ครั้นเยี่ยนเต๋อหลินตระหนักได้ว่าตนเองทุบตีเฟิ่งฮัวจนตาย เขาใจนทรุดตัวนั่งลงกับพื้น สิ่งแรกที่คิดได้คือหนี
เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น เก็บข้าวของเพื่อวิ่งหนี ขณะที่กำลังจะวิ่งออกจากห้องของยาวจิ่ว จู่ ๆ ขาของเขาพลันชะงัก ใช่แล้ว เขาไม่อยากถูกจับ เขาไม่อยากติดคุก เขายังอยากมีชีวิตที่แสนมั่งคั่งและมีเกียรติต่อไป หากเฟิ่งฮัวไม่ได้ตายเพราะเขา เขาก็ยังคงได้เป็เ้าคณะละครตระกูลเยี่ยนต่อไป ยังสามารถเที่ยวเล่นกับโสเภณีเ่าั้และเล่นการพนัน
หากเฟิ่งฮัวไม่ได้ตายเพราะเขา แล้วใครเป็คนฆ่าเล่า?
ใช่แล้ว นี่เป็ห้องของยาวจิ่ว คนฆ่าย่อมเป็ยาวจิ่ว!
ไม่ ๆ ๆ ยาวจิ่วออกไปงานถังหุ้ยของคุณชายจ้าวยังไม่กลับมา
ถ้าเช่นนั้น...ใครเป็คนฆ่าเฟิ่งฮัวเล่า?
ใช่แล้ว! ซานเซียวนั่นไง!
ซานเซียวตัวนั้นมีนิสัยชั่วร้ายและชื่นชอบการฆ่าคนมากที่สุด!
ซานเซียวตัวนั้นเป็สัตว์เลี้ยงของยาวจิ่ว บางทีอาจจะเป็ยาวจิ่วที่สั่งให้มันฆ่าเฟิ่งฮัว
ฮ่า ๆ...ฮ่า ๆ ๆ ๆ...ใช่แล้ว ๆ เป็แบบนี้แหละ!
เยี่ยนเต๋อหลินหัวเราะด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด ใบหน้าของเขาในเวลานี้ชุ่มด้วยเืจนน่าใ
เยี่ยนเต๋อหลินสงบลงแล้ว เขาเริ่มสำรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด จากนั้นจึงเดินไปหยิบยาจิวชวงมาจากข้างเตียงเทลงบนผ้าห่มและเช็ดคราบรอยเท้าของตนเอง ครั้นจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาถอดกางเกงตัวใหญ่และนำมาเช็ดคราบเืที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าจนสะอาด ก่อนจะเดินกะเผลกกลับไปยังห้องของตนเอง
เยี่ยนเต๋อหลินรู้สึกว่าเขาทำมันได้อย่างแเีไร้จุดบกพร่อง ทว่ากลับไม่รู้ว่าเป็เพราะเขาทรมานเฟิ่งฮัวรุนแรงเกินไป ทำให้าแที่อยู่บนหูของเขาฉีกขาด เืที่ผสมกับยาจิวชวงได้ไหลลงมาและหยดลงบนผ้าห่มผืนนั้น ด้วยเหตุนี้สายตาที่แหลมคมและจมูกที่ไวยิ่งกว่าจมูกสุนัขของชวีหนานอีจึงตรวจพบสิ่งนี้
เมื่อเยี่ยนเต๋อหลินกลับมาถึงห้อง เขาล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาด จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ หยิบท่อนเหล็กและตะเกียงน้ำมันเดินไปยังเพิงไม้ซึ่งเป็ที่เลี้ยงสัตว์ของยาวจิ่ว เมื่อถอดกลอนประตูแล้วก็เดินเข้าไปด้านใน
เขาทราบดีว่าจิ้งจอกขาด้วน สุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อ และนกฮูกตาเดียวถูกฝึกให้เชื่องแล้ว พวกมันไม่ทำร้ายคน มีก็แต่ซานเซียวตัวนั้นที่ยังรับมือได้ยาก
แผนการของเขาคือทุบตีซานเซียวให้สลบ จากนั้นลากมันไปที่ห้องของยาวจิ่ว วางมันไว้ข้าง ๆ เฟิ่งฮัว ครั้นทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะรอเวลาให้ยาวจิ่วกลับมา แล้วหาเหตุผลเพื่อเข้าไปในห้องของยาวจิ่ว จากนั้นก็...หึ ๆ...เขาก็จะกลายเป็สามีผู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับภรรยาผู้แสนดีที่กำลังตั้งครรภ์! ในเวลานี้คนที่อยู่ในคณะละครตระกูลเยี่ยนต่างก็รู้ดีว่ายาวจิ่วถูกขายไปแล้ว คงไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกมาช่วยพูดแทนเขา!
