ชิงอี้นั่งอยู่ที่พื้นพร้อมกับรอคำสั่งของหยวนิเย่ด้วยความเคารพ
“ ชิงอี้ข้า้าให้เ้าไปที่เมืองทะเลสาบพร้อมกับสร้างหอเฟิงเซียงขึ้นที่นั้นและข้า้าให้เ้าจับตาดูตระกูลเสวียนให้ดี ” หยวนิเย่กล่าว
“ เมืองทะเลสาบและตระกูลเสวียนหรือเ้าคะ ข้าน้อยชิงอี้รับคำสั่ง ข้าน้อยจะจัดการให้เรียบร้อย แล้วนายน้อยมีสิ่งใดจะสั่งเพิ่มเติมหรือไม่? ” ชิงอี้ตอบรับอย่างรวดเร็ว แม้ว่านางจะไม่รู้ว่านายน้อยจะให้นางไปที่นั้นทำไมกัน
“ เื่นั้นเ้าไม่ต้องรู้หรอก เ้าแค่จับตาดูตระกูลเสวียนให้ดีก็พอ เอานี้ไปด้วยแล้วกัน ” หยวนิเย่กล่าวพร้อมกับยื่นอุปกรณ์มิติให้
“ ภายในนั้นมีโอสถผันแปรด้วย นอกจากนี้ยังมีค่ายกลพกพาเอาไว้ให้เ้าฝึกฝนตัวเองด้วยเช่นกัน ” หยวนิเย่กล่าว
“ ขอบคุณนายน้อยที่เมตตา ” ชิงอี้กล่าวด้วยความตื่นตันใจ เพราะถ้าหากนางไปอยู่ที่อื่นนางก็จะไม่สามารถบ่มเพาะพลังในค่ายกลกลั่น์ของนายน้อยได้ ทำให้นางสูญเสียประโยชน์มาก แต่โชคดีที่นายน้อยสามารถคิดเื่นี้เอาไว้ก่อนแล้ว นายน้อยได้ทำการสร้างค่ายกลพกพาเอาไว้
ค่ายกลพกพาเป็ค่ายกลพิเศษที่สามารถสร้างขึ้นมาได้ทุกที่ เพียงแค่กระตุ้นพลังิญญาเท่านั้น ก็สามารถใช้งานค่ายกลได้แล้ว แม้ว่าค่ายกลพกพาจะต้องใช้หินค่ายกลมากกว่าปกติแต่ก็นับว่ามีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องเดินทางตลอดเวลา
ซึ่งค่ายกลพกพานี้หยวนิเย่ได้ทำการวางค่ายกลกลั่นิญญาเอาไว้ให้แล้ว ทำให้ชิงอี้สามารถฝึกฝนตัวเองได้แม้ว่าจะอยู่ที่เมืองทะเลสาบก็ตาม
“ ข้าหวังว่าเ้าจะทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีแล้วก็เ้าสามารถคัดเลือกคนไปกับเ้าได้ด้วย เอาเป็สองสามคนก็ได้ ” หยวนิเย่กล่าว
“ ขอรับนายน้อย ข้าจะไม่ทำให้นายน้อยต้องผิดหวัง ” ชิงอี้พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น
หลังจากที่ชิงอี้จากไปแล้ว หยวนิเย่ก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ไม่นานหยวนิเย่ก็คิดอะไรออก
“ เหม่ยเจียง ” หยวนิเย่ะโขึ้น
ทันใดนั้นหญิงสาวอายุประมาณสิบแปดปี ใบหน้าน่ารัก รูปร่างอรชร ก็เดินเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหยวนิเย่ นอกจากนี้ออร่าของนางก็อยู่ในระดับราชันยุทธ์
“ เ้าไปที่อู่ต่อเรือพร้อมกับบอกพวกเขาว่าข้า้าเรือสำราญขนาดใหญ่และยังต้องหรูหราและงดงามอีกด้วย เื่เงินไม่มีปัญหาอะไร แล้วก็เ้าไปบอกซานจือรับพ่อครัวและแม่ครัวเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณยี่สิบคน ” หยวนิเย่กล่าว
“ รับคำสั่งนายน้อย ” เหม่ยเจียงโค้งคำนับและออกจากห้องไป
หยวนิเย่้าที่จะสร้างภัตตาคารบนเรือสำราญ เรือรำนั้นจะต้องหรูหราและสวยงาม นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงอำนาจอีกด้วย
