เงา หงส์

    เงา หงษ์ 10.

    จางจื่อฟ่านหันไปมองพ่ออย่างสิ้นหวัง ป่านนี้หมอเฉิงคงจะคิดว่าเธอและพ่อเป็๲ตัวตลกไปแล้วสินะ จางจื่อฟ่านคิด


    “ก็แหงแหละ เขาก็ต้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่น่ะสิ เพราะเขาตลกหนูกับพ่อยังไงล่ะ ป่านนี้คงนึกหัวเราะเยาะเราใหญ่แล้ว ก็เขาน่ะมีแฟนเป็๲ตัวเป็๲ตนอยู่แล้ว แล้วพ่อยังพยายามจะยัดเยียดลูกสาวใผห้เขาอีก” จางจื่อฟ่านพูดอ้อมแอ้มโดยที่ผู้เป็๲พ่อฟังไม่ถนัดนัก


    “เอาเถอะ ลูกไม่ต้องเชื่อพ่อตอนนี้ก็ได้ แต่ลูกรอดูไปเถอะสิ่งที่พ่อพูดน่ะมันจะเกิดขึ้นจริง และมันจะเป็๲สิ่งยืนยันอย่างดีซะด้วยว่าพ่อน่ะไปเจอแม่ของลูกมาแล้ว” ผู้เฒ่าจางเหมินพูดเบาๆ อย่างเหนื่อยหอบ แต่สีหน้ากลับดูมีความสุขเมื่อพูดถึงภรรยาที่ล่วงลับไปก่อนหน้านี้นานแล้ว


    จางจื่อฟ่านมองหน้าพ่ออย่างซิตก แต่เธอเองก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก เพราะเห็นว่าเมื่อพ่อพูดเ๱ื่๵๹พวกนี้แล้วทำให้พ่อดูมีความสุขมากขึ้น


    เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผู้เฒ่าจางก็หลับลงไปเพราะฤทธิ์ยาที่หมอเฉิงจัดการฉีดไว้ให้ก่อนที่จื่อฟ่านจะเดินเข้ามา เธอนั่งมองหน้าพ่ออีกอึดใจใหญ่ พร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ได้รู้แล้วว่าพ่อของเธอปลอดภัย จะอยู่เป็๲ร่มโพธิ์ร่มไทรให้เธอทั้งสามคนพี่น้องต่อไป ะึงแม้ว่าพ่อจะพูดอะไรเพ้อเจ้อไปบ้างก็ไม่เป็๲ไร เธอรับได้หมด ขอเพียงพ่อกลับมาแข็งแรงและอยู่กับเธอและน้องๆได้เหมือนเดิมก็พอ


    จางจื่อฟ่านลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ๆผู้เป็๲พ่อที่หลับสนิทแล้วก้มลงจูบที่แก้มเบาๆอย่างรักใคร่ ก่อนที่จะยืดตัวเต็มร่างแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้องผู้ป่วย


    หญิงสาวเดินคิดอะไรไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่รูปปั้น คิวปิด ที่เป็๲รูปปั้นปูนปาสเตอร์สีขาวดูสะอาดตาและสวยงาม ข้างหลังเป็๲ฉากน้ำพุขนาดย่อมให้ความรู้สึกเย็นไปทั่วบริเวณ จากการกระซ่านเซ็นของละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย ที่นี่ห่างไกลจากผู้คนมากจนเรียกได้ว่าเป็๲บริเวณที่ค่อนข้างสงบเลยที่เดียวในโรงพยาบาลที่มีผู้คนเข้าออกตลอดเวลาเช่นนี้ ด้านล่างของบ่อน้ำพุ มีปลาคาร์ฟตัวใหญ่หลายตัวแหวกว่ายอย่างอิสระไปตามน้ำใส มองดูแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวายิ่งนัก จางจื่อฟ่านยืนมองดูภาพธรรมชาติเบื้อหน้าอย่างใจลอย สายตามองไปข้างหน้าแต่ไม่ได้จับจ้องอยู่ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หญิงสาวปล่อยความคิดให้เพลิดเพลินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ใยดีต่อสิ่งใดนัก ในบริเวณที่สงบร่มรื่นนี้คงมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ยืนดูต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกจัดไว้อย่างเป็๲ระเบียบและดูเขียวขจีอย่ทงกับว่าถูกใครสักคนให้ความดูแลเอาใจใส่เป็๲อย่างดี

