าเด็กอายุสามขวบทั่วไป
ขุนนางในราชสำนักพูดถึงเื่นี้เสมอ บ้างว่าเป็เพราะสายเืจักรพรรดิ บ้างว่าเป็พรของโอเมก้าที่ประทานให้ั้แ่แรกเกิด ไม่มีใครรู้ว่าความจริงคือเด็กคนนี้เคยใช้ชีวิตมาแล้วยี่สิบหกปีในโลกอื่น
เอสไม่แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น
วันที่เขาได้ยินเื่ทูต์ครั้งแรก อายุได้สองขวบครึ่ง
มันไม่ใช่การสอนอย่างเป็ทางการ แค่บทสนทนาระหว่างขุนนางสองคนที่คุยกันอยู่หน้าห้องนอนโดยไม่รู้ว่าเด็กในห้องนั้นฟังอยู่ทุกคำ
"ได้ยินไหมว่า Delta ประทานพรให้ขุนพลทางตะวันออกแล้ว"
"Delta อีกแล้วหรือ ทูตองค์นั้นใจดีเกินไป ให้พรสะเปะสะปะ"
"จะว่าอะไรได้ล่ะ มันสิทธิ์ของเขา ทูต์แต่ละองค์เลือกได้เองว่าจะให้พรใคร เหมือนกับทูตนรกที่เลือกได้ว่าจะให้คำสาปใคร"
"แต่คนละระดับนะ พรพัฒนาได้ คำสาปพัฒนาไม่ได้"
"แต่คำสาปแรงั้แ่ต้น ขึ้นอยู่กับใจคนใช้"
เสียงเท้าเดินจากไป บทสนทนาจบลง แต่ในหัวของเอส คำถามเพิ่งเริ่ม
ครูคนแรกของเอสชื่อ ลอเรน ชายวัยห้าสิบที่ผมขาวโพลนแต่หลังตรงเหมือนทหาร รับหน้าที่สอนองค์ชายมาั้แ่เอสอายุสี่ขวบ วิชาแรกที่สอนไม่ใช่การอ่านเขียน แต่เป็ประวัติศาสตร์ของโลก
"ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงเริ่มจากาที่ไม่มีใครเห็น" ลอเรนพูดในวันแรก วางหนังสือหนาเล่มใหญ่ลงบนโต๊ะ ปกเป็หนังสีน้ำตาลเก่า ตรงกลางมีรูปวงกลมที่แบ่งครึ่ง ครึ่งหนึ่งสีขาว อีกครึ่งสีดำ และตรงกลางวงกลมมีรูปตัว Ω
"าระหว่างอะไรครับ?" เอสถามทั้งที่รู้คำตอบบางส่วนอยู่แล้ว
"ระหว่าง์และนรก" ลอเรนเปิดหนังสือไปที่หน้าแรก "แต่ไม่ใช่าที่สู้กันด้วยกำลัง เพราะมีสิ่งที่เรียกว่าสนธิสัญญากั้นอยู่"
เอสก้มลงมองภาพในหนังสือ เป็ภาพวาดเส้นที่แสดงรูปร่างสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีปีกสว่าง อีกกลุ่มมีรูปร่างที่มืดกว่า ทั้งสองยืนอยู่คนละฝั่งของเส้นบางๆ ที่ขีดกั้นกลาง
"ฝ่าย์มีทูต 24 องค์" ลอเรนชี้ไปที่กลุ่มแรก "ตั้งชื่อตามอักษรกรีกั้แ่ Alpha จนถึง Omega แต่ละองค์มีพลังและธรรมชาติต่างกัน บางองค์เกี่ยวข้องกับแสง บางองค์เกี่ยวข้องกับเวลา บางองค์เกี่ยวข้องกับชีวิต"
"แล้วฝ่ายนรกครับ?"
"24 องค์เช่นกัน ตั้งชื่อตามอักษรรูน ั้แ่ Fehu จนถึง Othala" ลอเรนพลิกหน้าไปอีกหน้า "พลังของพวกเขาไม่ได้น้อยกว่าทูต์ แค่ต่างกัน และทิศทางต่างกัน"
เอสมองภาพในหนังสืออย่างพินิจ "แล้วทั้งสองฝ่ายสู้กันได้ยังไง ถ้ามีสนธิสัญญากั้น?"