หลายวันผ่านไป
ตอนสายๆ
หยวนิเย่ที่กำลังนั่งเขียนตัวอักษรอยู่ที่ศาลา เหม่ยเจียงก็เดินเข้ามาและกล่าวขึ้นว่า “ นายน้อย คุณหนูไป๋มาหาเ้าคะ ”
หยวนิเย่หยุดชะงักก่อนที่จะพยักหน้ารับเบาๆ
นับั้แ่สองปีก่อน เขาก็ไม่ได้เจอกับไป๋เหรินซีอีกเลย เนื่องจากการฝึกฝนต้องใช้เวลานาน กว่าจะออกมาจากการฝึกตนสักทีก็ต้องใช้เวลาหลายปี
ไม่นานหยวนิเย่ก็เห็นไป๋เหรินซีเดินเข้ามา
ไป๋เหรินซีในเวลานี้นับว่างดงามเหมือนกับเทพธิดาจริงๆ ใบหน้ารูปไข่เรียวยาว เส้นผมสีดำยาว รูปร่างอรชร สวมชุดสีฟ้าอ่อนดูงดงาม เรียกได้ว่าแตกต่างจากเมื่อสองปีก่อนอย่างชัดเจน สมแล้วที่ได้รับฉายาหนึ่งในห้าสาวงามแห่งอาณาจักรแสงจันทร์
นอกจากนี้เขายังเห็นว่าปิ่นปักผมที่นางสวมใส่ก็เป็ของที่เขาเคยให้กับนางั้แ่เมื่อสองปีก่อนอีกด้วย
เมื่อเห็นเช่นนั้นหยวนิเย่ก็ยิ้มอย่างมีความสุข
“ ว่าไงศิษย์น้องไป๋? ” หยวนิเย่ทักทายทันที
ไป๋เหรินซีที่ได้ยินถึงกับหยุดชะงักก่อนที่จะถลึงตาใส่หยวนิเย่ทันที แต่ครู่เดียวนางก็กลับมายิ้มให้กับเขา
สำหรับหยวนิเย่ เขาไม่ใช่คนที่หล่อเหลา ใบหน้าธรรมดาแต่ดูอบอุ่นและอ่อนโยนอยู่ตลอดเวลา รูปร่างสูงใหญ่กำยำ สวมชุดสีน้ำเงินเข้ม ดูมีเสน่ห์อย่างมาก
“ ข้าคิดว่าเ้าจะลืมข้าไปแล้วเสียอีก ” ไป๋เหรินซีบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งลงข้างๆหยวนิเย่
หยวนิเย่หัวเราะและกล่าวขึ้นว่า “ ข้าคนนี้จะลืมศิษย์น้องไป๋ได้อย่างไร ถ้าหากข้าลืมเ้าเกรงว่าข้าคงได้ถูกเ้าไล่ตีอย่างแน่นอน ”
“ หึ ” ไป๋เหรินซีแค้นเสียง
“ แล้วครั้งนี้เ้ากลับมานานเท่าไหร่หรือ? ” หยวนิเย่ถามพร้อมกับรินชาให้กับไป๋เหรินซี
“ ครั้งนี้ข้ากลับมาประมาณครึ่งเดือน ” ไป๋เหรินซีตอบ
“ ครึ่งเดือนหรือ? ” หยวนิเย่พยักหน้ารับ
“ ข้ากลับมาครั้งนี้เ้าจะต้องทำอาหารให้ข้ากินด้วย ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ข้าให้คนอื่นทำไม่ได้หรือ อีกอย่างฝีมือทำอาหารของพ่อครัวแม่ครัวของข้าฝีมือก็เหนือกว่าข้าแล้ว ” หยวนิเย่กล่าว
“ ไม่ได้ ข้าอยากกินอาหารฝีมือเ้ามากกว่า ” ไป๋เหรินซีแลบลิ้นใส่พร้อมกับทำหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ ก็ได้ๆ ” หยวนิเย่ตอบพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆและกล่าวต่อว่า “ เอาเป็อาหารเย็นแล้วกัน ตอนนี้ก็เที่ยงแล้วเ้าอยากไปไหนหรือเปล่า? ”
“ ไม่ล่ะ ข้าเพิ่งจะกลับมาข้าขอพักอยู่ที่นี้ก่อนแล้วกัน ข้าเองก็ชอบบรรยากาศในจวนของเ้ายิ่งนัก ” ไป๋เหรินซีกล่าวพร้อมกับเดินไปที่ข้างสระน้ำพร้อมกับดูปลาในสระ
“ เอาที่เ้าสบายใจแล้วกัน ” หยวนิเย่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
