ทางฝั่งโม่โฉวที่มัวแต่จัดการอำพรางศพให้ครอบครัวของไฉ่หงดูเหมือนฆ่าตัวตายยกครอบครัวนานถึง 7 วัน ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาใดรออยู่ข้างหน้าอีก ด้วยคิดว่าไฉ่หงคงเดินทางไปได้ไม่ไกลนัก ไม่กี่วันเขาคงติดตามนางทัน กว่าจะวางใจว่าทุกอย่างไม่มีผิดพลาดหรือมีผู้ใดระแคะระคายเื่ของไฉ่หงแล้วจึงคิดแยกตัวออกจากเมืองเพื่อติดตามนางไป ทั้งผู้คนยังเล่าลือปากต่อปากช่วยแพร่ข่าวออกไปให้อย่างดีว่าครอบครัวตระกูลไฉ่ดื่มยาพิษฆ่าตัวตายยกครอบครัวด้วยความละอายแก่ใจ ทำให้เขาไม่ต้องจัดการสิ่งใดต่ออีก
แต่เขากลับลืมนึกไปว่าหากไฉ่หงถูกผู้อื่นจับได้ระหว่างเดินทางว่านางคือใคร ทุกอย่างย่อมยุ่งยากขึ้นอีกแน่นอน!
กว่าเขาจะเดินทางไปถึงเมืองชายแดนก็ไร้เบาะแสของนางแล้ว โม่โฉวใช้เวลาติดตามข่าวคราวของนางจากมิตรสหายที่เป็คนช่วยส่งสารในยุทธภพให้เขาอยู่อีกหลายวันในเมืองติดชายแดน เขาไม่รู้เลยว่าไฉ่หงหายไปไหน แม้แต่การข้ามแดนเขายังไม่รู้ว่านางสามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
โม่โฉวคลาดกันกับไฉ่หง ทั้งยังไม่รู้ว่าสตรีที่เขาพึงใจเป็เช่นไรแล้ว จากที่คาดหวังว่าจะได้ใกล้ชิดดูแลนางระหว่างเดินทางหลบหนีกลับไม่เป็ดังหวัง เขาล้างมือจากการเป็นักฆ่าเพื่อนาง แต่บัดนี้เขาเหมือนชีวิตว่างเปล่าเมื่อไม่รู้ว่านางหายไปที่ใด ข่าวที่ได้รับล้วนบอกว่านางหายไปจากเมืองชายแดนอย่างไร้ร่องรอย
เขาจนปัญญาจะตามหานาง แม้นางจะปลอมตัวเขาคิดว่าเขายังจำรูปร่างนางได้ดี เพราะภาพเรือนร่างทุกส่วนสัดขณะที่นางอาบน้ำในวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำของเขาไม่รู้ลืม
ทุกวันเขาได้แต่เดินมองหานางไปทั่วเมืองตามเขตชายแดนที่นางหายไปไม่ต่างจากคนบ้า เขาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี ชีวิตของเขาไม่เคยต้องไร้จุดหมายเช่นนี้มาก่อน การตามหาคนไม่ได้ยากสำหรับเขา แต่หากคนหายแล้วไร้เบาะแสให้สืบต่อเช่นนี้มันเหมือนมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลอยู่ ทั้งยังไม่มีข่าวแจ้งเื่คนหายหรือพบศพอันใดเลย เหมือนนางถูกลักพาตัวไปซ่อนไว้ให้อยู่ยังที่ผู้อื่นตามไปไม่ถึง หรือมีคนพยายามปกปิดเื่ของนางไว้ไม่ให้ใครรับรู้กัน! โม่โฉวได้แต่ครุ่นคิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เขายังคงวนเวียนไม่ไปจากเมืองชายแดน ด้วยคิดว่าอาจจะพบเจอนางสักวันยามนางคิดจะข้ามแดนไปต่างแคว้นที่เมืองแห่งนี้ ด้วยเมืองแห่งนี้เป็เมืองที่ใกล้ที่สุดจากเมืองที่นางจากมาคราแรก เขาหวังเพียงว่านางจะปลอดภัยไม่ถูกผู้ใดทำร้ายก็พอ ขอให้เป็เพียงความล่าช้าในการเดินทางหรือนางพบเจอปัญหาเล็กน้อยเท่านั้นก็พอ โม่โฉวได้แต่ภาวนาเช่นนั้น...