คิดได้เช่นนี้ เยี่ยนเต๋อหลินจึงรู้สึกพึงพอใจมากยิ่งขึ้น
จิ้งจอกขาด้วน สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ และนกฮูกตาเดียวต่างก็หวาดกลัวเยี่ยนเต๋อหลิน แค่เห็นเขากวาดสายตามองมา พวกมันก็หนีเตลิดออกไปจนหมด เหลือแค่เขากับซานเซียวตัวนั้น
สิ่งที่เยี่ยนเต๋อหลินคาดไม่ถึงคือเมื่อซานเซียวล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาด เรือนร่างของนางกลับโดดเด่นได้มากถึงเพียงนี้ สิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึงมากยิ่งกว่าคือความโเี้ของซานเซียว และที่คาดไม่ถึงมากที่สุดคือซานเซียวได้กุญแจและปลดโซ่เหล็กเป็ที่เรียบร้อยแล้ว!
แผนเกิดการเปลี่ยนแปลง เยี่ยนเต๋อหลินอยากแสร้งเป็ลมหมดสติเพื่อทำให้ซานเซียวคลายความตื่นตระหนก หากนางเดินออกจากเพิงไม้แห่งนี้ เขาก็จะะโเรียกให้คนออกมาช่วย จากนั้นบอกทุกคนว่าเห็นซานเซียวเดินออกมาจากห้องของยาวจิ่ว เขาจึงเดินตามหลังนางเพื่อสอดส่องดู ทว่ากลับถูกนางทุบตีจนหมดสติอยู่ภายในเพิงไม้แห่งนี้
ผลที่ได้คือเขาถูกนางทุบตีจนหมดสติจริง ๆ และนอนเ็ปอยู่ภายในเพิงไม้ นอกจากนี้ยังถูกตีจนแขนขวาและขาซ้ายหัก มิหนำซ้ำยังถูกล่ามโซ่ไว้ที่คอเยี่ยงสัตว์
ชวีหนานอีเงียบขรึมอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงพูดกับเยี่ยนเต๋อหลินว่า “หลังจากเฟิ่งฮัวกลายเป็ศพ ร่างกายของนางเกิดการเปลี่ยนแปลง ดูเหมือนว่าการเสียชีวิตของนางจะไม่ถูกต้อง”
เยี่ยนเต๋อหลินใบหน้าขาวโพลน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
ยาวจิ่วยืนอยู่ที่มุมลานกว้าง เขาได้ยินคำพูดเหล่านี้เต็มสองหู เมื่อก้าวเท้ามาด้านหน้าจึงยกเท้าเหยียบไปที่บ่าของเยี่ยนเต๋อหลินพร้อมด่ากราด “ข้าและเฟิ่งฮัวบริสุทธิ์ใจ เราทำเื่สกปรกโสมมอย่างที่เ้าใส่ความที่ไหนกัน?! เ้าไม่คิดจะเพ่งพิจารณาหน้าตาของภรรยาของเ้าหน่อยรึ ว่างดงามมากพอที่ข้าจะชายตามองหรือไม่?!” ครั้นด่ามาจนถึงตรงนี้ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเฟิ่งฮัวได้จากไปแล้ว การพูดเช่นนี้ถือเป็การไม่ให้เกียรติผู้ที่ล่วงลับ เขาจึงไอกระแอมและพูดต่อไปว่า “แม้ว่าเฟิ่งฮัวจะงดงามเพียงใด แต่ในเมื่อนางเป็ภรรยาของคนใจดำปอดเน่าเยี่ยงเ้า กลิ่นเหม็นเน่านี้ก็คงติดตัวนางไปแล้ว! ไม่ต้องกังวลหรอกว่าข้าจะหยิบรองเท้าคู่เก่าของเ้ามาสวมใส่!”