ลอเรนยิ้มเล็กน้อย ยิ้มแบบครูที่ดีใจที่นักเรียนถามคำถามที่ถูก
"ผ่านมนุษย์" เขาตอบ "ทั้งสองฝ่ายเลือกมนุษย์ ให้พลังแก่มนุษย์ แล้วให้มนุษย์สู้แทน ทูต์ให้พร ทูตนรกให้คำสาป และมนุษย์เ่าั้ก็ใช้พลังนั้นเพื่อจุดประสงค์ของตัวเอง ซึ่งอาจตรงหรือไม่ตรงกับจุดประสงค์ของผู้ให้ก็ได้"
"คนที่มีพรไม่จำเป็ต้องเป็คนดี?" เอสถามตรงๆ
"และคนที่มีคำสาปก็ไม่จำเป็ต้องเป็คนชั่ว" ลอเรนพยักหน้า "มันขึ้นอยู่กับว่าทูตองค์นั้นถูกใจคนนี้หรือเปล่า บางครั้งเหตุผลก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย"
เอสนั่งนิ่งอยู่สักครู่ ในหัวเขาเรียบเรียงข้อมูลที่ได้ยินมาตลอดสองปี บวกกับสิ่งที่ครูเพิ่งบอก ภาพใหญ่เริ่มชัดขึ้น
"ครูครับ" เขาพูดในที่สุด "แล้วมีทูตที่อยู่นอกเหนือจากทั้งสองฝ่ายไหมครับ?"
ลอเรนหยุดนิ่ง มือที่กำลังจะพลิกหน้าหนังสือหยุดอยู่กึ่งกลาง
"เอสรู้เื่นี้ได้ยังไง?" เขาถามเบาๆ
"ได้ยินชื่อ Neo จากที่ไหนสักแห่ง" เอสตอบอย่างระมัดระวัง "แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร"
ลอเรนปิดหนังสือลงช้าๆ แล้วมองเอสอยู่นานก่อนจะพูด
"Neo คือสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่อยากพูดถึง" เขาพูดเบาลงกว่าเดิม "เขาเป็ทั้งทูต์ลำดับที่ 25 และทูตนรกลำดับที่ 25 ในเวลาเดียวกัน ไม่อยู่ฝั่งไหน แต่ก็อยู่ทุกฝั่ง"
"แล้วเขาทำอะไร?"
"ไม่มีใครรู้แน่ชัด" ลอเรนลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปยืนหน้าต่าง "แต่มีบันทึกโบราณบอกว่า เมื่อไหรก็ตามที่สมดุลระหว่าง์และนรกเอียงมากเกินไป Neo จะปรากฏ"
"แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ?"
ลอเรนเงียบอยู่นาน
"บันทึกไม่ได้บอกต่อ" เขาพูดในที่สุด "เพราะคนที่เขียนบันทึกนั้นหายไปหลังจากนั้น"
เอสมองหลังของครูที่ยืนหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง และรู้สึกว่าบทเรียนวันนี้ให้ข้อมูลมากกว่าที่ครูตั้งใจจะสอน
ห้องส่วนตัวของเอสอยู่ที่ชั้นสามของหอคอยทิศตะวันออก ห้องที่เขาชอบเพราะมีหน้าต่างใหญ่มองเห็นสวนสมุนไพรของราชวัง และเพราะมันอยู่ไกลจากห้องที่มีคนพลุกพล่านพอที่จะแอบทำอะไรบางอย่างได้โดยไม่มีใครสังเกต
อายุเจ็ดขวบ เอสเริ่มฝึกสิ่งที่ไม่มีครูคนไหนสอนในราชวัง
อาคมสายขาว
"อาคมคือศาสตร์ลี้ลับโบราณที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถา เลขยันต์ และการปลุกเสก เพื่อให้เกิดฤทธิ์อำนาจเหนือธรรมชาติ เช่น คงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม" เสียงพ่อในความทรงจำก้องขึ้นในหัวเอสทุกครั้งที่เขานั่งลง
เอสนั่งขัดสมาธิบนพื้นหินเย็น หน้าต่างเปิดออกให้อากาศตอนเช้าไหลเข้ามา บนพื้นตรงหน้าเขามีใบมะขามวางอยู่สามใบ หยิบมาจากสวนสมุนไพรด้านล่างเมื่อเช้า
เขาเลือกใบมะขามเพราะพ่อเคยสอนว่าใบไม้เล็กนั้นดูดซับพลังงานได้ดี เบาพอที่จะเคลื่อนไหวได้ง่าย และในตำราโบราณที่เขาจำมาจากโลกเก่า มีการใช้ใบมะขามในพิธีเสกต่อเสกแตน
เป้าหมายวันนี้คือลองฝึกอาคมของชาติก่อนให้หมด