    ในภวังค์ที่จางจื่อฟ่านย่งคงใจลอยอยู่นั้นเองจู่ๆ ที่ข้างหลังของเธอ หญิงสาวรับรู้การเคลื่อนไหวของใครบางอยู่ด้านหลัง ฝฝีเท้านั้นเดินใกล้เข้ามาและเดินตรงมาที่เธอ จางจื่อฟ่านสำนึกรู้ในทันทีว่าเธออกมาไกลจากผู้คนจนเกินไป และอาจจะเป็๞อันตรายก็ได้

    จางจื่อฟ่านบีบมือตัวเองแน่น และจังหวะที่คนข้างหลังเดินเข้ามาใกล้เธอก็หันหลังขวับทันที พร้อมกับสเปรย์พริกไทยอยู่ในมือที่เธอพกไว้สำหรับป้องก้นตัว


    และก่อนที่จางจื่อฟ่านจะทันได้ฉีดสเปรย์พริกไทยนั้นเธอก็๻๠ใ๽เมื่อมืออันใหญ่หนานั้นจับข้อมือเธอชูขึ้นไปในอากาศอย่างทันท่วงที หญิงสาวเสียหลักทำท่าจะหงายหลังเธอใจหายใจคว่ำไปชั่วขณะ แต่ทันใดนั้นอ้อมแขนอันทรงพลังของเขาก็คว้าร่างที่กำลังจะหงายของเธอเข้ามากอดไว้อย่างมั่นคง หญิงสาวหายใจหอบถี่ เธอคว้าหมับไปที่คอเสื้อของเขาได้ทันพอดีเช่นกัน จนใบหน้าของเธอและเขาห่างกันแค่ไม่เกิน 1 นิ้ว ร่างกายแนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นดังตึกตักแทบจะออกมาอยู่ข้างนอก หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ เพรืะคิดว่าตัวเองคงหงายหลังตกลงไปในบ่อปลาคาร์ฟเสียแล้วเป็๲แน่ และเมื่อสังเกตดูดีๆ ก็พบว่าคนที่ย่องมาข้างหลังและรับร่างของเธอไว้ไม่ให้ตกลงไปก็คือ เฉิงซีกวน วิสัญญีแพทย์หนุ่มนั่นเอง 


    สายตาจับกันนิ่งนานเท่าไรไม่ทราบได้ มือของหมอหนุ่มยังคงโอบเอวคอดของจางจื่อฟ่านเอาไว้ ขณะเดียวกันที่มือของหญิงสาวก็ยังคงกำคอเสื้อของหมอเฉิงเอาไว้แน่น

    ร่างกายทุกส่วนแนบชิดกันจนแทบจะลั่นเอียดอาดให้ได้ยินฉะนั้น จางจื่อฟ่านดูเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงไปชั่วขณะเธอไม่ไหวติง สองตายังคงประสานกันอยู่ที่เดิม หมอเฉิงโน้มใบหน้าลงเบาๆ จนริมฝีปากใกล้จะประกบกับริมฝีปาก ชั่ววินาทีนั้นเองที่สติสัมปชัญญะของจางจื่อฟ้านก็กลับคืนมา หญิงสาวเบือนหน้าหลบเบาๆไปทางอื่นเสีย หวิดจากริมฝีปากของหมอหนุ่มไปเพียงเส้นยาแดงเดียว เหตุการณ์นี้ก็ทำให้หมอเฉิงได้สติกลับมาเช่นกัน ทั้งสองต่างค่อยๆผละตัวออกจากกันอย่างเก้อเขิน โดยที่จางจื่อฟ่านสาระวนกับการจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ตามเดิม เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจระหว่างคนทั้งสอง ได้ยินเพียงเสียงน้ำพุที่ร่วงกระทบพื้นหินดังซู่ๆ


    “คุณมายืนอยู่ทำไมคนเดียวที่นี่” หมอเฉิงกล่าวทำบายความเงียบขึ้น


    “ฉันเดินมาเรื่อยเปื่อย พอดีเห็นตรงนี้ร่มรื่นดีก็เลยหยุดดู” จางจื่อฟ่านตอบเรียบเฉย


    “ผู้เฒ่าจางหลับไปแล้วหรือครับ” หมอหนุ่มถามถึงอาการของคนไข้ในความดูแลของตน


    “ค่ะ พ่อหลับไปแล้ว” จางจื่อฟ่านตอบ หมอหนุ่มพยักหน้า หันมาสำรวจเธอไปทั่วร่าง


    “แล้วเมื่อกี้ คุณได้รับ๢า๨เ๯็๢ตรงไหนหรือเปล่า” เขาถามขึ้น


    “ไม่เป็๞ไรหรอกค่ะ” จางจื่อฟ่านตอบ หมอเฉิงสังเกตเห็นความห่างเหินในน้ำเสียง เขาได้แต่ฉงนในใจเลิกคิ้วอย่างสงสัยแต่ไม่ได้ถามคำใดออกไป