เยี่ยนเต๋อหลินเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางงงงวย เขามองยาวจิ่ว “เ้าพูดจริงรึ?!”
ยาวจิ่วยกมือปิดตาข้างหนึ่งของตัวเอง “ต่อให้มีตาข้างเดียวข้าก็ไม่คิดจะเหลียวมอง!”
เยี่ยนเต๋อหลินชะงักไปเล็กน้อย
ยาวจิ่วพลันรู้สึกมีความสุขมาก! เขาโน้มตัวลงแล้วลากเสียงยาว พูดเตือนออกไปว่า ‘ด้วยความเมตตา’ “สรุปก็คือเ้าฆ่าภรรยาด้วยมือของเ้าเอง ซ้ำยังเตะจนลูกของเ้าตายในท้อง เ้าคณะเยี่ยน ท่านช่างใจร้ายเสียเหลือเกินนะ”
เยี่ยนเต๋อหลินเงยหน้ามองยาวจิ่ว ท่าทางของเขาคล้ายกับหุ่นเชิดไร้ชีวิต ที่ทำได้เพียงแค่รอผู้อื่นจูงให้เดิน เขามองเห็นความแค้นและความสะใจอันแรงกล้าสะท้อนอยู่ในดวงตาของยาวจิ่ว ความรู้สึกทั้งสองอย่างนั้นดูชัดเจนราวกับกริชอันแหลมคมสองเล่ม ที่กำลังเจาะทะลวงิัของเยี่ยนเต๋อหลิน
เขาทนต่อความทรมานที่อยู่ภายในใจมาเนิ่นนานไม่ไหวอีกต่อไป จึงทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาหยิบ ‘ชุดเปื้อนเืของเฟิ่งฮัว’ ขึ้นมาและร้องห่มร้องไห้ “เฟิ่วฮัว ภรรยาของข้า ข้าขอโทษ! เ้าตายอย่างไม่เป็ธรรม!” เขารู้สึกเกลียด! เกลียดที่ตนเองพลั้งมือฆ่าเฟิ่งฮัวและเตะลูกในท้องจนตาย ซ้ำยังเกลียด ‘เฟิ่งฮัว’ ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อหลอกให้เขาใกลัวเสียจนขวัญหนี สิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุดคือการที่ชวีหนานอีหยิบชุดเปื้อนเืที่เฟิ่งฮัวสวมใส่มาที่นี่ ซ้ำยังทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนไปทั้งหัวใจ เอ๋? เดี๋ยวก่อนนะ...ชุดสีเืของเฟิ่งฮัวถูกเขาเผาทิ้งไปแล้วไม่ใช่หรือ
เยี่ยนเต๋อหลินจ้องมองชุดเปื้อนเืในมือของตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติจึงแหงนหน้ามองชวีหนานอี
ชวีหนานอียิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน และอธิบายอย่างใจดีว่า “นี่เป็ชุดที่สาวใช้ในจวนของข้าสวมใส่ เมื่อคืนนางสวมชุดนี้ขณะที่กำลังเชือดคอไก่ทำให้ชุดเปื้อนด้วยเื ข้าจึงขอหยิบยืมมา เถ้าแก่เยี่ยนคงใน่าดู”
เยี่ยนเต๋อหลินทำได้เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนรู้สึกเ็ป ราวกับว่าฟันของเขาถูกบดจนแหลกละเอียด! เส้นเืบนหน้าผากปูดนูน กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกไม่หยุด เขาอดไม่ได้ที่จะถามออกไป “เมื่อสองวันก่อน ตอนที่ท่านเรียกข้าน้อยไปถามไถ่ ข้าน้อยได้ยินหัวหน้าหยาอีผู้นั้นเอ่ยว่าท่านฝันเห็นเฟิ่งฮัวะโร้องขอความเป็ธรรม อย่าบอกนะว่าเื่นั้นท่านก็หลอกลวงข้าน้อย?!”
