ร่างสูงใหญ่กำยำสมชายชาตรีจากการทำงานหนักมาั้แ่เกิด ฝ่ามือที่หนาและหยาบกร้านทั้งสองข้างจับด้ามขวานขนาดพอเหมาะเอาไว้แน่น แล้วออกแรงสับลงบนท่อนไม้ที่อยู่ตรงหน้าเต็มกำลัง จนไม้ท่อนนั้นแตกออกจากกันเป็ชิ้นเล็กใหญ่กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แสงแดดที่ส่องแสงเจิดจ้าลงมาจากฟากฟ้ายามนี้มีความร้อนอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ชุดที่บุรุษร่างกำยำสวมใส่เอาไว้เปียกชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ
ขณะที่หยวนหลงเตรียมออกแรงสับท่อนไม้ที่เหลือให้แตกออกจากกัน พลันหูกับได้ยินเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก้าวเดินตรงเข้ามาทางที่ตนยืนอยู่เสียก่อน เขาจึงหยุดงานที่ทำเสร็จแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งเพื่อหันไปยังเสียงที่ตัวเองได้ยินทันที แล้วหยวนหลงก็พบว่าหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาเป็จูจู บ่าวสาวคนสนิทของคุณหนูจินเหลียนนั้นเอง
“จูจู”
หยวนหลงเอ่ยทักหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอไม่ถึงกับดังมากนัก เมื่อเขาเห็นว่าตามกรอบหน้าของนางเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“มี...” ทว่าไม่ทันที่หยวนหลงจะถามจนจบประโยค กลับเป็จูจูที่นางได้เอ่ยพูดออกมาเสียก่อน
“หยวนหลง คุณหนูเรียกเ้าไปพบ”
คำพูดนั้นทำให้บ่าวชายนิ่งค้างไปชั่วครู่ ใบหน้าคร้ามแดดเต็มไปด้วยความสงสัยเจือปนทางใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด
“คุณหนู้าพบข้าอย่างนั้นหรือจูจู” หยวนหลงถามย้ำกับหญิงสาวอีกครั้ง
เพราะั้แ่คุณหนูจินตั้งครรภ์สมใจแล้ว นางก็สั่งห้ามไม่ให้เขาเฉียดกรายเข้าใกล้ที่เรือนหลังนั้นอีก แล้วเหตุใดวันนี้คุณหนูจินเหลียนถึงเรียกตนไปพบที่เรือนอีกครั้งกัน
“ใช่แล้วหยวนหลงคุณหนูเรียกพบเ้า... ข้าว่าเ้ารีบไปพบคุณหนูที่เรือนเร็วๆ เข้าเถอะ หากชักช้าไปนานกว่านี้ ข้าเกรงว่านายท่านจะกลับมาถึงจวนเสียเข้าก่อน”
จูจูบอกให้หยวนหลงได้รับรู้ตามความหมายที่พูด หากชักช้าไปนานกว่านี้แล้วนายท่านเหวินกลับมาพบเห็นเข้า ชะตากรรมคุณหนูของนางจะเป็เช่นไรบ้างก็ไม่อาจรู้ได้
“...”
หยวนหลงพยักหน้าเข้าใจให้กับหญิงสาว เขาวางขวานในมือไว้ข้างกองไม้ที่ยังสับไม่เสร็จดี แล้วก้าวเดินตามจูจูไปยังเรือนหลังใหญ่ตามคำสั่งนายหญิงทันที โดยที่หวนหลงและจูจูไม่ได้รู้ตัวกันเลยว่า มีสายตาสองคู่กำลังยืนมองดูทั้งสองคนอยู่ในตอนนี้...
“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบ มีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือขอรับ” หยวนหลงถามด้วยกิริยานอบน้อม
แต่จังหวะที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมา สายตาดันพบเห็นภาพหญิงสาวกำลังถูกบ่าวสาวเปลี่ยนชุดที่สวมใส่อยู่เข้าเสียก่อน เพียงแค่ได้เห็นผิวกายขาวเนียนละเอียดบนร่างกายคุณหนูของตนอย่างไม่ได้ตั้งใจ หยวนหลงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วรีบยืนค้อมกายลงต่ำใบหน้าก้มมองพื้นห้องด้วยความประหม่า
“...”
