หลายวันผ่านมา เท้าของฉันดีขึ้นจนเดินได้ปกติแล้ว
่หลังๆ มานี่ ท่านประธานแกล้งฉันน้อยลง แล้วยังคอยถามอาการเท้าฉันอีก ด้วยความที่ฉันเป็คนน่ารัก…เลยยกเท้าให้ท่านประธาน
ดูชัดๆ ทุกวัน จนท่านประธานหลุดขำออกมา
“งานน้อยไปหรอครับ”
“..คะ??”
“เห็นนั่งจ้องหน้าผม แปลว่าว่างแล้วสินะครับ”
“เอ่อออ คะ คือ..”
“ ถ้าว่าง ช่วยจัดห้องใหม่หน่อยครับรู้สึกขัดหูขัดตากับบรรยากาศห้อง”
“ลิล … คนเดียวหรอคะ”
ฉันถามเพื่อความแน่ใจ เพราะห้องในถึงจะตกแต่งน้อย แต่ว่าแต่ละชิ้นดันใหญ่อย่างกับเฟอร์นิเจอร์บ้านั์ฉันตัวเท่ามด จะยกยังไงไหวล่ะ
“ผมต้องลงไปช่วยหรอ?” เขาถามด้วยสีหน้าเรียบๆ
“ปะ เปล่าค่ะ เดี๋ยวลิลทำให้ค่ะ”
ฉันเริ่มลงมือเก็บกวาด จัดของตามมุมต่างๆ ขยับอันนั้นไว้ตรงนี้เปลี่ยนที่ให้ดูแตกต่างจากตอนแรกซะหน่อย
เพล้ง!
เฮือกกก
‘ชิบแล้ว’
ฉันทำแจกันโบราณ ของฝากจากจีนราคาเหยียบแสนหลุดมือ
“ขะ ขอโทษค่ะ..”
ฉันรีบก้มเก็บอย่างไวโดยไม่ทันไปมองสายตาพิฆาตจากด้านหลัง
“โอ้ย!!”
เืไหลออกมาจากปลายนิวเล็กดวงซวยอะไรของฉันกันนะ เท้ายังไม่ทันหายดีนิ้วมือรับไม้ต่ออีกแล้ว เืสีแดงเข้มไหลหยดลงพื้น
จู่ๆ ก็มีมือใหญ่ มาจับนิ้วที่โดนเศษแจกันบาด และอมมันเข้าไปจนฉันทำตัวไม่ถูก
“ท่าน ปะ ประธาน..”
“...” เ้าตัวไม่ตอบอมนิ้วมือฉันไว้อย่างนั้น
ฉันรับรู้ได้ถึงความนุ่มและอุ่นจากลิ้นของเขา มันทำให้ฉันวาบหวิวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่นานเขาก็เอานิ้วฉันจากปากและลูบ
แผลฉันเบาๆ
“ซุ่มซ่ามชะมัดมีเื่ให้เจ็บตัวตลอดเลยนะ”
“...ดะ เดี๋ยวลิลทำแผลเองค่ะแผลนิดเดียวเอง”
“ไม่ขัดสักเื่จะได้ไหม”
เขาพูดเสียงเรียบ แล้วจ้องตาฉันฉันได้แต่นิ่งเงียบ มองเ้าตัวค่อยๆ เช็ดแผลอย่างเบามือ
ในห้องบรรยากาศเงียบสงัดเหลือเพียงแอร์เย็นฉ่ำและแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ที่ระเบียงเข้ามา
“อ่ะ เสร็จแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันชักมือกลับ ก้มมองนิ้วที่ถูกผ้าเทปลายหมีพันไว้ (ฝีมือฉันซื้อไว้เองแหละ)
“คือ เื่แจกัน…”
“ช่างมัน ค่อยซื้อใหม่” หืมมม วิถีคนรวยสินะ
“หักเงินเดือนลิลไปก็ได้นะคะ”
“เงินแค่นั้นยังแทบไม่พอกินเลยยังจะให้หักอีกหรอ”
ตาหมอนี่ ถึงเงินเดือนจะไม่กี่หมื่น แต่สำหรับฉันก็ถือว่าเหลือเฟืออยู่นะยะ
“ไม่ต้องทำแล้วเดี๋ยวให้แม่บ้านมาทำต่อ..”
