ซูหนี่เข้าไปอยู่ในห้องกับเด็กๆ เมื่อนางคิดได้แล้วก็นำของที่ซื้อออกมาจัดการ แยกเสื้อผ้ากับผ้าห่มของทุกคนออกแล้วเก็บส่วนของตนเองเรียบร้อย นางก็นำของไปให้จ้าวหนิงหลง เขายังคงนั่งคัดตำราที่ริมหน้าต่างในห้องเช่นที่ทำอยู่ทุกวัน นิ้วเรียวยาวที่จับพู่กันเขียนลงในตำรา กลิ่นน้ำหมึกที่อบอวลอยู่ภายในห้อง แสงแดดที่ส่องตกกระทบบนใบหน้า แม้นางจะเคยแสดงร่วมกับพระเอกระดับแนวหน้ามาหลายคนแต่ก็ยังอดชื่นชมไม่ได้ว่าเขามีใบหน้าที่ชวนให้หลงใหลจริงๆ
นางเสียดายแทนเ้าของร่างเดิมเสียจริง ได้ของดีมาแล้วแต่ไม่ดูแลให้ดีจนกลายเป็ว่าตนเองต้องตายด้วยมือของเขา แต่มือเรียวที่ดูดีคู่นั้นจะสามารถฆ่าคนได้จริงหรือ นางถอนหายใจแล้วเคาะประตู
"ข้านำของที่ซื้อมาให้ ท่านจะเก็บเองหรือให้ข้าช่วย"
"เ้าทำได้เลย" นางพูดไปอย่างนั้นไม่ได้คิดที่จะทำให้จริงเสียหน่อย เขาพูดโดยที่ไม่ได้ละสายตาหรือหยุดเขียนเลย แต่เขาก็ทำเช่นนี้กับนางั้แ่ที่ได้มาอยู่ในร่างนี้แล้ว
ซูหนี่เดินเข้าไปเปลี่ยนเครื่องนอนที่เตียงของเขา เก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้ให้ ทุกการกระทำของนางพยายามที่จะไม่ส่งเสียงดังรบกวนเขาเกินไป แต่ที่นางไม่รู้คือ จ้าวหนิงหลงไม่ได้คัดตำราแล้วเขาหยุดมองนางเก็บของในห้องเขา ตอนนี้ของเด็กๆล้วนแต่อยู่ในห้องของนาง ในห้องของเขาจึงมีของไม่มากนัก
นางยืนชื่นชมผลงานที่ทำ หากเป็ชีวิตก่อนเพียงโทรหาแม่บ้านให้มาจัดการทุกอย่าง นางไม่ต้องทำเื่พวกนี้เลย แต่พอมาตอนนี้นางต้องลงมือทำเองทำอย่าง แค่เปลี่ยนเครื่องนอนจึงกลายเป็เื่ที่นางภูมิใจจนอยากจะตบมือให้ตนเอง ซูหนี่หันไปมองจ้าวหนิงหลงเห็นเขาก็มองนางเช่นกัน นางจึงเดินเข้าไปดูตำราที่เขาคัด
"ตัวหนังสือของท่านงามมาก" นางลูบไปตามตัวอักษร แม้จะเคยเห็นตำราโบราณมาบ้างแล้ว แต่นางก็ต้องยอมรับว่าลายมือของเขางดงามและมีพลังจริงๆ
"เ้าจะลองเขียนหรือไม่" นางเงยหน้าบอกเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะให้นางลองเขียน แต่เ้าของร่างเดิมเขียนเป็หรือไม่นางก็จำไม่ได้ หากเขียนไม่เป็แล้วนางเขียนได้เขาจะสงสัยหรือไม่ แต่หากเขียนเป็แล้วนางบอกไม่เป็จะเป็เช่นใด
"ไม่รบกวนท่านแล้ว" หนีก่อนดีที่สุด ก่อนจะออกจากประตูห้องไปนางหันกลับมาหาเขา
"ข้าว่าท่านเลิกคัดตำราเถิด ในเมื่อมีเงินในมือแล้ว ท่านควรจะกลับไปเรียนที่สำนักศึกษา เื่ในบ้านข้าจะช่วยดูแลให้" จ้าวหนิงหลงแววตาวูบไหว คำนี่ั้แ่ที่ท่านย่าเสียไปก็ไม่มีใครพูดกับเขาอีกเลย
"ได้ ข้าฟังเ้า" ฟังข้า ฟังข้าทำไม ซูหนี่ใเมื่อได้ยินว่าเขาเชื่อฟังนาง นางเอามือลูบแขนแล้วรีบเดินออกจากห้องไป
อันตรายเกินไป บทจะเชื่อก็เชื่อง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ แต่อาจจะเป็เพราะเื่เรียนอย่างไรเขาก็้าที่จะไปยืนในจุดสูงสุดเื่นี้เป็ประโยชน์กับเขาเขาถึงเชื่อนาง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็โล่งใจ
นางนำผ้าที่ขนออกมาไปเก็บไว้พรุ่งนี้ว่าจะไปซัก วันนี้นางจะทำหมูน้ำแดงให้เด็กๆได้กิน จึงเข้าครัวเพื่อเตรียมทำทันทีเพราะต้องใช้เวลาในการทำ นางนำหมูสามชั้นมาเจียวให้ได้น้ำมันเก็บใส่ไหไว้ทำอาหารต่อไป หมูน้ำแดงถึงเครื่องปรุงที่ใช้จะหลากหลายอย่าง แต่ที่นางซื้อกลับมาวันนี้หากจะขาดคงขาดเพียงซอสหอยนางรม เบกกิ้งโซดาที่ใช้หมักหมู ซอสพริกก็ไม่มีหรือนางจะเปลี่ยนเมนูทำดี แต่ลองทำก่อนใช้ของเท่าที่มีคงจะออกมาพอกินได้