"ต่อไปเ้ามีฉายาในหอนางโลมแห่งนี้ว่า “อี้จื่อ” ชื่อเดิมของเ้าจะไม่มีผู้ใดเรียกขาน แม้ผู้คนจะเล่าลือเื่การช่วยเหลือฏของครอบครัวเ้ามากมาย แต่ข้าเห็นว่าเ้าหน่วยก้านดี เหมาะจะเป็ดาวเด่นในหอนางโลมของข้า ข้าจึงปกปิดเื่ราวของเ้าเอาไว้ ไม่มีผู้ใดรู้ความเป็มาของเ้ายกเว้นข้า แม้แต่คนที่พาเ้ามาขายให้ข้าก็ไม่อยู่เมืองนี้แล้ว เ้าไม่ต้องกลัวว่าใครจะรู้จักเ้าอีก"
ผู้ที่พูดกับไฉ่หงผู้นี้เป็เ้าของหอนางโลมนามว่า “ฉี่หลัว” นางเคยได้ยินชื่อเสียงความงดงามล่มเมืองของไฉ่หงมาก่อนหน้านี้นานแล้ว เมื่อมีคนงานในโรงเตี๊ยมเห็นท่าทีนางแปลกๆ ตอนมาเข้าพัก ทั้งยังอยู่นานผิดปกติจึงแอบลอบดูพฤติกรรมนางเงียบๆ โดยไม่ได้คิดอะไรมากนัก จนเมื่อเห็นยามนางล้างหน้าล้างตาแล้วเผยใบหน้างดงามที่แท้จริง จึงจำได้ว่านางคือสตรีที่ถูกเนรเทศมาจากเมืองหนึ่งด้วยข้อหาช่วยเหลือผู้ก่อฏ ด้วยป้ายประกาศมีภาพวาดของนางและบิดามารดาแปะไปทั่วเมืองติดเขตชายแดนนี้ นางปลอมตัวเป็บุรุษทั้งแต่งหน้ากลบเกลื่อนความงามไว้แเีด้วยความดำคล้ำทำให้เขาจำไม่ได้ในคราแรก
แต่เมื่อรู้ว่าทุกคนสามารถช่วยทางการจับนางไปขายยังหอนางโลมได้ โดยเงินค่าขายตัวนางคือรางวัลที่ช่วยเหลือทางการ หากนางไม่ออกจากแคว้นตามเวลาที่ทางการกำหนด เขาจึงคิดหาทางจับนางไปขายเพราะหวังเงินทองจำนวนมากจากหอนางโลม เขาจึงแอบไปส่งข่าวนี้โดยตรงแก่เ้าของหอนางโลมชื่อดังที่สุดในเมืองนี้ เมื่อฉี่หลัวรู้ข่าวจึงรอให้ครบกำหนดวันที่นางจะสามารถกลายเป็สินค้าในหอนางโลมของนางได้เท่านั้น นางให้รางวัลกับคนที่บอกข่าวและจ่ายค่าตัวไฉ่หงในราคาสูงเพื่อให้คนงานของโรงเตี๊ยมร่วมมือ หากเขาสามารถส่งมอบไฉ่หงมายังหอนางโลมนี้ได้อย่างไม่บุบสลายและไร้ผู้อื่นรับรู้เขาจะได้เงิน 100 ตำลึงทอง คนนอกจึงมีเพียงชายผู้นั้นที่รู้เื่ไฉ่หงผู้นี้ ส่วนที่เหลือคือคนของนาง ทุกคนปิดปากเงียบอยู่แล้ว รอให้ทางการเอาภาพของนางปลดออกจากป้ายประกาศรอบเมืองแล้วจึงจะเริ่มนำนางออกมาเผยโฉม แม้หากมีใครจำนางได้ก็ไม่มีผลอะไร เพราะนางไม่ไปจากแคว้นนี้ย่อมถูกจับมาขายยังหอนางโลมได้อย่างไม่ผิดอยู่แล้ว
ทางด้านไฉ่หงในตอนนี้ได้แต่มึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหัน ทั้งยังถูกจับมาขังไว้เนิ่นนานจนไม่รู้ว่าจะข้ามชายแดนไปอีกแคว้นได้อย่างไรแล้ว นางถูกคนของหอนางโลมบังคับให้เรียนรู้เื่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่น่าอับอายทุกท่วงท่า หากไม่ทำตามจะถูกตบตีทำร้ายร่างกาย แม้ไม่ถึงขั้นาเ็มีแผลเป็แต่ก็เ็ปทรมานบอบช้ำ ทั้งยังถูกจับตรวจสอบพรหมจรรย์อีก คนในหอนางโลมสำรวจเรือนร่างนาง ขัดสิฉวีวรรณเหมือนสินค้าชั้นดี