    “แล้วคุณมาทำอะไรแถวนี้คะ” จางจื่อฟ่านกล่าวถามขึ้น ที่จริงเธอพยายามห้ามใจไว้แล้ว ว่าจะไม่ถามอะไรเขาอีก แต่หญิงสาวไม่อาจกลบเกลื่อนความรู้สึกอยากรู้นั้นได้เลย จึงได้เอ่ยถามออกไป แล้วเธอก็ได้แต่คิดตำหนิตัวเองในใจ


    หมอหนุ่มลอบยิ้มน้อยๆ


    “ที่นี่เป็๞บ้านพักของผมน่ะครับ แล้วพุที่คุณยืนชื่นชมอยู่นี่และบ่อปลาคาร์ฟที่คุณเกือบตกลงไปก็เป็๞ส่วนหนึ่งในสวนที่ผมทำขึ้นเพื่อให้มันดูสงบร่มรื่นน่ะ” หมอเฉิงกล่าว พร้อมกับมองดูหน้าของหญิงสาว ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าปั้นยากอย่างเห็นได้ชัด 


    “ฉันไม่รู้ ว่าที่นี่เป็๞บ้านพักของหมอ แันไม่ได้มีเจตนาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของคุณหรอกนะ เพียงเห็นว่ามันร่มรื่นและสงบเงียบจึงเดินเข้ามา” จางจื่อฟ่านรีบอธิบาย


    “ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณนี่ครับ” หมอหนุ่มกล่าว


    “ถ้าคุณพอใจที่จะยืนดูบ่อน้ำพุนี่ก็ตามสบาย ยืนดูได้ทั้งวันเลยครับ หรือยังไงให้ผมยกเก้าอี้สนามมาไว้ให้พร้อมกับกาแฟสักแก้วก็ยังได้”หมอหนุ่มพูดทำท่าจริงจัง 


    จางจื่อฟ่านมองดูทางทางขึงขังนั้นแล้วยิ้มออกมาในที่สุด 


    “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันไปกลับแล้ว” หญิงสาวพูดเบาๆ


    “คุณดูเหม่อลอยนะครับ มีเ๹ื่๪๫อะไรในใจหรือเปล่า” หมอเฉิงพูดขึ้นในลักษณะชวนคุย


    “เปล่าหรอกค่ะ” จางจื่อฟ่านตอบเบาๆ


    “เอ่อ หมอคะ” จางจื่อฟ่านพูดขึ้น


    “ครับ” หมอเฉิงกล่าวรับคำ


    “เอ่อ คือ คุณได้ฟังเ๹ื่๪๫ที่พ่อเล่าแล้วใช่มั้ยคะ” จางจื่อฟ่านถามขึ้นอย่างกระอักกระอ่วนใจ


    “ครับ ผมได้ฟังแล้ว” หมอหนุ่มตอบง่ายๆ


    “เอ่อ ก็อย่างที่หมอเห็นนั่นแหละค่ะ ตอนนี้พ่อเพิ่งฟื้นอาจจะพูดอะไรเลอะเลือนไปสักหน่อย หวังว่าหมอคงจะไม่ถือสาคนแก่ใช่มั้ยคะ” จางจื่อฟ่านถาม พยายามทำเสียงเป็๞ปกติ 


    หมอหนุ่มลอบชำเลืองใบหน้างามนั้นเล็กน้อยก็เห็นถึงความวิตกกังวลเด่นชัดอยู่บนใบหน้า


    “ก็ไม่เห็นเป็๞อะไรนี่ครับ ถ้านั่นเป็๞สิ่งที่ผู้เฒ่าเหมินคิดแล้วสบายใจ หรือทำให้เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอดูสิ่งที่เขาคาดหวังที่จะได้เห็น ก็น่าจะเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ดีไม่ใช่เหรอครับ” หมอเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกแต่ฟังดูอบอุ่นใจยิ่งนัก 


    จางจื่อฟ่านหันมามองขายตรงหน้าอย่างรู้สึกโล่งใจ หญิงสาวเป็๞กังวลเพราะเกรงว่าหมอเฉิงเองจะรู้สึกอึดอัดใจ


    “ฉันเกรงว่าหมอจะอึดอัดน่ะค่ะ” หญิงสาวพูดเบาๆ


    “ไม่หรอกครับ ผมยินดี” หมอเฉิงกล่าว ทำให้หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว หล่อนสงสัยว่าที่่หมอเฉิงยินดีคือการคิ

    ดว่าจะได้แต่งงานกับเอ หรือเป็๲เพียงคำพูดที่พูดขึ้นตามมารยาทเท่านั้น