ชวีหนานอีเดินมานั่งบนเก้าอี้ไม้ เขาคลี่พัดและตอบกลับแบบสบาย ๆ “ข้าเป็ข้าราชการที่ดีมีจิตใจกว้างขวาง มิเคยหลอกลวงใคร เ้าเองเป็คนพูดไม่ใช่รึว่าได้ยินคำกล่าวจากหัวหน้าหยาอี นั่นไม่ใช่เื่ที่ข้าพูดด้วยตนเองสักหน่อย เหตุใดเ้าจึงคิดว่าคำพูดสนุก ๆ ของเหล่าหยาอีเป็เื่จริงเล่า? ที่ข้านำเสื้อเปื้อนเืตัวนี้มา ข้าพูดตอนไหนหรือว่านี่เป็ของเฟิ่งฮัว? เ้านี่จริง ๆ เลยนะ อย่าใส่ร้ายข้าเยี่ยงนี้สิ” หลังจากรวบพัดเข้าด้วยกัน เขาจึงชี้หน้าเยี่ยนเต๋อหลิน “เฮ้อ...เ้าหน้าที่ ให้เขาประทับลายนิ้วมือและเจาะทะลวงหัวใจ! ข้าชักอยากเห็นแล้วสิว่าเขามีหัวใจหรือไม่!”
เยี่ยนเต๋อหลินตัวอ่อนยวบกลายเป็ดินโคลน กลิ่นเหม็นจากปัสสาวะคละคลุ้งกระจายทั่วทั้งลานกว้าง
หยาอีก้าวเท้าไปด้านหน้า กางใบไผ่ที่เขียนไว้เป็อย่างดีไว้ตรงหน้าเยี่ยนเต๋อหลินเพื่อให้เขาประทับลายนิ้วมือ
เยี่ยนเต๋อหลินได้สติคืนมาเพราะความตื่นตระหนก เขาะโ “ปรักปรำ! ท่านปรักปรำข้าน้อย! ข้าน้อย...เื่แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนทำให้ข้าน้อยใจนแทบเป็บ้า ข้าน้อยไม่รู้ว่าตนเองพูดอะไรออกไป ท่านชิงเทียนผู้ปราดเปรื่อง ข้าน้อยไม่ได้เป็ฆาตกรฆ่าเฟิ่งฮัวจริง ๆ นะขอรับ ท่านชิงเทียนโปรดให้ความเป็ธรรมกับข้าน้อยด้วย ข้าน้อยบริสุทธิ์นะขอรับ”
“ข้าน้อย...ข้าน้อยก็แค่เตะเฟิ่งฮัวไปไม่กี่ครั้ง แต่ไม่ได้รุนแรงถึงตาย! นางเป็ถึงภรรยาของข้าน้อย ข้าน้อยจะลงมือฆ่านางจริง ๆ ได้เยี่ยงไรขอรับ?”