ทั้งยังคอยจัดการแทบจะทุกจุดซ่อนเร้นของนางด้วย นางอับอายยิ่งนักที่ถูกคนเหล่านี้เห็นนางเป็เหมือนสินค้าชิ้นหนึ่ง ทั้งยังต้องฝึกเอาอกเอาใจปรนนิบัติบุรุษเพื่อพร้อมในวันประมูลคืนแรกของนาง รวมทั้งต้องหัดประทินโฉมที่สีสันจัดจ้านแบบที่นางไม่เคยชอบ รวมทั้งแต่งกายยั่วยวนมากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้นางสวมใส่อาภรณ์น้อยชิ้นมากกว่าเดิมนัก มันทั้งบางเบาจนเห็นทุกส่วนสัดของนางอยู่แล้วจนนางหนาวไปหมด นานวันเข้านางจึงเริ่มไม่สบายด้วยถูกไอเย็นมากเกินไป แต่ไฉ่หงไม่คิดบอกใคร ทั้งร่างกายของนางถูกทำร้ายาเ็บอบช้ำมาหลายคราอยู่แล้วด้วย ทำให้อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่นางไม่คิดบอกใครและไม่ยอมกินยารักษาอาการตนเอง ด้วยนางยอมตายดีกว่าถูกคนเหล่านี้ขายเป็สินค้า ทางรอดสุดท้ายของไฉ่หงในตอนนี้คือความตายแล้ว นี่คงเป็เหตุผลเดียวกับบิดามารดาของนางกระมังที่คิดว่าความตายคงช่วยเหลือบุตรสาวคนเดียวของตนเองให้รอดพ้นจากวิกฤติได้
ผ่านไปหลายเดือนแล้ว หลังจากที่ไฉ่หงถูกจับตัวมา จากที่หอนางโลมจะได้เปิดตัวไฉ่หงเป็ดาวเด่นคนใหม่ กลับกลายเป็ว่าได้สตรีป่วยไข้มาคนหนึ่งเท่านั้น นางนอนซมหมดแรง ร่างกายผอมแห้งทรุดโทรมดูน่าเวทนานัก ความงดงามนั้นเลือนหายไปหลายส่วน ผิวพรรณเหี่ยวย่นหมองคล้ำไปหมด
ฉี่หลัวที่สั่งให้คนฝึกฝนนางเพื่อให้เป็ดาวเด่นได้แต่เสียดายเงินทองที่ต้องจ่ายเป็ค่าตัวของนาง จากสตรีงดงามในคราแรก ตอนนี้กลายเป็เพียงสตรีซูบผอมป่วยไข้ใกล้หมดลมผู้หนึ่งเท่านั้น ไฉ่หงผู้นี้นางปิดบังอาการป่วยมานาน ทั้งยังยอมถูกทำร้ายร่างกายจนเ็ปก็ไม่ปริปากขอยารักษาสักนิด นางคงยอมตายดีกว่าเป็หญิงคณิกาในหอนางโลมของนางสินะ! ในใจฉี่หลัวได้แต่โมโหที่คิดว่าจะได้ดาวเด่นชั้นเลิศแก่หอคณิกาของนางแล้ว
“หากนางหมดลมก็เอานางไปโยนทิ้งที่สุสานไร้ญาตินะ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดสืบสาวมาถึงเรา ข้าไม่อยากมีปัญหายุ่งยากตามมาภายหลัง!”
“ขอรับนายหญิง!”
“แต่ท่านไม่คิดว่าเราควรนำนางไปทิ้งไว้ที่สุสานั้แ่ตอนนี้หรือเ้าคะ อย่างไรนางก็ใกล้จะสิ้นลมแล้ว ข้าไม่อยากให้นางมาตายที่หอนางโลมของเราเลยเ้าค่ะ อัปมงคลเกินไป ซ้ำยังต้องมาคอยเก็บสิ่งสกปรกที่นางขับถ่ายออกมาเช่นนี้อีก พวกข้าเริ่มทนไม่ไหวแล้วนะเ้าคะ สตรีผู้นี้แม้จะเคยงดงามแต่ตอนนี้สภาพน่ารังเกียจนัก พวกข้าไม่อยากแตะต้องตัวนางเลยเ้าค่ะ”
บ่าวรับใช้คนสนิทของฉี่หลัวได้แต่บ่นกระปอดกระแปดออกมาอย่างเสียไม่ได้ นางต้องไปคอยดูแลสตรีใกล้ตายผู้นั้นกับบ่าวผู้ติดตามอีกคนและคอยมารายงานนายหญิงของตนจนเบื่อหน่ายแล้ว
“เช่นนั้นก็เอาตามเ้าว่าแล้วกัน พวกเ้ารีบไปจัดการเถอะ!”