ไม่นานไป๋เหรินซีก็กลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับเล่าเื่ที่นางไปเจอมาใน่สองปีให้กับหยวนิเย่ฟัง
หยวนิเย่เป็ผู้ฟังที่ดีพร้อมกับแสดงสีหน้าใและประหลาดใจในบางครั้ง
เวลานี้สถานะของไป๋เหรินซีในตำหนักหมื่นวิถีนับว่าโดดเด่นอย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งระดับปราญ์ยุทธ์ั้แ่อายุสิบสี่ ทำให้นางถูกผู้าุโหลักท่านหนึ่งรับเป็ลูกศิษย์
“ อาจารย์ของข้าคือท่านลู่อิงเจี๋ย นางเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทพยุทธ์ นางแข็งแกร่งเป็อันดับต้นๆของผู้าุโทั้งหมดในตำหนักหมื่นวิถี นอกจากนี้นางยังรักและเอ็นดูข้าราวกับลูกของนางเองอีกด้วย ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ว่าแต่เ้าเถอะ สองปีมานี้เ้าพัฒนาไปบ้างแค่ไหน? ” ไป๋เหรินซีถาม
“ แน่นอนว่าข้าก็พัฒนาความแข็งแกร่งไม่แพ้เ้าหรอก ” หยวนิเย่กล่าวพร้อมกับปล่อยแรงกดดันระดับปราชญ์ยุทธ์ออกมา
สีหน้าของไป๋เหรินซีเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะมาถึงระดับปราชญ์ยุทธ์แล้ว แต่น่าเสียดายที่ข้ามาถึงระดับราชุนยุทธ์แล้ว ” ไป๋เหรินซีหัวเราะ พร้อมกับปล่อยออร่าราชันยุทธ์ออกมา
หยวนิเย่ชูนิ้วโป้งให้กับไป๋เหรินซี เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด เพราะนางมีหยกจิตฟ้าอยู่ในร่างกาย นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากตำหนักหมื่นวิถีก็ทำให้นางพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
“ ข้าหิวแล้วพวกเราไปหอดาราฟ้ากันเถอะ ” ไป๋เหรินซีกล่าว
“ ได้ข้าพาไปกินแต่เงินเ้าจ่ายนะ ” หยวนิเย่กล่าว
“ ข้าให้เ้าพูดอีกครั้งนะ? ” ไป๋เหรินซีกล่าวถร้อมกับถลึงตามองหยวนิเย่ก่อนที่จะยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ ก็ได้ๆ ” หยวนิเย่หัวเราะ
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงหอดาราฟ้า
หอดาราฟ้าเป็ตึกสูงสี่ชั้น นอกจากนี้พื้นที่รอบๆก็ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ภายในยังมีสวนบุปผาอีกสองแห่ง
ทันทีที่ไป๋เหรินซีเข้ามาในหอดาราฟ้าก็กลายเป็จุดสนใจทันที เนื่องจากสถานะของนางรวมไปถึงความงามที่โดดเด่น
“ คุณหนูไป๋เชิญ ” พนักงานสาวกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพาไป๋เหรินซีและหยวนิเย่ขึ้นไปที่ชั้นสามของหอดาราฟ้า
หลังจากที่เข้าไปในห้อง ทั้งสองก็สั่งอาหารที่ตัวเองอยากกินทันที
แน่นอนว่าหยวนิเย่เองก็เคยมากินอาหารที่นี้อยู่เหมือนกัน จึงทำให้พอรู้ว่าอาหารแบบไหนถูกปากเขา
“ จริงสิิเย่ เ้า้าเข้าร่วมตำหนักหมื่นวิถีไหม? ข้าสามารถช่วยเ้าได้นะ ” ไป๋เหรินซีกล่าว สำหรับนางเพียงแค่ขอร้องอาจารย์นางก็สามารถให้ิเย่เข้าร่วมกับตำหนักหมื่นวิถีได้แล้ว นอกจากนี้เขาเองก็อายุเท่ากับนางแต่มีความแข็งแกร่งในระดับปราชญ์ยุทธ์ก็นับว่าเพียงพอสำหรับตำหนักหมื่นวิถีแล้ว