จินเหลียนจ้องมองบ่าวชายตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่ รอยยิ้มงดงามจึงค่อยผุดออกมาด้วยความเ้าเล่ห์จนหน้าหวาดหวั่น ดวงตาคู่งามสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อยอย่างคาดเดาสิ่งใดไม่ถูก ทว่าท่าทางของนางกับยังคงสงบนิ่งปนความเยือกเย็นเหมือนเก่า
นางก้าวเดินไปยังโต๊ะตัวใหญ่ตรงมุมห้องแล้วรับถ้วยน้ำชาที่ลี่อินเป็คนรินให้อย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มบนใบหน้าของจินเหลียนยามนี้ชวนให้น่ามองอยู่ไม่น้อย แต่ทว่ามันก็ดูให้ชวนหนาวเหน็บหัวใจอยู่เช่นกัน
เมื่อนางนึกถึงสิ่งที่นางเตรียมให้บ่าวชายตรงหน้าได้ทำหลังจากนี้ จินเหลียนก็มีรอยยิ้มบนใบหน้าที่มากกว่าเดิม นางรู้ว่าอย่างไรแล้วบ่าวชายตรงหน้าที่ท่านพ่อของนางส่งมาให้ช่วยงาน ต้องทำสิ่งที่นาง้าได้อยู่แล้ว
“หยวนหลง ข้ามีงานจะให้เ้าทำ” น้ำเสียงของนางที่เปล่งออกมาทั้งนุ่มนวลและอ่อนหวาน แต่กับแฝงการยืนกรานว่าบ่าวชายตรงหน้าห้ามโต้แย้งสิ่งใดทั้งนั้น
จินเหลียนคิดมาดีแล้วว่าระยะเวลาหกวันนับจากวันนี้ นางจะต้องกำจัดอนุทั้งสองคนออกไปให้พ้นจากจวนสกุลเหวินให้ได้ และนางจะต้องทำก่อนที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะกลับมาถึงจวนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“คุณหนูจะให้บ่าวทำสิ่งใดขอรับ” บ่าวชายตอบรับคำสั่งออกไป
เพราะเขารู้ดีว่าอย่างไรแล้วตัวเขาเองก็ขัดคำสั่งไม่ได้ หยวนหลงจึงได้ตอบรับออกไปด้วยน้ำเสียงปนความสงสัย
จินเหลียนมองบ่าวสาวข้างกายทั้งสองคนเล็กน้อย ยามนี้นางไว้ใจใครไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่บ่าวสาวที่นางเป็คนคัดเลือกให้มารับใช้ในเรือนหลังนี้ด้วยตัวเองก็ตาม คงจะยกเว้นก็แต่ลี่อินกับจูจูเพียงสองคนที่นางยังคงไว้ใจและเชื่อใจได้ เพราะบ่าวสาวทั้งสองเติบโตมาด้วยกันในจวนสกุลจิน
ลี่อินและจูจูมองหน้ากันอย่างรู้ความหมายก่อนจะก้าวเดินออกมานอกห้องตามคำสั่ง พร้อมกับปิดประตูห้องไม่ให้มีเสียงพูดคุยได้ดังเล็ดลอดออกมา พวกนางมองสำรวจตามมุมห้องอย่างระแวดระวัง เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่คุณหนูจินเหลียนจะพูดกับหยวนหลงออกไปในวันนี้ มันอาจมีผู้ไม่หวังดีเดินมาแอบฟังแล้วนำสิ่งที่ได้ยินไปรายงานผู้เป็นายเรือนไหนสักเรือนหนึ่งก็เป็ได้
เมื่อจูจูและลี่อินเห็นว่าไม่มีผู้ใดเดินเฉียดกรายเข้ามาใกล้ห้องที่พวกนางทั้งสองคนยืนอยู่ มันจึงทำให้บ่าวสาวทั้งสองได้เบาใจขึ้นมาบ้าง ทั้งสองมองสบตากันอย่างรู้ความหมาย ก่อนจะเดินออกไปที่หน้าเรือนหลังใหญ่...