ผสมซอสปรุงรสกับน้ำตาลทราย นำกระเทียม พริกไทย มาทุบแล้วนำมาคลุกรวมจนเข้ากัน นำหมูที่หั่นไว้ไปรวนในกระทะให้พอสุกโดยไม่ใส่น้ำมัน พอได้ที่นำไปใส่หม้อคลุกกับซอสที่เตรียมไว้ ปิดฝาทิ้งไว้สักหนึ่งเค่อก็ใช้ได้ ระหว่างนี้ก็ใช้ไฟกลางถึงไฟอ่อนหากใช้ไฟแรงซอสอาจจะไหม้ได้ ั้แ่ที่นางมาอยู่ที่นี่ก็สามารถควบคุมไฟได้เป็อย่างดี
นางยังผัดผักรวมทำน้ำซุปกระดูกหมูด้วย กลิ่นอาหารทำให้เฉิงเออร์กับอันเออร์ที่เล่นกันอยู่รีบวิ่งออกมาที่ห้องครัว
"ได้กลิ่นอาหารกันสินะ ถึงได้รีบวิ่งมา วันนี้แม่ทำของอร่อยให้เฉิงเออร์กับอันเออร์ด้วยนะ" ซูหนี่จิ้มไปที่จมูกเด็กทั้งสองอย่างนึกเอ็นดู
"ท่านแม่ข้าขอชิมนิดเดียวได้ไหมขอรับ" อันเออร์ใช้สายตาอ้อนวอนพร้อมใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำนิดเดียวให้ซูหนี่ดู
"ทำไมถึงไม่ได้เล่า" ซูหนี่ใช้ตะเกียบคีบหมูออกมาหนึ่งชิ้นแล้วตัดแบ่งเป็ชิ้นเล็กๆให้เด็กทั้งสองลองชิม ปากที่อ้ารอให้ป้อนเหมือนลูกนกที่รอแม่ป้อนอาหาร แล้วแบบนี้นางจะทิ้งพวกเขาลงได้อย่างไร เพราะนางโดนเด็กทั้งสองตกเสียแล้ว
"อร่อยมากท่านแม่" อันเออร์ที่อ้าปากรอให้ป้อนอีก
"อร่อยมากขอรับ" แม้จะไม่แสดงท่าทีกระตือรือร้นแต่ก็อ้าปากรอรับอาหารเพิ่มเช่นกัน
"คำนี้พอแล้วนะ มากกว่านี้ตอนเย็นพวกเ้าจะกินข้าวไม่ได้" แล้วนางก็ปล่อยให้พวกเขาออกไปเล่นข้างนอก แต่เด็กๆเลือกที่จะนั่งรอนางทำอาหารอย่างเรียบร้อย ก็เป็กันเสียเช่นนี้นางจึงตัดใจทิ้งไม่ลง
เมื่อถึงเวลากินมื้อเย็นเด็กแฝดรีบช่วยยกจานชามทันที ครั้งนี้ความเร็วในการกินของทุกคนล้วนเร็วกว่าทุกวัน แม้จ้าวหนิงหลงไม่พูดแต่ก็ดูรู้ว่าเขาพอใจกับอาหารมื้อนี้ยิ่งนัก
"ค่อยๆกิน หากพวกเ้าชอบแม่จะทำให้กินอีก" ซูหนี่ที่กินอิ่มแล้วนางช่วยเด็กแฝดเช็ดปาก สำหรับนางหมูน้ำแดงยังไม่ถือว่าเลิศรส แต่สำหรับเด็กๆคงอร่อยมากเป็แน่เพราะดูจากการที่พวกเขาคีบไม่หยุด
"ข้าอยากกินทุกวันเลยท่านแม่" ยังเป็อันเออร์จะกละที่พูดขึ้น ส่วนเฉิงเออร์ก็ร้อง "อืม" อย่างเห็นด้วย
"เ้าไม่อยากกินของอร่อยอย่างอื่นกันแล้วหรือ แม่ทำได้อีกหลายอย่างเลยนะ" นางลูบหัวทั้งคู่อย่างเอ็นดู
"ข้าจะช่วยท่านแม่ชิมทุกอย่างเองขอรับ" คำพูดของอันเออร์เรียกเสียงหัวเราะของนางได้ทุกครั้งจริงๆ
"ฮ่า ฮ่า เ้าเด็กตะกละ นางจิ้มจมูกอันเออร์
"แล้วท่านจะกลับไปเรียนเมื่อไหร่" นางหันไปสนใจจ้าวหนิงหลงเมื่อเขาวางตะเกียบเรียบร้อยแล้ว
"พรุ่งนี้จะเข้าไปคุยกับท่านอาจารย์ที่สำนักศึกษา" นางพยักหน้าเห็นด้วย หากเขาจะพักที่นั่นเลยก็ยิ่งดี
"ท่านจะพักที่สำนักศึกษาเลยหรือไม่" จ้าวหนิงหลงเงยหน้ามามองนาง เขาเห็นแววตาการรอคอยคำตอบของนางก่อนจะตอบว่า
"ไม่ ข้าจะไปกลับ" ความหวังของซูหนี่แทบสลาย
"ท่านจะไม่เหนื่อยเกินไปหรือ" นางยังคงรอให้เขาตอบว่าจะพักที่สำนักศึกษา แต่จ้าวหนิงหลงคิดว่านางเริ่มเป็ห่วงเขาขึ้นมาแล้ว
"ไม่เป็ไร นั่งเกวียนไปกลับใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น" เอาเหอะ คนที่เหนื่อยไม่ใช่นาง