“ ไม่ล่ะ ข้าไม่ค่อยชอบอะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่ ข้าชอบวิถีชีวิตแบบนี้แหละ ” หยวนิเย่กล่าวพร้อมกับดื่มชา
“ ข้ารู้แล้วน่าว่าเ้าชอบแบบไหน ” ไป๋เหรินซียิ้ม
ไม่นานอาหารที่สั่งก็ค่อยๆถูกยกขึ้นมาเสิร์ฟ
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ไป๋เหรินซีก็ได้ขอให้หยวนิเย่พานางเดินเล่นรอบเมือง
“ ได้สิ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ” หยวนิเย่กล่าวออกมา
เพียงแต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากหอดาราฟ้า จู่ๆก็มีเสียงเรียกชื่อไป๋เหรินซีดังขึ้น
ทั้งสองหันไปมองก็พบว่าเป็กลุ่มคนรุ่นเยาว์สามคน
หยวนิเย่มองดูก็พบว่าทั้งสามอายุพอๆกับพวกเขา ซึ่งคนที่อยู่หน้าสุดปล่อยออร่าของระดับปราชญ์ยุทธ์ออกมา
“ ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็หวงเฉานี้เอง ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยความเ็า น้ำเสียงของนางไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับหยวนิเย่เลยด้วยซ้ำ
ตระกูลหวง หนึ่งในสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงกุ่น นอกจากตระกูลไป๋แล้วก็ยังมีตระกูลกวนอีกตระกูลหนึ่ง
“ เ้าหมอนี่คือหวงเฉา บุตรชายของผู้นำตระกูลหวง แถมมันก็ยังเป็ศิษย์ของตำหนักหมื่นวิถีเหมือนกับข้า ” ไป๋เหรินซีอธิบายให้กับหยวนิเย่ฟัง
หยวนิเย่มองดูหวงเฉาด้วยความสนใจ
หวงเฉาเป็หนุ่มหล่อสูงน้อยกว่าหยวนิเย่เล็กน้อย เส้นผมสีดำ สวมชุดคลุมสีเขียว
“ เหรินซี เ้ามาเดินกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้ เ้าไม่กลัวคุณชายมู่อวิ๋นรู้เื่หรือไง? ” หวงเฉาถามด้วยน้ำเสียงเคล้ารอยยิ้ม พร้อมกับมองไปที่หยวนิเย่
หวงเฉาเห็นว่าหยวนิเย่ดูธรรมดาแต่มีบรรยากาศที่กดดันมากกว่ารุ่นเยาว์ที่เขาเคยพบเจอ แสดงให้เห็นว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา
“ แล้วทำไมข้าต้องกลัวเขารู้เื่ด้วย อีกอย่างข้ากับคุณชายมู่ไม่ได้เป็อะไรกัน ” ไป๋เหรินซีตอบอย่างเ็า
หยวนิเย่จำได้ทันที มู่อวิ๋น หนึ่งในห้าคุณชายแห่งเมืองหลวงแสงจันทร์เหมือนกับอวี้เหวินโจว
มู่อวิ๋นตามจีบไป๋เหรินซีมานานหลายปีก็ยังจีบไม่ติด นอกจากนี้ในนิยายก็ยังไม่ได้บอกด้วยว่าไป๋เหรินซีโสดจนถึงตอนไหน เพราะหลังจากที่เสวียนปิงหยุนไปทวีปอื่นแล้วก็ไม่มีใครพูดถึงอาณาจักรแสงจันทร์อีกเลย
มู่อวิ๋นในนิยายกล่าว่าเป็คุณชายเ้าสำราญ ชอบเดินทางไปทั่วใต้หล้า