“ใต้เท้าเองก็เห็นไม่ใช่หรือขอรับ เฟิ่งฮัวดูเหมือนจะแก่ขึ้นอีกยี่สิบปี ราวกับว่านางถูกดูดพลังออกไปจนหมด เื่นี้ข้าน้อยไม่ได้เป็คนทำนะขอรับ! ท่านชิงเทียนโปรดให้ความเป็ธรรมกับข้าน้อยด้วย”
ตอนที่พูด จู่ ๆ คบเพลิงที่อยู่ภายในจวนก็เกิดเสียงดังขึ้นเบา ๆ เยี่ยนเต๋อหลินใจนตัวสั่นเทา เวลานี้ให้เขาตายยังจะดีกว่ามีชีวิตอยู่ ทว่าจู่ ๆ เขากลับเกิดความปรารถนาอันแรงกล้า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้!
ชวีหนานอีครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า ทำให้เยี่ยนเต๋อหลินคิดว่าตนเองยังพอมีหวังที่จะมีชีวิตรอดต่อไป ทว่าจู่ ๆ เขาก็พูดด้วยใบหน้าจริงจังว่า “เื่ที่ใบหน้าของเฟิ่งฮัวดูแก่ลง ข้าจะกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด แต่นี่เป็แค่การตัดสินจากข้า สาเหตุที่นางแก่ลงมีสองข้อ ข้อแรกเป็เพราะสามีเยี่ยงเ้าเป็คนใจเหี้ยม ส่งผลให้นางตายอย่างไม่เป็ธรรม นางรู้สึกถึงความอยุติธรรมจึงทำให้ใบหน้าของนางเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ ข้อสองคือหลังจากที่นางตายมีใครบางคนเข้ามาทำอะไรบางอย่างกับนาง เ้าไม่ต้องกังวล หากข้าจับตัวบุคคลผู้นั้นได้สำเร็จ ข้าจะตัดสินโทษเขาว่ากระทำความผิดฐานทำลายศพ ส่วนเ้า...” ชวีหนานอีค่อย ๆ คลี่ยิ้ม “เ้ากระทำความผิดที่มิอาจให้อภัย!”
หยาอีได้ยินคำพูดนี้ พวกเขาจึงจับมือของเยี่ยนเต๋อหลินประทับลายนิ้วมือโดยพลัน
เยี่ยนเต๋อหลินะโจนเสียงแหบพร่า “ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ ท่านบังคับให้ข้าน้อยประทับลายนิ้วมือ! ข้าน้อยไม่ยินยอม...อือ...อือ ๆ...” เขาถูกหยาอีใช้ผ้าขาด ๆ อุดปากจึงไม่สามารถพูดอะไรได้อีก มือทั้งสองข้างถูกหยาอีมัดด้วยเชือกไขว้อยู่ด้านหลัง
ชวีหนานอีสะบัดชุดคลุมพร้อมลุกขึ้นยืน ราวกับขุนนางผู้ซื่อสัตย์ผู้นำพาคุณธรรม เขายกกำปั้นขึ้น โน้มตัวหันไปทางฝั่งเมืองหลวงและพูดอย่างชอบธรรมว่า “ข้าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็กลาง ปกป้องผืนพิภพและสายวารี คืนความสงบสุขให้แก่ปวงประชา จะปล่อยให้คนชั่วกลับมากระทำผิดได้เยี่ยงไร?!” พูดจบเขาก้าวเท้ามายืนข้าง ๆ เยี่ยนเต๋อหลิน จากนั้นโน้มตัวลงและกระซิบ “ข้ารู้ดีว่าเ้าไม่ยินยอม แต่ข้าได้บอกเ้าไปแล้วว่าข้ามิใช่คนพูดปด หากข้าพูดว่าเ้าตาย เ้าก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดต่อไป!” เขายืดตัวขึ้น แล้วหันไปส่งสัญญาณให้หยาอีก่อนจะเดินออกไปทางอื่นโดยพลัน
สีหน้าของเยี่ยนเต๋อหลินหมองหม่นราวกับคนตาย เขาจ้องมองชวีหนานอีด้วยท่าทางเหม่อลอยประหนึ่งมองเห็นมัจจุราชบนผืนพิภพก็มิปาน
.
.
.