เอ้า แล้วไม่ใช้แม่บ้านั้แ่ทีแรก??!!
ฉันขมวดคิ้วใส่คนข้างหน้า ที่ตีมึนกลับไปนั่งทำงานต่อจนเกือบเย็น
“ลิล..”
“คะ?”
“งบการเงิน มันแปลกๆ”
“หืม ยังไงคะ”
ฉันวางเอกสารตรงหน้าลงแล้วเดินไปดูเอกสารในมือท่านประธานแทน
“ยอดทบั้แ่เปิดบริษัทไม่เท่ากับยอดปิดของแต่ละปี”
“...”
“และไม่เท่ากับใบกำกับภาษีรับจ่ายที่ผมได้รับมาด้วย”
หืม???
หลุดแบบนั้นได้ยังไง ฉันตรวจทุกเดือนและทวนตรงทุกปี
“ลิลตรวจงบไตรมาสทุกไตรมาสนะคะไม่เคยมีปัญหา…”
“อย่าพึ่งดังไปนะครับผมขอตรวจสอบให้แน่ใจก่อน”
“...รับทราบค่ะ”
ฉันนั่งทวนเอกสารบัญชีกับท่านประธานจนค่ำ และจริงอย่างที่ท่านประธานว่า ถึงยอดรายงานที่ฉันได้รับจากการเงิน และทวนกับใบเสร็จ มันตรงกันแต่ท่านประธานไปดึงรายงานยอดใบกำกับภาษีจากของการเงิน มาเทียบกับของร้านค้ามันดันตัวเลขไม่ตรงกัน พูดง่ายๆ คือ ใบเสร็จที่ส่ง
ให้ฉันมันถูกแก้ไข
รวมๆ แล้วหายไปเกือบ 5 ล้าน และสำหรับฉัน มันคือเงินมากพอที่จะทำให้ตั้งตัวได้เลยล่ะ
“อื้ออออออ~ “ ฉันบิดี้เีทันทีที่สรุปเื่เสร็จ
“ผมใช้งานหนักไปหรอครับ” ท่านประธานหันมาถาม
“เปล่าค่ะ แค่ยืดเส้นยืนสายเฉยๆ”
“คืนนี้รีบไปไหนรึเปล่า”
“...ไม่ค่ะ ท่านประธานมีงานเร่งหรอคะ”
“เปล่าครับ จะชวนไปทานข้าว...”
“เอ่อออ ค่ะ”
หลังเก็บข้าวของ ก็ลงมานั่งรถสปอร์ตคันงามแล้วไปร้านเดิมทันที
และเหมือนเดิม ฉันสั่งแค่สเต๊ก 1 จานส่วนท่านประธานสั่งอาหารเต็มโต๊ะ ประหนึ่งเผื่อญาติพี่น้องฉันด้วยและวันนี้มีไวน์ชั้นเลิศขวดละเกือบสองหมื่นมาเป็ไอเท็มเสริม
ฉันนั่งมองคนตรงหน้า ที่ยกไวน์ดื่มทำหน้าเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีสดที่ทางร้านจัดเล่นอยู่
“หาเพื่อนดื่มอยู่ไหมคะ”
“...”
ท่านประธานหันมามอง ก่อนจะพยักหน้า ฉันรินไวน์หรูจนเกือบเต็มแก้วแล้วยกดื่มชิม
“อร่อยไหม”
ฉันส่ายหน้าก่อนจะวางแก้วไวน์ไว้ที่เดิมโดยไม่คิดจะกลับไปกินอีก
ซ่า~~~~
หลังจากนั่งฟังดนตรีสดได้ไม่นานหูฉันก็อื้อ เพราะได้ยินเสียงไวน์ชั้นเลิศแก้วนั้นถูกเทหยดติ๋งๆ อยู่บนหัวฉัน เสื้อสีขาวโอโม่ตอนนี้เปลี่ยนเป็สีแดงอมม่วงของไวน์
“อัญญ่า!!!”