สำหรับห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงประกอบไปด้วย ตระกูลอวี้ ตระกูลมู่ ตระกูลกง ตระกูลจ้าว ตระกูลหลิน ห้าตระกูลนี้มีรากฐานยาวนานหลายพันปี ภายในตระกูลมีตัวตนระดับเทพยุทธ์อาศัยอยู่ แต่ความจริงแล้วแต่ละตระกูลก็มีบรรพชนที่ทรงพลังในระดับอาณาจักร์อยู่เหมือนกัน
ด้วยเหตุนี้ทำให้ห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงถึงได้แข็งแกร่งและทรงพลัง แม้แต่ราชวงศ์เยว่ก็ยังไม่กล้าที่จะละเลยห้าตระกูลนี้
“ โอ้ ถ้าหากข้านำคำที่เ้ากล่าวไปบอกคุณชายมู่ ข้าคิดว่าเขาจะต้องเ็ปใจอย่างแน่นอน ” หวงเฉาหัวเราะ จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่หยวนิเย่ด้วยความสนใจแทน
“ ไปกันเถอะ ” ไป๋เหรินซีกล่าวพร้อมกับลากตัวหยวนิเย่ไป
“ แหม่ๆ จะรีบไปไหนเนี้ยเหรินซี ข้ายังมีเื่คุยกับเ้าไม่หมดเลยนะ อีกสามวันคุณชายมู่จะมาที่เมืองหลวงกุ่น ” หวงเฉากล่าวขึ้น
ไป๋เหรินซีหยุดชะงักก่อนที่จะไม่สนใจหวงเฉาพร้อมกับลากหยวนิเย่ไป
หวงเฉามองดูไป๋เหรินซีที่ลากหยวนิเย่ไปพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ ชายหนุ่มคนนี้เป็ใครกัน ข้าไม่เคยเห็นเหรินซีจับแขนชายหนุ่มมาก่อนเลยแม้กระทั้งภายในตระกูลของนางเอง น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ ข้าอยากรู้นักว่าถ้าหากคุณชายมู่รู้เื่นี้เข้า เขาจะทำตัวเช่นไร ” หวงเฉาฉีกยิ้ม
“ นายน้อยหวงให้ข้าส่งคนไปสืบไหมขอรับ? ” ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังของหวงเฉาถามขึ้น
หวงเฉาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวว่า “ ก็ดี ส่งคนไปสืบมาว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็ใครและพักอยู่ที่ไหน เสร็จแล้วก็รีบกลับมาล่ะ ”
“ รับคำสั่งนายน้อยหวง ” ชายหนุ่มโค้งคำนับก่อนที่จะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“ ดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้จะน่าสนใจไม่น้อย ” หวงเฉาหัวเราะและเดินเข้าไปในหอดาราฟ้าพร้อมกับสหายของตน
หลังจากที่เดินออกมาได้สักพัก
“ เ้าเลิกจับมือข้าได้หรือยัง? ” หยวนิเย่ถามขึ้น
ไป๋เหรินซีชะงักและมองไปยังมือที่กำลังดึงมือของหยวนิเย่อยู่ ก่อนที่จะรีบปล่อยทันที
“ เหอะ เป็บุรุษอะไรกันถึงได้ขี้อายแบบนี้ แม้แต่ข้าที่เป็สตรียังไม่อายเลย ” ไป๋เหรินซีกล่าว แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของนางก็แดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“ อ่อ งั้นหรอ เ้าไม่อายแต่ข้าอาย ” หยวนิเย่กล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
ไป๋เหรินซีถลึงตามองหยวนิเย่อย่างไม่พอใจ
“ ช่างเถอะกลับจวนเ้าดีกว่า ข้าหมดอารมณ์เที่ยวเล่นแล้ว ” ไป๋เหรินซีกล่าว
หยวนิเย่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจและเดินตามไป๋เหรินซีไป